หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

นายปรีดีมีความเห็นว่า กษัตริย์เอาเปรียบประชาชนด้วยการเก็บภาษีอย่างมากมายแต่ปฏิเสธที่จะให้การศึกษาเพื่อให้ประชาชนดีขึ้น

ปรีดีชี้ให้เห็นว่า การทำลายระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต้องการมากกว่าเพียงการเขียนรัฐธรรมนูญและการมีสภา

ครึ่งหนึ่งของแผนเศรษฐกิจเกี่ยวกับหัวข้อการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม

นายปรีดีเข้าใจถึงขอบข่ายอำนาจของพระราชวงศ์และขุนนางว่า จะคงอยู่คู่กับที่ดินขนาดใหญ่และเขตคลองที่พวกเขาถือครองอยู่(ปัจจุบันที่ดิน 1 ใน 3 ของกรุงเทพ ยังอยู่ภายใต้การดูแลของ
สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)

นายปรีดีเชื่อว่า นอกเหนือไปจากที่ดิน
ฐานอำนาจของขุนนางคือการควบคุมระบบการศึกษาซึ่งมีผลกับการรับคนเข้าในระบบราชการ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกลุ่มขุนนางเน้นการศึกษาให้คนเตรียมเข้ารับราชการโดยมุ่งรับใช้พระมหากษัตริย์

พ.ศ. 2477-2478 นายปรีดีก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นทางเลือกกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อ “ธรรมศาสตร์และการเมือง” เพี่อให้เป็นสถาบันสอนวิชาสมัยใหม่ เช่น เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์
พร้อมๆกับวิชาเช่น กฎหมายและการบริหาร เตรียมเข้าสู่การเมืองใหม่
หลังระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

เมื่อนายปรีดีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เขาได้นำมาตรการหลายอย่างที่กลุ่มนักธุรกิจชาตินิยมต้องการมาเป็นนโยบาย

นายปรีดีเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับมหาอำนาจตะวันตก ทำให้ประเทศไทยได้รับอธิปไตยเหนือระบบภาษีของประเทศอีกครั้ง

นอกจากนั้น ยังเพิ่มภาษีขาเข้าเพื่อให้การคุ้มครองหัตถอุตสาหกรรมภายใน
ประเทศปรับเปลี่ยนระบบภาษีอากร สร้างรากฐานระบบการเงิน และใช้งบประมาณของกระทรวงการคลังสนับสนุนร่วมเอกชนรัฐบาล

ในช่วงซึ่งฝ่ายกองทัพขยายอำนาจควบคุมกลไกของรัฐ นายปรีดีพยายามที่จะดึงฝ่ายธุรกิจให้เข้าในเวทีการเมือง
กลุ่มของเขาหันมาพึ่งธุรกิจเอกชนเป็นแหล่งทุนเพื่อกิจกรรมทางการเมือง…….

คนที่มีวิสัยทัศน์ ที่ต้องการปรับปรุงประเทศให้ก้าวหน้า ทันสมัยขึ้น
จะไม่สามารถอยู่ในประเทศนี้ได้ เพราะอิทธิพลของกษัตริย์ภูมิพล

ไม่ว่าจะเป็น ปรีดี พนมยงค์

ป๋วย อึ้งภากรณ์

มาคราวนี้นายปรีดีให้การสนับสนุน อาจเป็นเพราะต้องการสกัดผู้สนับสนุนจอมพล ป.ซึ่งมีจำนวนมากในระบบราชการ
การห้ามเชื้อพระวงศ์รุ่นใหญ่ ไม่ให้ลงเลือกตั้งก็ถูกยกเลิกไป ข้อนี้เป็นสิ่งที่มรว.เสนีย์เคยพยายามผลักดัน ตอนนี้จำกัดเฉพาะพระราชวงศ์และผู้สำเร็จราชการฯ เท่านั้น (รวมห้าคน) ที่เล่นการเมืองไม่ได้ในหลวงอานันท์ลงพระนามให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2489

ทันทีที่เปิดสภาในเดือนมกราคม 2489 การขับเคี่ยวก็เป็นไปอย่างถึงดุเดือด
คนของนายปรีดีตรวจสอบรัฐบาลตลอดเวลา กลุ่มของมรว.เสนีย์. ก็พยายามใส่ร้ายป้ายสีนายปรีดี

คราวหนึ่ง มรว. เสนีย์กล่าวหานายปรีดีว่ายักยอกเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ
ที่มรว.เสนีย์อ้างว่าได้ส่งมาให้นายปรีดีสำหรับปฏิบัติการเสรีไทในช่วงสงคราม
จากการสืบสวนปรากฏว่า นายปรีดีไม่เคยได้รับเงินมากไปกว่า 49,000 เหรียญสหรัฐฯ และมีหลักฐานยืนยันทั้งหมด มรว.เสนีย์ก็ได้แต่กล่าวขอโทษ
สำหรับความทรงจำที่ผิดพลาดของตน

นายควง อภัยวงศ์ลาออกตำแหน่งนายรัฐมนตรีในเดือนมีนาคม 2489
หลังจากพ่ายแพ้การลงมติในร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง

นายปรีดีจำต้องยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฝ่ายนิยมเจ้าก็ยิ่งโจมตีนายปรีดี
อย่างดุเดือด โดยปล่อยข่าวว่านายปรีดีเป็นผู้นิยมสาธารณรัฐ เป็นคอมมิวนิสต์
และฉ้อฉลคอรัปชั่น ในเดือนเมษายน เมื่อรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกข้อกล่าวหาอาชญากรสงครามต่อจอมพล ป.ที่ได้ร่วมมือกับญี่ปุ่นในช่วงสงคราม
(เพราะในตอนนั้นไทยยังไม่มีกฎหมายเรื่องอาชญากรสงครามจึงเอาผิดย้อนหลัง
ไม่ได้) ฝ่ายนิยมเจ้าก็เดือดดาล เพราะพวกเขาต้องการให้จอมพล ป.
ได้รับโทษประหารชีวิต

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
27 ก.ย.64

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

จากศิลปินในวัง สู่ ศิลปินแห่งชาติวันนี้ออกปากไล่ประยุทธ์วันนี้บอกต้องปฏิรูปสถาบันฯ

