หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

ถ้าเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุ 95 พรรษาและทรงเป็นพระประมุขของ 16 ประเทศ 53 รัฐสมาชิกในเครือจักรภพ ด้วยทรงมีความสำคัญต่อนานาประเทศในปกครองของพระองค์และทรงชราภาพมากแล้วจึงทำให้มีการวางแผนและข้อกำหนดเมื่อทรงเสด็จสวรรคตซึ่งโค้ดของการเสด็จสวรรคตนี้เรียกว่า Operation London Bridge โดยแบ่งออกเป็นช่วงแรกและช่วงหลัง ในช่วงแรกก็มีการแบ่งย่อยเป็น 13 วัน นับตั้งแต่วันที่เสด็จสวรรคต แบ่งเป็น D-Day, D+1ไปจนถึง D+12 (Dในที่นี้ย่อมาจาก Day หมายถึงวันที่เสด็จสวรรคต +1 ไปจนถึง +12 วัน หมายถึงจำนวนวันหลังเสด็จสวรรคต) และช่วงหลังคือภายใน 1 ปีหลังเสด็จสวรรคต ซึ่งสามารถแจกแจงได้ดังนี้

**หมายเหตุ หมายการกำหนดการทั้งหมดต่อไปนี้เป็นเพียงแผนเบื้องต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

–ช่วงแรก–

D-Day หรือ Day 0: วันเสด็จสวรรคต เลขาส่วนพระองค์ Sir Edward Young จะโทรหานายกรัฐมนตรีอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์(Secured line) โดยใช้โค้ดว่า London Bridge Is Down หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะแจ้งไปที่ผู้ปกครองประเทศในเครือจักรภพทั้งหมดด้วยโค้ดเดียวกัน เมื่อแจ้งให้ทุกประเทศรับรู้แล้วจึงการแจ้งให้สำนักข่าวหลักอย่าง BBC วิทยุ หนังสือพิมพ์ นักข่าวเปลี่ยนชุดเป็นสีดำ(มีการจัดเตรียมชุดดำไว้เสมอในสตูดิโอ อีกทั้งผู้สื่อข่าวจะมีการซักซ้อมต่อเหตุการณ์นี้ด้วย) สีของช่องข่าวเปลี่ยนเป็นสีดำ ในขณะเดียวกันก็จะมีการปิดพระราชวังบัคกิ้งแฮมติดป้ายดำเป็นตราสัญลักษณ์ของพระราชวังซึ่งคาดว่าจะมีข้อความสีขาวว่า “The  Announcement we don’t want to make” ลดธงครึ่งเสา และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะปรากฎตัวต่อสาธารณะชนและแจ้งข่าวและประกาศพระองค์จะเป็นกษัตริย์
ในกรณีที่เสด็จสวรรคตต่างประเทศหรือที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ลอนดอนจะมีการเครื่องย้ายพระศพกลับลอนดอนในทันที

D+1 ถึง D+4: 
มีการประกาศจำนวนวันของการไว้ทุกข์และให้ลดธงตามจำนวนวัน (คาดการณ์ว่าจะลดธงเพียงวันเดียวเนื่องจากวันที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์ต้องยกธงขึ้นสู่ยอดเสา)
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์และเลือกพระนามของพระองค์ในการครองราชย์ (ซึ่งมีการคาดการว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะไม่เลือกพระนาม King Charles III เนื่องจากในรัชสมัยของ King Charles I และ King Charles II เกิดเหตุการณ์สงครามกลางเมืองขึ้น ชื่อ King Charles จึงดูเป็นชื่อที่ไม่ค่อยเป็นมงคลต่ออังกฤษเท่าไหร่นัก)
ยิงปืนใหญ่
ปิด Westminster Hall เพื่อทำความสะอาด ตกแต่ง เพื่อเตรียมพิธีการ
สำนักข่าวหลักอย่างBBC ฉายพระราชกรณียกิจ ทั้งนี้ช่องรายการข่าวอื่น ๆ สามารถฉายรายการอื่น ๆ ได้ตามสมควร
อนุญาตให้ประชาชนวางดอกไม้นอกพระราชวัง
ร้านค้าปิดให้บริการแล้วแต่สมัครใจ
ตลาดหุ้นหยุดซื้อขาย 1 วัน

