ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
หลังจากเกิดเหตุการสังหารลูกจ้างนักศึกษาในปี 1976 แม้คุณพลจะโบ้ยความผิดไปที่ยาม แต่สังคมรู้ ทุกคนรู้ ว่าคุณพลและครอบครัวอยู่เบื้องหลัง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่โดยด่วน ในปี 1979 คุณพลจึงชวนนักข่าว BBC มาทำสารคดีเกี่ยวกับการทำงานของครอบครัวคุณพล รวมการสัมภาษณ์หลายเรื่อง ตั้งแต่การตายของคุณนนท์ การฟื้นฟูสถาบันประธาน การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ และโครงการพัฒนาต่างๆ ที่สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกจ้าง เรียกว่าเป็นงานพีอาร์ชิ้นใหญ่รัชดาลัยไฟกระพริบเลยทีเดียว สารคดีนี้ชื่อว่า Soul of a Nation หาดูได้ในอินเตอร์เน็ตค่ะ
…มีการจัดฉากว่าคุณพลเป็นประธานติดดิน ซึ่งมันเป็นความย้อนแย้งแบบสุดโต่ง ในจุดหนึ่ง คุณพลคือพระโพธิสัตว์ ในอีกจุดหนึ่ง คุณพลคือประธานที่ทำเพื่อประชาชน การจัดฉากคือการที่คุณพลนั่งทำงานกับพื้น มีอุปกรณ์การทำงานเรี่ยราด ทั้ง blueprint ทั้งแม่แบบต่างๆ ในวาระนั้นเอง นักข่าวได้ถามเรื่องการตายของคุณนนท์ เย็นนั่งอยู่ในห้องด้วย เย็นขนลุกส์ คุณพลมองไปที่กล้อง มองแบบจ้อง แล้วพูดว่า ตอนเกิดเหตุ ผมอยู่ในอีกห้องหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงปืน จึงวิ่งออกมาดู ก็รู้ว่าพี่ได้ตายแล้ว พอถามเรื่องหลักฐาน คุณพลตอบว่า มันกระจัดกระจายไปหมด ไม่รู้อะไรเป็นอะไร โอ้โห ขอโทษค่ะคุณพล แม้จะเป็นเจ้านายเย็น แต่มึงเหี้ยฉิบหาย โกหกได้ทั้งต่อหน้ากล้อง และในชีวิตจริง
….ทีนี้ นักข่าวตามไปสัมภาษณ์สมาชิกคนอื่นๆ รวมถึงคุณแดง เมียของคุณพล ตรงนี้น่าสนใจค่ะ และต้องเจอกับเหตุการณ์โป๊ะแตก คือตอนนั้น พวกคอมมี่เวียดนามมันรุกเรามา มันอยากฮุบบริษัทของไทย คุณนายปากแดงเลยอาสาไปคุมโรงงานที่ภาคอิสาน แรกๆ ทั้งคุณพลเองและเย็นก็สงสัยว่า ทำไมคุณแดงถึงชอบไปอิสานบ่อยๆ และก็ไม่ได้ไปคนเดียวนะคะ ส่วนมากหนีบน้องถั่วไปด้วย ลูกสาวคนเล็ก เพื่อเป็นการอำพรางเรื่อง จนต่อมา เย็นก็แอบเห็นหลายอย่าง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
