หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 16

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นเตือนป้าปากแดงว่า อย่าไปงานศพนังณัฏฐา แต่ด้วยแรงยุของน้องถั่ว ในที่สุดก็ไป จึงกลายมาเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะลูกจ้างเสื้อแดงโกรธป้าและครอบครัว เพราะป้าไม่มีความเป็นกลาง เข้าข้างสลิ่ม จนกลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ มิหนำซ้ำ ป้ายังกล่าวชมณัฏฐาว่า เป็นเด็กดี รู้จักปกป้องครอบครัวท่านประธาน โอ้ย พลาดมากๆ ซึ่งตอนแรก ป้าปากแดงยังไม่รู้ว่าพลาด ยังคิดว่าตัวเองเป็นเมียเจ้าของบริษัท จะทำห่าอะไรก็ได้ แต่ต่อมาเมื่อความขัดแย้งมันบานปลาย จึงคิดได้ว่านั่นคือการตัดสินใจที่ผิด….ผ่านมาปี 2010 ลูกจ้างเสื้อแดงยังเรียกร้องให้ผู้จัดการไอ้หมี ลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้จัดการคนใหม่ แต่มันไม่ยอม จึงมีการจัดตั้งขบวนการเสื้อแดงขึ้น ปักหลักประท้วงไอ้หมี จนในที่สุดก็ได้รับไฟเขียวจากคุณพลและป้าปากแดงให้สังหารโหดผู้ชุมนุม ขณะนั้น แม้คุณพลนอนเกือบจะตายห่าในโรงพยาบาล ก็ยังสั่งการได้ โดยมีป้าปากแดงเป็นผู้รับคำสั่งผัวไปสั่งกับยามอีกต่อนึง ตอนนั้น บทบาทของอีเปรมิกาก็ลดลงไปตามความป่วยของคุณพล จนชาวบ้านเดากันว่า ใครจะตายก่อนกันระหว่างคุณพลกับอีเปรมิกา….วันนั้น เดือนพฤษภาคม 2010 จึงมีคำสั่งให้ยิงกราดลูกจ้างเสื้อแดง ยิงกะโหลกด้วยสไนเปอร์ ทั้งจากรถไฟฟ้า และจากตึกชาญฟรีด้อม ที่เปิดทางให้ยามขึ้นไปยิงลูกจ้างบนดาดฟ้า อีครอบครัวชาญฟรีด้อมมันเกี่ยวโยงกับบ้านของคุณพล โอ้ย เย็นมีเรื่องเล่ามาก ไว้วันหลังค่อยมาเล่า เรื่องการที่ลูกชายไอ้ชาญมันฮุบสมบัติทั้งหมดจากพี่น้องต่างแม่ของมัน โดยการทำพินัยกรรมปลอม แต่เอาล่ะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน กลับมาที่ลูกจ้างเสื้อแดง ในที่สุด ถูงยิงตายไปเกือบร้อย บาดเจ็บมากกว่า 2 พัน เมื่อสลายผู้ชุมนุมได้ ความเหี้ยของครอบครัวนี้และของยาม คือการจุดไฟเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง เพื่อเป็นการโยนความผิดให้ลูกจ้างเสื้อแดง เพราะหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น ยามจะถูกด่าอย่างเดียว แต่ถ้ามีการเผาห้าง มันจะได้ปัดความสนใจจากการสังหารคน ไปสู่การทำการก่อการร้ายโดยการเผาห้างนั่นเอง อย่าลืมว่าการเผาห้างที่มีระดับความเสียหายขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่สามารถทำได้ด้วยไม้ขีด 2-3 ก้าน แต่มันต้องมาจากการวางเพลิงที่เชี่ยวชาญ อย่าลืมนะคะ เผาห้าง