หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

กบฏนายสิบ

หลังการสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7)
และเสด็จไปประทับยังประเทศอังกฤษ
เมื่อนายทหารชั้นประทวนในกองพันต่าง ๆ
นำโดย สิบเอกสวัสดิ์ มหะมัด
ได้รวมตัวกันก่อการเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง
โดยหมายจะสังหารนายทหาร
และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ในกองทัพบกและรัฐบาลหลายคน
โดยเฉพาะหลวงประดิษฐมนูธรรม
(นายปรีดี พนมยงค์) ให้จับตายเท่านั้น
และเมื่อลงมือจริงต้องสามารถจับ
พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี
และ พันโทหลวงพิบูลสงคราม (จอมพลป. พิบูลสงคราม – ยศในขณะนั้น)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นตัวประกันไว้ให้ได้
โดยมีแผนการจะยึดที่ทำการกระทรวงกลาโหม
เป็นฐานบัญชาการ
และปล่อยตัวนักโทษการเมืองต่าง ๆ
เพื่อใช้เป็นกองกำลังด้วย
จากนั้นจะอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นิวัติคืนสู่พระนคร
และเสด็จขึ้นครองราชย์อีกครั้ง

แต่รัฐบาลล่วงรู้แผนการไว้ได้ก่อน
จึงสามารถจับกุมผู้คิดก่อการเอาไว้ได้
ในวันที่ 3 สิงหาคมพ.ศ. 2478 เวลา 12.00 น.
ต่อมาได้มีการตั้งศาลพิเศษชำระคดี
หัวหน้าฝ่ายกบฏ ส.อ.สวัสดิ์ มหะมัด
ถูกตัดสินประหารชีวิต
โดยศาลนี้ไม่มีทนาย ไม่มีอุทธรณ์
ไม่มีฎีกาและยังสามารถตั้งผู้พิพากษาได้
ตามใจอีกต่างหาก
โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้พิพากษาที่ผ่านคดีต่าง ๆ
มาแล้วอย่างมากเช่นศาลคดีตามปกติ

แนวคิดในการก่อกบฏครั้งนี้
เกิดขึ้นในกองพันทหารราบที่ 2
ในบังคับบัญชาของ พันตรีหลวงประหารริปู
ซึ่งตั้งอยู่ในวังจันทรเกษม
(กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน)

ผู้เริ่มต้นแนวคิดนี้ คือนายสิบจำนวน 8 คน
(ผู้ต้องหาไม่ยอมซัดทอดว่ามีนายทหารหรือใครที่ใหญ่กว่านี้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะเชื่อว่าน่าจะมี โดยเฉพาะพยายามให้ซัดทอดพระยาทรงสุรเดชมากที่สุด แต่ไม่เป็นผล)

ผู้ที่เป็นต้นคิดของเหล่าสิบกองพันนี้ก็คือ
สิบเอกถม เกตุอำไพ
ซึ่งต่อมาก็ได้ขยายวงไปยังกองพันทหารราบที่ 3 และนายทหารอีก 7 คน
ที่เป็นจุดเริ่มของกบฏครั้งนี้
คือ สิบเอกแช่ม บัวปลื้ม, สิบเอกตะเข็บ สายสุวรรณ, สิบเอกเท้ง แซ่ซิ้ม, สิบเอกกวย สินธุวงศ์, สิบเอกเข็ม เฉลยทิศ, สิบโทหม่อมหลวงทวีวงศ์ วัชรีวงศ์, สิบโทแผ้ว แสงส่งสูง

ซึ่งทั้ง 8 คนนี้เป็นนายสิบอาวุโสของกองพัน
เป็นผู้ที่คุมคลังอาวุธของกองพัน
และเป็นทหารที่ใกล้ชิดกับเหล่าพลทหาร
ที่เป็นกำลังหลักของแต่ละกองพัน
ซึ่งเหล่านายสิบนี้คาดว่าจะนำกำลังเหล่านี้ออกปฏิบัติการในวันก่อการ

ส่วนกองพันทหารราบที่ 3 ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามนั้น
มี จ่านายสิบสาคร ภูมิทัต
กับ สิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด เป็นหัวแรงสำคัญ
การพบปะพูดคุยกันก็ใช้ร้านค้าร้านอาหาร
ที่สังสรรค์ของระดับชั้นประทวน

แผนที่เหล่านายสิบกลุ่มนี้คิดขึ้น
คือ จะมีการนำเอารถถังออกมาข่มขวัญ
สักจำนวนหนึ่ง
และแบ่งสายทหารราบเข้าประชิด
ตัวบรรดาสมาชิกของคณะราษฎร
โดยเฉพาะสายของหลวงพิบูลสงคราม
เช่น หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ
พันตำรวจเอกหลวงอดุลเดชจำรัส
และ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา

แต่ว่าแผนการทั้งหมดได้เกิดแตกเสียก่อน
เมื่อสิบเอกผู้หนึ่งในกรมรถรบ
ที่ร่วมรู้ในแผนได้นำไปบอกกับทางรัฐบาล

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
10 ต.ค.64

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น