หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ไอ้บุคคลเหี้ยคนนี้ ชอบข่มเหงคนอื่นดูถูกคนอื่นทั้งที่ตัวมันพูดภาษาลาว

เทศกิจสีเทาชอบเล่นการพนันเป็นชีวิตจิตใจทั้งบอลเดี่ยวบอลชุดใช้ป้อมยามในการกาบอลชุดและบอลเดี่ยวที่เกาะพญาไทแล้วชอบไปเรียกเก็บค่าจอดรถไปเรียกเก็บค่าทำความสะอาดใช้หน้าที่ในทางมิชอบหาเงินโดยใช้ตำแหน่งงานเทศกิจเอาไปอ้างอิงเข้าไปข่มเหงคนอื่นอ้างตัวเป็นเจ้าถิ่นนักเลงอันธพาลทั้งๆที่เป็นแค่เทศกิจไม่ได้เป็นเจ้าถิ่นนักเลงอันธพาลอะไรเลย น้ำหน้าอย่างมึงเป็นได้แค่กุ๊ย เสือกประกาศตัวว่าเป็นเจ้าถิ่น คุมพญาไท ไม่เกรงกลัวกฏหมาย

อ้างตัวเป็นอั้งยี่ซ่องโจร เจ้าถิ่นห่าอะไรยังแย่งข้าวหมาแดกอยู่เลย

พอเล่นบอลได้หน่อยก็แดกเบียร์โชว์ในป้อมยามถอดชุดเทศกิจแขวนไว้เหลือเสื้อขาวไว้ตัวเดียวนั่งนอนพุงพุ้ย

#ชัชชาติ นิ่ง ไม่สนใจ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

แจ้งเตือนภัยร้ายสังคม มิจฉาชีพมาในรูปแบบใหม่ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กาชาด

จากการลงพื้นที่สอบถาม เจ้าหน้าที่กาชาด เกี่ยวกับบุคคลนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าหน้าที่กาชาด ใดใดเลย และบุคคลนี้ได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้มาใช้บริการสถานที่อาคารกาชาด โดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ เสียงดังโวยวาย ชี้หน้าใส่ผู้อื่น อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์กาชาดเสียหายอย่างมาก

ซึ่งกาชาดเป็นหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดและยืนอยู่บนหลักการความถูกต้องในระบบสากล

เจ้าหน้าที่กาชาดขอประณามกับบุคคลนี้ที่มาทำให้ภาพลักษณ์หน่วยงานกาชาดเสียหายอย่างยิ่งและขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่มาใช้บริการและได้พบปะเหตุการณ์ที่ไม่ถูกหลักการ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

อดีตนักข่าวสลิ่มทีวีพูล ชอบโพสต์ด่า คนอื่น ใส่ร้ายคนอื่นไปทั่ว ขี้อิจฉาริษยา สร้างความเกลียดชังในสังคม

นักข่าวรุ่นเดียวกับมันในค่ายซีนีแม็กซ์ได้ดีกันไปหมด เพราะเค้านิสัยดี ตั้งใจทำงาน (บก.ตีตั๋ว หัวหน้ามันนิสัยดี) มีแต่มันที่ทำพฤติกรรมเหี้ย นอกคอกอยู่ตัวเดียว

ตัวมันโดนเจ๊ติ๋มด่ากลางที่ประชุมแล้วก็ไล่ออกจากออฟฟิศเพราะพฤติกรรมมันเหี้ยจริงๆ จนเจ้านายทนไม่ไหวจริงๆ ไปงานแถลงข่าวก็ชอบไปกร่างใส่คนอื่นไปด่าคนโน้นคนนี้ชอบไปใส่ไฟเสือกเรื่องคนอื่นไปทั่ว ไม่เน้นทำงานเน้นสร้างปัญหา และชอบไปขอของแจกตามงานชอบไปอวดเบ่งตามงานกับ PR
ตอนนี้ไม่มีสังกัดไม่มีบัตรนักข่าวแต่ยังซ่าส์อยู่ตามงานแถลงข่าว (ซึ่งผิดกฏหมาย) แอบอ้างเป็นนักข่าว
(สมาคมภาพยนตร์, สมาคมวิจารณ์บันเทิง ยังให้ท้ายมันอยู่มากร่างตามงานหนัง)

ค่ายหนังต่างประเทศที่ให้ท้ายมัน มาทำพฤติกรรมลวงโลก หลอกคนอื่น
ค่ายสหมงคลฟิล์ม
ค่ายวอร์เนอร์
ค่ายยูไอพี
ค่ายดิสนีย์
ค่ายมงคลฟิล์ม

ตัวมันเคยใส่ร้ายกล่าวหานันทขว้าง เพราะอิจฉานันทขว้าง ที่ได้ดีกว่าทุกมุม คอยจำผิดแม้กระทั่งตอนนันทขว้างเดินออกจากโรงหนังสกาล่าเรื่องgodfather ครบรอบ 50 ปี ทั้งที่หนังยังฉายไม่จบเพราะเขามีธุระกับหัวหน้า(สุทธิชัยหยุ่น)แต่มันก็เอาไปด่าในรายการวิทยุ(ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก)ให้เขาเสียๆหายๆ

แปลกมากคนละยำแบบนี้ยังอยู่ในวงการบันเทิงวงการหนังภาพยนตร์ได้อีก

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

#ทักษิณ ตอนที่ 4

หลังจากฝ่ายเจ้า นำโดย PAD ได้ล้มสมัคร สุนทรเวช ได้ เพราะข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพียงเพราะสมัครยังมีรายการทำอาหารทางทีวีในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทักษิณก็ตอกกลับเจ็บ โดยการเอาพี่เขย คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกแทน คราวนี้ยิ่งกว่าสมัคร เพราะเป็นบุคคลในครอบครัว ยิ่งทำให้ PAD เดือดมากขึ้นไปใหญ่ เลยต้องออกมาประท้วงกันอีกรอบ รอบนี้จัดหนัก โดยการยึดทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

…การยึดเกิดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมปี 2008 ยึดหนึ่งอาทิคย์ สร้างความฉิบหายวายป่วงให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะไม่มีเที่ยวบินสามารถเข้าออกได้เลย มีการจัดฐานทัพไว้ที่สุวรรณภูมิ ทั้งห้องน้ำห้องท่า ทั้งที่ทำอาหาร เปิดเพลงเต้นรำทั้งวันทั้งคืน ทหารก็ไม่แทรกแซง ถ้าเป็นสมัยนี้ อย่าว่าแต่ยึดสนามบินเลย ยึดท่าปล่อยรถหมอชิตยังทำไม่ได้ ไอ้การที่ปิดสนามบินอย่างนั้น ก็เพื่อบีบให้สมชายลงจากตำแหน่ง หนึ่งในผู้นำการชุมนุม กษิต ภิรมย์ อดีต รมว ต่างประเทศ ถึงขนาดบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ

…ช่วงนั้นเอง เกิดเรื่องใหญ่ เมื่อ PAD จัดการชุมนุมหน้ารัฐสภา และมีการปะทะกันกับตำรวจ (ที่ถูกมองว่าอยู่ข้างทักษิณ) จนทำให้นางสาวอังคณา หรือน้องโบ ที่พกระเบิดปิงปองมาเพื่อจะก่อสถานการณ์ กับเสียชีวิตเพราะระเบิดปิงปองของตัวเอง ที่เป็นเรื่องใหญ่เพราะงานศพน้องโบ หมายถึง สิริกิติ์ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานศพ โดยมีจุฬาภรณ์ไปด้วย ถือเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สถาบันกษัตริย์ไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่อยู่ข้างเสื้อเหลืองและ PAD อย่างโจ่งแจ้ง ในระหว่างงานศพ สิริกิติ์บอกว่า ขอบคุณน้องโบและครอบครัว ที่ช่วยปกป้องสถาบันกษัตริย์ นับว่าทำคุณงามความดีให้กับประเทศ งานศพนั้นจึงเป็นงานศพพระราชทาน ส่งผลให้คนเสื้อแดงโกรธมาก เพราะเห็นว่าเจ้าลำเอียง มันมาถึงจุดที่สิริกิติ์เองก็ประกาศสงครามกับคนเสื้อแดงเช่นเดียวกัน

….แต่เรื่องทั้งหมด เมื่อสิริกิติ์ออกไปงานศพเพื่อตำหนิรัฐบาลสมชาย แต่ก็ยังบีบสมชายไม่ได้อยู่ดี จนศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้าแทรกแซงอีกครั้ง โดยการระบุว่า มีสมาชิกบริหารของพรรคพลังประชาชนโกงการเลือกตั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้น คณะผู้บริหารทั้งหมดต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และยุบพรรคทันที นี่เป็นการทำตุลาการภิวัฒน์อีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้งหลังพรรครัฐบาลล่ม พรรคประชาธิปัตย์กลับได้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนมาตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย โดยได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ และมีการแต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นคือความฉิบหายทางการเมืองของไทย

….จากนั้น ตั้งแต่ปลายปี 2008 ถึงทีของคนเสื้อแดงออกมาบ้าง ในส่วนของฝ่ายเสื้อเหลืองก็มีความระหองระแหงกัน โดย PAD ที่มีส่วนในการล้มรัฐบาลสมัครและสมชาย คาดหวังว่า แกนนำของ PAD จะได้เข้าไปนั่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตรงข้าม เมื่ออภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายก กลับตัดขาดกับ PAD ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ PAD ที่ผ่านมา เลยไม่เอาคนของ PAD มาร่วมคณะรัฐมนตรี ทำให้ PAD โกรธมาก และเริ่มทำสงครามกับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากนั้นมา

…แต่ก่อนจะเล่าเรื่อง PAD กับพรรคประชาธิปัตย์ อุปสรรคแรกของรัฐบาลคือความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับเขมร เพราะนายกเขมร ฮุนเซน รู้ว่าประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งของทีม PAD ที่คอยยุแยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้น เมื่ออภิสิทธิ์ได้เป็นนายก ก็เกิดการปะทะตามแนวชายแดนตลอด และฮุนเซนตามด่าอภิสิทธิ์รายวัน อาทิ การแช่งให้อภิสิทธิ์เครื่องบินตกตายห่า หรือการไปญาติดีกับทักษิณอย่างออกนอกหน้าเพื่อทำให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ ทหาร และเจ้าไทยรำคาญ โดยการแต่งตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเชิญทักษิณมาเขมรหลายครั้ง มาจัดงานสงกรานต์ มาเตะบอลร่วมกัน ฮุนเซนมันแสบ เวลาเตะบอลกับทีมทักษิณ ฮุนเซนอยู่ในชุดสีแดง เพราะต้องการสนับสนุนคนเสื้อแดงของทักษิณ ขณะที่ทักษิณอยู่ทีมสีน้ำเงิน ในโอกาสนั้น ฮุนเซนเปิดพรมแดนให้พี่น้องชาวอิสานเดินทางมาร่วมกิจกรรมในกัมพูชาด้วย สุดท้าย เมียฮุนเซน ที่ชื่อ บุญรานี ขึ้นไปอธิษฐานบนเขาพระวิหาร ขอให้คนแกล้งทักษิณต้องมีอันเป็นไป (อุ๊บ) และบอกว่า จะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในเขมรหากกลับไทยไม่ได้ถาวร เรื่องนี้สร้างความโกรธให้ฝ่ายไทยมาก

…ต่อมา คือการต่อต้านจากฝ่ายเสื้อแดง ที่โกรธเพราะมาพรากรัฐบาลอันเป็นที่รักของเค้าไปด้วยวิธีสกปรก คือตุลาการภิวัฒน์จึงเริ่มออกมาประท้วงอภิสิทธิ์ สาเหตุหลักๆ ก็คือการขอให้อภิสิทธิ์ลงจากตำแหน่งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่อภิสิทธิ์ไม่ยอม อย่าลืมว่า ตอนนั้นภูมิพลเริ่มป่วยแล้ว เข้าโรงพยาบาลเมื่อปี 2009 อำนาจทั้งหมดตกอยู่ในมือสิริกิติ์เป็นหลัก นั่นหมายถึงตกไปอยู่ในมือบูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธเป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งทีมนี้มีความคิดที่จะไม่อ่อนข้อต่อคนเสื้อแดง ใจหนึ่งก็กลัวว่า หากภูมิพลเป็นอะไรกระทันหัน เสื้อแดงอาจครองเมือง โดยมีทักษิณอยู่เบื้องหลัง และข่าวลือที่ว่า ทักษิณสนิทกับวชิราลงกรณ์นั้น ยิ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพยิ่งต้องกำจัดเสื้อแดงมากขึ้น

…ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและวชิราลงกรณ์จริงในระดับหนึ่ง ในเรื่องของการออกเงินส่วนตัวเพื่อช่วยซ่อมแซมวังนนทบุรีให้วชิราลงกรณ์ รวมถึงการมอบเงิน “ตามพระราชอัธยาศัย” เพื่อเป็นการซื้อตัววชิราลงกรณ์นั่นเอง ทักษิณถึงขนาดให้สัมภาษณ์ นสพ The Times ของอังกฤษว่า ยุคสมัยหน้าที่มีวชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์ จะยิ่งแจ่ม สดใส และเจริญรุ่งเรืองกว่านี้ ทำให้ลิ่วล้อของภูมิพลโกรธมาก ถึงขนาดฟ้องทักษิณด้วย 112 มองตรงนี้ บอกเลย ทักษิณน่ารังเกียจมาก ยุคที่รุ่งเรืองกว่า ยุคห่าอะไรคะ มีแต่การอุ้มฆ่าทั้งนั้น ในส่วนของวชิราลงกรณ์ แม้ได้เงินมาจากทักษิณ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการเป็นมิตรกับทักษิณ เอาจริงๆ วชิราลงกรณ์ไม่ได้เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น เพียงแต่อ่อนไปตามลมและจังหวะทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉลาดพอตัว

