หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

งามไส้ นักกิจกรรมชื่อดัง โดนแฉล่วงละเมิด นักกิจกรรมรุ่นลูก เจ้าตัวโพสต์ขอโทษ ที่คิดเป็นเองว่าอีกฝ่ายยินยอม น้อมรับโทษทัณฑ์ ด้านคอลัมนิสต์ดังโผล่เม้นต์ ยังมีเหยื่ออีกเพียบ ต้องขอโทษทุกคน

จากกรณีคุณ A นักกิจกรรมสาววัย 20 ต้นๆ ให้สัมภาษณ์ผ่านเพจ socialgaze. ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ จากนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาวุโสที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง สมัยที่เธอออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง และถูกอีกฝ่ายใช้ประสบการณ์และอุดมการณ์ พูดจาหวาดล้อม จนกระทั่งถูกล่วงละเมิดอย่างไม่เต็มใจ

ต่อมา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวการเมืองชื่อดัง ออกมาโพสต์ชี้แจงหลังสังคมพุ่งเป้ามาที่ตัวเองว่า ผมขอโทษคุณ A ที่ผมเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม แต่ไม่ใช่ดังที่คุณ A ได้เล่าให้ฟัง หลังจากการกระทำหลายครั้ง

คุณ A ย้ายมาอยู่กินด้วยกัน คิดว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นไปได้ด้วยดีในเรื่องความรัก คุณ A อายุ 25 ปี ผมอายุ 64 ปี มีความแตกต่างทางอายุ แต่เมื่ออยู่ด้วยกัน 2 ปี ปีแรกยังคงประคับประคองไปด้วยกันได้ แต่ปีที่สองความสัมพันธ์เริ่มแปลกแยกต่อกัน

ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน คุณ A ต้องการปกปิดความสันพันธ์ที่อยู่ด้วยกัน และผมก็ร่วมปกปิดไปด้วย เราอยู่ด้วยกันมีการทะเลาะกัน และมีปากเสียงรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนต้องเลิกรากัน

ขอโทษคุณ A อีกครั้ง ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ขุ่นเคือง กับการกระทำผิดพลาดครั้งนี้ จึงขอรับโทษทัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวง

ต่อมา นายพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ คอลัมนิสต์และนักวิชาการอิสระ ได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ของนายสมยศ ว่า แล้วพี่จะไม่พูดถึงการละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ที่พี่กระทำต่อเพื่อนนักกิจกรรมในอดีต โดยเฉพาะคนที่เป็นรุ่นน้องหรือรุ่นลูกของพี่ ด้วยหรือครับ

ผมว่ามีนะ เห็นมีคนอื่นพูดถึงหลายกรณีมาก แต่ถ้าพี่มองว่ามันไม่เป็นการคุกคามทางเพศก็แล้วไปครับ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะจบแค่เคสคุณ A นะครับ ผมว่าเคลียร์ให้หมด ขอโทษให้หมด และสัญญาให้เต็มที่ว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก

นายสมยศ ได้เข้ามาตอบว่า ได้ครับ ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก

แต่ นายพิภพ ได้เข้ามาคอมเมนต์อีกครั้งว่า พี่ต้องเขียนไปขอโทษน้องๆ ทุกคนที่พี่ละเมิด และต้องทำจนกว่าเขาจะพอใจครับ ตามหลักการเยียวยา และหลักสิทธิมนุษยชนครับ ต้องมีความพึงพอใจและหลักประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำอีก พูดกว้างๆ แบบนี้ ไม่ถูกต้องครับ ด้วยความเคารพ

ขอบคุณ ข้อมูลจาก เพจ NormalYukhon

หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

สาวโพสต์เล่าเหตุการณ์ช่วยงานมูลนิธิ ถูกละเมิด สมบัติ บุญงามอนงค์ ชี้แจง

สาวโพสต์เล่าเหตุการณ์ช่วยงานมูลนิธิ ถูกละเมิด สมบัติ บุญงามอนงค์ ชี้แจง
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ว่า “เรื่องเล่าจากอดีต เมื่ออุดมการณ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกใช้คน เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาเล่าถึงบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดโดย “นักอุดมการณ์” มันทำให้อดีตฉายภาพซ้ำทับซ้อนขึ้นมา แทบจะเป็นภาพคัดลอกเดียวกัน ต่างกันแค่ช่วงเวลา และผู้กระทำที่เป็น “คนดัง” อีกคน

