ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจปุ๊ป ก็เจอปัญหาน้ำท่วมปั๊ป ดิชั้นเขียนไปแล้วเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากฝั่งจารีต ตั้งแต่การไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเป็นหนามที่คอยสร้างความเจ็บปวดให้ยิ่งลักษณ์ รัฐบาลขอให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือก็ไร้ผล คร้านยิ่งลักษณ์เองจะเสนออะไรที่แหวกแนวกว่าเดิม ก็เจอปัญหาภูมิพล กล่าวคือ ภูมิพลคิดว่าตัวเองเป็นบิดาแห่งการชลประทาน ทีนี้ ยิ่งลักษณ์ทำอะไรเกินหน้าไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ภูมิพลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้เลย จะแก้ได้อย่างไร ในเมื่อภูมิพลเองก็ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ สังคมไทยมันถึงพัง เพราะคนแก้ปัญหาได้ก็ถูกสกัด ส่วนคนที่อาสามาแก้ก็เสือกทำไม่ได้ ยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้…แต่ครั้งนั้น ยิ่งลักษณ์รอดไปได้ จากนั้น พรรคเพื่อไทยก็ดำเนินรอยตามพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาขน โดยการเดินหน้าประกาศใช้นโยบายประชานิยมพื่อเอาใจคนต่างจังหวัด (ขอหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าคนรากหญ้า เพราะคนจนต่างจังหวัดเค้าไม่เป็นรากหญ้าอยากที่เราคิดแล้ว ชีวิตไม่ลำบากเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สบายเท่าชนชั้นกลางกรุงเทพ) ไอ้นโยบายแบบนี้แหละที่คนกรุงเกลียด ทั้งนโยบายคืนภาษีรถคันแรก และจำนำข้าว ไอ้นโยบายรถคันแรกมันสำคัญสำหรับคนไม่มีเงินมาก การมีรถคันแรกสำหรับเค้ามันเป็นเรื่องลำบาก เพราะการช่วยของเพื่อไทย มันถึงเป็นไปได้ แต่คนกรุงไม่ชอบ เพราะคนพวกนี้แม่งมีรถมากมายหลายคัน ไม่จำเป็นต้องคืนภาษีอะไรทั้งนั้น จึงออกมาโจมตีเพียงเพราะตัวเองไม่ได้ประโยชน์ แล้วใส่ร้ายคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ว่า การมีรถคันแรกทำให้การจราจรในกรุงเทพติดมากขึ้น อีดอก มึงมีสิทธิมีรถ แต่คนจนไม่มีสิทธิมีหรือไง…จากนั้นก็คือโครงการจำนำข้าว ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนา โดยการประกันราคาข้าวไม่ให้ต่ำไปกว่าราคาตลาด หมายความว่า ชาวนาจะได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ ไม่ว่าตลาดจะพลิกพลันอย่างไร เช่นเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามใช้ประเด็นนี้ในการโจมตียิ่งลักษณ์ กล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่น ทั้งๆ ที่มีการกลั่นแกล้งเอาข้าวไปซ่อนและบอกว่าหาย จนมันเน่า เพื่อใส่ร้ายว่าคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นประเด็นหลักในการไล่รัฐบาลโดยกลุ่ม กปปส ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีโยบายอะไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์กับประเทศเพียงใด กลุ่มชนชั้นกลางกรุงเทพโจมตีทั้งหมด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไอ้การขัดขากันอย่างนี้มันทำให้ประเทศฉิบหายเพียงใด….