ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
คืนก่อนที่คุณนนท์จะเสียชีวิต ดิชั้นลงมาในครัวเพื่อเก็บถ้วยชามให้เข้าที่ ดิชั้นได้ยินเสียงแม่ลูกทะเลาะกัน คุณป้าสังวรณ์กับคุณนนท์ ดิชั้นแอบอยู่ตรงซอกประตู พอได้ยินเค้าเถียงกัน โดยคุณนนท์ต่อว่าแม่ว่า แม่ทำอย่างนั้นไม่ถูก ผู้ชายเค้ามีภริยาแล้ว ส่วนป้าสังวรณ์ตอบว่า มันเป็นการตัดสินใจของแม่ ลูกไม่เกี่ยว แล้วคุณนนท์เถียงต่อว่า ต้องเกี่ยวสิ เพราะผมคือประธานบริษัท และแม่คือแม่ของประธานบริษัท จากนั้น ดิชั้นเห็นเค้าแย่งกระดาษกันในมือ ก่อนที่คุณนนท์จะดึงมามัน และฉีกมันทิ้งลงในถังขยะ แล้ววิ่งเข้าห้องไปทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ค่อยสบาย เมื่อทุกคนแยกย้ายไปแล้ว ดิชั้นเดินไปหยิบกระดาษชิ้นที่ถูกฉีกขาด แล้วเอามาประติดประต่อกัน มันเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ น่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศส ดิชั้นอ่านไม่ออก เห็นแต่คำลงท้ายว่า CS น่าจะเป็นชื่อย่อของแฟนป้าสังวรณ์ที่เป็นฝรั่ง…หลังจากดราม่าจบลง คุณพลได้เป็นประธานคนใหม่ การสืบสวนคดียังมีต่อไปอย่างยาวนาน เมื่อคุณพลไม่รับสารภาพ และทางผู้จัดการได้ยกตำแหน่งประธานให้ไปแล้ว มันยังต้องมีผู้ต้องรับผิดชอบการตายของคุณนนท์ ตอนนั้น ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ยามหน้าห้องสองคน คือพุธและจิต รวมถึงหัวหน้ายาม คุณฉลอง แม้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ถูกให้แสดงความรับผิดชอบต่อการตายที่เกิดขึ้น สาเหตุที่พวกเค้าต้องการกำจัดคุณฉลองเพราะว่า คุณฉลองสนิทกับคุณปรีดา การกล่าวหาคุณฉลอง ก็เท่ากับการกล่าวหาคุณปรีดา เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว…ระหว่างเรื่องยังค้างอยู่แบบนั้น คุณป้าสังวรณ์เห็นว่า การอยู่ในไทยต่อไปก็จะมีแต่การสร้างข่าวลือเรื่องการตายไปเรื่อย จึงใช้เหตุผลว่า ต้องให้คุณพลกลับไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อที่จะกลับมาทำหน้าที่ประธานบริษัทอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งเรื่องการตายของคุณนนท์ไว้ข้างหลังเพื่อให้คนลืม จากนั้น ครอบครัวนี้ก็เก็บของกลับเมืองโลซาน์น ดิชั้นโชตดีที่ได้ถูกเรียกตัวไปรับใช้ต่อที่นั้น จึงได้รู้ความลับเรื่องบ้านนี้อีกมาก….เมื่อกลับมาถึง จากบ้านนี้ที่มีลูกสามคน ก็เหลือเพียงสองคน พลกลายเป็นลูกชายคนที่เหลือ หากเกิดอะไรขึ้นกับพล จะส่งกระทบต่อบริษัทมาก คุณป้าสังวรณ์เลยขอให้ตำรวจสวิสมาช่วยอารักขา 24 ชั่วโมง ดิชั้นเป็นเด็กบ้านนอก พูดภาษาฝรั่งก็ไม่ได้ จึงไม่รู้ว่า การจัดการเรื่องการตรวจตราของตำรวจเป็นอย่างไร รู้แต่ว่า นอกจากตำรวจแล้ว ดิชั้นก็ได้พบติวเตอร์ของคุณพลเป็นครั้งแล้ว แม่เจ้าโว้ย หล่อฉิบหาย ผมหนักศก