หมวดหมู่
อุ้มฆ่า

#อุ้มฆ่า ตอนที่ 10

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ต้าร์ วันเฉลิมหายไปจากเราตอนเย็นวันที่ 4 มิถุนายน ต้าร์พักอยู่ที่คอนโดหรู แม่โขงการ์เด้น วันนั้น ต้าร์ลงมาซื้อของกินหน้าคอนโด ระหว่างที่ยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ก็คุยโทรศัพท์กับพี่สาวที่เมืองไทย ในโอกาสนั้นเองที่ต้าร์เผลอ มีรถสีดำขับปาดมาด้านข้างของต้าร์ มีผู้ชายลงมาจากรถ 3-4 คน ทุกคนมีผ้าคลุมหัวทั้งหมด ในระยะเวลาสั้นๆ นั้น คนที่ผ่านไปมายังไม่สังเกตอะไร เพราะเป็นช่วงโควิดที่ใครๆ ก็สวมหน้ากากกัน แต่เมื่อคนร้ายบุกประชิดตัวต้าร์ ก็เริ่มมีการฉุดกระชากลากถู ในมือของต้าร์ยังกำโทรศัพท์แน่น ต้าร์ทนสู้แรงผู้ชายหลายคนนั้นไม่ได้ ถูกลากขึ้นรถตู้ ยามหน้าคอนโดอยากวิ่งเข้ามาช่วย แค่คนร้ายเอาปืนทำท่าขู่ว่าจะยิง เลยไม่กล้าเข้าไป เมื่อได้ตัวตาร์ รถสีดำคันนั้นก็ขับหายไปจากสายตา ทิ้งให้คนที่ดูเหตุการณ์ตกตะลึง….ต้าร์อยู่บนรถ ตอนนั้นยังมีชีวิตอยู่ และสายโทรศัพท์กับพี่สาวยังไม่ขาด น่าจะมีการทำร้ายต้าร์ตั้งแต่อยู่บนรถ โดยการรัดคอ อาจเป็นเพราะต้าร์ร้องส่งเสียงให้คนช่วย จึงต้องระงับการส่งเสียงนั้น ดิชั้นไม่เชื่อว่า แผนคือต้องการสังการทันทีบนรถ น่าจะต้องการล้วงความลับใดๆ จากต้าร์ก่อนหากจะมีการลงมือจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีใครรู้ได้ว่าในที่สุดแล้ว บทลงเอยจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ ต้าร์ยังมีชีวิตอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ อยู่ที่ไหน กับใคร ไม่มีใครตอบได้จริงๆ…บางคนสันนิษฐานว่า วชิราลงกรณ์โกรธที่ถูกรบกวนที่เยอรมัน ด้วยการฉายโปรเจคเตอร์ซ้ำๆ เลยต้องการสั่งสอน แต่มันไปลงที่ต้าร์ แต่เอาจริงๆ ไม่มีใครรู้เป็นแน่แท้ว่าทำไมถึงเป็นต้าร์ที่ถูกอุ้ม…ดิชั้นไม่ได้รู้จักกับตาร์เลยก่อนหน้านี้ เพิ่งมาได้ยินชื่อเสียงก็หลังจากรัฐประหารแล้ว แต่ก็อีกแหละ ดิชั้นก็ยังไม่รู้จักว่าเค้าเป็นใคร จำได้ว่าเค้าเคยส่งข้อความมาหลังไมค์มาคุยเรื่องธรรมดา ซึ่งดิชั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งเมื่อมีโอกาสไปทำ fieldwork ที่เขมรปี 2017 หรือ 2018 นี่แหละ ได้มีโอกาสไปพบผู้ลี้ภัยที่นั่น และได้เจอต้าร์ แต่เราก็ไม่ได้คุยกันมาก เพราะเราไม่ได้สนิทกัน แต่ก็มีการแลกเบอร์โทรกันไว้….