หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 3

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

รัฐประหารเกิดขึ้นในระหว่างที่ทักษิณอยู่สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็ย้ายลอนดอน ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณว่า ทักษิณจะต้องโดนเล่นงานแน่ๆ เลยตัดสินใจเดินทางออกไทยไปปักกิ่ง ก่อนที่จะลี้ภัยไปดูไบอย่างที่เราทราบกันอยู่ แต่การกำจัดทักษิณไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุเพราะว่า ทักษิณกลายเป็นที่รักของคนต่างจังหวัด พวกเค้าเจ็บแค้นตรงที่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้นำคนไหนสนใจความเป็นอยู่ชาวบ้าน จนเมื่อมีคนอย่างทักษิณโผล่มา เมื่อชีวิตพวกเค้าเริ่มจะดีขึ้น คนเหล่านั้นก็พรากทักษิณไปจากเค้า…มันจึงเกิดกลุ่มต่อต้านรัฐประหารขึ้นหลังจากรัฐประหาร แรกๆ พวกนี้ก็สวมเสื้อเหลืองเหมือนกัน เพราะไม่อยากถูกตีตราว่าล้มเจ้า แต่ต่อมาเมื่อเข้าใจว่า คนกลุ่มไม่ใช่คนเสื้อเหลือง หากแต่เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐประหารและสนับสนุนทักษิณ จึงเลือกสีแดงแทนสีเหลือง เพราะแดงคือสีของเลือด นั่นคือชีวิต และเป็นสีของการต่อสู้ ของนักต่อสู้ จนต่อมาพัฒนาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีทักษิณเป็นไอดอลทางการเมือง…มันจึงเกิดขั้วการเมืองที่วัดกันตรงสีเสื้อ กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมีบทบาทตั้งแต่นั้น หลังรัฐประหาร กษัตริย์ภูมิพลเลือกพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นมาเป็นนายก เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเห็นว่า ไม่เพียงแต่ภูมิพลเห็นชอบกับการทำรัฐประหารล้มทักษิณ แต่ยังเลือกคนของตัวเองขึ้นมาเป็นนายกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประวัติสุรยุทธ์น่าสนใจ พ่อเค้าเป็นคอมมิวนิสต์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลไทย (พโยม) จนในที่สุดไปตายเอาที่ชายแดน ส่วนตัวสุรยุทธ์นั้นถูกเลี้ยงมาอีกแบบ และเมื่อได้เติบโตในวงราชการทหาร ก็เป็นที่ถูกใจเปรมอย่างมาก จนเลือกให้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดสถาบันกษัตริย์…ภารกิจแรกของสุรยุทธ์ก็คือการลบความชอบธรรมของทักษิณ เพื่อให้ทักษิณเป็นผู้ร้าย อาทิ การเดินทางไปขอโทษคนใต้ต่อเหตุกาณณ์กรือแซะและตากใบ ในด้านต่างประเทศ ก็กำหนดนโยบายใหม่ที่ตั้งอยู่บนคุณธรรม หรือนโยบายต่างประเทศคุณธรรมนั่นเอง ฟังชื่อแล้วตอแหลฉิบหาย ณ ตอนนั้น กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยคือ PAD ที่สามารถล้มรัฐบาลทักษิณได้ คิดว่าตัวเองชนะแล้ว เพราะถีบทักษิณออกไปจากประเทศแล้ว ด้านเสื้อแดงก็ยังไม่มีฤทธิ์เดชมากนัก ทั้งหมดนี้ทำให้สุรยุทธ์จัดการเลือกตั้งเร็วคือภายปีกว่าๆ เท่านั้นก็มีการเลือกตั้งเพราะคิดว่าฝ่ายทักษิณหมดอิทธิพล..