สำหรับโครงการอื่นๆ อาทิ การทำรถไฟความเร็วสูง อันนี้ก็เป็นความตั้งใจที่จะขัดขาจริงๆ ทำไมต้องขัดขา เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงมันสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้าทำสำเร็จ มันจะผลักให้เศรษฐกิจไทยไปไกลกว่าเดิม จะยิ่งทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงต้องขัดขา เอาศาลรัฐธรรมนูญมาตีความ จนกลายเป็นวาทกรรมที่บอกว่า ให้ถนนลูกรังหมดก่อนค่อยมีรถไฟความเร็วสูง โดยสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตทูตกระจอกๆ จากกระทรวงต่างประเทศ ที่กลายมาเป็นผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมา ตัวมันเองนั่นแหละ มีภาพหลุดที่ไปนั่งรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น เย็ดแม่ ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไป ในสมัยปีประยุทธ์เป็นนายก จึงมีความพยามยามที่จะทำให้สำเร็จ แต่อย่างที่เราเห็น ทุลักทุเลฉิบหาย…ยังมีการโจมตีอีกมาก ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายพรรค แต่เป็นเรื่องส่วนตัว อาทิ ใส่ร้ายว่ายิ่งลักษณ์หิ้วผู้ชายไปนอนที่โรงแรม Four Seasons หรือการด่ายิ่งลักษณ์ว่าเป็นกะหรี่ เพียงเพราะยิ่งลักษณ์ไปร่วมงานปราศรัยที่มองโกเลีย และได้พูดถึงปัญหาประชาธิปไตยในประเทศตัวเอง แต่ยิ่งลักษณ์ทน ทนมากๆ อย่างมากก็ร้องไห้ แต่ไม่เคยด่ากลับ จนมีคนมาบอกดิชั้นว่า อีพวกคนในวังมันยิ่งโกรธ เพราะทำอะไรต่างๆ ต่อยิ่งลักษณ์แล้ว นางยังไม่ด่ากลับ….ขึ้นมาอยู่ตำแหน่งปีเดียว สิริกิติ์ก็ล้มป่วย เป็นอัมพฤกษ์ นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเท่ากับวังสูญเสียคนกุมบังเหียนไป แต่ก่อนป่วย สิริกิติ์ได้ยกสถานะบูรพาพยัตฆ์ขึ้นมาดูแลความเป็นไปทางการเมือง โดยการแต่งตั้งให้ประยุทธ์เป็น ผบ ทบ (ตั้งแต่ 2010) เพื่อปูทางไปสู่การกำกับควบคุมการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย ไอ้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์มันเป็นทหารที่ซื่อสัตย์ต่อสิริกิติ์ คงไม่ต้องบอกว่า ผู้ก่อตั้งคือณรงค์เดช ที่เราก็รู้ว่ามีความสัมพันธ์กับสิริกิติ์ เมื่อมีความจงรักภักดีอย่างนั้น เลยต้องการสานต่อเจตนารมย์ของสิริกิติ์ที่ต้องการให้วชิราลงกรณ์ขึ้น แม้ว่าสำหรับหลายๆ คน สิรินทรอาจจะเหมาะกว่า และเพราะความที่ประยุทธ์ก้าวขึ้นมามีอำนาจตรงนี้ เลยทำให้ฝ่ายเปรม ที่อาจจะต้องการผลักดันให้สิรินทรเป็นแคนดิเดท เลยต้องยุติความตั้งใจไปด้วย จากนั้น ความตั้งใจของประยุทธ์และบูรพาพยัคฆ์คือการเอาวชิราลงกรณ์ขึ้นครองราชย์ แม้ว่าตัวเองอาจจะไม่ชอบวชิราลงกรณ์ เช่นเดียวกัน แม้ว่าวชิราลงกรณ์จะไม่ชอบประยุทธ์ และเคยด่าให้ราชเลขาธิการฟังว่าประยุทธ์มันโง่ แต่ที่ยังเก็บมันไว้ใช้งานจนถึงวันนี้ เพราะความซื่อสัตย์ต่อสถาบันกษัตริย์ของประยุทธ์นั่นเอง
…ตอนหน้ามาต่อเรื่องการหวนคืนของกลุ่มเสื้อเหลือง เพื่อมุ่งหน้าสู่การยึดอำนาจและการเตรียมรับต่อการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย และเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง
