หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 6

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจปุ๊ป ก็เจอปัญหาน้ำท่วมปั๊ป ดิชั้นเขียนไปแล้วเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากฝั่งจารีต ตั้งแต่การไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเป็นหนามที่คอยสร้างความเจ็บปวดให้ยิ่งลักษณ์ รัฐบาลขอให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือก็ไร้ผล คร้านยิ่งลักษณ์เองจะเสนออะไรที่แหวกแนวกว่าเดิม ก็เจอปัญหาภูมิพล กล่าวคือ ภูมิพลคิดว่าตัวเองเป็นบิดาแห่งการชลประทาน ทีนี้ ยิ่งลักษณ์ทำอะไรเกินหน้าไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ภูมิพลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้เลย จะแก้ได้อย่างไร ในเมื่อภูมิพลเองก็ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ สังคมไทยมันถึงพัง เพราะคนแก้ปัญหาได้ก็ถูกสกัด ส่วนคนที่อาสามาแก้ก็เสือกทำไม่ได้ ยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้…แต่ครั้งนั้น ยิ่งลักษณ์รอดไปได้ จากนั้น พรรคเพื่อไทยก็ดำเนินรอยตามพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาขน โดยการเดินหน้าประกาศใช้นโยบายประชานิยมพื่อเอาใจคนต่างจังหวัด (ขอหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าคนรากหญ้า เพราะคนจนต่างจังหวัดเค้าไม่เป็นรากหญ้าอยากที่เราคิดแล้ว ชีวิตไม่ลำบากเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สบายเท่าชนชั้นกลางกรุงเทพ) ไอ้นโยบายแบบนี้แหละที่คนกรุงเกลียด ทั้งนโยบายคืนภาษีรถคันแรก และจำนำข้าว ไอ้นโยบายรถคันแรกมันสำคัญสำหรับคนไม่มีเงินมาก การมีรถคันแรกสำหรับเค้ามันเป็นเรื่องลำบาก เพราะการช่วยของเพื่อไทย มันถึงเป็นไปได้ แต่คนกรุงไม่ชอบ เพราะคนพวกนี้แม่งมีรถมากมายหลายคัน ไม่จำเป็นต้องคืนภาษีอะไรทั้งนั้น จึงออกมาโจมตีเพียงเพราะตัวเองไม่ได้ประโยชน์ แล้วใส่ร้ายคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ว่า การมีรถคันแรกทำให้การจราจรในกรุงเทพติดมากขึ้น อีดอก มึงมีสิทธิมีรถ แต่คนจนไม่มีสิทธิมีหรือไง…จากนั้นก็คือโครงการจำนำข้าว ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนา โดยการประกันราคาข้าวไม่ให้ต่ำไปกว่าราคาตลาด หมายความว่า ชาวนาจะได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ ไม่ว่าตลาดจะพลิกพลันอย่างไร เช่นเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามใช้ประเด็นนี้ในการโจมตียิ่งลักษณ์ กล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่น ทั้งๆ ที่มีการกลั่นแกล้งเอาข้าวไปซ่อนและบอกว่าหาย จนมันเน่า เพื่อใส่ร้ายว่าคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นประเด็นหลักในการไล่รัฐบาลโดยกลุ่ม กปปส ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีโยบายอะไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์กับประเทศเพียงใด กลุ่มชนชั้นกลางกรุงเทพโจมตีทั้งหมด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไอ้การขัดขากันอย่างนี้มันทำให้ประเทศฉิบหายเพียงใด….