ในความจริง ทักษิณไม่เคยยอมแพ้ ได้แต่งตั้งให้สมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินีของตัวเอง ซึ่งสมัครก็ยอมรับอย่างนั้นจริง เข้าลงในการเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชน (เพราะไทยรักไทยถูกแบนไปแล้ว) และแล้ว พรรคพลังประชาชนก็ชนะการเลือกตั้งขาดลอย เป็นการตบหน้าฝ่ายเจ้าที่คิดว่าสามารถกำจัดอิทธิพลของทักษิณไปได้ เมื่อสมัครชนะการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการปลุกผี PAD กลับมาอีกครั้ง นั่นคือผีเสื้อเหลืองที่ออกมาจัดการชุมนุมไล่สมัครรายวัน…หนึ่งในยุทธวิธีการไล่ก็คือ การเอาประเด็นเขาพระวิหารมาเล่นงานสมัคร เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ ไทยกับกัมพูชามีความเจ็บแค้นกันมานานตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ การลงนามร่วมระหว่างสยามและฝรั่งเศสในปี 1904 และ 1908 เป็นการยกเขาพระวิหารให้เขมร และเรายอมรับมาตลอด แม้แต่กรมพระยาดำรงตอนจะขึ้นไปบนเขายังต้องขออนุญาตฝรั่งเศส เรื่องการแบ่งเขตแดนยังไง ดิชั้นเขียนไว้อย่างละเอียด แต่ไม่ขออธิบาย ณ ที่นี้ เอาเป็นว่า การแบ่งแบบนั้น ไทยเสียเปรียบ แต่ปัญหาคือไทยยอมรับการแบ่งแบบเสียเปรียบมาตลอด ทำให้เราแพ้คดี เมื่อทั้งสองประเทศนำเรื่องนี้ไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 1962 เราแพ้เขมร และเรามีเวลาอีก 10 ปีในอุทธรณ์ แต่เราก็ไม่ทำ เพราะเราไม่มีข้อมูลใหม่ในการโต้แย้ง….ผ่านมาหลายปี เรายังไม่ยอมเรื่องเขาพระวิหาร ส่วนหนึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในปี 2003 ที่นายกฮุนเซนอ้างว่า กบ สุวนันท์บอกว่า นครวัดเป็นของไทย ทำให้กลุ่มคลั่งชาติเขมรเผาสถานทูตไทยเสียหายหนักมาก ดิชั้นอยู่ในพนมเปญตอนเผาพอดี แต่ไม่ขอเล่าเพราะเขียนไปแล้ว ผ่านมาถึงปี 2008 เขมรต้องการเอาเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งเขมรสามารถทำได้โดยไม่เกี่ยวกับไทย แต่สมัครเห็นว่า เรามีปัญหากันมามากในอดีต การที่ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ทำให้เป็นการแสดงว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะถ้าเขาพระวิหารมีคนมาเที่ยวมากขึ้น เราก็ได้ประโยชน์ ไทยจึงสนับสนุนความต้องการของเขมรที่ UNESCO… กลุ่ม PAD จึงใช้อันนี้เล่นมางานสมัครโดยอ้างว่า แม้พระวิหารจะเป็นของเขมร และพื้นที่รอบๆ วัดจำนวน 4.6 ตาราง กม ยังเป็นของไทย การที่สมัครสนับสนุนการขึ้นทะเบียน UNESCO ของกัมพูชาเท่ากับเราเสียดินแดน 4.6 ตรกม ไปด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายกับเขมร จนกลายมาเป็นสงครามมินิของสองฝ่าย