…คือคุณแดงแกมีกองกำลังยามเป็นของตัวเอง ตั้งชื่อเริ่ดหรูว่า เสือตะวันออก ไอ้เสือตะวันออกเหี้ยอะไรเนี่ย มันคือกลุ่มยามที่ทำรัฐประหารล้มตำแหน่งผู้จัดการของอีหอย ที่เป็นน้องสาวไอ้เหลี่ยมเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตัดกลับไปสมัยป้าแดง ไอ้กลุ่มเสือตะวันออกเนี่ยเพิ่งก่อตั้ง และได้ตัวหัวหน้าที่มาดูแลกลุ่มนี้ เป็นยามหนุ่มรูปงาม ชื่อเดชณรงค์ ไอ้คนที่ชื่อเดชณรงค์นี่แหละค่ะ ที่กลายมาเป็นชู้กับป้าแดง เย็นแอบเห็นในหลายโอกาส
…เพราะความที่คอมมี่มันจะบุกอิสาน และเพราะความที่ยามกลุ่มนี้ดูแลความมั่นคงภาคตะวันออก จึงกลายมาเป็นหน้าที่ของเดชณรงค์ที่ต้องดูแลสถานการณ์ ป้าปากแดงใช้โอกาสนี้เพื่อไปพบเดชณรงค์ ทุกครั้งที่ไปหาเค้า ก็จะเตรียมแพ็คกระเป๋าเว่อร์วัง เตรียมชุดเดินป่าออกแบบโดย Pierre Balmain จากปารีส เราจึงได้เห็นชุดนางงามของป้าแดงเดินป่า แถมมีรูปจู๋จี๋ดู๋ดี๋ เดินจับมือกันในป่า เหมือนคู่ผัวตัวเมียหนุ่มสาว ซึ่งเย็นเคยเตือนป้าแดงหลายครั้งว่าไม่เหมาะ แต่ป้าก็ยังดื้อรั้น
…ทีนี้เมื่อช่างภาพตามไปถ่ายภารกิจของป้าแดงที่อิสาน เผอิญเรื่องแตกก็เพราะว่า ป้าแดงเอ่ยถึงชู้ในระหว่างการอัดสารคดี ทำให้ลุงพลรู้เรื่องในที่สุด เพราะลุงพลก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ต่อหน้าลูกจ้าง สองผัวเมียนี้เล่นบนครอบครัวสุขสันต์ แม้ผัวจะจับได้ว่าเมียมีชู้ ลับหลัง โอ้ย อย่าให้เย็นเม้าท์ ด่ากันบ้านแตกค่ะ ในที่สุด คุณพลทนไม่ไหว เพราะสั่งให้เลิก แต่ป้าแดงก็ไม่ยอมเลิก จึงย้ายคุณเดชณรงค์ไปประจำที่บริษัทของเราที่วอชิงตันดีซี เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง แต่มันก็ต้องจบด้วยโศกนาฏกรรม
….หลังจากแพร่ภาพสารคดีดังกล่าว อาจบอกได้ว่า ความนิยมของครอบครัวคุณพลกลับคืนมากได้ ก้าวไปสู่ทศวรรษที่ 1980 มันมีความเปลี่ยนแปลงมาก ในปีนั้นเอง คุณพลแต่งตั้งขันทีคู่ใจขึ้นเป็นผู้จัดการ นางชื่อเปรมิกา นางได้เป็นผู้จัดการถึงสองสมัย เป็นกลจักรสำคัญในการสร้างเครือข่ายของท่านประธาน นางเปรมิกาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ายามมาก่อน ก่อนจะมาเป็นผู้จัดการ นางนี่ร้ายลึก และไม่ถูกกับน้องโอเลี้ยง เดี๋ยวมาเล่าต่อ
…อ้อ ปีถัดไป 1981 น้องถั่วแต่งงานค่ะ บังคับให้ผู้ชายเลิกกับเมียเพื่อแต่งกับเค้า เค้าชื่อยุทธชัย เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องนี้เช่นกันพร้อมๆ ไปกับเหตุการณ์ปี 1985 ที่คุณเดชณรงค์ตายกระทันหัน ย้อนรอยการตายแบบเดียวกับคุณ ป กุ้งเผาที่ญี่ปุ่น คือทั้งคู่ถูกวางยาพิษค่ะ มันส์ฉิบหาย
…ปล: กุหลาบเหลืองคือสัญลักษณ์ของชู้ค่ะ