ไม่ใช่เผาบ้านกงเต๊กไปให้อีเปรมิกา…ที่น่าเจ็บใจกว่านั้น นอกจากลูกจ้างเสื้อแดงตายแล้ว ที่เหลือยังถูกใส่ร้ายว่าเผาบ้านเผาเมือง โดยในเวลาต่อมา น้องถั่วได้ไปออกรายการอู้ดดี้เกิดมาตอแหล ในระหว่างรายการ น้องถั่วก็ด่าลูกจ้างเสื้อแดงว่า การเผาแบบนี้ มีส่วนทำให้คุณพลป่วยหนักไปอีก การเผาแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเกิดจากฝีมือพม่าที่เผากรุงลงกา แต่ครั้งนี้ เป็นการเผาโดยฝีมือคนไทยด้วยกันเอง พูดจบ ก็เรียกอีอู้ดดี้มาแย่งอาหารหมา โอ๊ย เย็นดูรายการนี้แล้วโกรธ อยากตบทั้งคนทั้งหมา อีดอกทอง….ก็ผ่านไปอย่างนั้น ผ่านไปอย่างที่ไอ้ผู้จัดการหมีไม่ต้องรับผิดชอบห่าอะไรทั้งสิ้น แต่ความชอบธรรมของมันก็ลดไปตามลำดับ ในส่วนของครอบครัวคุณพล ลูกจ้างเสื้อแดงเกลียดมากขึ้น ถึงขนาดแอบไปพ่นสีสเปรย์ตามสถานที่ต่างๆ ว่า ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง ส่วนเรื่องการเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง ต่อมามีการพิพากษาว่าไม่เกี่ยวกับลูกจ้างเสื้อแดง แต่มันกลายมาเป็นวาทกรรมไปแล้ว วาทกรรมที่อีพวกสลิ่มมันใช้ด่าคนเสื้อแดง รวมถึงการเรียกคนพวกนี้ว่าควายแดง….ในช่วงปลายปี 2010 ผี PAD หรือกลุ่มพันธมิตร กลับมาหลอกหลอนไอ้หมี หลังจากเจ็บใจที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลยในรัฐบาล ก็เอาประเด็นเขาพระวิหารที่เคยเล่นงานคุณสมาน มาเล่นงานไอ้หมี โดยการส่งคุณมานะ หลงความคิด ไปด่าเขมรที่ชายแดนเรื่องเขาพระวิหาร และยั่วยุให้เขมรจับตัวไป เพื่อจะได้สร้างความวุ่นวายให้กับบริษัทของไทย และก็ถูกเขมรจับไปจริงๆ แต่สุดท้าย ไอ้หมีก็ไม่ได้ช่วยมานะ ปล่อยให้ติดคุกขี้ไก่หลายปีที่พนมเปญ แต่ผลที่ตามมาคือการเกิดสงครามครั้งใหญ่ในปี 2011 ถึงขนาดอาเซียนต้องเข้าแทรกแซงเพื่อยุติการสู้รบดังกล่าว….มาถึงตอนนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า มันเกิดวิกฤตความชอบธรรมที่รุมเร้า ตั้งแต่ลูกจ้างเสื้อแดงตาย ห้างถูกเผา และเกิดสงครามกับกัมพูชา พรรคแมลงสาปอยู่ไม่รอด น่าสมเพชพรรคเหี้ยนี้ มันคือของเล่นของชนชั้นปกครอง ถ้าเค้าต้องการมึง เค้าก็เรียกใช้ ถ้าเค้าไม่เอามึง ก็เขี่ยมึงทิ้ง และเมื่อมาถึงปี 2011 เค้าก็เขี่ยมึงทิ้งจริงๆ จนต้องยุบสภาและให้มีการเลือกตั้ง ตอนหน้าจะมาเล่าค่ะ ว่าบริษัทของเราได้เข้าสู่อีกยุคใหม่ ที่จะมีผู้จัดการหญิงเป็นคนแรก นั่นคือ น้องหอย รวมถึงอาการล้มเจ็บของป้าปากแดงระหว่างเล่นกบดำกบแดงค่ะ….ปล: รูปหมาน้องถั่วที่ถูกอีอู้ดดี้แย่งอาหารค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 4

