หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 6

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

คุณพลฝากความหวังไว้กับลูกชายมาก เพราะลูกชายเท่านั้นที่จะได้สืบต่อการเป็นประธานบริษัท ตามกฎที่ตั้งไว้โดยคุณลุงกะเทย ตามธรรมเนียมเศรษฐีเก่า เค้ามันส่งลูกไปเรียนอังกฤษ คุณลุงพลเลยส่งน้องโอเลี้ยงไปโรงเรียนประจำที่อังกฤษ เย็นได้ติดตามไปดูแลด้วยค่ะ โอ้ย อย่าให้เม้าท์ ไปสร้างแต่ปัญหา คุณพลไม่มีเพื่อนคบ เรียนไม่เก่งด้านวิชาการ เนื่องจากไม่มีใครคบ เลยต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ตอนนั้นคุณโอเลี้ยงตัวอ้วนๆ ค่ะ เลยโดยเพื่อนล้อ แต่คุณโอเลี้ยงไม่ยอม ก็บูลลี่เพื่อนกลับโดยใช้ความรุนแรง นิสัยใช้ความรุนแรงแบบนี้ จึงติดด้วยมาถึงตอนโต ที่ไม่พอใจใคร ก็ใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ…แม้ด้านวิชาการไม่เก่ง แต่วิชาที่เป็นเรื่องการใช้กายภาพและวินัย คุณโอเลี้ยงถนัดมาก และมักรับอาสาเป็นผู้คุม อีกเช่นกัน ไอ้ความรักการมีวินัยแบบนี้ ก็ติดตัวมาเช่นกัน เพราะเมื่อต่อมา คุณโอเลี้ยงได้เรียนวิชาทหาร ก็เอาวินัยแบบนี้ไปใช้ ตอนหลังๆ เย็นเห็นคุณโอเลี้ยงสั่งให้ลูกน้องทำท่ายกอกอึ๊บ เย็นยังขำแทนเลยค่ะ ประสาท…คุณโอเลี้ยงมีนิสัยประหลาด นอกจากจะไม่มีใครคบแล้ว ยังถูกพ่อแม่ตามใจ คือคุณโอเลี้ยงไม่ชอบทานอาหารน่าเบื่อของอังกฤษ อย่างเชฟเพิร์ดพายเนี่ยไม่เอาเลย อย่างซันเดย์โรสท์ก็ไม่เอา กินฟิซแอนด์ชิปส์พอได้ คุณพลเลยสั่งให้ผู้จัดการสาขาลอนดอน คอยเอาอาหารไทยไปส่งให้ที่โรงเรียนประจำ และคุณโอเลี้ยงก็เอาอาหารซ่อนไว้ใต้เตียง ดึกๆ ก็งัดออกมากิน ถึงได้อ้วนตุ้ยนุ้ยค่ะ…พอเรียนอังกฤษได้สักพัก คุณพลเห็นว่าลูกชายไม่ชอบ และอยากเรียนวิชาทหาร เนื่องจากไม่ชอบอังกฤษ เลยไม่ให้เรียนต่อที่นั่น จะย้ายไปเรียนอเมริกาก็ยังไงอยู่ เพื่อประเทศนั้นเป็นสาธารณรัฐ อาจจะไม่เหมาะกับประธานบริษัทในอนาคตอย่างคุณโอเลี้ยง เลยตัดสินใจส่งไปออสเตรเลียแทนค่ะ สาเหตุอาจมาจากการที่ออสเตรเลียอยู่ห่างไกลจากสงครามเย็นตอนนั้น คือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทายาทคนเดียวของครอบครัวด้วย และอีกส่วนหนึ่ง ก็ต้องการประสานสัมพันธไมตรีกับออสเตรเลีย เพราะยังถือว่าอยู่ในเครือจักรภพอังกฤษอยู่….ในที่สุดได้ย้ายไปอยู่โรงเรียน King’s School แถวๆ Parramatta ที่ๆ มีคุกที่เคยขังลูกน้องคุณโอเลี้ยง มันชื่อตุ๋ยค่ะ มันถูกจับในข้อหาค้าแป้งมันเกินราคาตลาด จากนั้น เมื่อคุณโอเลี้ยงจบมัธยมปลาย ก็ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนทหารที่ชื่อว่า Duntroon อยู่ที่เมืองหลวงแคนเบอร์ร่า ขณะเดียวกัน คุณโอเลี้ยงก็เรียนที่มหาวิทยาลัย New South Wales ด้วย จนจบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์…ในระหว่างที่ฝึกทหารอยู่นั้น คุณโอเลี้ยงรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อย เป็นอิสระจากครอบครัว วันหยุดก็มักขับรถจากแคนเบอร์ร่าไปเที่ยวที่ซิดนีย์บ่อยๆ ไปมั่วกับผู้หญิงไทยที่นั่น จนคุณพลต้องเตือนหลายครั้ง กลับมาที่โรงเรียน Duntroon คุณโอเลี้ยงไม่ได้คิดว่ามันจะฝึกโหดแบบนั้น เพราะออสเตรเลียมันไม่ถือหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่คิดว่าเป็นลูกประธานบริษัท หมายถึงทุกคนต้องฝึกโหดเท่ากัน ทีนี้ โรงเรียนทหาร Duntroon แม้จะมีชื่อเสียงดี แต่ก็มีมุมมืดหลายอย่างที่เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวออสเตรเลีย อาทิ มีการใช้อำนาจแก่พลทหารไปในทางที่ผิด มีการล่วงละเมิดทางเพศ และมีการฝึกที่โหดร้ายป่าเถื่อน จากการที่เย็นมีโอกาสแอบไปที่ Duntroon ก็ได้ข้อมูลว่า แม้คุณโอเลี้ยงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจผิดๆ แบบนั้น แต่คุณโอเลี้ยงก็เห็นคนทำทารุณกรรมคนอื่นๆ จนเก็บมาเป็นภาพฝังใจ จนนำเอามาใช้กับลูกน้องตัวเอง เรื่องนี้แม้แต่นักวิชาการออสเตรเลียเองถึงกับเอ่ยปากบอกกับเย็นว่า ออสเตรเลียอาจต้องรับผิดชอบต่อความโหดร้ายป่าเถื่อนของคุณโอเลี้ยงในทุกวันนี้….ระหว่างที่อยู่ออสเตรเลีย สงครามเย็นเดินหน้าเต็มที่ คุณโอเลี้ยงมีโอกาสได้กลับไปไทย และได้ช่วยคุณพ่อพลและคุณแม่ปากแดง ในการเดินทางไปอีสาน เพื่อไปให้กำลังใจกับยามของเราในการต่อสู้กับยามของเวียดนาม ลาว และกัมพูชา คุณโอเลี้ยงชอบสงครามแบบนี้ ชอบใช้ปืน เอาจริงๆ วิชาทหารจึงถือว่าเหมาะกับคุณโอเลี้ยงมาก แต่การวางอนาคตลูกชายของคุณพลไม่ได้อยู่แค่เรื่องวิชาที่เรียน แต่รวมไปถึงอนาคตของการเป็นประธานบริษัทและครอบครัว (เมีย) ของคุณโอเลี้ยงด้วย…ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 คุณโอเลี้ยงได้รับการสถาปนาเป็นผู้สืบต่อมรดกคนต่อไปของบริษัท และในโอกาสนี้ ก็ได้จับคุณโอเลี้ยงคลุมถุงชน ให้แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง คือลูกสาวของพี่ชายคุณแม่ปากแดง นับตั้งแต่วันแรก คุณโอเลี้ยงก็รู้ว่าไม่ได้รักน้องถั่งเช่า (ชื่อเมีย) แต่ต้องถูกบังคับให้แต่งงานด้วย เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงที่เหมาะสม ตอนหน้า เย็นจะมาเล่าเรื่องนี้ต่อ รวมถึงวีรกรรมของพี่บัวหลวงที่อเมริกาด้วยค่ะ…ปล: รูปของเย็นตอนตามคุณโอเลี้ยงไปที่ออสเตรเลียค่ะ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น