นี่คือเสียงของคนที่ไกล้ชิดกับวัง
เห็นพัฒนาการ​ที่ไม่เหมาะสมหลายประการ
ของการทำงานของรัฐบาล
ของนโยบายที่อื้อต่อวัง
ในลักษณะ​สปอยล์.. ขืนปล่อยไปวังก็ต้องพบจุดจบ
นี่คือเสียงเตือนแห่งความหวังดี

อ.ลัดดาวัณย์ อุปอินทร์

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
27 ก.ย.64

หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

ความกตัญญูกับดักทางสังคมที่โยนภาระทั้งหมดมาให้ประชาชน

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

คนไทยหลายคนคงเคยถูกสั่งสอนและปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ในเรื่องของ “ความกตัญญู” โดยสิ่งที่แสดงถึงความความกตัญญูในสังคมไทยนี้แบบหากเราลองมองเปรียบเทียบในระนาบของสังคมโลก การเชิดชู “ความกตัญญู” ของรัฐไทย อย่างเกินความจำเป็นนั้น สามารถตีความได้ถึงการผลักดันความรับผิดชอบ ต่อประชาชนวัยเกษียณ ให้แก่ประชาชนกันเองในระดับครอบครัว แม้ว่าจริงๆแล้วควรเป็นหน้าที่ของรัฐในการดูแลเรื่องดังกล่าว

อ้างอิงจาก “การคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญ อย่างสูงต่อแม่ในปี 2564 ของสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มีเกณฑ์การวัดระดับความกตัญญ อยู่ 5 ประการได้แก่

1 ให้การดูแลเอาใจใส่ เลี้ยงดู และปฏิบัติ ต่อ (แม่, พ่อ) เป็นอย่างดีและสม่ำเสมอ
2 ช่วยเหลือภารกิจและการงานของ(แม่, พ่อ)
3 ประพฤติตนตามคำสั่งสอนของ(แม่, พ่อ)
4 ดารงตนอยู่ในศีลธรรมและเชิดชูวงศ์ตระกูล
5 บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับของสังคม

จากเกณฑ์วัดข้อที่ 1 คำถามคือ ทำไมการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูและปฏิบัติต่อ (แม่, พ่อ) เป็นอย่างดีและสม่่ำเสมอ ต้องเป็นหน้าที่ของลูกกตัญญู เรื่องของความกตัญญู ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่มันควรเป็นสิ่งที่ extra ในแต่ละครอบครัวจะได้รับมาก หรือน้อยต่างกันไปในแต่ละครอบครัว ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ชีวิตวัยเกษียณของประชาชนทุกคนควรได้รบการดูแลอย่างดีจากสวัสดิการของรัฐ โดยที่ลูกหลานไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายของคนพ่อแม่ บุพการี วัยเกษียณ ไม่มีความจำเป็น เพราะติดกับดักกับคำว่า “ลูกกตัญญู”

ด้วยความที่รัฐไทยสร้างโฆษณาชวนเชื่อ ในนิทานเรื่อง “ความกตัญญู” สำเร็จหยั่งลึกลงไปถึงความคิดทางสังคมได้แล้ว จึงไม่แปลกที่คนไทยจะมีตรรกะประหลาดๆ เกี่ยวกับการมีลูก ไม่ว่าจะเป็น “รีบๆมีลูกไว้ใช้งาน” “ถ้าไม่มีลูกแก่ตัวไปใครจะเลี้ยงดู” โดยที่ไม่ได้มีการตั้งคำถามกลับไปถึงรัฐว่า ทำไมไม่มีอะไรมาการันตีว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนวัยเกษียณทุกคน จะมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ผลักภาระไปให้ประชาชนดูแลกันเอง? และได้รับเงินคนชรา สูงสุดเพียงแค่ 1,000 บาท ต่อเดือน

http://www.ncswt.or.th/news64/thai/ลูก%2064/ประกาศคัดเลือกลูกกตัญญู.pdf
https://www.prachachat.net/general/news-601039
§
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

หมวดหมู่
คดีแดง

ร่วงหนัก! จีนประกาศธุรกรรม ‘สกุลเงินคริปโต’ ทั้งหมดผิดกฎหมาย

วันที่ 24 กันยายน 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ธนาคารกลางจีน ประกาศให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดเป็นสิ่งผิดกฎหมายและต้องถูกแบน ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวที่สุดครั้งหนึ่งของรัฐบาลจีน ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามสกุลเงินดิจิทัล

ประกาศดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin ร่วงทันทีกว่า 3,000 ดอลลาร์ หรือ 7% ภายในเวลาสั้นๆ จนเกือบหลุด 42,000 ดอลลาร์

ธนาคารกลางจีนให้รายละเอียดว่า คริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมด บิตคอยน์ อีเธอเรียม หรือเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดก็ตาม และไม่สามารถหมุนเวียนในตลาดได้ ดังนั้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งหมด รวมถึงการชำระค่าบริการและสินค้าผ่านผู้ให้บริการในต่างประเทศเพื่อซื้อสินค้าในประเทศจีน ซึ่งรวมถึงซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วย จัดเป็นกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ธนาคารประชาชนจีนประกาศว่า บิตคอยน์ อีเธอเรียม และสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ ขัดขวางระบบการเงินและถูกนำมาใช้ในการฟอกเงินและอาชญากรรมอื่นๆ “ธุรกรรมอนุพันธ์ของสกุลเงินเสมือนจริงเป็นกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายทั้งหมด และเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด” ธนาคารประชาชนจีน ระบุ

ทั้งนี้หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของประเทศยังกล่าวว่า นโยบายปราบปรามคริปโตเคอร์เรนซีนี้เป็นงานเร่งด่วนและสำคัญมาก

https://ch3plus.com/news/program/259189

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6639677

หมวดหมู่
คดีแดง

สหรัฐฯ ปล่อยตัวแล้ว! “เมิ่ง หว่านโจว” CFO หัวเว่ย บินกลับจีน ถอนคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เที่ยวบินของ Air China ที่พาเมิ่ง หว่านโจว ได้ออกจากสนามบินแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อเวลา 16.29 น. ในวันศุกร์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหรัฐฯ ถอนคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงของ Huawei Technologies Co. บินกลับไปจีน หลังจากบรรลุข้อตกลงกับอัยการในนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ ในคดีฉ้อโกงของสหรัฐฯ ที่ทำให้เธอต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในแวนคูเวอร์มาเกือบ 3 ปี