สำหรับโครงการอื่นๆ อาทิ การทำรถไฟความเร็วสูง อันนี้ก็เป็นความตั้งใจที่จะขัดขาจริงๆ ทำไมต้องขัดขา เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงมันสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้าทำสำเร็จ มันจะผลักให้เศรษฐกิจไทยไปไกลกว่าเดิม จะยิ่งทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงต้องขัดขา เอาศาลรัฐธรรมนูญมาตีความ จนกลายเป็นวาทกรรมที่บอกว่า ให้ถนนลูกรังหมดก่อนค่อยมีรถไฟความเร็วสูง โดยสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตทูตกระจอกๆ จากกระทรวงต่างประเทศ ที่กลายมาเป็นผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมา ตัวมันเองนั่นแหละ มีภาพหลุดที่ไปนั่งรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น เย็ดแม่ ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไป ในสมัยปีประยุทธ์เป็นนายก จึงมีความพยามยามที่จะทำให้สำเร็จ แต่อย่างที่เราเห็น ทุลักทุเลฉิบหาย…ยังมีการโจมตีอีกมาก ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายพรรค แต่เป็นเรื่องส่วนตัว อาทิ ใส่ร้ายว่ายิ่งลักษณ์หิ้วผู้ชายไปนอนที่โรงแรม Four Seasons หรือการด่ายิ่งลักษณ์ว่าเป็นกะหรี่ เพียงเพราะยิ่งลักษณ์ไปร่วมงานปราศรัยที่มองโกเลีย และได้พูดถึงปัญหาประชาธิปไตยในประเทศตัวเอง แต่ยิ่งลักษณ์ทน ทนมากๆ อย่างมากก็ร้องไห้ แต่ไม่เคยด่ากลับ จนมีคนมาบอกดิชั้นว่า อีพวกคนในวังมันยิ่งโกรธ เพราะทำอะไรต่างๆ ต่อยิ่งลักษณ์แล้ว นางยังไม่ด่ากลับ….ขึ้นมาอยู่ตำแหน่งปีเดียว สิริกิติ์ก็ล้มป่วย เป็นอัมพฤกษ์ นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเท่ากับวังสูญเสียคนกุมบังเหียนไป แต่ก่อนป่วย สิริกิติ์ได้ยกสถานะบูรพาพยัตฆ์ขึ้นมาดูแลความเป็นไปทางการเมือง โดยการแต่งตั้งให้ประยุทธ์เป็น ผบ ทบ (ตั้งแต่ 2010) เพื่อปูทางไปสู่การกำกับควบคุมการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย ไอ้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์มันเป็นทหารที่ซื่อสัตย์ต่อสิริกิติ์ คงไม่ต้องบอกว่า ผู้ก่อตั้งคือณรงค์เดช ที่เราก็รู้ว่ามีความสัมพันธ์กับสิริกิติ์ เมื่อมีความจงรักภักดีอย่างนั้น เลยต้องการสานต่อเจตนารมย์ของสิริกิติ์ที่ต้องการให้วชิราลงกรณ์ขึ้น แม้ว่าสำหรับหลายๆ คน สิรินทรอาจจะเหมาะกว่า และเพราะความที่ประยุทธ์ก้าวขึ้นมามีอำนาจตรงนี้ เลยทำให้ฝ่ายเปรม ที่อาจจะต้องการผลักดันให้สิรินทรเป็นแคนดิเดท เลยต้องยุติความตั้งใจไปด้วย จากนั้น ความตั้งใจของประยุทธ์และบูรพาพยัคฆ์คือการเอาวชิราลงกรณ์ขึ้นครองราชย์ แม้ว่าตัวเองอาจจะไม่ชอบวชิราลงกรณ์ เช่นเดียวกัน แม้ว่าวชิราลงกรณ์จะไม่ชอบประยุทธ์ และเคยด่าให้ราชเลขาธิการฟังว่าประยุทธ์มันโง่ แต่ที่ยังเก็บมันไว้ใช้งานจนถึงวันนี้ เพราะความซื่อสัตย์ต่อสถาบันกษัตริย์ของประยุทธ์นั่นเอง