แต่เอาจริงๆ แล้ว ก็ไม่สามารถล้มสมัครได้ จะล้มได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเข้าแทรกแซง โดยกล่าวหาว่า สมัครมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะระหว่างเป็นนายก สมัครยังมีรายการอาหาร ซึ่งไม่สามารถทำอาชีพสองอย่างพร้อมกันได้ ทำให้สมัครต้องลงจากตำแหน่ง เป็นการลงจากตำแหน่งของผู้นำที่เหี้ยที่สุดในโลก และถือว่าเป็นการทำตุลาการภิวัฒน์หรือ judicial coup ครั้งแรกๆ ของไทย นั่นหมายถึง การยืมมือศาลในการล้มรัฐบาล

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 14

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

นางปอร์เช่ถูกถีบออกไปในที่สุด จากนั้นนางก็พาลูกน้อยหอยสังข์ทั้ง 4 ไปตั้งรกรากที่ฟอร์ริด้า และถูกตัดขาดจากเมืองไทย ในสายตาของอีแม่ผัว อีปอร์เช่คือตัวร้ายที่สุด และยิ่งมารู้ว่า มันขโมยสร้อยมุกและบลูไดมอนด์ไปด้วย ยิ่งโกรธ ด้วยความโกรธนี้ นางเลยไฟเขียวลูกชายให้แต่งานกับอีอ๊อด นักร้องวิลล่าคาเฟ่ พอเต็มปุ๊ป อ๊อดก็ขอให้ผัวไปแก้หมัน เพราะปอร์เช่มันสั่งให้ผัวไปทำหมันก่อนหน้านี้ พอแก้ปุ๊ป ก็มีลูกปั๊ปทันที…..ด้านน้องถั่ว ช่วงแรกชีวิตคู่กับชาญชัยไปกันด้วยดี ทั้งคู่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาโลตัส และไปทำบุญบ่อย โดยที่ไม่รู้ว่า การที่สองคนไปและนำพุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญได้มากขึ้น จะเป็นช่องทางให้วัดยักยอก และมีการเก็บส่วยที่ยักยอกในรูปของทองคำ นังถั่วมารู้เอาตอนหลังเลยแก้เกมคืนโดยการยึดทองทั้งหมด หลังจากที่ท่านมหาโลตัสตายห่า…ทางด้านการเมือง ตอนแรกๆ ผ่านไปได้สวย เพราะคุณพลยังรักษาอำนาจไว้ได้ และแม้ได้รับผลกระทบจากต้มยำกุ้ง แต่ก็รอดพ้นเพราะเอาภาษีของลูกจ้างมาประกันสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธานคือ การมาเป็นผู้จัดการใหม่ของหน้าเหลี่ยมนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัย เพราะพี่เหลี่ยมเค้าอวยคุณพลทุกวัน แต่ทีนี้ พี่เหลี่ยมก็ต้องการสร้างความนิยมเหมือนกัน โดยต้องการเอาชนะใจลูกจ้างในต่างจังหวัด วิธีก็คือ เอาพวกเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ที่ตัวเองค้าขายอยู่ ขนไปแจกอีพวกลูกจ้าง จนกลายเป็นนโยบายประชานิยม เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกจ้างมาก ตรงนี้แหละที่คุณพลเริ่มเห็นว่าคุณเหลี่ยมเป็นคู่แข่งคนสำคัญ…การที่หน้าเหลี่ยมได้รับความนิยมแบบนั้น ทำให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง ได้กลับมาเป็นผู้จัดการอีกรอบ อันนี้ ยิ่งทำให้คุณพลโกรธ มันมีการเสนอข่าวคุณเหลี่ยมไปเยี่ยมลูกจ้างในเขตธุรกันดาน แล้วลูกจ้างนั่งกับพื้น โบกธงชาติไทย โอ๊ย ดิชั้นอยู่กับคุณพลตอนนั้น คุณพลร้องกรี๊ดเลยค่ะ แล้วอุทาน “ไอ้ฉิบหาย มากเกินไปแล้วมึง” เย็นรู้ทันทีว่า จากนี้ไปจะต้องเกิดสงครามใหญ่ระหว่างคุณพลและคุณเหลี่ยม แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง…คว่ำวันนั้น หน้าร้อน ปี 2005 คุณนายปากแดงเรียกเย็นเข้าไปในห้อง บอกให้เย็นโทรเรียกไอ้เจ๊กจิ๊กโก๋ มันชื่อไอ้จิ้มลิ้ม บอกว่า คุณนายจะเลี้ยงข้าวมัน เพื่อให้มันทำงานให้ชิ้นนึง แล้วสั่งเย็นว่า ให้เตรียมเบียร์เย็นๆ ไว้ลังหนึ่งไว้รับไอ้จิ้มลิ้ม เสียดาย วันที่เค้ากินข้าวกันสองต่อสอง เย็นได้ไม่รับอนุญาตให้เค้าไปด้วย มาถูกเรียกอีกทีก็ตอนงานเลี้ยงจบแล้ว โอ้ย ห้องรับแขกเละเทะ เบียร์หกเต็มพื้น คุณนายปากแดงตัวเปียกไปทั้งตัว เย็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น นางไม่ตอบ…รู้แต่ว่า หลังจากวันนั้น ไอ้จิ้มลิ้มมันเริ่มจัดตั้งชบวนการเพื่อล้มไอ้เหลี่ยม มันได้ผ้าพันคอสีฟ้า ซึ่งเป็นสีโปรดของป้าแดง เอาไปผูกที่คอ แล้วจากนั้น มันก็เริ่มจัดการประท้วงคุณเหลี่ยม ปิดเมือง โดยมันขออนุญาตคุณป้าแดงให้ใช้สัญลักษณ์สีเหลืองและรูปภาพของคุณป้าและคุณพลเพื่อไปใช้ในการประท้วงไล่คุณเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังใช้มือของดารานักร้องที่คลั่งคุณพล ออกมาเป็นกำลังสำคัญในการขับไล่ครั้งนี้ด้วย สาเหตุของการขับไล่มี 2 ประการ คือการกล่าวหาว่าคุณเหลี่ยมคอร์รัปชั่น และการกระด้างกระเดื่องกับคุณพล….ในที่สุด วันที่ 19 กันยายาม 2006 ไอ้จิ้มลิ้มก็ทำสำเร็จ สร้างสถานการณ์ให้มีการยึดอำนาจ ทางด้านเมียปากแดงก็ร่วมมือกับผู้ประท้วง ทางด้านผัว คือคุณพล ก็ร่วมมือกับยาม ทำการยึดอำนาจ โดยในค่ำวันนั้น นางเปรมิกาเรียกหัวหน้ายาม มันชื่อไอ้บัง มาพบที่บ้านคุณพลเพื่อแจ้งเรื่องการยึดอำนาจ และคุณพลก็เซ็นลงนามในคำสั่งยึดอำนาจ เราจึงเห็นต่อมาที่ยามทั้งหลายออกมาประกาศการยึดอำนาจทางโทรทัศน์ ที่มีรูปผัวเมีย พลและปากแดงอยู่ด้านหลังของคณะยึดอำนาจด้วย แล้วทีนี้ คุณพลจะตอแหลต่อไปได้อย่างไรว่าไม่รู้เห็นกับการยึดอำนาจ….แต่เรื่องไม่จบเท่านี้ เพราะไอ้เหลี่ยม มันฆ่าไม่ตาย จะทำร้ายมันก็ครั้งก็รอด จนทำให้คุณพลปวดหัว การเอาผู้จัดการคนใหม่ขึ้นมา มันชื่อเที่ยง ชื่อมันมาจากการที่มันขโมยเขายายเที่ยงทั้งลูกไปเป็นของมัน คือไอ้เที่ยงมันมาเป็นผู้จัดการระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้ง ตอนนั้น ไอ้เหลี่ยมมันหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ก็ส่งคุณสมาน เชฟฝีมือดีแต่ปากหมา มาเป็นนอมินีทางการเมือง เดี๋ยวมาเล่าต่อค่ะ พร้อมเรื่องของคุณโอเลี้ยง แต่การเลิกลาของน้องถั่วกับผัว จนทำให้หลวงตามหาโลตัสตายห่า…ปล: รูปตอนที่เย็นถูกรับเชิญไปเป็นวิทยากรแฉคุณพลเรื่องยึดอำนาจค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น