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากฝ่ายเจ้า นำโดย PAD ได้ล้มสมัคร สุนทรเวช ได้ เพราะข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพียงเพราะสมัครยังมีรายการทำอาหารทางทีวีในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทักษิณก็ตอกกลับเจ็บ โดยการเอาพี่เขย คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกแทน คราวนี้ยิ่งกว่าสมัคร เพราะเป็นบุคคลในครอบครัว ยิ่งทำให้ PAD เดือดมากขึ้นไปใหญ่ เลยต้องออกมาประท้วงกันอีกรอบ รอบนี้จัดหนัก โดยการยึดทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

…การยึดเกิดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมปี 2008 ยึดหนึ่งอาทิคย์ สร้างความฉิบหายวายป่วงให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะไม่มีเที่ยวบินสามารถเข้าออกได้เลย มีการจัดฐานทัพไว้ที่สุวรรณภูมิ ทั้งห้องน้ำห้องท่า ทั้งที่ทำอาหาร เปิดเพลงเต้นรำทั้งวันทั้งคืน ทหารก็ไม่แทรกแซง ถ้าเป็นสมัยนี้ อย่าว่าแต่ยึดสนามบินเลย ยึดท่าปล่อยรถหมอชิตยังทำไม่ได้ ไอ้การที่ปิดสนามบินอย่างนั้น ก็เพื่อบีบให้สมชายลงจากตำแหน่ง หนึ่งในผู้นำการชุมนุม กษิต ภิรมย์ อดีต รมว ต่างประเทศ ถึงขนาดบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ

…ช่วงนั้นเอง เกิดเรื่องใหญ่ เมื่อ PAD จัดการชุมนุมหน้ารัฐสภา และมีการปะทะกันกับตำรวจ (ที่ถูกมองว่าอยู่ข้างทักษิณ) จนทำให้นางสาวอังคณา หรือน้องโบ ที่พกระเบิดปิงปองมาเพื่อจะก่อสถานการณ์ กับเสียชีวิตเพราะระเบิดปิงปองของตัวเอง ที่เป็นเรื่องใหญ่เพราะงานศพน้องโบ หมายถึง สิริกิติ์ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานศพ โดยมีจุฬาภรณ์ไปด้วย ถือเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สถาบันกษัตริย์ไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่อยู่ข้างเสื้อเหลืองและ PAD อย่างโจ่งแจ้ง ในระหว่างงานศพ สิริกิติ์บอกว่า ขอบคุณน้องโบและครอบครัว ที่ช่วยปกป้องสถาบันกษัตริย์ นับว่าทำคุณงามความดีให้กับประเทศ งานศพนั้นจึงเป็นงานศพพระราชทาน ส่งผลให้คนเสื้อแดงโกรธมาก เพราะเห็นว่าเจ้าลำเอียง มันมาถึงจุดที่สิริกิติ์เองก็ประกาศสงครามกับคนเสื้อแดงเช่นเดียวกัน

….แต่เรื่องทั้งหมด เมื่อสิริกิติ์ออกไปงานศพเพื่อตำหนิรัฐบาลสมชาย แต่ก็ยังบีบสมชายไม่ได้อยู่ดี จนศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้าแทรกแซงอีกครั้ง โดยการระบุว่า มีสมาชิกบริหารของพรรคพลังประชาชนโกงการเลือกตั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้น คณะผู้บริหารทั้งหมดต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และยุบพรรคทันที นี่เป็นการทำตุลาการภิวัฒน์อีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้งหลังพรรครัฐบาลล่ม พรรคประชาธิปัตย์กลับได้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนมาตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย โดยได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ และมีการแต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นคือความฉิบหายทางการเมืองของไทย

….จากนั้น ตั้งแต่ปลายปี 2008 ถึงทีของคนเสื้อแดงออกมาบ้าง ในส่วนของฝ่ายเสื้อเหลืองก็มีความระหองระแหงกัน โดย PAD ที่มีส่วนในการล้มรัฐบาลสมัครและสมชาย คาดหวังว่า แกนนำของ PAD จะได้เข้าไปนั่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตรงข้าม เมื่ออภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายก กลับตัดขาดกับ PAD ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ PAD ที่ผ่านมา เลยไม่เอาคนของ PAD มาร่วมคณะรัฐมนตรี ทำให้ PAD โกรธมาก และเริ่มทำสงครามกับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากนั้นมา

…แต่ก่อนจะเล่าเรื่อง PAD กับพรรคประชาธิปัตย์ อุปสรรคแรกของรัฐบาลคือความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับเขมร เพราะนายกเขมร ฮุนเซน รู้ว่าประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งของทีม PAD ที่คอยยุแยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้น เมื่ออภิสิทธิ์ได้เป็นนายก ก็เกิดการปะทะตามแนวชายแดนตลอด และฮุนเซนตามด่าอภิสิทธิ์รายวัน อาทิ การแช่งให้อภิสิทธิ์เครื่องบินตกตายห่า หรือการไปญาติดีกับทักษิณอย่างออกนอกหน้าเพื่อทำให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ ทหาร และเจ้าไทยรำคาญ โดยการแต่งตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเชิญทักษิณมาเขมรหลายครั้ง มาจัดงานสงกรานต์ มาเตะบอลร่วมกัน ฮุนเซนมันแสบ เวลาเตะบอลกับทีมทักษิณ ฮุนเซนอยู่ในชุดสีแดง เพราะต้องการสนับสนุนคนเสื้อแดงของทักษิณ ขณะที่ทักษิณอยู่ทีมสีน้ำเงิน ในโอกาสนั้น ฮุนเซนเปิดพรมแดนให้พี่น้องชาวอิสานเดินทางมาร่วมกิจกรรมในกัมพูชาด้วย สุดท้าย เมียฮุนเซน ที่ชื่อ บุญรานี ขึ้นไปอธิษฐานบนเขาพระวิหาร ขอให้คนแกล้งทักษิณต้องมีอันเป็นไป (อุ๊บ) และบอกว่า จะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในเขมรหากกลับไทยไม่ได้ถาวร เรื่องนี้สร้างความโกรธให้ฝ่ายไทยมาก

…ต่อมา คือการต่อต้านจากฝ่ายเสื้อแดง ที่โกรธเพราะมาพรากรัฐบาลอันเป็นที่รักของเค้าไปด้วยวิธีสกปรก คือตุลาการภิวัฒน์จึงเริ่มออกมาประท้วงอภิสิทธิ์ สาเหตุหลักๆ ก็คือการขอให้อภิสิทธิ์ลงจากตำแหน่งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่อภิสิทธิ์ไม่ยอม อย่าลืมว่า ตอนนั้นภูมิพลเริ่มป่วยแล้ว เข้าโรงพยาบาลเมื่อปี 2009 อำนาจทั้งหมดตกอยู่ในมือสิริกิติ์เป็นหลัก นั่นหมายถึงตกไปอยู่ในมือบูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธเป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งทีมนี้มีความคิดที่จะไม่อ่อนข้อต่อคนเสื้อแดง ใจหนึ่งก็กลัวว่า หากภูมิพลเป็นอะไรกระทันหัน เสื้อแดงอาจครองเมือง โดยมีทักษิณอยู่เบื้องหลัง และข่าวลือที่ว่า ทักษิณสนิทกับวชิราลงกรณ์นั้น ยิ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพยิ่งต้องกำจัดเสื้อแดงมากขึ้น

…ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและวชิราลงกรณ์จริงในระดับหนึ่ง ในเรื่องของการออกเงินส่วนตัวเพื่อช่วยซ่อมแซมวังนนทบุรีให้วชิราลงกรณ์ รวมถึงการมอบเงิน “ตามพระราชอัธยาศัย” เพื่อเป็นการซื้อตัววชิราลงกรณ์นั่นเอง ทักษิณถึงขนาดให้สัมภาษณ์ นสพ The Times ของอังกฤษว่า ยุคสมัยหน้าที่มีวชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์ จะยิ่งแจ่ม สดใส และเจริญรุ่งเรืองกว่านี้ ทำให้ลิ่วล้อของภูมิพลโกรธมาก ถึงขนาดฟ้องทักษิณด้วย 112 มองตรงนี้ บอกเลย ทักษิณน่ารังเกียจมาก ยุคที่รุ่งเรืองกว่า ยุคห่าอะไรคะ มีแต่การอุ้มฆ่าทั้งนั้น ในส่วนของวชิราลงกรณ์ แม้ได้เงินมาจากทักษิณ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการเป็นมิตรกับทักษิณ เอาจริงๆ วชิราลงกรณ์ไม่ได้เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น เพียงแต่อ่อนไปตามลมและจังหวะทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉลาดพอตัว

…เดี๋ยวกลับมาเรื่องคนเสื้อแดงถูกสังหารกลางกรุงค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น