…เดี๋ยวกลับมาเรื่องคนเสื้อแดงถูกสังหารกลางกรุงค่ะ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ข่าวแปลสกู๊ปใหญ่ที่ขึ้นหน้า1 หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ เรียกได้ว่า มันคือประวัติอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ของร.10 อ่านโคตรสนุก ถ้าคนต่างประเทศเขาได้อ่าน เราคนไทยก็ต้องได้อ่าน! แปลเต็ม!!! จัดไป

“กษัตริย์ไทยวัย68ปี แต่ง5หย่า4 จุดจบของแต่ละนางจะยิ่งอนาถขึ้นเรื่อยๆ”งานอดิเรกของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ก็คือผู้หญิง ซึ่งเขาเคยมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวสวย(ที่มีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม)มากมายประสบการณ์รักอุดมเหลือล้นมีเพียงชายที่ทั้งเงินและอำนาจเท่านั้น ที่เหลือจะมีประสบการณ์ด้านความรักที่มีสีสัน!ถ้าพูดถึงประสบการณ์รักนั้น
ไม่มีใครจะเกินไปกว่ากษัตริย์รัชกาลที่10
แห่งประเทศไทยมหาวชิราลงกรณ์
เขาถูกเปรียบเปรยว่าเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของไทย
ที่พลัดตกในหล่มโคลนตม พฤติตนได้ยิ่งกว่าคำว่า “แปลกประหลาด”!เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เขาชอบแปะสติกเกอร์ลายสัก ชอบใส่เสื้อกล้ามครอบท็อป หย่าร้างมาแล้วสี่ครั้ง เปลี่ยนแฟนไม่รู้จักหยุดจักหย่อน แต่งตั้งหมาเป็นจอมพล… แต่ในชีวิตที่โชกโชนของเขานั้น สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่สนใจของผู้คนมากที่สุดนั่นก็คือ เรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของเหล่าสนมภายในรั้วในวัง ซึ่งเรื่องราวของเขานั้นร้อนแรงตื่นเต้น และคดเคี้ยวเลี้ยวลดดั่งขุนเขา ยิ่งกว่าซีรี่ย์ละครต่อเนื่องเรื่อง “Beyond the Realm of Conscience” เสียอีก!ตั้งแต่กษัตริย์อย่างภูมิพลสวรรค์คต ลูกชายคนเดียวของพระองค์มหาวชิราลงกรณ์ก็ได้เสด็จขึ้นครองราช ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับความประพฤติแต่ละอย่างกับพระราชบิดาซึ่งถูกสรรเสริญว่า “เทวดาจุติ” แล้วนั้น ความประพฤติของกษัตริย์วชิราาลงกรณ์นั้นถือได้ว่าผิดแปลกแหกกรอบจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนพฤติกรรมทั้งหมดทั้งมวลที่เขาเป็นล้วนเป็นเพราะเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวระหว่างภูมิพลกษัตริย์องค์ก่อนและพระราชินี ซึ่งถูกเลี้ยงอย่างตามอกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก แถมยังบอกลูกชายอีกว่า: “เจ้าเป็นชายผู้ที่จะมาเป็นกษัตริย์ ทุกสิ่งอย่างในประเทศไทยล้วนเป็นของเจ้า” วชิราลงกรณ์โตมาด้วยคำพูดประโยคนี้ ในขณะที่ทุกคนพากันตามอกตามใจสุดลิ่มนั้น พวกเขาก็ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน ไหนเลยจะรู้ว่าพอย่างเข้าพระชนมายุ12พรรษากลับผูกเชือกรองเท้าไม่เป็น อาศัยมหาดเล็กผูกให้บางทีอาจจะเป็นเพราะสมปรารถนาไปเสียทุกอย่าง ชีวิตและจิตใจของวชิราลงกรณ์ได้รับการเติมเต็ม จนบัดนี้เขาผู้ซึ่งเจ้าชู้มีพระราชินีมาแล้วสี่คน และเจ้าคุณพระอีกหนึ่งคน สาวๆไม่ขาดมือ ระดับความเจ้าชู้ทะลุถึงจุดที่ประชาชนตะลึงจนพูดไม่ออก#พระราชินีองค์ที่หนึ่ง: #สมด้วยเกียรติและฐานะปี1977 วชิราลงกรณได้สมรสกับองค์หญิงโสมสวรีผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเองโสมสวรีเป็นหลานสาวของพระพันปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของวชิราลงกรณ์ โสมสวรีเป็นหญิงสูงศักดิ์ เป็นถึงองค์หญิง เพื่อสร้างความมั่นคงในพระราชอำนาจในการปกครองให้แก่บุตรชาย พระพันปีจึงให้หลานสาวของตนแต่งงานกับลูกชายของตน นี่เป็นงานสมรสเพื่อการเมืองอย่างแท้จริง แม้ว่าทั้งสองจะสมกันด้วยเกียรติและฐานะ แต่โสมสวรีก็แท้งลูกหลังจากตั้งครรภ์ครั้งแรก ต่อมาในที่สุดก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวหนึ่งคน ทว่าด้วยความที่เป็นภรรยาที่ปราศจากความรักเป็นพื้นฐาน จึงไม่สามารถคล้องใจชาย(ผู้ไม่เอาไหน)ได้จากนั้นต่อมา วชิราลงกรณ์ก็ย้ายออกจากบ้านมาอยู่กับคนรักอีกคนหนึ่ง คนรักคนนี้เป็นนักแสดงสาวที่มีชื่อเสียงมากในเวลานั้น ยุวธิดาซึ่งก็หลังจากพระราชินีกำเนิดองค์หญิงมาได้ไม่นาน ยุวธิดาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนที่หนึ่ง เมื่อวชิราลงกรณอาศัยอยู่นอกวังหลายปี พอสมรสกันได้สองปีเขาก็เลี้ยงผู้หญิงไว้มากมาย นี่สร้างความเจ็บปวดให้โสมสวรีมากต่อมามีข่าวว่าพระราชินีทรงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า องค์หญิงโสมสวรีผู้ซึ่งเป็นสตรีที่ปรีชาสามารถ แต่กลับถูกการสมรสการเมืองกดดันเสียจนบอบช้ำ ท้ายที่สุดวชิราลงกรณ์จึงได้จบชีวิตสมรสกับนางด้วยเหตุผลที่ว่า “เราสองเข้ากันไม่ได้” แต่ด้วยความที่เป็นหญิงสูงศักดิ์ จึงได้รับพระราชทานยศใหม่ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในราชสำนักได้ต่อไป#พระราชินีองค์ที่สอง : #จากมือที่สามหลายปีสู่ภรรยาหลวงหลังจากวชิราลงกรณ์ได้อยู่กินกับยุวธิดามาสิบกว่าปี จนกระทั่งได้ให้กำเนิด4บุตรชายและหนึ่งบุตรสาวแล้วนั้น ก็ยังไม่ได้รับการเลื่อนสถานะอีกเป็นเวลาหลายปี จนวชิราลงกรณ์ได้หย่าขาดกับโสมสวรีเป็นเวลาสามปีแล้วนั้น ก็ได้สมรสกับยุวธิดา ในที่สุดยุวธิดาก็ได้เลื่อนฐานะของเขาเสียที ได้เป็นพระราชินีอย่างเป็นเต็มปากเต็มคำ(อย่างเป็นทางการ)บุตรทั้งสี่ได้เคยเปิดเผยอีเมลความว่า: “พวกเราเฝ้าหวังจะกลับประเทศไทยทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเวลากว่า15ปีไม่เคยได้เหยียบย่างผืนแผ่นดินเกิด พวกเราคิดถึงประเทศไทยอย่างมาก” ทว่าไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับใดๆเลยพระสังฆราชกล่าวไว้ว่า องค์หญิงสิริวรรณวลีมีดวงชะตาพิเศษ สามารถทำให้รัชสมัยรุ่งโรจน์โชติช่วง และยังสามารถทำลายคำสาปของราชวงศ์ไทยที่ว่า “ราชวงศ์สิ้นสุดในรัชกาลที่สิบ” (วชิราลงกรณ์ก็คือกษัตริย์ในรัชการที่10) ดังนั้น วชิราลงกรณจึงรีบไปรับตัว “ยันต์คุ้มตัว” อันล้ำค่านี้กลับประเทศอย่างรวดเร็ว และเอาขึ้นหิ้งดูแลอย่างดีราวกับเป็นเทพเจ้า ทนุบำรุงไปตลอดชีวิต(ส่วนเจ้าชายทั้งสี่แต่ละคนต่างก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน บุตรชายคนโตสอบติดปริญญาเอกด้านการบิน บุตรคนที่สองสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมาย บุตรชายคนที่สามมุ่งสายแพทย์ศาสตร์ บุตรชายคนที่สี่จบการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์)#พระราชินีคนที่สาม : #สาวผู้เคยเปลือยกายเต้นรำวชิราลงกรณ์ผู้เจ้าชู้เป็นนิสัย ต่อมาได้สมรสกับสาวที่ขนานนามว่าเป็นสาวบ้านสาวเรือนของเขานามว่าศรีรัศมิ์ ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาคนที่สามของวชิราลงกรณ์ ทั้งสองได้สมรสกันเมื่อกุมภาพันธ์ปี2001 หลังสมรสก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนจะว่าไปนี่ถือเป็นเรื่องมงคลสำหรับราชวงศ์ไทยซึ่งมีโอรสเพียงน้อยนิด ซึ่งในปีนั้นกษัตริย์ภูมิพลซึ่งยังมีพระชนชีพอยู่นั้น ถึงกับได้พระราชทานยศทางราชราชสำนักแก่พระนางอีกด้วย แม้แต่ตระกูลของศรีรัศม์ยังได้รับพระราชทานนามสกุล พระราชทาน และพระราชินีผู้เกิดจากสามัญชนพระองค์นี้ยังเป็นสัญลักษณ์ในการเข้าถึงราษฎรของวชิราลงกรณ์ และพวกเขายังเคยได้เสด็จเข้าร่วมกิจกรรมต่างประเทศด้วยกันแทนภูมิพลอดีตกษัตริย์อีกด้วยวชิราลงกรณ์มีความรักต่อศรีรัศมิ์อย่างมาก ถึงกับกล่าวยกย่องพระราชินีองค์นี้ให้กับบุคคลภายนอกว่า “มีความประพฤติงดงาม ไม่เคยกล่าวร้ายกับใครแม้เพียงคำเดียว” พร้อมยังกล่าวว่าพระนางทำสร้างความรู้สึกของความเป็นครอบครัวให้กับพระองค์ ทั้งสองทรงเลี้ยงสุนัขพุดเดิ้ลหนึ่งตัว รักเขาก็ย่อมรักของของเขาด้วย(หมา) พระองค์ถึงกับพระราชทานยศ “จอมพลอากาศ” ให้แก่สุนัขอันเป็นที่รักด้วยแต่ทว่าวันเวลาแห่งความปิติหวานชื่นก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และแล้วเรื่องอื้อฉาวของวชิราลงกรณ์ก็ได้บังเกิดขึ้น ในปี 2009กษัตริย์ภูมิพลทรงประชวรและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล วชิราลงกรณไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกกังวล แต่กลับยังไร้ความอาย มีนักข่าวถ่ายภาพขณะที่วชิราลงกรณ์และภรรยาศรีรัศม์จัดงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำเปลื้องผ้ากลางวัง เพื่อจัดงานฉลองวันเกิดให้สุนัขทรงเลี้ยงของเขาในภาพถ่าย พระนางสวมชุดบิกินี่วาบหวิว คุกเข่ากินเค้กเหมือนสุนัข และเมื่อภาพหลุดออกไป ได้สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพลักษณ์ของวชิราลงกรณ์และศรีรัศม์ถึงกับพังพินาศ!และเพื่อเป็นหลบเลี่ยงคำติฉินนานทาภายในประเทศ ทั้งสองจึงพาเหล่าผู้ติดตามกว่า 30 คนเสด็จไปประเทศอังกฤษ ในเวลานี้เองก็เกิดการรัฐประหารโดยทหารขึ้น แต่ทั้งสองก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ สร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าข้าราชการระดับสูงหลายคนเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันได้เกิดปฏิบัติการปราบปรามการทุจรติครั้งมโหฬารขึ้น เหล่าพระญาติทั้งเจ็ดคนผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการทุจตริตก็ถูกจับ ทำให้เขาต้องหย่ากับราชกุมารและถูกถอดถอนเป็นสามัญชนในปี 2014วชิราลงกรณ์ได้มีความเจ้าชู้เป็นนิสัยไปเสียแล้ว