…ตอนหน้ามาต่อเรื่องการหวนคืนของกลุ่มเสื้อเหลือง เพื่อมุ่งหน้าสู่การยึดอำนาจและการเตรียมรับต่อการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย และเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 17

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ไอ้หมีลงจากตำแหน่งผู้จัดการ ทันใดนั้นก็เปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ ไอ้เหลี่ยมที่ลี้ภัยอยู่ซาอุ รีบส่งตัวแทนน้องสาวสุดสวยคนสุดท้อง น้องหอย เข้ารับการเลือกตั้ง ลูกจ้างเสื้อแดงตื่นเต้น แต่ฝ่ายครอบครัวลุงพลยืนกำหมัด เตรียมจัดการกับอีหอยเหมือนที่เคยจัดการกับพี่ชายมันมาก่อน และในที่สุด อีหอยก็ทำสำเร็จ ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นผู้จัดการหญิงของกะลาแลนด์คนแรก แต่เส้นทางผู้จัดการของนางไม่ราบรืน เพราะเมื่อได้เป็นผู้จัดการปุ๊ป น้ำก็ท่วมกรุงทันที นังนี่เป็นตัวซวย…เย็นแอบได้ยินป้าปากแดงคุยกับหัวหน้ายาม ไอ้ทุย ว่าจะทำอย่างไรที่จะจัดการอีหอย ทั้งๆ ที่อีหอยเพิ่งชนะการเลือกตั้ง ป้าปากแดงกังวลใจ เพราะในปี 2011 ลุงพลอากาศทรุดลงเรื่อยๆ การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานอาจจะเริ่มได้ทุกเมื่อ และแม้ว่าแม่จะรักลูกโอเลี้ยงแค่ไหน แต่การที่มีข่าวว่าลูกโอเลี้ยงไปสนิทกับครอบครัวของไอ้เหลี่ยม ทำให้คุณนายปากแดงต้องกำจัดปัญหาแต่ต้นลม นั่นคือการกำจัดอีหอย เพื่อปูทางให้กลุ่มยามจากเสือตะวันออกขึ้นมาดูแลการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้…ที่เย็นได้ยินวันนั้นคือ อีป้าปากแดงสั่งให้ทุกฝ่ายยืดเยื้อปัญหาน้ำท่วม เพื่อใช้น้ำท่วมกำจัดอีหอย มีหลายกระบวนการค่ะ เย็นได้ยินว่า หน่วยงานต่างๆ ของบริษัทต้องห้ามร่วมมือกับอีหอยในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ดังนั้น อีหอยจึงไม่ได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานครเลย ไม่ได้รับจากกรมชลประทาน หรือข้าราชการต่างๆ คอยทำตัวเป็นอุปสรรคด้วยซ้ำ ในกลุ่มยาม ในอดีตเคยออกมาช่วยเรื่องการระบายน้ำ แต่คนพวกนี้ก็เพิกเฉย มิหนำซ้ำ ยังสั่งให้มีการเปิดเขื่อนปล่อยน้ำหลากลงมา จนระดับน้ำยากที่จะควบคุม ตอนนั้นเย็นนึกว่าอีหอยจะไปซะแล้ว แต่มันก็ยังรอด แถมเวลามันลงไปตรวจงาน เห็นมันใส่บูธกันน้ำของ Burberry โอ้ย คุณนายปากแดงโกรธมาก….ในบรรดาครอบครัวนี้ ก็มีลูกนักจดที่ใช้วิชาการทูตเก่งกว่าคนอื่น แต่อย่านึกว่านางง่ายหรือไร้พิษสง เพียงแต่นางร้ายลึกและยากจะจับผิดได้ อย่างตอนน้ำท่วมที่มีคนด่าอีหอยมากมาย นักจดเป็นคนออกมาบอกว่าเห็นใจหอย และบอกด้วยว่า น้ำท่วมเมืองกะลาทุกปี นางเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาเรื่องรั้ง ไอ้ความร้ายลึกของนางยังคงหลอกพวกนีโอสลิ่มได้อย่างดี…ผ่านวิกฤตตรงนั้นไปได้ อีหอยก็เริ่มได้ความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะจากลูกจ้างเสื้อแดง ยิ่งอีหอยเด่น ฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งแกล้ง ใส่ร้ายอีหอยสารพัด ตั้งแต่ตั้งฉายาเลวๆ ให้ อาทิ อีกะหรี่ อีแรด เป็นต้น ถึงขนาดใส่ความว่าเอาเวลาราชการลากผู้ชายไปกินที่โรงแรมม่านรูดมดอินน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง แม้ว่าความจริง ครอบครัวของคุณพลต่างหากที่ลากผู้ชายมากินถึงในวัง โอ้ย เย็นเห็นมาหมด ตอนที่อีหอยเดินทางไปร่วมการประชุมที่ไหหลำ และได้ฟ้องประชาคมโลกว่า นางถูกรังแกและไทยไม่เป็นประชาธิปไตย โอ้ย อีนักวาดการ์ตูนที่ชื่อ ชั่ว สารพัด เขียนด่าอีหอยว่า กะหรี่เร่ขายตัว หญิงชั่วเร่ขายชาติ ขนาดเย็นอยู่ฝ่ายคุณพล ฟังด่าแบบนี้แล้วเย็นยังเจ็บใจแทน ในบ้านคุณพลโกรธมากขึ้น เพราะด่าอีหอยเท่าไหร่ มันก็ไม่เคยด่ากลับ มันเก็บความรู้สึกได้ดีจริงๆ….ขึ้นปี 2012 นั่นคือปีสำคัญอีกปี ทุกคนรู้ คนไทยรู้ ป้าปากแดงชอบเล่นไพ่โต้รุ่ง โอ้ย เล่นสารพัดเมื่อก่อน น้ำเต้าปูปลา ไฮโล เล่นไพ่แก้ผ้าราดเบียร์ นางก็เล่นมาแล้ว นางชอบเล่นเวลาดึกๆ ไปจบเอาเช้า แล้วนอนตื่นบ่ายจนตะวันแทงตูด นางถึงตื่นจากบรรทม แต่คืนนั้น มันเกิดเรื่องร้าย นางเล่นไพ่กบดำกบแดง นางเสียทุกเกม เปลี่ยนไปเล่นป๊อกเด้ง นางก็ถูกแดกสามเด้งแล้วต้องจ่ายรอบวง นางเครียด ระหว่างกำไพ่ในมือ นางล้มหน้าคว่ำ ไถลออกจากเก้าอี้ หัวไปชนกับตู้เย็น กรี๊ดดดดดด นางเป็นอัมพฤกษ์…ข่าวนางเป็นอัมพฤกษ์ถูกปิดเงียบ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ความไม่มั่นคงมันเลวร้ายกว่านั้น ไอ้ทุยก้าวขึ้นมาคุมสถานการณ์เอง เพราะเห็นว่าทั้งคุณพลและเมียไม่อยู่ในอาการที่ปกครองบริษัทได้อีก แผนการล้มตำแหน่งผู้จัดการของอีหอยก็เริ่มตั้งแต่บัดนั้น เอาจริงๆ เย็นว่าครอบครัวคุณพลกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ทั้งผัวและเมียป่วย อีเปรมิกาก็แย่ ส่วนลูกชายโอเลี้ยงก็ไม่สนใจบริษัท เพราะไปติดแอร์ที่ทำงานนกแอร์ ในโอกาสแบบนี้ สามเซียนเฒ่า ได้แก่ เปรมิกา อานันทา และสิทธา ได้ไปพบเจ้าของบริษัทอเมริกันที่ไทย ไปแอบเม้าท์เรื่องคุณโอเลี้ยง แล้วบอกว่า บริษัทจะไปรอด ถ้านักจดขึ้นมาเป็นประธานเอง โอ้มายก้อด เมื่อไอ้นักข่าวฝรั่งขี้เมามันเอาโทรเลขของผู้จัดการอเมริกันที่รั่วออกมาเปิดเผย โอเลี้ยงโกรธมาก โดยเฉพาะโกรธอีเปรมิกา ซึ่งต่อมา การแก้แค้นได้เกิดขึ้นตอนคุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นประธาน…พูดถึงคุณโอเลี้ยง