ข้อตกลงดังกล่าวไม่เพียงแค่รับประกันการปล่อยตัวเมิ่ง แต่ดูเหมือนว่าจะส่งผลให้จีนปล่อย ไมเคิล คอวริก และ ไมเคิล สปาวอร อดีตเจ้าหน้าที่ทูตชาวแคนาดาที่ถูกจีนดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นสายลับ” เช่นกัน

นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา แถลงว่าข้อตกลงการดำเนินคดี ข้อกล่าวหาต่างๆ ถูกระงับแล้ว ได้รับการอนุมัติในการพิจารณาคดีของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในบรูคลิน ซึ่งเมิ่งเข้าร่วมฟังผ่านลิงก์วิดีโอ จากนั้นเธอก็ปรากฏตัวสั้นๆ ที่ศาลฎีกาแห่งบริติชโคลัมเบีย ซึ่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนถูกเพิกถอน รวมทั้งเงื่อนไขการประกันตัวของเธอ ส่งผลให้คดีที่ยืดเยื้อมานาน ยุติลง หลังก่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาและสหรัฐฯ ตกอยู่ในวิกฤตมาตลอด

รายงานข่าวกล่าวว่า เมิ่ง สวมกอดผู้สนับสนุนและออกจากห้องพิจารณาคดีในแวนคูเวอร์

“นางเมิ่ง หว่านโจว มีอิสระที่จะเดินทางออกจากประเทศแคนาดา” กระทรวงยุติธรรมของแคนาดา กล่าวในแถลงการณ์

รายงานข่าวกล่าวว่า ประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากเมิ่งขึ้นเครื่องบิน เครื่องบินโดยสารอีกลำหนึ่งก็ได้ออกจากจีนบินสู่แคนาดา เช่นกัน โดยมี ไมเคิล คอฟริกและไมเคิลสปาเวอร์ เป็นผู้โดยสารฯ

“เมื่อประมาณ 12 นาทีที่แล้ว เครื่องบินที่ไมเคิล คอฟริกและไมเคิลสปาเวอร์ เป็นผู้โดยสารฯ ออกจากน่านฟ้าจีน และพวกเขากำลังเดินทางกลับบ้าน”
นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา กล่าว

ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากการเปิดเผยของแหล่งข่าวใกล้ชิดในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้กำลังหารือข้อตกลงหนึ่งกับบรรดาทนายความของ เมิ่ง หว่านโจว ลูกสาวผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของหัวเว่ย ได้แก่การสารภาพผิด ซึ่งจะเปิดทางให้เธอเดินทางจากแคนาดากลับสู่ประเทศจีน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างทนายความของ เมิ่ง หว่านโจว และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถูกหยิบยกขึ้นมา ตามหลังศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ยังคงไม่เป็นที่ชัดเจนว่าข้อตกลงที่อาจสามารถบรรลุกันได้นั้นจะออกมาในรูปแบบใด ด้วยที่ เมิ่ง ไม่คิดว่าเธอทำอะไรผิด บริษัทในเครือของหัวเว่ย ไม่ได้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดยจัดหาสินค้าและบริการต้องห้าม

ตอนนี้ เมิ่ง ยังลังเลที่จะยอมรับสารภาพผิดในสิ่งที่เธอคิดว่าไม่เป็นความจริง พร้อมบอกว่าการเจรจาดังกล่าวดูเหมือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ครอบคลุมระหว่างสหรัฐฯ กับหัวเว่ย

วอลล์สตรีท เจอร์นัล เป็นสื่อมวลชนแห่งแรกที่รายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อตกลงดังกล่าว

เมิ่ง วัย 48 ปี ถูกจับกุมในแคนาดาเมื่อเดือนธันวาคม 2018 ตามหมายจับของสหรัฐฯ เธอเผชิญข้อกล่าวหางฉ้อโกงธนาคาร ชี้นำธนาคารเอชเอสบีซี โฮลดิ้ง ในทางที่ผิดเกี่ยวกับธุรกรรมของหัวเว่ยในอิหร่าน เป็นเหตุให้ธนาคารแห่งนี้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมิ่ง ยืนกรานว่าเธอไม่ได้กระทำผิดและกำลังต่อสู้คดีที่แคนาดาจะส่งตัวเธอให้กับสหรัฐฯ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

คณะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ เมิ่ง ได้ต่อสู้คัดค้านการถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน โดยระบุว่า สหรัฐฯ ใช้กรณีการส่งตัว เมิ่ง ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมือง และระบุว่า เมิ่ง ได้รับหมายค้น, ถูกสอบสวน และถูกควบคุมตัวแบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของแคนาดาในนามของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI)

โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อรายงานล่าสุดเกี่ยวกับข้อตกลงสารภาพผิดแลกกับการปล่อยตัวกลับประเทศ เช่นเดียวกับทำเนียบนายกรัฐมนตรีแคนาดาและกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา ส่วน หัวเว่ย ก็ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

ล่าสุด แกรี บอทติ้ง ทนายความในแวนคูเวอร์และเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนรวมถึง “การส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา” “การปฏิบัติตามกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดนของแคนาดา” และ “กฎหมาย Halsbury ของแคนาดา – การส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ได้กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อต่อรองสารภาพแล้วปล่อยตัวว่า “สหรัฐฯ วางกับดัก เมิ่ง หว่านโจว หรือไม่?