สูง ดาร์กแฮร์ พูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษา เค้าเองก็มีเมียแล้วและมีลูก แต่ดูเหมือนป้าสังวรณ์จะสนิทกับเค้าเป็นพิเศษ บางวันเค้าก็มาค้างที่บ้านป้าสังวรณ์ ดิชั้นยังเคยต้องซักเสื้อผ้าให้เค้า และนึกขึ้นได้ว่า เสื้อเค้ามีปักเป็นภาษาอังกฤษว่า CS เอ๊ะ หรือเค้าจะเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนั้นถึงป้าสังวรณ์ที่ทำให้คุณนนท์โกรธ…คุณลุงติวเตอร์มาบ่อยขึ้น มาค้างบ่อยขึ้น ดิชั้นเห็นตำรวจสวิสคอยจับตามอง และจดบันทึกความเคลื่อนไหวทุกอย่าง เอาจริงๆ เนื่องจากดิชั้นเป็นคนใช้ จึงต้องตื่นก่อนเจ้านาย บางทีตอนประมาณตี 5 ดิชั้นเห็นคุณลุงติวเตอร์ออกมาจากห้องคุณป้าสังวรณ์ แต่ดิชั้นแกล้งทำเป็นไม่เห็น เพราะไม่อยากให้เค้ารู้ว่าดิชั้นก็แอบมองอยู่…คุณลุงติวเตอร์เป็นที่รักของคุณพลมาก คุณพลถึงกับเรียกเค้าว่าพ่อบางครั้ง เค้าเป็นทั้งครู และผู้สอนวิชาชีพต่างๆ ทั้งต่อเรือ เกาะสลักไม้ ทั้งเป็นเพื่อนไปเล่นสกี และมักจะอยู่ฉลองวันคริสต์มาสด้วยกัน แทนที่จะไปฉลองกับครอบครัวเค้า แต่เค้ากับมาอยู่กับป้าสังวรณ์ อย่าหาว่าบาป ดิชั้นคิดว่าสองคนนั้นคือผัวเมียกัน…ในปีถัดมา ดิชั้นอายุ 13 ปี เริ่มโตเป็นสาว ก่อนหน้านี้ ดิชั้นเห็นคุณพลพาแฟนสาวมาเที่ยวบ้าน จริงๆ เค้าอายุไม่ห่างจากดิชั้นเท่าไหร่ค่ะ เค้าชื่อดาวเรือง เป็นลูกสาวของผู้จัดการบริษัทสาขาปารีส เค้าจีบกันได้สักพัก จากนั้น ดาวเรืองต้องกลับไปทำธุระที่กรุงเทพ มันเป็นช่วงจังหวะที่คุณพลประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำ บนทางด่วนที่จะไปเมืองมอนติคาร์โล คุณพลตาบอดข้างนึง ป้าสังวรณ์ร้องกรี๊ดๆ นึกว่าลูกชายอีกคนอาจต้องเสียชีวิต ทีนี้ อีผู้จัดการที่ปารีสมันกังวลว่า ตอนนี้ลูกสาวดาวเรืองไม่อยู่ช่วยปรนนิบัติ กลัวว่าจะเสียลูกเขยให้หญิงอื่น เลยส่งลูกสาวคนโต สิรินภา หรือชื่อเล่น แดง ย่อมาจากปากแดง ไปช่วยปรนนิบัติฆ่าเวลาที่น้องสาวไม่อยู่ ที่ไหนได้ เมื่อพลได้เจอกับแดง พลกลับเปลี่ยนใจมาชอบแดงแทน พี่สาวเลยขโมยแฟนของน้องสาว ไม่นานจากนั้น ป้าสังวรณ์ก็ให้ทั้งสองหมั่นกัน และในที่สุดแต่งงาน แม้ว่าแดงจะมีอายุ 17 ปีเท่านั้น เค้าแก่กว่าดิชั้นแค่ 4 ปีค่ะ….เค้าบินไปแต่งงานที่ไทย พอกลับมาสวิส 1 ปีถัดมา เค้าก็คลอดลูกเป็นลูกสาว ซึ่งไม่สามารถสืบต่อทายาทได้ เพราะบ้านนี้ ต้องการแค่ทายาทผู้ชาย ถึงตอนนั้น คุณพลไม่อยากเรียนหนังสือแล้ว เพราะเพิ่งแต่งเมีย และมีลูก เลยเลิกเรียนและอพยพครอบครัวกลับไทย ในส่วนนี้ อีลูกจ้างโง่ๆ หลายคนคิดว่าคุณพลเรียนจบ จริงๆ แล้วไม่ค่ะ แม้จะเรียนมาเป็นเวลานานถึง 6 ปี….ดิชั้นได้กลับไทยไปรับใช้ครอบครัวนี้ต่อ ตอนหน้ามาเล่าว่า ครอบครัวนี้เอาตัวรอดได้อย่างไร ท่ามกลางการต่อสู้กับคณะเปลี่ยนแปลงการบริหารบริษัทภายใต้คุณ ป กุ้งเผา