เรื่องครอบครัวก็ยังฉิบหาย การไปติดอีคิ้วตันทำให้โอเลี้ยงอยากเลิกกับอ๊อด แม้จะมีลูกด้วยกันก็ตาม อ๊อดยังไม่เก็ตว่าผัวเบื่อ ยังคิดว่ามีลูกด้วยแล้ว ยังไงก็ได้ตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ย คงลืมไปว่า ตัวเองก็เคยถีบอีปอร์เช่ออกไปจากตำแหน่ง แม้เค้าจะมีลูกด้วยกัน 5 คน นี่คือกงกรรมกงเกวียนของจริง เมื่ออ๊อดรู้ว่าผัวไปติดอีคิ้วตัน นางไปดักเจอผัวกับเมียใหม่ที่สนามบิน เมื่อเมียใหม่เดินออกมาจากเครื่อง อ๊อดโผไปตบหน้าอีคิ้วตัน จิกหัว แล้วเอาถาดอาหารของนกแอร์ฟาดที่กกหู คุณโอเลี้ยงเข้ามาห้าม ก็โดนลูกหลงด้วย ตายแล้ว เย็นเห็นเหตุการณ์ที่สนามบิน เย็นกลัวแทน กลัวว่า อีอ๊อด มึงต้องโดนเก็บแน่ๆ….ปล: รูปของเย็นที่สนามบิน ตอนเค้าตบกันเสร็จแล้วค่ะ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ลงชื่อ… บัวหลวง

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นพบเค้าครั้งแรกตอนที่ดิชั้นอาสามาทำงานการกุศลเพื่อถวายให้แก่คุณพ่อ งานการกุศลที่ดิชั้นถนัดที่สุดคือการเล่นหนัง ดิชั้นไม่คิดมาก่อนว่า เพราะการมาทำงานการกุศลนี้ ดิชั้นจึงได้พบเค้า ตอนนั้น ดิชั้นได้ขยับมาเป็นสาวสังคมแล้ว หลังจากที่ดิชั้นเลิกกับผัวฝรั่ง หอบลูกกลับไทย แม้อ้อนวอนยังไง พ่อก็ไม่คืนดี ดิชั้นต้องหาลำไพ่ด้วยตัวเอง และงานการกุศลก็เป็นโอกาสที่จะเอารายได้มาเลี้ยงตัวเองด้วย ชั้นจึงเสนอสร้างละครการกุศล ที่ดิชั้นเล่นเป็นางเอก ดิชั้นมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน เล่นมาหลายบท บทต้นไม้ บทก้อนหิน ใครๆ ก็ชมว่าดิชั้นเล่นหนังเก่ง

…วันไปกองถ่ายว้นแรก ระหว่างที่ดิชั้นรอเข้าฉาก เค้าคนนั้นก็เดินเข้ามา โอ้มายก๊อด ชั้นตกหลุมรักเคัาทันที ดิชั้นเคยได้ยินสรรพคุณเค้ามาก่อน แม้เค้ามีเมียแล้ว ดิชั้นก็ไม่แคร์ ตอนนั้น ไม่อยากเล่นหนังแล้ว อยากกระโดดขึ้นเตียงกับเค้ามากกว่า วันนั้น ดิชั้นทอดสะพานเต็มที่ เลิกจากกองถ่าย ก็ชวนเค้าไปทานอาหาร ซึ่งเค้าก็ไม่ปฏิเสธ ความสัมพันธ์เราแนบแน่นขึ้น เมื่อมีฉากรักในหนัง ดิชั้นแสดงกับเค้าแบบเหมือนจริงมาก จนเมื่อถ่ายหนังเสร็จ เราก็แอบคบกันลับๆ ดิชั้นมันจะขับรถพาเค้าไปพักบ้านตากอากาศของคุณพ่อที่หัวหิน เราร่วมรักกัน 7 วัน 7 คืนค่ะ

….แต่เราก็ปิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะวันนั้น ดิชั้นดันพาเค้าไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังร้านป้าเจือ พอคนเห็น เค้าก็เอาไปลือกัน เรื่องเข้าหูคุณพ่อและคุณแม่ เค้าสั่งให้ดิชั้นเลิกคบกับเค้า มิฉะนั้นจะตัดเงินเดือนดิชั้น ดิชั้นจำใจเลิกกับเค้า ดิชั้นเสียใจมาก รูปนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ดิชั้นถ่ายให้เค้าด้วยมือของดิชั้นเอง….

…ลงชื่อ… บัวหลวง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น