จากนั้นต่อมาก็เปลี่ยนหญิงสาวไม่ได้หยุดหย่อน ทว่าพระพันปีก็ยังคงหลงรักตามใจโอรสของเขาอย่างไร้ขีดจำกัด โดยไม่สนใจในการอบรมบ่มนิสัยในโอรสของตน เอาแต่กล่าวว่า: “ลูกชายผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ของฉันมีความเป็นเสือผู้หญิงเขาเป็นนักเรียนที่ดี เป็นลูกที่ดี ปัญหาคือผู้หญิงนั้นชอบเขา และเขาก็ชอบผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร”#พระราชินีองค์ที่4: #แอร์โฮสเตสผู้งดงามและก็อย่างที่เดากันได้ หลังจากศรีรัศม์แล้ว วชิราลงกรณ์ก็ได้คบกับแฟนซึ่งเป็นแอร์โฮสเตสคนหนึ่ง และพระนางก็เป็นพระราชินีองค์ปัจจุบัน กล่าวกันว่าราชินีสุธิดาเป็นแอร์โฮสเตสมือหนึ่ง ทั้งสองพบกันบนเครื่องบิน จากนั้นวชิราลงกรณ์ก็ได้แต่งตั้งเขาเป็นหัวหน้ากองทหารปกป้องราชสำนัก และก็เป็นองครักษ์หญิงรักษาพระองค์ด้วยเช่นกัน และจากนั้นอีกไม่นาน วชิราลงกรณ์ก็ได้สมรสกับ”องครักษ์หญิง”ผู้มีใบหน้างดงามดั่งบุปผาคนนี้สุธิดาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นสูง อากัปกิริยางดงามเรียบร้อย บุคคลิกในการสนทนาอ่อนช้อยดูดี อีกทั้งแสดงการยอมรับต่อบุตรธิดาคนก่อนๆ ของวชิราลงกรณ์อย่างรวดเร็ว และมีเป็นคนมีความใจกว้างและนอบน้อมเบื้องหน้าพสกนิกร อาจเป็นเพราะเห็ยบทเรียนในอดีตกระมัง สุธิดาจะต้องระมัดระวังในการกล่าววาจาอย่างมาก และมีความเจียมเนื้อเจียมตัว แต่วชิราลงกรณ์ก็คือวชิราลงกรณ์ หลังจากทั้งสองได้สมรสกันได้สามเดือน วชิราลงกรณ์ก็รับสินีนาฏมาเป็นเจ้าคุณพระ#คนที่ห้าเจ้าคุณพระ: #พยาบาลทหารสินีนาฏเป็นพยาบาลทหาร ขณะแอบพบรักกัยอยู่นั้น ได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่วชิราลงกรณ์ทรงโปรดปราน ทั้งสองชอบใส่เสื้อคู่รักออกไปข้างนอก เมื่อวชิราลงกรณ์เสด็จไปพระราชพิธีสำคัญๆนั้น ก็มักจะพาเจ้าคุณพระองค์นี้ไปด้วยเสมอ แต่ไม่พาสุธิดาไปด้วยแถมสินีนาฏยังเป็นเจ้าคุณพระเพียงผู้เดียวในรอบร้อยปีของไทย และอีกทั้งประเทศไทยก็ยกเลิกระบอบหนึ่งผัวหลายเมียไปนานแล้ว ดังนั้นวชิราลงกรณ์ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างไม่ต้องสงสัยว่า ตอนนี้ตนมีเจ้าคุณพระที่เราหลงรักมากแล้วนะสินีนาฏอาศัยความเป็นที่โปรดปราน ไม่เคยมองสุธิดาอยู่ในสายตา แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า สินีนาฏดำรงตำแหน่งยังไม่ถึงร้อยวัน ก็โดนกษัตริย์อาศัยข้อกล่าวหาที่ว่า “ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์” และ “มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง” ปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคุณพระ และถูกส่งตัวเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพ เจ้าคุณพระที่ทรงแต่งตั้งมากับมือถือถูกโละ ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วหล้า บ้างก็ลือว่านางมีชู้ บ้างก็ลือว่านางถูกทรมานจนตาย แต่ความจริงแล้วนั้น กษัตริย์ไทยให้ความใส่ใจความเป็นไปของสินีนาฏมาก โดยจะมีคน้ข้าไปถวายรายงานสถานการณ์ระหว่างที่สินีนาฏอยู่ในเรือนจำหญิงผู้เป็นพระราชินีซึ่งทึกทักเอาว่าอนาคตจะไร้ซึ่งคู่ต่อกรแล้วนั้น อยู่มาไม่ถึงปีกลับตกอยู่สภาวะสั่นคลอนอีกครั้ง เพราะไม่เพียงแต่ราชาจะทรงอภัยโทษให้แก่สินีนาฏเท่านั้น ยังจัดเครื่องบินส่วนตัวบินมารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศเยอรมัน พระมหากษัตริย์ผู้ใจกว้าง พ้นลมปากครั้งเดียวก็สามารถซื้อชุดพระราชพิธีสุดหรูเป็นสิบๆชุดให้แก่สินีนาฏที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ชุดหรูทั้งสิบปรากฎขึ้นที่สนามบินกรุงเทพ โดยแบ่งบรรจุลงในถุงที่ปราณีตพิถีพิถัน และอยู่ในความดูแลอย่างของข้าราชบริพารนับจากวันครบพระราชสมภพของกษัติรย์ไทยวันที่ 28 กรกฎาคม ของปีที่แล้วเป็นต้นมา พระองค์ทรงหลบหลี้หนีภัยโรคระบาดอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แต่พระองค์กลับถ่ายทอดพระราชโองการอันทรงธรรมก้องนภา นักโทษหญิงทั้งหมดทรงได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้รวมไปถึงเจ้าคุณพระที่ถูกโละทิ้งซึ่งติดคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีด้วย เมื่อถึงสิ้นเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว ทัณฑสถานหญิงก็ได้มีการจัดกิจกรรม Big cleaning อย่างกะทันหันเป็นเวลาหลายวัน มีข่าวลือกันว่า นี่เป็นคำสั่งของพระมหากษัตริย์ โดยการทำความสะอาดบริเวณที่พระนางจะเสด็จผ่านหลังได้รับอิสรภาพ รวมไปถึงทางเดินต่างๆ เพื่อเป็นลางถึงอนาคตใหม่อันสดใสนักข่าวในพระราชสำนักแมคเกรเกอร์เปิดเผยในภายหลังว่า สินีนาฎออกจากคุกเมื่อวันที่ 28ดร.เพียงดิน รักไทย

