หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 12

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

เปรมิกาอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการบริษัทนานถึง 8 ปี จนมีความพยายามจากพวกยามด้วยกันในการล้มตำแหน่งของนาง ความพยายามที่มีชื่อว่าเมษาหรรษา จนเมื่ออยู่ถึง 8 ปี จึงลงจากตำแหน่ง เปิดทางการให้มีการเลือกตั้งตำแหน่งผู้จัดการใหม่ ตอนนั้นคือปี 1988 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัท ในแง่การเมืองภายนอก สงครามเย็นใกล้จะสิ้นสุด ไม่นาน กำแพงเบอร์ลินก็จะพังทลาย และบริษัทโซเวียตก็จะแตกสลายเป็นบริษัทย่อยอิสระหลายแห่ง ในจุดนี้ หลายคนมองว่า ในที่สุด บริษัทอเมริกันก็ชนะสงคราม เมื่อมันเกิดความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกแบบนี้ จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในด้วย…นั่นคือการมาถึงของน้าชาย หรือชายชาติ ชาละวัน ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้จัดการคนใหม่ นักเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบทศวรรษ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อขึ้นมาเป็นผู้จัดการ ก็ประกาศนโยบายที่ก๋ากั่นมาก นั่นคือ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เปลี่ยนศัตรูในอินโดจีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ด้วยวิธีนี้เอง น้าชายยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งรับการเปลี่ยนแปลงที่มาจากภายนอก ได้ทั้งการค้า และได้ลดบทบาทยามอย่างมาก เพราะถ้าไม่มีสนามรบ มีแต่สนามการค้า พวกยามก็ตกงาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกยามมันถึงชอบสงคราม เพราะมันทำให้การตั้งงบยามมันมีความชอบธรรม การที่ยามทุกวันนี้มันอยากได้เรือดำน้ำ นอกจากกินเงินทอนแล้ว ยังต้องการคงสภาพของความไม่มั่นคงเอาไว้ เพื่อให้ความชอบธรรมกับบทบาทของมัน…ทีนี้ พอเปลี่ยนนโยบายนี้ ยามก็เครียด พอยามเครียด คุณพลก็เครียด เมื่อรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่มีอำนาจมากขึ้น อีเปรมิกา ซึ่งตอนนั้นได้รับตำแหน่งใหม่แล้ว เป็นประธานองคชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งให้คำปรึกษาแก่ลุงพล ได้สุมหัวกันวางแผนล้มผู้จัดการ คือน้าชาย ในที่สุด ก็ทำสำเร็จในปี 1991 โดยหัวหน้ายามที่ชื่อจินดามณี ตอนนั้น อีพวกลูกจ้างสลิ่มกรุงเทพ ยังไม่ออกมาประท้วง ทั้งๆ ที่ประกาศว่าตัวเองรักประชาธิปไตย จนกระทั่ง 1 ปีผ่านมา เมื่ออีจินดามณีประกาศตัวเป็นนายก จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวของสลิ่มกรุงเทพ ที่นำโดยอีลำยอง ศรีนวล จนนำไปสู่การปะทะกัน มีคนล้มตาย ถามว่าทำไมคนกรุงถึงเพิ่งออกมา แต่ไม่ออกมาตั้งแต่มีการล้มผู้จัดการในปีก่อน นั่นเป็นเพราะการตั้งตัวเป็นผู้จัดการของจินดามณีกระทบต่อผลประโยชน์คนกรุง คือพูดง่ายๆ ต่อให้บริษัทฉิบหายยังไง ถ้าไม่กระทบชนชั้นกลางกรุงเทพ พวกมันก็ไม่ขยับตูดออกมาประท้วงค่ะ…ทีนี้พอมีคนตาย ก็เข้าทางคุณพลอีก คุณพลมีนิสัยอย่างหนึ่ง แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานะที่ยุติความรุนแรงได้ แต่มักรอให้ความรุนแรงเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแทรกแซง เพื่อเป็นการพิสูจน์ต่อสาธารณชนว่า ตัวเองเข้ามายุติความรุนแรงจริงๆ เหตุการณ์ในปี 1992 พฤษภาทมิฬ ใครเกิดทันมั่งค่ะ ถ้าทัน คุณๆ ต้องเห็นการถ่ายทอดสดทางทีวี เมื่อคุณพลเรียกจินดามณีและลำยองมาที่บ้านพัก ส่วนคุณพลกับเมียปากแดงนั่งบนโซฟา อีกสองคนนั่นนั่งกับพื้น เป็นภาพที่ถ่ายทอดออกไป เย็นจำได้ คุณพลบอกให้เลิกทะเลาะกัน เราเป็นคนไทยเหมือนกัน อย่าเกลียดกัน โอ้ย ขนาดเย็นรู้ว่าทั้งหมดเป็นมายา เย็นยังอดร้องไห้ไม่ได้ คนทางบ้านดูต่างร้องไห้ระงม พร้อมร้องคำสรรเสริญว่า พ่อหลวงมายุติความรุนแรง นับจากนั้น คุณพลกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความมีเสถียรภาพของบริษัท นี่คือจุดพีคของอำนาจของคุณพล…แต่จากจุดนี้ จุดพีคมันค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อย หลังจากพฤษภาทมิฬ ชาวบ้านเกลียดยามมาก ทำให้ยามยุติบทบาทในบริษัท นำไปสู่ความสามารถของลูกจ้าง ในการร่างกฎบริษัทใหม่ ที่สำเร็จในปี 1997 ถือว่าเป็นกฎบริษัทที่ดีที่สุดจนถึงวันนี้ แน่นอน กฎปี 1997 มันถูกโยนทิ้งไปแล้วเมื่อมีรัฐประหารครั้งต่อไปในปี 2006…..ทศวรรศที่ 1990 มีความอ่อนไหวมาก นอกจากมันเป็นจุดพีคของคุณพลแล้ว มันยังเป็นทศวรรษแห่งประชาธิปไตย ไอ้กฎปี 1997 นั่นเองที่มันปูทางให้ไทยมีผู้จัดการคนใหม่ในปี 2001 มันชื่อไอ้หน้าเหลี่ยม แต่เดี๋ยวเย็นของมาเล่าค่ะ ตอนนี้กลับไปบ้านของคุณพลที่มีความวุ่นวายมากกว่าเดิม คือผัวเมียไม่ได้หลับนอนแล้ว แถมมีความลือว่าป้าแดงไปหลงรักยามที่ชื่อคุณซันนี่ ส่วนคุณบัวก็ไปหลงหลังดาราแก่รุ่นเดียวกันชื่อคุณหนุง ด้านคุณโอเลี้ยงนี่ไปกันใหญ่ คือยังอยู่กินกับปอร์เช่ แต่ก็ไปมีเมียใหม่คืออู๊ด เป็นอดีตนักร้องที่วิลล่าคาเฟ่ มันเป็นช่วงที่โอเลี้ยงระหองระแหงมาก มีการด่ากันทางโทรศัพท์ เบ็นแอบได้ยินหมด และต่อมาคลิปเสียงก็หลุดไปให้พวกลูกจ้างมันฟังขำๆ พี่รู้พี่มันเลว อิอิ…น้องถั่วเลิกกับผัว คุณยุทธชัย ก่อนเลิกก็ตบตีผัว จนผัวสู้กลับ แล้วเอาไปฟ้องพี่ชาย จนพี่ชายสั่งให้คนมาทำร้ายยุทธชัย และจับโกนหัว จนต้องเลิกกันในที่สุด ไม่นานนัก ถั่วก็ไปคว้าหมอมาเป็นผัว เจอกันตอนไปทำบุญที่วัดพระมหาโลตัส เดี๋ยวเรื่องนี้มาต่อค่ะ สุดท้าย ยังมีข่าวลือเรื่องโอเลี้ยงทะเลาะกับนักจด จนมีปากเสียงกัน รวมถึงการเอาปืนยิงกัน เย็นของยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แค่การใช้กำลังต่อกันนิดหน่อย แค่น้องนักจดแขนหักเท่านั้นค่ะ….เดี๋ยวมาต่อค่ะ ปล: รูปเย็นถ่ายไว้ตอนไปประท้วงที่งานพฤษภาทมิฬค่ะ เย็นไปกับซินแสชาญชัย อดีตอธิการบดีโรงเรียนปรีดา

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น