ย้อนกลับไปในปี 2549 ตอนนั้นเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัย 20 ที่หอบหัวใจเปี่ยมอุดมการณ์ ลงจากดอยนางนอน เชียงราย มาร่วมประท้วงการยึดอำนาจที่สนามหลวงเพียงลำพัง ไม่รู้จักใครเลยบนพื้นที่แห่งนั้น นอกจากคนดังคนหนึ่งที่เคยพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด coup19.org(ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ด้วยความปลาบปลื้มในตัวเขา ก็ติดต่อกันผ่าน MSN จนเริ่มคุ้นเคย และไม่นานเหตุการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปตลอดกาลก็เกิดขึ้น

วันนั้น ฉันเข้าไปช่วยงานที่สำนักงานมูลนิธิแถวซอยรางน้ำแบบฟรี ๆ ด้วยใจที่อยากขับเคลื่อนขบวนการ เมื่อเสร็จงาน ชายคนนั้นชวนออกไปข้างนอกและอาสาจะไปส่งที่พัก เขาพาฉันเดินขึ้นสถานี BTS แต่ปลายทางกลับไม่ใช่การนั่งรถไฟกลับ เขาพาฉันเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีแทน

ด้วยความเด็กและไม่ประสีประสา ฉันเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก แม้นั่นจะไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิต แต่มันคือความช็อกที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จากคนที่หลอกล่อเรามาด้วยความ “ไว้เนื้อเชื่อใจ”
​
สิ่งที่ทำให้รู้สึกถูกลดทอนคุณค่าที่สุด คือก่อนกลับ เขายื่นเงินให้ฉัน ประหนึ่งว่าเศษเงินนั้นจะสามารถปิดปาก หรือเปลี่ยนสิ่งที่เขาทำเป็นการซื้อขายได้ แน่นอนว่าฉันปฏิเสธ

ตอนนั้นยอมรับว่าแอบมีความรู้สึกดี ๆ ให้เขา แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้เลยก็คือ เขามีภรรยาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด แต่เขาแค่ไม่แสดงตัว มีเพียงฉันคนเดียวที่หน้ามืดตามัว และไม่รู้เรื่องอะไรเลย สรุป คือ ฉันโดนหลอกเต็ม ๆ โดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี โดนหลอกฟันฟรี และสูญเสียความเคารพศรัทธาที่มีต่อคนดังคนนี้ไปจนหมดสิ้น

ภายนอกฉันอาจดูเหมือนคนมูฟออนไว เรื่องนี้เหมือนจะไม่ได้สร้างบาดแผลทางใจไปมากกว่าความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ฉัน “เลือกที่จะเงียบ” เป็นเพราะฉันกลัวว่าขบวนการประชาธิปไตยที่ทุกคนร่วมกันสร้างมาจะพังทลายลง อีกทั้งในโครงสร้างสังคมแบบนี้ พูดไปเหยื่อก็คงไม่พ้นถูกตราหน้าว่า “สมยอม”

เรื่องเล่าที่ว่ามีนักอุดมการณ์หลอกกินฟรี มันมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาตลอด แต่ไม่เคยมีใครกล้าออกมายอมรับตรง ๆ ว่าตัวเองคือหนึ่งในเหยื่อ วันนี้ฉันนี่แหละคือ “ใบเสร็จ” ที่เขาตามหากัน

ที่ตัดสินใจออกมาพูด เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อุดมการณ์อันบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือหลอกลวงอีก คนที่พร่ำเพ้อเรียกร้องหาความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้สังคม กลับเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง “กาม” ให้ตัวเอง

ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนคนนี้ในทีวี หรือบนเวทีเสวนา นั่งพูดจาสวยหรูเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน “แมงดาแห่งประชาธิปไตย” ที่เล่นกับไฟอุดมการณ์ของผู้คน ไม่ควรมีที่ยืนอีกต่อไป ไม่ว่าเรื่องในวันนั้นจะดำเนินคดีได้หรือไม่ แต่วันนี้ฉันขอเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากหน้ากากคนจอมปลอมพวกนี้ออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครต้องมาแตกสลายเพราะคนแบบนี้อีกต่อไป”

หลังจากนั้น หญิงคนดังกล่าวโพสต์อีก โดยระบุว่าเป็นข้อความที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ส่งมา ข้อความว่า พี่เห็นข้อความที่…เขียนถึงความสัมพันธ์ของเราสองคนในช่วงปลายปี 49 และเห็นข้อความที่ถามว่าพี่มีอะไรจะพูดไหม?

พี่ตัดสินใจเขียนมาคุยส่วนตัว เพราะเชื่อว่า นี่เป็นเรื่องส่วนตัว จึงเลือกสื่อสารผ่านกล่องข้อความแทน

ประเด็นที่พี่อยากทบทวนข้อเท็จจริง คือ ความสัมพันธ์ชู้สาวของเราทั้งสองเมื่อ 20 ปีที่แล้วไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงแรมแถว BTS และไม่ใช่อย่างที่นางเอเขียนถึงความคลุมเคลือ ในเรื่องความเห็นชอบ วันนั้นพี่ส่ง MSN ไป ชวน…ออกมาข้างนอกตอนที่…อยู่ที่เชียงราย และเราคุยกันเรื่องที่จะมีความสัมพันธ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พี่จะขับรถไปรับ…ที่บ้าน นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

พี่ไม่ได้พา…มาโรงแรมแล้วปลุกปล้ำ ไม่มีอะไรที่เป็นลักษณะที่คลุมเคลือหรือไม่ เต็มใจมาก่อน แต่ถ้าข้อเท็จจริงพี่ผิดไป…โต้แย้งได้เลย ส่วนเรื่องที่พี่ให้เงิน…นั้น พี่มั่นใจว่าตอนที่เรามีความสัมพันธ์กันครั้งแรกพี่ไม่ได้ทำสิ่งนั้นแน่นอน ส่วนจะมีช่วงไหนที่พี่ให้เงิน…ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่กทม.นั้น พี่ไม่มีเจตนาดูแคลนความสัมพันธ์ และมองว่าเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินทองใด ๆ แต่ถ้าทำให้…รู้สึกด้อยค่าพี่ขอโทษ

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ที่จบลง ไม่ใช่ความผิดของ…เลยแม้แต่น้อยในเรื่องนี้ เป็นความผิดของพี่เองที่ทำให้…ผิดหวังจนถึงทุกวันนี้ และพี่ขอบคุณที่…เดินมาคุยด้วยทุกครั้งที่เราเจอกันในที่สาธารณะ แม้ว่า
ครั้งแรกพี่จะจำ…ไม่ได้เพราะ…ป่วย แต่ครั้งล่าสุดที่เจอกันพี่ได้ขอโทษที่จำ…ไม่ได้ และได้ไถ่ถามเรื่องอาการเจ็บป่วย จึงเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และถ้าเราได้เจอกันอีกพี่ยังเหมือนเดิม ยังคงยินดีที่จะพูดคุยกันเหมือนก่อนที่จะเกิดเรื่องในวันนี้ขึ้น รักษาสุขภาพครับ

หญิงคนดังกล่าวได้โพสต์อีกว่า ขอบคุณที่ชี้แจงมา ถึงแม้จะถามหน้าไมค์ตอบหลังไมค์ก็เถอะ ถ้าเรื่องจะเจอกันอีก คงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว เพราะไม่อาจจะคดโกงต่อความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว ขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับชีวิต และขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิด ขออย่าให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีกเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.matichon.co.th/local/news_5858520

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น