เพราะหาก เมิ่ง ยอมรับว่าทำผิด เธอจะมีประวัติอาชญากรรมและมีหลายประเทศ (รวมถึงแคนาดา) สามารถใช้คำสารภาพนี้กับเธอได้

แกรี่ บอกว่าตนเองกล่าวจากประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดในการทำคดีของลูกความในการสู้คดีกับอัยการรัฐ

“ลูกความคนหนึ่งของผมซึ่งเป็นพลเมืองสหรัฐฯ เป็น CFO ใน บริษัท ที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินการโดยสามีชาวแคนาดาของเธอ ลูกชายสองคนของพวกเขาเกิดในแคนาดา ชาวอเมริกันต้องการส่งตัวทั้งคู่ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน”

อัยการบอกผมว่าหากเธอสารภาพผิดเธอจะได้รับ “อิสระภาพ” และมีอิสระที่จะอยู่กับลูก ๆ ของเธอ ดังนั้นเธอจึงยอมรับสารภาพฯ ไป

อย่างไรก็ตาม นั่นทำให้มีนัยยะทางนิตินัย คือมีการกระทำผิด หมายความว่าสามีของเธอจะต้องมีความผิดเช่นกันและเขาได้รับโทษที่รุนแรงกว่าเธอนั้นมาก

ยังมีกรณีอื่น ๆ อีก ที่คล้าย ๆ กับที่ทนายความของเมิ่งได้รับข้อเสนอล่าสุด

ในกรณีของเมิ่ง มีการโต้แย้งว่า สหรัฐฯ มีเขตอำนาจศาลเหนือบรรษัทอเมริกัน อย่างไรก็ตาม หัวเว่ย ไม่ได้จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา และเมิ่ง หว่านโจว ไม่ได้เดินทางไปสหรัฐฯ ที่จริงแล้วสหรัฐฯไม่มีเขตอำนาจศาลเหนือเมิ่ง หรือ บริษัทหัวเว่ย

แกรี่ กล่าวว่า เห็นได้ชัดมากขึ้นว่า การออกคำฟ้องต่อต้าน หัวเว่ย เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อแย่งชิงความสำเร็จในตลาด 5G และทำให้บริษัทสหรัฐมีอำนาจเหนือกว่า หัวเว่ยในสาขาที่กำลังขยายตัว

นั่นคือ แม้ว่า เมิ่ง จะยอมรับสารภาพฯ ในอำนาจศาลแคนาดา แต่สหรัฐฯ ก็สามารถติดตามเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อใดก็ตามที่เธอย่างเท้าไปในประเทศที่สหรัฐฯ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ข่าวภาษาไทย
https://mgronline.com/china/detail/9640000094992

【#人質外交】孟晚舟獲釋乘坐包機回深圳:人生天翻地覆 杜魯多稱被扣內地康明凱、斯帕弗正啟程返國

報道全文:https://bit.ly/2Zk91w7

華為副董事長 #孟晚舟 與美國司法部達成協議,獲加拿大撤銷引渡申請,在被軟禁近3年後終獲釋回國。據外電報道,她將乘坐當地時間周五下午4時35分,臨時安排的包機回到深圳。

孟晚舟在溫哥華的法院大樓外表示,感謝中國駐加拿大大使館的支持,形容人生在過去三年經歷了翻天覆地的變化。

加拿大總理杜魯多隨後表示,兩名因被指從事間諜活動,而被扣押中國的加拿大人 #康明凱(Michael Kovrig)與商人 #斯帕弗(Michael Spavor),亦已獲釋並啟程返國。

(美聯社圖片)

眾新聞 #華為 #加拿大 #美國司法部 #康明凱 #斯帕弗 #中國

==============
收看更多精彩片段

訂閱眾新聞YouTube https://bit.ly/3jVyWRr

【眾新聞全新《香港這一天》】

周一至五晚上10點半播出(除公眾假期)http://bit.ly/2Cj8v4t

【眾新聞中國組節目】
周一至五晚上9點播出 https://bit.ly/2PDejOt

https://subscribe.hkcnews.com

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

วันเกิด จิตร ภูมิศักดิ์ 25 กันยายน 2473

จิตร ภูมิศักดิ์ คือ นักคิดนักเขียน ที่ผลงานวิชาการออกมามากมาย และยังใช้อ้างอิงจนถึงทุกวันนี้ แต่เมื่อเห็นว่าการต่อสู้ด้วยหลักการ ไม่อาจทำให้เขาบรรลุวัตถุประสงค์ได้ สุดท้ายจึงเลือกจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับอำนาจรัฐ และถูกยิงเสียชีวิตในป่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509

จิตรเกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2473 ที่ จ.ปราจีนบุรี ต่อมาได้เข้ามาศึกษาที่กรุงเทพฯ ในโรงเรียนเบญจมบพิตร และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตามลำดับ

โดยขณะเป็นนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำหน้าที่สาราณียากร ให้กับหนังสือประจำปี ของมหาวิทยาลัย จิตรได้ลงบทความที่มีเนื้อหาวิพากษ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา จนถูกตำรวจสันติบาลอายัดหนังสือ

ต่อมามีการสอบสวนที่หอประชุมใหญ่ จิตรก็ถูกนักศึกษากลุ่มหนึ่งจับโยนลงมาจากเวที (โยนบก) ทำให้เขาบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน และจิตรถูกลงโทษ พักการเรียน 1 ปี ก่อนกลับเรียนต่อ จนจบการศึกษา

ในปี 2501 เขาโดนจับกุมในข้อหาคอมมิวนิสต์ ถูกคุมขังอยู่ 6 ปี ได้รับการปล่อยตัวเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2507

แต่ถึงแม้จะได้รับอิสรภาพแล้ว ก็ยังถูกคุกคาม จิตรจึงตัดสินใจเข้าป่าหยิบอาวุธขึ้นต่อต้านอำนาจรัฐ และถูกยิงเสียชีวิตกลางป่าละเมาะ บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509

จิตรมีผลงานเขียนออกมามากมาย อาทิ ศิลปเพื่อชีวิต ศิลปเพื่อประชาชน , โฉมหน้าศักดินาไทย และ ภาษาและนิรุกติศาสตร์ ฯลฯ

ส่วนผลงานแปล ก็ได้แก่ แม่ (นวนิยายของแมกซิม กอร์กี้ นักเขียนชาวรัสเซีย) , คนขี่เสือ (นวนิยายของภวานี ภัฏฏาจารย์ นักเขียนชาวอินเดีย) และ โคทาน (นวนิยายของเปรมจันท์ นักเขียนชาวอินเดีย) เป็นต้น

รวมถึงได้แต่งเพลง อาทิ แสงดาวแห่งศรัทธา ที่มีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า

ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้นผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง

เครดิต..มิตรสหาย
ชีวิต เปื้อนฝุ่น
25.ก.ย.64

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

จุดเริ่มต้นชีวิตของ “สีจิ้นผิง” มังกรแห่งแผ่นดินใหญ่

เกิดที่ใดไม่สำคัญ….

1969 เด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกส่งจากโรงเรียนมัธยมไปให้เรียนรู้ใหม่ในหมู่บ้านชนบท ชื่อ
เหลียงเจี้ยหัว มณฑลส่านซี ประเทศจีน

เด็กหนุ่มวัย 15 ปี
คนนี้ประสบเคราะห์กรรมมาก เพราะก่อนหน้านั้น 4-5 ปี พ่อถูกส่งไปเป็นแรงงานในชนบท พอปี 1969 พ่อถูกสั่งให้จำคุก พี่สาวเด็กหนุ่มคนนี้ฆ่าตัวตายเพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว พ่อเป็นรองนายกรัฐมนตรี
ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระด้างกระเดื่องต่อการปฏิวัติวัฒนธรรมในช่วงนั้น ส่วนแม่ถูกบังคับให้หย่าและประณามพ่อ ตัวเขาเองก็ถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท

การถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท ทำให้เขาสร้างตัวเองขึ้นมาจากความทุกข์ยาก จากความลำบาก ความอดทน ความพากเพียร เขาได้สร้างชีวิตตัวเองขึ้นมาในอีกแบบหนึ่งนอกจากเรียนหนังสือ
แต่ความยากลำบากนี้ก็ทำให้เด็กหลายคนทนไม่ได้ ต้องเจ็บป่วยหรือตายไปเป็นอันมาก

เหลียงเจี้ยหัว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห้งแล้งพอสมควร เคยเป็นที่มั่นของการปฏิวัติ มีคนอยู่สัก 300 กว่าคน เขาบันทึกไว้ว่าถูกส่งไปนอนรวมกับเพื่อนๆ บนเตียงยาว

ระหว่างใช้แรงงานอยู่ที่หมู่บ้าน เขาชอบอ่านหนังสือ เขากล่าวว่าในช่วงนั้นรู้สึกเหงามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านมากๆ เข้า เขาก็เริ่มมีความสุข

เขาใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้นานถึง 7 ปี

วันที่เขาจากหมู่บ้านนี้มาชาวบ้านมาส่งกันทั้งหมู่บ้าน เพราะเขาเป็นคนที่เดินเท้าเปล่าเหยียบพื้นน้ำแข็งเพื่อช่วยชาวบ้านซ่อมเขื่อนที่พังเนื่องจากน้ำทะลายลงมา รวมถึงการซ่อมเครื่องมือ ปั๊มน้ำ และช่วยแม้กระทั่งตามหาหมูที่หายไป แล้วเอามาคืนเจ้าของ ทำให้ชาวบ้านประทับใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มาก

ในวันที่เขาต้องจากหมู่บ้านนี้ไป เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีชาวบ้านมารวมตัวกันหน้าถ้ำที่เขาอยู่
เพื่อมาส่งเขา และนั่นเป็นการร้องไห้ครั้งที่สองของเขา ส่วนครั้งแรก ก็คือ ตอนที่เขามาถึงหมู่บ้านนี้

50 ปีต่อมา เขาได้ทำให้คนจีน 850 ล้านคนพ้นจากความยากจน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาบอกว่า

“เขาอาจเป็นผู้นำที่มีอำนาจมากที่สุดที่จีนเคยมีมาในช่วงร้อยปี”

เด็กหนุ่มคนนี้ ก็คือ
สีจิ้นผิงประธานาธิบดีคนปัจจุบันของจีน

“โสภณ สุภาพงษ์”

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

“สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์”หรือชื่อก่อนหน้านี้ที่หลายคนอาจคุ้นหูมากกว่าอย่าง “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”คืออะไร? มีความเป็นมาอย่างไร?

หลังจากราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษกล่าว จึงกลับมาอยู่ในครอบครองทั้งนี้

สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ
จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561
มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานในพระมหากษัตริย์
มีหน้าที่จัดการ ดูแลรักษา จัดหาผลประโยชน์
และดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ตามที่จะทรงมอบหมาย
โดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561

แม้ตามกฎหมาย สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จะได้รับการจดทะเบียนในฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 ก็ตาม แต่ที่จริงแล้ว
หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่จัดการ ดูแลรักษา
จัดหาผลประโยชน์ และดำเนินการอื่นใด
อันเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเคียงคู่ประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ทรัพย์สินในราชอาณาจักรไทยเป็นของพระมหากษัตริย์

การจัดการทรัพย์สิน “พระมหากษัตริย์”
มีตั้งแต่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (The Crown Property Bureau) ระบุว่า การบริการจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการปกครองในระบอบที่มีพระกษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีวิวัฒนาการเคียงคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยที่ประเทศไทยยังปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ทรัพย์สินในราชอาณาจักรไทยเป็นของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงอยู่ในฐานะพระเจ้าแผ่นดินแต่เพียงพระองค์เดียว

อย่างไรก็ตาม พระมหากษัตริย์ไทยทรงพยายามแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินแผ่นดิน โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 การค้าขายกับต่างประเทเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก จึงได้ทรงเก็บสะสมกำไรที่ได้จากการค้าสำเภา ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไว้ในถุงผ้าสีแดง และเรียกกันว่า “เงินถุงแดง” ไว้ข้างพระแท่นที่บรรทม
เรียกว่า “เงินข้างที่”

ต่อมาเงินมีจำนวนมากขึ้น ก็เก็บไว้ในห้องข้างๆ ที่บรรทม จึงเรียกว่า “คลังข้างที่” โดยได้พระราชทานให้ไว้เป็นทุนสำรองให้แก่แผ่นดินสำหรับใช้ในยามบ้านเมืองเกิดภาวะคับขัน

และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เกิดเหตุวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 (พ.ศ.2426) ที่สยามเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส จึงได้นำเงินถุงแดงมาสมทบ เพื่อเป็นการชดใช้ค่าเสียหายและค่าประกันแก่ฝรั่งเศส จนสามารถรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติไว้ได้

สมัย ร.5 แยก “ทรัพย์สินส่วนพระองค์” ออกจาก “ทรัพย์สินของแผ่นดิน” เด็ดขาด

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นยุคแห่งการปฏิรูป
และการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน
โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้มีการปฏิรูประบบการคลังใหม่
และมีการจัดทำ “งบประมาณแผ่นดิน” เป็นครั้งแรก เพื่อให้รายรับและรายจ่ายของแผ่นดินเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน ซึ่งการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ได้มีการแยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างเด็ดขาด

โดยทรงมอบหมายให้ “กรมพระคลังข้างที่”
เป็นผู้จัดการดูแลพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
เมื่อรายได้ของแผ่นดินมากขึ้น เนื่องมาจากการปฏิรูปทางการเงินในปี พ.ศ.2433
ซึ่งมีการจัดตั้ง “กระทรวงการคลัง”
ขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ส่งผลให้จำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรร
ของกรมพระคลังข้างที่ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

จุดเริ่มต้นการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์”
ในช่วงแรก รายได้ของกรมพระคลังข้างที่
นำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์
และพระบรมวงศานุวงศ์
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาพระราชวัง
และค่าใช้จ่ายในการเสด็จไปทรงศึกษาต่อ
ยังต่างประเทศของพระราชโอรสเป็นหลัก
เมื่อรายได้มากขึ้นจึงมีเงินเหลือจ่าย
จากค่าใช้จ่ายดังกล่าว
จึงเกิดการริเริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย
ของประชาชนและให้โอกาสในการทำการค้าขาย

นอกจากนี้เมืองสำคัญในต่างจังหวัด
ยังได้มีการสร้างตลาดขึ้น
เพื่อนำค่าบำรุงตลาดไปใช้ในการพัฒนาระบบสุขาภิบาลและสาธารณูปโภคพื้นฐานในเขตศูนย์กลางเมืองใหม่เหล่านี้ ควบคู่พร้อมไปกับการตัดถนนของกระทรวงโยธาธิการ
ดังที่กล่าวข้างต้นนี้ ถือได้ว่าเป็นรากฐากของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในปัจจุบัน

“สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์”
ปัจจุบันในฐานะ “นิติบุคคล”
ตามประวัติศาสตร์ที่อ้างอิงจากเว็บไซต์
สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ได้ระบุถึงประวัติของ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์”
ว่า มีจุดเริ่มต้นมาจาก “กรมพระคลังข้างที่”
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”
ตามความใน พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สิน
ฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2479

ต่อมามีการปรับปรุงและยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ อีก 3 ครั้ง
เพื่อให้เกิดความเหมาะสม จนกระทั่งล่าสุด
ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์”
ตามความใน พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561
ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล
เป็นหน่วยงานในพระมหากษัตริย์
มีหน้าที่จัดการ ดูแล รักษา จัดหาผลประโยชน์
และดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ตามที่จะทรงมอบหมาย

ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 4 ประเภท
ขณะที่ข้อมูลในหนังสือทรรศนียาคาร อาคารอนุรักษ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีการแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  • พระราชวังและวัง (Palaces) ประกอบด้วย

1.พระราชวังดุสิต

พระที่นั่งนงคราญสโมสร (สวนสุนันทา พระราชวังดุสิต)
พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
ตำหนักพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา
ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี
ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศศิพงศ์ประไพ
2.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ (วังถนนพระอาทิตย์)

3.วังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดวิศิษฎ์

4.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์

5.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

6.วังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (วังลดาวัลย์)

7.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี

8.วังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช (วังบางพลู)

9.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร (วังวาริชเวสม์)

10.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา

11.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ

12.วังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามนัศสวาสดิ์

13.วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์

  • บ้าน (Residences)

1.เรือนเจ้าจอมมารดาเลื่อน ในรัชกาลที่ 5

2.เรือนท้าววรคณานันท์ (เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ปั้ม มาลากุล)

3.เรือนท้าวทรงกันดาล (หม่อมราชวงศ์ปุย มาลากุล)

4.บ้านหลวงจิตร์จำนงวานิช (ถมยา รงควณิช)

5.บ้านพระยาอภัยรณฤทธิ์ (ถวิล อมาตยกุล)

6.บ้านพระยาศรีธรรมาธิราช (เจิม บุณยรัตพันธุ์)

7.เรือนพระอัศวิน

8.บ้านหลวงสุนทรนุรักษ์ (กระจ่าง วรรณโกวิท)

9.บ้านเลขที่ 1 ตรอกกัปตันนุช

10.บ้านเลขที่ 1 ซอยสามเสน 22

11.ทำเนียบท่าช้าง

12.บ้านพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค)

  • ตึกแถว (Shophouses)

1.ตึกแถวถนนแพร่งนรา

2.ตึกแถวถนนแพร่งภูธร

3.ตึกแถวถนนสระสรง ถนนลงท่า

4.ตึกแถวสี่กั๊กพระยาศรี

5.ตึกแถวถนนหน้าพระลาน

6.ตึกแถวท่าช้างวังหลวง

7.นึกแถวตลาดท่าเตียน

8.ตึกแถว 9 ห้อง ถนนพระอาทิตย์

9.ตึกแถวโค้งถนนพระอาทิตย์

10.ตึกแถวหมู่บ้านช่างคาด แขวงคลองมหานาค

11.ตึกแถวหมู่บ้านช่างคาด แขวงบ้านบาตร

12.ตึกแถวตลาดนางเลิ้ง

13.ตึกแถวบริเวณโค้งเทวสถาน

  • อาคารสาธารณะ (Public Buildings)

