ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ตอนนี้อาจจะเริ่มซ้ำกับเรื่อง #รักในรอยแค้น แต่อยากเขียนอีกทีเพื่อความกระจ่าง การเกิดขึ้นของคนเสื้อแดงกลายมาเป็นหนามของสถาบันกษัตริย์ จากเดิม ความภักดีของคนไทยมีต่อภูทิพลและครอบครัวเท่านั้น แต่เมื่อทักษิณก้าวเข้ามาสู่การเมือง และสามารถนำการเติบโตทางเศรษฐกิจมาสู่ชุมชนที่ห่างไกล รวมถึงการให้ความรู้สึกว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง สามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง ยิ่งทำให้เค้าเริ่มเปลี่ยนความภักดีจากเจ้าไปสู่ทักษิณ ตรงนี้ที่วังโกรธและเกลียดทักษิณมาก…ย้อนกลังกลับไปช่วงที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในปี 2005 ภูมิพลเรียกทักษิณไปพบ และมีการจิกกัด โดยบอกทักษิณต่อหน้าธารกำนัลว่า “ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งแล้วหนิ ประชาชนก็รักมากด้วย ต่อไปนี้ ก็คงไม่ต้องมาขอรับคำแนะนำจากชั้นอีก” อื้อหือ สิ่งที่ทักษิณทำได้คือการพูดคำหวานกลับว่า ภูมิพลยังมีความสำคัญอย่างมาก และจะเป็นแนวทางในการบริหารประเทศของรัฐบาลต่อ การยืนยันความจงรักภักดีนี้ สะท้อนให้เห็นอีกครั้งในงานครองราชย์ครบ 60 ปีของภูมิพลอย่างอลังการดังที่เล่าไปแล้ว…แต่เมื่อเรากลับมาสู่ปี 2009 ทักษิณกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยต่างประเทศ รัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย จึงขาดความชอบธรรม จุดนี้เองที่คนเสื้อแดงออกมาต่อต้านอย่างมาก ไม่แค่เพราะพวกเค้าล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เพราะรัฐบาลชุดใหม่ก็ขาดความชอบธรรม การประท้วงจึงเกิดขึ้นเกือบรายวัน จนกระทั่งถึงจุดพีคในปี 2010 ที่คนเสื้อแดงยึดใจกลางเขตธุรกิจของกรุงเทพ นั่นคือราชประสงค์ ชื่อราชประสงค์นี่มันตลกร้าย เพราะเมื่อมีการสังหารคนเสื้อแดง นี่แหละคือ “ราชประสงค์”…การสังหารคนเสื้อแดงกลางกรุงเป็นไปอย่างเลือดเย็น เกือบ 100 ศพ และบาดเจ็บนับพัน ถามว่าอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรีไหม แน่นอน แต่การสังหารใน scale ใหญ่ขนาดนี้ อภิสิทธิ์ไม่สามารถตัดสินใจได้คนเดียว แน่นอน ต้องปรึกษากองทัพ ณ เวลานั้น ที่ภูมิพลกำลังป่วย และเมื่อสิริกิติ์กำลังขึ้นมาสู่อำนาจแทนผัวอย่างเต็มที่ ดิชั้นค่อนข้างมั่นใจว่า บูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธ์และพรรคพวกอยู่ในอำนาจ ต้องอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนั้น และในวังต้องมีส่วนรู้เห็นด้วย นี่ไม่นับว่า การที่สิริกิติ์ไปงานศพโบว์ที่เป็นการตบหน้าคนเสื้อแดง การอยู่เบื้องหลังการสังหารคนเสื้อแดงจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…การสังหารคนเสื้อแดงครั้งนั้นทำลายความชอบธรรมของอภิสิทธิ์โดยสิ้นเชิง จนในที่สุด ต้องยอมจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2011 ทักษิณยังไม่จากไปไหน การเสียชีวิตของคนเสื้อในแดงในระยะแรกยิ่งทำให้คนกลุ่มนั้นรักทักษิณมากขึ้น และเมื่อคิดว่า ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยกำลัง ก็จะเอาชนะโดยผ่านการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ทักษิณตัดสินใจส่งน้องสาวคนสุดท้อง ยิ่งลักษณ์ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย…ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เคยเข้ามาสู่แวดวงทางการเมือง ยิ่งลักษณ์จึงเป็นบุคคลลึกลับ แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังเชื่อว่าไม่สามารถนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะได้ ยิ่งลักษณ์เป็นคนมีไหวพริบและ likeable ที่แปลว่า ใครเห็นใครก็ชอบ ดิชั้นได้มีโอกาสยิ่งลักษณ์เพียงครั้งเดียว ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง โดยมีคนของเพื่อไทยพาดิชั้นไปพบหลังเวที ทั้งที่ไม่เคยพบมาก่อน ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทันทีที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาในห้อง ก็ตรงมาที่ดิชั้นแล้วเอ่ยชื่อดิชั้น บอกว่า อยากขอให้อาจารย์ปวินมาให้คำแนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์กับกัมพูชาด้วย ประเด็นที่ต้องการจะบอกคือ ยิ่งลักษณ์ต้องการสร้างความประทับใจกับทุกคน ให้รู้ว่า คนที่เค้าคุยด้วยมีความสำคัญ นั่นเป็นการพบกับครั้งแรกและครั้งสุดท้าย….พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอีกแล้ว ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกหญิงคนแรกของไทย เป็นคนที่ 3 ที่มาจากตระกูลของชินวัตร (นับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ด้วย) ทันทีที่ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจ ฝ่านตรงข้ามไม่พอใจทันที และหวาดวิตกว่า การเปลี่ยนรัขสมัยที่จะเกิดขึ้น หากพวกเค้าไม่สามารถควบคุมมันได้ ตระกูลชินวัตรก็จะได้ประเทศไทยไปทั้งหมด คือเค้าคิดแบบ zero-sum game คือไม่ใครได้ไปทั้งหมด ก็เสียไปทั้งหมด จึงเริ่มมีการวางแผนที่จะทำลายพรรคเพื่อไทยตั้งแต่วันนั้น ความกลัวยังนำไปสู่การคิดว่า ทักษิณอาจคบคิดกับวชิราลงกรณ์ แล้วทำให้ผู้ดีกรุงเทพต้องเสียประโยชน์ไปทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องหาทางกำจัดยิ่งลักษณ์ทุกทาง…และการน้ำท่วมหนักในปลายปี 2011 ก็เกือบทำให้นายกมือใหม่พลาดท่า
