หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 1

ข้อมูล อาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

มันเป็นเวลา 9:20 น. ของเช้าวันที่ 9 มิถุนายน ปี 1946 ดิชั้น อีเย็น อายุได้เพียง 12 ขวบ ดิชั้นเป็นเด็กกำพร้า มีคนส่งตัวดิชั้นมาเป็นเด็กรับใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ เช้าวันนั้น ระหว่างที่ดิชั้นกำลังทำความสะอาดห้องโถง ดิชั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ด้วยความที่ดิชั้นเป็นเด็กชอบสอดรู้สอดเห็น ดิชั้นรีบวิ่งขึ้นไปดูชั้นบนว่าเกิดอะไรขึ้น ดิชั้นแอบมองจากบันได ดิชั้นเห็นน้องชายของเค้าวิ่งออกมาจากห้องที่มีเสียงปืน แล้วเค้าทำท่าเลิ่กลั่ก พูดอะไรสองสามคำกับยามที่เฝ้าหน้าห้องสองคน ดิชั้นจับความไม่ทัน ก่อนที่เค้าจะวิ่งหลบไป หลังจากนั้น หนึ่งในยามคนนั้นจึงได้ตะโกนว่า คุณนนท์ (มาจากชื่ออานนท์) เสียชีวิต แป๊ปเดียว แม่ของคุณนนท์ คุณป้าสังวรณ์ก็วิ่งไปที่ห้อง แล้วดิชั้นก็ได้ยินเสียงร้องตามมา จากนั้น ดิชั้นเห็นน้องชายเค้า คุณพล (มาจากชื่อพลาพล) วิ่งกลับเข้าไปในห้องอีก ตอนนั้น ดิชั้นเริ่มจับความได้ว่า คุณนนท์เสียชีวิตแล้วด้วยกระสุนปืน

…ดิชั้นขอแก้ข่าวว่า เช้าวันนั้น มีคนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ทั้งหมด 9 คน ไม่ใช่ 8 คน มีคุณป้าสังวรณ์ คุณนนท์ คุณพล ยามสองคน คือ พุธ กับ จิต และยังมีคนใช้อีก 4 คน คือ จำหลาด จรัญ แม่นมน่าน และดิชั้น ทั้งหมด ได้เข้าไปรวมตัวกันในห้องนอนคุณนนท์ ดิชั้นเด็กสุด ได้แต่แอบดูที่หน้าประตู ดิชั้นเห็นว่า ป้าสังวรณ์รีบเค้าไปกอดร่างอันไร้วิญญาณของคุณนนท์ ร้องห่มร้องไห้ ขณะที่น้องชาย คุณพลคอยปลอบแม่อยู่ ถึงตอนนั้น ทุกคนรู้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้น คุณพลฆ่าคุณนนท์ แต่เราไม่มีเวลาเถียงกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คุณนนท์ แม้จะอายุเพียง 21 แต่ก็ได้เป็นประธานบริษัทแล้ว เมื่อเกิดเรื่องนี้ จึงต้องแจ้งผู้จัดการบริษัท คุณปรีดา เรามีเวลาไม่มากในการทำลายหลักฐานการเสียชีวิต ดิชั้นเห็นคุณป้าสังวรณ์ ซึ่งเคยเป็นอดีตนางพยาบาล ได้ถอดเสื้อคุณนนท์ออก แล้วเอาน้ำมาล้างตัวเพื่อลบรอยเลือด รวมถึงหลักฐานทางนิติเวช คุณป้าทำอย่างรวดเร็วและชำนาญมาก ขณะนั้น นามพุธได้เอาปืนที่เป็นตัวปัญหา ไปเก็บไว้ในลิ้นชักอีกห้องหนึ่ง ดิชั้นก็ไม่รู้ว่าเค้าทำทำไม หรือเพื่อต้องการให้การสืบสวนมันมีความซับซ้อนมากขึ้นหรือเปล่า

…..คุณป้าสังวรณ์ย้ายศพคุณนนท์จากเตียงไปที่โซฟาอีกด้านนึงของห้อง ดิชั้นแอบเห็นฟูกที่เตียง ที่มีรอยกระสุนทะลุเข้าไปในนั้น นั่นหมายถึง คุณนนท์ถูกน้องชายยิง ในท่านอน จนกระสุนทะลุไปในลักษณะเช่นนั้น ในระหว่างที่ทุกคนรอการมาถึงของคุณปรีดา นั่นคือเวลาสำคัญที่สุด คุณป้าถามลูกชายคนเล็กว่าเกิดอะไร พรางร้องไห้น้ำตามอาบแก้ม น้องชายสารภาพว่า เมื่อเช้าได้เข้ามาดูพี่ชายว่าทำไมยังไม่ตื่นสักที เพราะปกติทั้งสองคนจะตื่นเช้า และน้องพลไม่ทราบว่า พี่นนท์ไม่สบาย ท้องเสียตั้งแต่เมื่อคืน จริงๆ คุณป้าได้แวะเข้ามาหาลูกตอนเช้าตรู่เพื่อเอาน้ำส้มมาให้ แต่คุณนนท์ไม่อยากทาน และได้ปฏิเสธไป

….คุณพลเล่าให้แม่ฟังว่า เมื่อเข้ามาเห็นพี่ชายกำลังนอนหลับ และชำเรืองไปเห็นปืนที่วางอยู่แถวนั้น เป็นปืนที่มอบให้เราโดย ลูกจ้างของบริษัทอเมริกันที่มาลงทุนในประเทศของเรา เค้าสองคนชอบเล่นปืน คุณพลเลยหยิบปืนมาเล่น และใช้ปืนสะกิดพี่ชายให้ตื่น พี่นนท์ตื่นขึ้น และบอกน้องว่า ไม่อยากเล่นด้วย อยากนอนต่อ แต่พลไม่ยอม มีการพูดทีเล่นทีจริงว่า ถ้าพี่ไม่ตื่น น้องจะเอาปืนยิง พี่เลยท้าว่า ยิงสิยิง น้องเลยแกล้งเอาปืนไปจ่อที่หน้าผากของพี่ ปืนลั่น ทำให้พี่นนท์เสียชีวิตทันที

….ป้าสังวรณ์ล้มทั้งยืน และต้องยอมรับป้าว่า ป้าทำใจได้ดีมากหลังจากนั้น และบอกกับลูกว่า เรามีเวลาไม่มากที่ต้องจัดการเรื่องนี้ ป้าบอกว่า เค้าเสียลูกไปแล้วคนนึง จะไม่ยอมเสียอีกคน นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมครอบครัวนี้จึงต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ในโอกาสนี้ น้องพล ได้ขึ้นเป็นประธานบริษัทต่อจากพี่นนท์ทันที

…ไม่นานจากนั้น คุณปรีดา ผู้จัดการก็มาถึง คุณปรีดาเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่เปลี่ยนแปลงการบริหารของบริษัท จากเดิมที่ครอบครัวนี้กุมอำนาจบริษัททุกอย่าง ก็เปลี่ยนมาเป็นการเปิดให้มีระบอบการเลือกตั้งผู้จัดการ แม้ครอบครัวนี้จะยึดตำแหน่งประธานบริษัท แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎบริษัทอย่างเคร่งครัด เอาจริงๆ ครอบครัวนี้ก็ไม่ชอบคุณปรีดา เพราะเป็นกลุ่มบุคคลที่มาลดอำนาจพวกเค้า แต่คุณปรีดายังเห็นความสำคัญของการคงครอบครัวนี้ไว้ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับบริษัท ต่างไปจากเพื่อนเค้า คุณ ป กุ้งเผา ที่ต้องการกำจัดครอบครัวนี้ไปให้หมดสิ้น

..เมื่อคุณปรีดามาถึงที่เกิดเหตุ แม้คุณปรีดารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พูดไม่ได้ ด้วยความที่ตัวเองยังต้องการสนับสนุนครอบครัวนี้ไว้ แทนที่จะให้มีการสอบสวนคดีอย่างตรงไปตรงมา คุณปรีดาด่วนประกาศแต่งตั้งให้คุณพลเป็นผู้จัดการแทน นี่เท่ากับเป็นการเอากุญแจมือใส่ตัวเอง เพราะเมื่อคุณพลเป็นประธานบริษัทแล้ว คุณพลไม่สามารถถูกฟ้องร้องได้ และคุณปรีดาต่อมาต้องการเป็นจำเลยในคดีนี้ รวมถึงแพะสามคนที่ถูกตัดสินประหารชีวิตจากโศกนาฎกรรมครั้งนี้ค่ะ

…ปล: รูปดิชั้นตอนเป็นคนใช้ของบ้านนี้ค่ะ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น