1.ห้างยอนแซมสัน

2.ห้างทองตั้งโต๊ะกัง

3.ห้างเอสเอบี

4.ห้างเอสอีซี

5.โรงแรมโอเรียนเต็ล

6.ศาลาเฉลิมกรุง

7.อาคารถนนราชดำเนินกลาง

โรงแรมรัตนโกสินทร์
โรงแรมสุริยานนท์
กลุ่มอาคารถนนราชดำเนินกลาง
กลุ่มอาคารบริเวณสี่แยกคอกวัว

8.ที่ว่าการมณฑลปราจีน

9.ศาลประจำมณฑลปราจีน

10.ที่ทำการไปรษณีย์มณฑลปราจีน

11.ประภาคารบางปะอิน

12.ที่ทำการประปาแม้นศรี

สำหรับ “อสังหาริมทรัพย์” ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ประกอบด้วย ส่วนกลาง และภูมิภาค ดังนี้

อสังหาริมทรัพย์ ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ส่วนกลาง
สำหรับ “อสังหาริมทรัพย์” ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ส่วนกลาง แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ

1.โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่

โครงการซอยเลื่อนฤทธิ์ ตั้งอยู่บนถนนเยาวราช แยกวัดตึก พื้นที่ประมาณ 7 ไร่
อาคารหน้าพระลาน
อาคารถนนบ้านหม้อ 18 คูหา
อาคารริมถนนพระอาทิตย์ 34 คูหา
อาคารท่าช้างวังหลวง 34 คูหา
อาคารตลาดท่าเตียน 55 คูหา
เรือนพระยาศรีธรรมาธิราช
ชุมชนวัดทองนพคุณ
(บริเวณซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17)
อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์
2.โครงการพัฒนาพื้นที่ด้านสังคม

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา

3.การเปิดประมูลการเช่าอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์ ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ส่วนภูมิภาค ได้แก่

  1. นครปฐม
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดนครปฐม (ตลาดบน-ตลาดล่าง)
    ตลาดสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดนครปฐม (ตลาดท่านา)
  2. ฉะเชิงเทรา
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดชลบุรี (ตลาดบน)
    การพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เชิงสังคม สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อจัดตั้งคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา และร้านโกลเด้น เพลซ (Golden Place) สาขาฉะเชิงเทรา
  3. พระนครศรีอยุธยา
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ตลาดหัวรอ)
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ตลาดบางปะอิน หรือตลาดใน)
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
  4. นครสวรรค์
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดนครสวรรค์
  5. ลำปาง
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดลำปาง (ตลาดราชวงศ์)
    ศูนย์สุขภาพเวลเนส เซ็นเตอร์ ลำปาง สนับสนุนโครงการโดยสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
  6. เพชรบุรี
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดเพชรบุรี (ตลาดสดริมน้ำ และตลาดอุปโภค)
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดเพชรบุรี (ตลาดอนามัย)
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดราชบุรี
  7. สงขลา
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดสงขลา
    ตลาดสดทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

8​. จังหวัดนครศรีธรรมราช (ตลาดท่าม้า)

ปล.. เท่าที่รวบรวมมาบางส่วนจากอดีตยังไม่ได้รวบรวมกับทรัพย์สิน​สุทธิ​ในปัจจุบัน

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
22 ก.ย.64

หมวดหมู่
ภาษีประชาชน

เจ้าหญิงไทย ผลาญภาษีประชาชน รอบนี้60ล้านบาท ที่เดนมาร์ก

เจ้าหญิงไทย เสด็จชอปปิ้ง ไปหาซื้อม้าแข่ง ณ ประเทศเดนมาร์ก ค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ ค่าเช่ารถ ทุกอย่างคือเงินภาษีประชาชนทั้งหมด (เบิกที่สถานทูตไทยในเดนมาร์ก) รอบนี้จ่ายไปทั้งหมด 50-60ล้านบาท

รายละเอียดทริปถลุงภาษี
• นอนโรงแรม 5ดาว ชื่อ D’Angleterre ณ ใจกลาง กรุงโคเปนเฮเกน 2 คืน ราคา 1 ล้านกว่าบาท

• มีค่าเช่ารถลีมูซีน 4 คัน สำหรับการเดินทางชอปปิ้งเที่ยวในตัวเมืองพร้อมเหล่าคณะ

• มีค่าซื้อม้าจากคอก ซึ่งเป็นม้าชั้นสูงที่เขาฝึกไว้ให้ราชวงศ์เดนมาร์ก ราคาตัวละ 1 ล้านยูโร (ประมาณ 40ล้านบาท)

• มีค่าใช้จ่ายจากการขนย้ายม้า เพราะเขาไม่ขนให้ สั่งจองรถนำขบวนจากตำรวจ

• ส่วนค่าอาหารกินอยู่ระหว่างออกทริป กินร้านหรูระดับมิชลินสตาร์ มื้อละ 35,000โคลน (ประมาณ175,000 บาท ต่อมื้อ)

• ค่าใช้จ่ายทริปนี้คร่าวๆประมาณ 50-60 ล้านบาท

ทุกอย่างคือภาษีประชาชนทั้งหมด ถ้าเป็นเรื่องกินเรื่องเที่ยวของเจ้าไทย สถานทูตในประเทศนั้นจะรับผิดชอบ เป็นปกติอยู่แล้ว

ส่วนกรณีซื้อม้าของสิริวัณณวรี ก็มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง “ม้าทรงประจำพระองค์” ประจำกองทัพบก เป็นหน่วยงานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายซะส่วนใหญ่ ทั้งหมดทั้งมวลคืองบประมาณแผ่นดิน

เครดิต โพสต์จากอาจารย์ปวินที่นำข้อมูลรายละเอียดทริปของปรสิตมาเผยแพร่ https://www.facebook.com/100002753173461/posts/3866950790073322/?d=n

เพจเคยแฉ เรื่อง กิจการม้าของอีกบที่คนไทยต้องจ่าย

Cr. KonthaiUK
https://www.facebook.com/KTUKV2/photos/a.102238551704800/294997105762276/?type=3