หลังจากนั้น ต้าร์ก็ส่งข้อความมาคุยบ้าง นานๆ ที เอาเป็นว่า ปีละหนสองหนมั้ง แต่ดิชั้นก็ติดตามความเคลื่อนไหวต้าร์ตลอด และรู้ว่า หลังๆ ต้าร์ก็ไม่ค่อยได้วิจารณ์รัฐบาล เอาจริงๆ ไม่ได้วิจารณ์เจ้าเลยด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งมาทราบข้อมูลใหม่ไม่นานว่า ต้าร์พยายามส่งข้อความฝากไปถึงวชิราลงกรณ์ เพื่ออธิบายเรื่องต่างๆ จนได้รับสัญญาณว่าปลอดภัยแล้ว และอาจกลับบ้านได้ เสียดาย ที่วันนี้ ต้าร์กลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว…หลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายดิชั้นในห้องพักที่ญี่ปุ่น และเป็นเรื่องราวใหญ่โต และจนถึงทุกวันนี้ ตำรวจญี่ปุ่นก็ยังติดต่อกับดิชั้นตลอดเวลา ฝ่ายเราได้ข่าวมาว่า มือสังหาร ไม่ว่าจะลงมือเองหรือสั่งใครก็ตาม เค้าคือจักรภพ ภูริเดช ซึ่งเรื่องนี้ ดิชั้นได้แจ้งทางฝ่ายญี่ปุ่นไว้แล้ว ถ้าใครจำได้ ดิชั้นได้เขียนเรื่องจักรภพในเฟซบุ๊คของดิชั้นหลายเดือนก่อน พอเขียนไปแล้ว ต้าร์ก็ส่งข้อความหลังไมค์มา นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราคุยกัน…เราคุยกันวันที่ 10 พฤษภาคม เพียงสามอาทิตย์ก่อนต้าร์ถูกอุ้ม ต้าร์เขียนมาอธิบายถึงเรื่องจักรภพ และช่วยแก้ข้อความที่ไม่ถูกต้องบางอย่างเกี่ยวกับจักรภพ รวมถึงเล่าเรื่องตัวเอง (หลังจากที่ไม่ได้คุยกันเกือบปี) ว่าสุขสบายตามอัตภาพ และกำลังทำธุรกิจหลายอย่างในเขมร ต้าร์เล่าว่า เพราะธุรกิจเหล่านี้ที่ยังติดพัน เลยทำให้ต้าร์ไม่อยากย้ายประเทศ แม้รู้ว่ายังมีปัญหาด้านความปลอดภัยอยู่ หลังจากที่ผู้ลี้ภัยในลาวถูกสังหารเกือบทั้งหมด ต้าร์เล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้ก็มีคนจากฝั่งไทยมาคอยตามดูต้าร์ แล้วคนพวกนี้ก็ถูกบันทึกไว้ใน CCTV ของร้านอาหารแถวคอนโด…ต้าร์บอกว่า หลังจากที่ดิชั้นเขียนเรื่องจักรภพ ทางมิวนิครู้เรื่อง จักรภพโกรธมาก ต้าร์ยังแค็ปบทสนทนาที่ต้าร์มีกับหนอนฝ่ายนั้น ที่ระบุว่า จักรภพโกรธที่ดิชั้นเขียนถึงเค้า และ “จะส่งคนมาเชือด” หลังจากนั้น ต้าร์ก็ขอโทรมาคุย แทนที่จะพิมพ์ข้อความ ดิชั้นคุยกับต้าร์ได้เพียง 11 นาที ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษ เค้าขอให้ดิชั้นระวังตัว แค่นั้น ไม่คิดเลยว่า นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ดิชั้นคุยกับต้าร์…วันเกิดเหตุ มีคนส่งข้อความมาหาดิชั้นว่าต้าร์ถูกอุ้ม คือช้อคและทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวแบบนั้น ดิชั้นเช็คข้อความที่ดิชั้นคุยกับต้าร์ มันระบุว่า ต้าร์แอคทีฟเป็นครั้งสุดท้ายคือวันที่ 4 มิถุนายน และจนถึงวันนี้ มันก็ยังบอกเหมือนเดิมว่า ต้าร์ใช้แอพแช็ทอันนี้ครั้งสุดท้าย คือวันที่เค้าถูกอุ้มนั่นเอง… นึกถึงต้าร์เสมอ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น