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 21

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

คุณพลตายไปแล้ว ตอนนี้ลูกจ้างเริ่มหวาดกลัวว่า บริษัทจะไม่เหมือนเดิมเพราะคุณโอเลี้ยงขึ้นมาเป็นประธาน ส่วนผู้จัดการนั้น ลูกจ้างไม่หวังอะไรมากจากไอ้ทุย ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้เกิดอะไรขึ้นมากมายในบริษัท ทั้งในแง่การเปลี่ยนตัวลูกจ้างที่ทำงานให้ท่านประธาน ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านประธานกับเหล่ายาม หรือในแง่ทรัพย์สินที่คุณโอเลี้ยงฮุบหมดจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธาน ตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ลูกจ้างเลย ผู้บริหารบริษัททั้งหมดตกเป็นเบี้ยล่างของท่านประธานจริงๆ เย็นมองว่า ไอ้ที่ใครบอกว่าคุณโอเลี้ยงจะบริหารงานไม่เป็น อันนี้ไม่เป็นความจริงนะ

….คุณนายปากแดงนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาล ส่วนพี่สาวคนโต คุณบัวหลวงก็ยังวุ่นวายไม่เลิก ขนาดไม่ได้รับยศฐาใดๆ ก็ยังเบ่งกับลูกจ้าง ส่วนนักจดนั้น เพื่อเป็นการลบข่าวลือเรื่องการแย่งสมบัติกับพี่ชาย นางก็ค่อยๆ ลดบทบาทตัวเองลง แต่ไม่ทั้งหมด ยังมีงานบางอย่างที่พี่ชายต้องใช้มือน้องสาวในการทำให้ อาิท การผู้สัมพันธ์กับบริษัทของจีน จนถึงขนาดที่สำนักงานใหญ่ของจีนเชิญนักจดไปมอบเหรียญกล้าหาญ เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างบริษัทไทย-จีน ซึ่งอันนี้ คุณโอเลี้ยงมอบหมายให้น้องสาวทำ และก็ไม่ได้มีการอิจฉาริษยาใดๆ

…ส่วนน้องถั่ว ก็ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ของครอบครัว หลังจากเลิกกับผัวสองคน และจบไม่ได้ทั้งคู่ นางก็พยายามหาบทบาทให้ตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ก็ไปเป็นเพื่อนแม่ในงานศพของณัฏฐา และในช่วงปลายปี 2013 นางก็ออกมาเป็นองค์ประธานในกลุ่ม กปปส โดยออกมาสนับสนุนการเป็น “กบฎ” โดยการเอาธงชาติบริษัทมาผูกเป็นเปียบ้าง เอามาผูกติดกับหมาบ้าง คืออีนี่มันไม่ชอบครอบครัวของไอ้เหลี่ยม และเกลียดลูกจ้างเสื้อแดง ปากมันบอกว่าไม่อยากยุ่งกับงานบริษัท แต่ที่ไหนได้ อีนี่แหละตัวแสบ อีดอก

….ช่วงนี้ คุณโอเลี้ยงเริ่มเอาอีเมียน้อยออกงานมาขึ้น อีลาบก้อยมันกลายมาเป็นคู่แข่งอีคิ้วตันชิงตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ย มันเป็นสาวน่านค่ะ เป็นพยาบาล มันเป็นคนบ้าคุณโอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และก็ฝันหวานว่าสักวันมันจะได้เข้าใกล้คุณโอเลี้ยง มันเลยเริ่มจากการเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทราชวัลลภ ในตำแหน่งพยาบาล จากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้มีโอกาสเข้าถึงคุณโอเลี้ยง เพราะมันได้รับการเสนอชื่อเป็นพยาบาลดีเด่น เลยต้องรับรางวัลกับคุณโอเลี้ยง ในโอกาสนั้น มันแกล้งทำรางวัลหล่นจากมือ แล้วก็ทำท่าเสียอกเสียใจ ขอโทษคุณโอเลี้ยง จนคุณโอเลี้ยงเห็นใจมัน และในที่สุด ก็เอามันเป็นเมีย

….พอมันได้เป็นเมีย มันก็เริ่มกร่าง กลายมาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผัว เป็นคนเอาแฟชั่นเหี้ยมาแนะนำให้ผัว คือไอ้เสื้อเอวลอยนั่นแหละค่ะ แล้วก็เอาสติ๊กเกอร์แทททูมาติด อย่างวันนั้น นางก็เป็นคนจัดปาร์จี้ออร์จี้ให้ผัว และก็สูบยากัน พอไฮได้ที่ ก็ออกไปเดินเล่นตามท้องถนนในมิวนิค จนเป็นภาพที่ลูกจ้างเห็นทั่วไป จากนั้นก็ไปออร์จี้ต่อถึงเช้าและเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับไทย ที่คุณโอเลี้ยงชอบมันเพราะมันใจถึง มันแซ่บกว่าอีคิ้วตันมาก พออยู่เมืองไทย มันก็ใส่ชุดหวาบหวิวออกมาวิ่งจ๊อกกี้ อย่างที่เราเห็นเช่นกันที่บริเวณหน้าพระรูปทรงม้า …เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่กังขาว่า แล้วใครจะได้เป็นเมียคนต่อไป แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ในที่สุดแล้ว คุณโอเลี้ยงต้องการเมียทั้งสองคน

…ทางด้านการเมืองนั้น แม้ไอ้เหลี่ยมจะถูกกำจัดไป แต่ไม่นานนักก็เกิดเสี้ยมหนามใหม่ มันเป็นลูกเจ๊กเศรษฐี แม่มันชื่อสมหญิง ส่วนตัวมันคือสมทอน มันประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อแข่งขันในการเลือกตั้ง ชื่อพรรคส้มเช้ง แล้วก็มันเริ่มหาเสียง กลายเป็นที่รักที่ชอบของสาวน้อยใหญ่กะเทยวัยรุ่น ที่สำคัญ เค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า สมทอนไม่ชอบตระกูลคุณพล จึงกลายมาเป็นเป้าตั้งแต่แรกของการถูกโจมจี สมทอนมีเพื่อนสนิทชื่อป้อกกี้ คือไอ้ป้อกกี้นี่แหละที่จะเป็นตัวล้มคุณโอเลี้ยง ดังนั้น คุณโอเลี้ยงได้แต่รอโอกาสว่าเมื่อไหร่จะสามารถกำจัดพรรคส้มเช้งได้…. อีลาบก้อยนี่แหละที่เป็นตัวยุแยงให้ผัวกำจัดพรรคส้มเช้งโดยเร็ว

….รูปนี้เย็นมีโอกาสถ่ายกับหัวหน้าพรรคส้มเช้งค่ะ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ลงชื่อ… บัวหลวง

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นพบเค้าครั้งแรกตอนที่ดิชั้นอาสามาทำงานการกุศลเพื่อถวายให้แก่คุณพ่อ งานการกุศลที่ดิชั้นถนัดที่สุดคือการเล่นหนัง ดิชั้นไม่คิดมาก่อนว่า เพราะการมาทำงานการกุศลนี้ ดิชั้นจึงได้พบเค้า ตอนนั้น ดิชั้นได้ขยับมาเป็นสาวสังคมแล้ว หลังจากที่ดิชั้นเลิกกับผัวฝรั่ง หอบลูกกลับไทย แม้อ้อนวอนยังไง พ่อก็ไม่คืนดี ดิชั้นต้องหาลำไพ่ด้วยตัวเอง และงานการกุศลก็เป็นโอกาสที่จะเอารายได้มาเลี้ยงตัวเองด้วย ชั้นจึงเสนอสร้างละครการกุศล ที่ดิชั้นเล่นเป็นางเอก ดิชั้นมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน เล่นมาหลายบท บทต้นไม้ บทก้อนหิน ใครๆ ก็ชมว่าดิชั้นเล่นหนังเก่ง