หมวดหมู่
วันสำคัญ

#ม็อบ19กันยา

🔴⚡️ทะลุฟ้าเข้าร่วมม็อบ19กันยา
CAR MOB ขับรถยนต์ชนรถถัง
•จุดเริ่มต้น แยกอโศก
มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เวลา 14:00 น.เป็นต้นไป

15ปีนะไอ้สัส #ไล่ประยุทธ์ #ม็อบ19กันยา

ทะลุฟ้า

thalufah

https://www.facebook.com/100194462299495/posts/161442692841338/
………………………………………

‼️ทะลุแก๊สช่วยกระจายข่าว‼️

📢นัดรวมพล
ในวันที่ 19กันยายน 2564 นี้ จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของประชาชน กลุ่มต่อต้านรัฐบาลและ แนวร่วมประชาธิปไตย ทั้งหลายที่จะทำการรวม พล เพื่อมุ้งหน้าไปที่ ราบ1 เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า ทรราชประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น หดหัวแอบตัวเองอยู่ในค่ายทหาร ซึ่งเป็นบ้านพักของนายทหาร

กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเผด็จการประยุท เชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกคน ร่วมเดินขบวนไปด้วยกันกับเราจนถึงหน้าราบ1 พร้อมทั้งตะโกนคำว่า
“ทรราช ออกไป ประยุทธ์ ออกไป ปรสิต ออกไป”

จุดรวมตัวเริ่มขบวนอยู่ที่จุด แยกสามเหลี่ยมดินแดง
ในเวลา 17.30-20.30น วันที่19กันยายน2564
ร่วมกันขับไล่ทรราชและกำจัดปรสิตบ้านเมืองให้หมดไป

👉การเสียสละนั้น จะควรค่าก็ต่อเมื่อ เราเสียสละเพื่อเปลี่ยนเเปลงบางสิ่งบางอย่างให้ดี ขึ้น “

ม็อบ19กันยา

ทะลุแก๊ส

https://www.facebook.com/100750945674801/posts/114485607634668/
…………………………………………

วันอาทิตย์ที่19 กันยายน 2564 นี้ จุดเริ่มต้น หมู่บ้านท่าซักวิลล์ นัดรวมพล 13.00 น. เคลื่อนขบวน 14.00 น. “พอกันทีรัฐประหาร” ❗
.
เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชผู้รักประชาธิปไตย รักความยุติธรรม มาร่วมกันแสดงพลังขับไล่รัฐบาลปรสิตและนายกฯประยุทธ์กันอีกครั้งครับ
.
และร่วม #รำลึกต้นตอความวิบัติของสังคมไทย #รำลึกวีรบุรุษลุงนวมทอง #เล่าบทเรียนรัฐประหาร19กันยาให้น้องๆฟัง #ทำพิธีฌาปนกิจผู้ก่อการรัฐประหาร #เกิดชาติหน้าขออย่าได้เจอรัฐประหาร
.

MobCarParkNakhonsri #ม็อบคาร์ปาร์คนครศรีฯ #ม็อบ19กันยา #คนคอนจะไม่ทน

.
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว

https://www.facebook.com/groups/1805830096303209/permalink/3307929599426577/
……………………………………

พี่น้องชาวตรัง​ อย่าลืม​ พรุ่งนี้เรามีคาร์ม็อบ!
ออกมาช่วยกันขับไล่รัฐบาลหัวดอนี้
19​ กันยา​ ตั้งแต่ 14.30​น.​เป็นต้นไป
รวมตัวที่ลานหน้าศาลจังหวัดตรัง(ศาลากลางหลังเก่า)
.
กรุณาเว้นระยะห่าง​ และสวมแมสก์ตลอดกิจกรรม

ประยุทธ์ออกไป #ม็อบ19กันยา​ #15ปีแล้วไอสัส

https://www.facebook.com/121699732750713/posts/366979691556048/
………………………………….

วันที่19 กันยายน เวลา15.30น.
รับขบวนเสด็จณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
แยกท่าพระ
พร้อมใจกันเรียกร้องสิทธิของตัวเอง
เราจะไม่ทน เราจะไม่ด้าน เราจะไม่ล้มเหลวกับรัฐบาลชุดนี้อีกต่อไป
เราจะร่วมขบวนคาร์ม็อบตั้งแต่ แยกท่าพระ
ไปถึงอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย
ฟังปราศรัยไปพร้อมกัน

ม็อบ19กันยา

ประยุทธ์ออกไป

https://www.facebook.com/109021301017968/posts/332619741991455/
……………………………………

19 กันยายน #ส่งประยุทธ์ #สู่ขิต

เตรียมรถของคุณให้พร้อม CarMob เพชรบูรณ์
รอบที่ 2

ครบรอบ 15 ปี “รัฐประหาร ปี49”
ผลพวงที่ส่งผลต่อรัฐประหาร ปี57

บทเรียนแห่งความฉิบหาย

พรุ่งนี้มาขับรถส่งประยุทธ์ สู่ขิต ไปด้วยกัน

15ปีแล้วนะไอ้สัส

ม็อบ19กันยา

https://www.facebook.com/402085490575552/posts/998655524251876/
………………………………….

พรุ่งนี้เรามีนัดกันเด้อพี่น้อง

14.00 น. ณ บริเวณหน้าบึงผลาญชัย

ราษฎรสาเกตุ #ม็อบ19กันยา #ประยุทธ์ออกไป

https://www.facebook.com/118500140409273/posts/164645102461443/
…………..,………,…………….

เช็กเส้นทาง “ณัฐวุฒิ ” จัดคาร์ม็อบ “ขับรถยนต์ชนรถถัง” 19 ก.ย.64

ณัฐวุฒิ #ม็อบ19กันยา #theroom44

🔴ติดตามข่าวสาร ที่น่าสนใจได้ที่นี่ทุกช่องทาง👇🏼👇🏼
………………………………
Facebook : https://m.facebook.com/theroom44/
เว็บไซต์ : https://theroom44channel.com
twitter : https://twitter.com/newroom44
Tiktok: https://vt.tiktok.com/ZSWjC6o8/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCcoyY6gFDXBQBRhKZeleA_g
Instagram : https://www.instagram.com/theroom44channel/

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น