Day+4:
เคลื่อนย้ายพระศพพร้อมสัญลักษณ์ประจำประองค์ (ลูกโลกประดับกางเขน คฑา และมงกุฎ) สู่ Westminster Hall เมื่อพระศพถึง Westminster Hall ระฆังBig Ben จะดังขึ้นเพื่อแจ้งประชาชน อาจมีการอนุญาตให้ประชาเข้าไปวางดอกไม้ต่อหน้าพระศพ

Day+9: มีการทำความสะอาดสัญลักษณ์ประจำประองค์ทั้งสาม มีการห่อลูกระฆัง Big Ben ด้วยหนังเพื่อให้เสียงของระฆังทุ้มขึ้น

Day+10-12: จัดพิธีพระราชบรมศพ ธนาคาร ตลาดหุ้น และสถานที่ราชการหยุดทำการ

Day+12:
เคลื่อนย้ายพระศพไปที่ Westminster Abbey ก่อน 11 นาฬิกา
ทำพิธีพระศพของคนในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องจำนวน 2,000 คน นักข่าวรอด้านนอก คาดว่าจะไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดสดจากภายในพระราชพิธี
เคลื่อนย้ายพระศพออกด้วยรถม้าแบบที่เคลื่อนย้ายพระศพของพระบิดาไปที่พระราชวังWinsor
ทั้งนี้สื่อต่าง ๆ ยังคงคาดเดาสถานที่สถานที่ฝังศพของพระราชินีนาถฯว่าจะเป็นส่วนไหนของวัง ระหว่าง Royal Vault ตามพระสวามีเจ้าชายฟิลิป หรือจะเป็นที่ King George VI Memorial Chapel  l ตามพระบิดาและพระขนิษฐา

–ช่วงหลัง–

ภายใน 1 ปีหลังสิ้นพระชนม์จะมีการประกาศและเปลี่ยนแปลงดังนี้
สถาปนาเจ้าชายวิลเลี่ยมขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารหรือผู้สืบราชบัลลังก์อันดับที่ 2 ต่อจากพระบิดา และเจ้าชายจอร์จเป็นพระราชทายาทอันดับที่ 3
เปลี่ยนรูปบนธนาบัตร ดวงตราไปรษณียากร หนังสือเดินทาง ชุดข้าราชการทหารตำรวจที่มีตราสัญลักษณ์พระราชินีนาถฯ ให้เป็นรูปและตราสัญลักษณ์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์
เปลี่ยนชื่อเพลงชาติและเนื้อร้องจาก God Save The Queen เป็น God Save The King

ทั้งนี้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตเมื่อไหร่ หมายกำหนดการณ์และกำหนดการต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ตามสมัยและตามสถานการณ์อย่างเช่นงานพระศพอันเรียบง่ายและรวดเร็วของเจ้าชายฟิลิปในช่วงโควิดที่ผ่านมา และหากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เสด็จขึ้นครองราชย์ความท้าทายของการเป็นประมุขไม่ได้มีต่อพระองค์เท่านั้นแต่หากเป็นทั้งเครืองจักรภพเมื่อเทียบระดับความนิยมของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปัจจุบันก็ถือว่ายังห่างชั้นกับสมเด็จพระชนนีอยู่มาก การจะได้มาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาในเวลานี้ของเจ้าฟ้าชายฯดูละเลือนลางเต็มทน ภายใต้การเป็นประมุขของพระราชินีนาถฯ “ความเกรงใจและกลุ่มอนุรักษ์นิยม” ยังมีให้เห็น แต่ในระยะหลังเราเองก็จะเห็นความพยายามผลักดันให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐเด่นชัดขึ้น(ตัวอย่างเช่นประเทศนิวซีแลนด์) ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่พระราชพิธีที่น่าสนใจ แต่ยังคงมีประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมให้เราได้ติดตามดูกันไปยาว ๆ แน่นอน

พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น