…วันไปกองถ่ายว้นแรก ระหว่างที่ดิชั้นรอเข้าฉาก เค้าคนนั้นก็เดินเข้ามา โอ้มายก๊อด ชั้นตกหลุมรักเคัาทันที ดิชั้นเคยได้ยินสรรพคุณเค้ามาก่อน แม้เค้ามีเมียแล้ว ดิชั้นก็ไม่แคร์ ตอนนั้น ไม่อยากเล่นหนังแล้ว อยากกระโดดขึ้นเตียงกับเค้ามากกว่า วันนั้น ดิชั้นทอดสะพานเต็มที่ เลิกจากกองถ่าย ก็ชวนเค้าไปทานอาหาร ซึ่งเค้าก็ไม่ปฏิเสธ ความสัมพันธ์เราแนบแน่นขึ้น เมื่อมีฉากรักในหนัง ดิชั้นแสดงกับเค้าแบบเหมือนจริงมาก จนเมื่อถ่ายหนังเสร็จ เราก็แอบคบกันลับๆ ดิชั้นมันจะขับรถพาเค้าไปพักบ้านตากอากาศของคุณพ่อที่หัวหิน เราร่วมรักกัน 7 วัน 7 คืนค่ะ

….แต่เราก็ปิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะวันนั้น ดิชั้นดันพาเค้าไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังร้านป้าเจือ พอคนเห็น เค้าก็เอาไปลือกัน เรื่องเข้าหูคุณพ่อและคุณแม่ เค้าสั่งให้ดิชั้นเลิกคบกับเค้า มิฉะนั้นจะตัดเงินเดือนดิชั้น ดิชั้นจำใจเลิกกับเค้า ดิชั้นเสียใจมาก รูปนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ดิชั้นถ่ายให้เค้าด้วยมือของดิชั้นเอง….

…ลงชื่อ… บัวหลวง

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 15

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ช่วงปี 2007/2008 คุณโอเลี้ยงดูเหมือนจะครอบครัวลงตัว คือเมียอ๊อด ที่คลอดลูกน้องขนมปัง จากการทำการผสมเทียมและอบในตู้ หลายๆ คนคิดว่า น้องขนมปังจะได้เป็นประธานในอนาคต แต่น้องขนมปังก็มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางสมอง ซึ่งทั้งพ่อและแม่ไม่ยอมรับว่าน้องเป็นออทิสติค พอไม่ยอมรับก็ไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกที่ น่าสงสารน้องขนมปัง ในโอกาสการคลอดลูกคนใหม่ คุณโอเลี้ยงให้สัมภาษณ์สื่อบอกว่า พอแล้ว ผมพอแล้ว เรื่องครอบครัวผมจะหยุดแค่นี้ เพราะผมมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว บอกตรงๆ เย็นอยู่ในการสัมภาษณ์นั้นด้วย เย็นรู้ทันที่ว่าคุณโอเลี้ยงตอแหล…ที่รู้ว่าตอแหลเพราะคุณโอเลี้ยงเริ่มคบกันนังคิ้วตัน ที่เป็นแอร์ของนกแอร์ เพราะการที่เดินทางบ่อย เลยได้เจอกับน้องคิ้วตัน ใครจะเชื่อว่า นังคิ้วตันคนนี้แหละที่จะได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยบริษัทในเวลาต่อมา และตอนนั้น เมียอ๊อดก็เริ่มรู้ชะตากรรมตัวเอง แต่อ๊อดไม่เก่งเท่าปอร์เช่ ที่รู้ว่าเวลาไหนต้องหนี กลับยังทนอยู่เพราะคิดว่าจะเอาชนะใจผัวได้ เรื่องมันต้องจบไม่สวยแน่ๆ เย็นรู้…ทางด้านน้องถั่ว อันนั้นยิ่งไปกันใหญ่ ด้วยความที่นางเป็นคนขี้หึงหวง ก็ชวนหาเรื่องทะเลาะกับคุณชาญชัยตลอด และชอบลงไม้ลงมือ ทีนี้ คุณชาญชัยก็ได้แต่ปัดไม้มือเพื่อป้องกันตัว แต่ดังพลาด ทำให้น้องถั่วหกล้ม จนทำให้ขาหัก น้องถั่วรีบฟ้องพี่ชายทันที คุณชาญชัยตกใจ เพราะรู้สรรพคุณของพี่ชายโอเลี้ยงว่าป่าเถื่อน เลยหนีไปพักอยู่ที่กุฏิหลวงตามหาโลตัส แต่เรื่องก็จบอย่างโศกนาฏกรรม เมื่อคุณโอเลี้ยงได้สั่งให้ยามคู่ใจ ไอ้ไก่แจ้ พาพวกไปถล่มกุฏิของท่านโลตัส เพื่อลากตัวไอ้ชาญชัยมาลงโทษ ทีนี้และ มีการตบตีชกต่อยกันชุลมุน ท่านโลตัสพยายามจะเข้ามาห้าม แต่โดนลูกหลง โดยถูกด้ามปืนฟาดไปที่หน้า หัวขมำฟาดพื้น ตายห่าในเวลาต่อมา….เมื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ถั่วรู้สึกผิด เลยไปเยี่ยม และเมื่อตาย ก็ไปนั่งร้องไห้หน้างานศพทุกวัน แต่ต่อมาค้นพบว่า มีทองคำจำนวนมากซุกอยู่ในโอ่งหลายใบที่กุฏิของท่านโลตัส ก็เจ็บใจที่ถูกหลอกเรื่องการทำบุญมาตลอด เลยยึดทองเอาไปเลย ส่วนผัวชาญชัย โดยไอ้ไก่แจ้ซัดจนน่วน ถูกกระทืบไม่ยั้ง และถูกจับกร้อนผม บังคับให้บวชไม่สึกที่นครศรีธรรมราช… เรื่องนี้ถูกปิดเงียบจากสาธารณชน เย็นว่าก็ตลก ตอนเป็นผัว ก็เอาออกมาโชว์หรา พอเลิกกับเค้า ก็ทำเป็นไม่เกิดอะไรขึ้น บ้านนี้แม่งเพี้ยนฉิบหาย…ด้านการเมือง หลังจากจัดให้มีการเลือกตั้ง ใครจะเชื่อว่าไอ้เหลี่ยมมันสามารถชนะการเลือกตั้งได้โดยผ่านคุณสมาน อีคุณสมานจริงๆ เคยสนิทกับคุณพลมาก่อน และมีส่วนรู้เห็นในการสังหารลูกจ้างนักเรียนที่โรงเรียนปรีดา แต่ตอนนี้ย้ายค่ายมาอยู่กับไอ้เหลี่ยมและชนะการเลือกตั้ง โอ้ย ไอ้จิ้มลิ้มโกรธมาก เพราะมันคิดว่ามันกำจัดศัตรูไปได้แล้ว เลยรีบโทรศัพท์ไปหาป้าปากแดง ว่าจะหาวิธีจัดการกับไอ้สมาน คือจะเอาให้ตาย ป้าปากแดงบอกว่า ถ้าทำให้ตายได้จะให้รางวัลเป็นเบียร์อีกหนึ่งลัง อร้ายยยย….นั่นจึงเป็นที่มาของการใช้ประเด็นวัดที่โคกหนองนา ที่เรามีพรมแดนติดกับกัมพูชา มาเป็นตัวขับเคลื่อนไล่อีสมานออกจากตำแหน่งผู้จัดการ เพราะคุณสมานไปช่วยเขมรทำแคมเปญที่วัดโคกหนองนาให้เป็นมรดก UNESCO ไอ้จิ้มลิ้มมันใส่ร้ายว่า คุณสมานต้องการยกบริษัทให้เขมร เลยมีการประท้วงใหญ่ แต่สาเหตุจริงๆ ที่คุณสมานต้องลงจากตำแหน่งเพราะเค้ามีรายการตำส้มตำทางโทรทัศน์ คือระหว่างเป็นผู้จัดการ ก็ปลีกเวลาไปตำส้มตำโชว์ จนถูกกล่าวหาว่าผลประโยชน์ทับซ้อน เลยต้องลงจากตำแหน่ง…แต่ไอ้เหลี่ยมไม่ยกเลิกความตั้งใจ ได้ส่งคุณสมศักดิ์ พี่เขย ขึ้นเป็นผู้จัดการแทน โอ้ย อีจิ้มลิ้มดิ้นใหญ่ เลยเรียกพวกพ้องไปปิดสนามบินเป็นเวลาอาทิตย์นึง ระหว่างนั้น ที่สนามบินก็มีการทำอาหารร้องเพลงเต้นรำ จนคุณกษัส ออกมาบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ ไงละมึง แต่ก็ล้มคุณสมศักดิ์ไม่ได้ เลยกล่าวหาว่า คนของคุณสมศักดิ์โกงการเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้พรรคล่ม เปิดทางให้พรรคแมลงสาปเข้ามาตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของคุณ หมี (ชื่อเต็ม หมีน่าฮัก) เป็นผู้จัดการคนใหม่…..นี่คือปี 2008/2009 ซึ่งเป็นปีที่คุณพลเริ่มป่วยหนัก เพราะโรคติดบุหรี่ จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เรียกว่าเปลี่ยนโรงพยาบาลกลายเป็นวังไปเลย นับตั้งแต่เวลานี้ไป ยุคของคุณพลใกล้หมดเข้ามาเต็มที่ พวกยามเริ่มกลัวว่า หากคุณพลตาย และคุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นผู้จัดการ ตัวเองจะซวยกันหมด จึงมีความพยายามกันนักจดให้เป็นผู้จัดการคนใหม่ ขณะเดียวกัน คุณนายปากแดงเริ่มเข้ามาวุ่นวายในบริษัทมากขึ้น เหตุเพราะผัวป่วย ความวุ่นวายคือ การเตรียมทำรัฐประหารเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจไปด้วยดี โดยใช้มือของเสือตะวันออก ตอนนั้นมีไอ้ทุยเป็นผู้นำ ไอ้ทุยนี่แหละต่อมามันได้มาเป็นผู้จัดการหลายปี…อีเรื่องที่ป้าปากแดงทำก็คือ การไปงานศพอีณัฏฐา อีมือระเบิดปิงปอง ควงอีถั่วไปด้วย จนทำให้ลูกจ้างเสื้อแดงของไอ้เหลี่ยมไม่พอใจ กลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ ขณะเดียวกัน แผนการสังหารคุณสมานยังดำเนินต่อไป เมื่อคุณสมานไปเมืองนอก ดันเผลอไปทานข้าวเหนียวมะม่วงชาววังที่ทำโดยผู้จัดการของบริษัทที่วอชังตัน ดีซี โดยใช้ยาพิษแบบเดียวกับที่ให้ ป กุ้งเผา และคุณเดชณรงค์กิน จนคุณสมานกลับมาตายที่ไทย ระหว่างป่วยและต้องเดินทาง ก็มีกลุ่มลอดช่องเสื้อเหลือง เข้าไปสนามบิน ไปถือป้ายด่าคุณสมานต่างๆ นานา คุณสมานเขียนจดหมายลาตาย เพราะรู้ว่าถูกวางยา ตัดพ้อว่าทำไมครอบครัวลุงพลต้องทำกับเค้าขนาดนี้….เดี๋ยวมาต่อค่ะ รูปที่เห็นคือคุณชาญชัยตอนอยู่นครศรีธรรมราช

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีสิริกิติ์กับ “ผ้าพันคอสีฟ้า”

นี่คือคำบอกเล่าจากสมาชิกพันธมิตร (PAD) ท่านหนึ่ง: เรากำหนดให้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในเวลา 19.00 น. ค่ำวันที่ 15 กันยายน 2549 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะในวันนั้น รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 16 จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อยู่ติดๆกันเป็นอาคารเดียว ต่อมา ในเวลา 19.00 น. แม้แกนนำพันธมิตรทุกคน ยกเว้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่เดินทางกลับไปปฏิบัติภารกิจที่โรงเรียนผู้นำกาญจนบุรี จะสวมใส่เสื้อสีต่างกันไป แต่ทุกคนมีเหมือนกันอยู่อย่าง–ต่างพันผ้าพันคอสีฟ้า! โดยเฉพาะคุณสนธิ ลิ้มทองกุล จะอยู่ในเสื้อสีเหลือง พันผ้าพันคอสีฟ้า ในทุกครั้งที่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนนับจากนั้น ไม่ว่าจะที่สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย หรือสนามบินดอนเมืองผ้าพันคอสีฟ้าเป็นการแต่งการที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน แต่เมื่อมีท่านผู้ปรารถนาดีที่ไม่ประสงค์จะให้ออกนามและหน่วยงานนำผ้าพันคอสีฟ้ามาให้จำนวน 300 ผืน เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนั้น ทั้งคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำอีก 3 คนที่อยู่ ณ ที่นั้น คือ คุณพิภพ ธงไชย, คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข และอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ต่างพร้อมใจกันนำขึ้นมาพันคอทันที ดูเหมือนผู้สื่อข่าวก็สังเกตเห็นในเวลาแถลงข่าว แต่ไม่มีใครถามถึงความหมาย เพียงแต่มีอยู่คนหนึ่งถามขึ้นว่าจะนัดหมายให้ประชาชนพันผ้าพันคอสีฟ้ามาร่วมชุมนุมใหญ่ในอีก 5 วันข้างหน้าหรือเปล่า คำตอบที่ได้รับก็คือ ไม่จำเป็น แต่งกายอย่างไรมาก็ได้ ขอให้มากันมากๆก็แล้วกันแต่เมื่อคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พันผ้าพันคอสีฟ้าในทุกครั้งที่แถลงข่าวนับจากวันนั้นเป็นต้นมา โดยเฉพาะพันให้ส่วนที่เป็นมุมสามเหลี่ยมหันมาอยู่ด้านหน้า แบบคาวบอยตะวันตก ไม่ใช่แบบลูกเสือ ก็ทำให้สื่อมวลชนสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะไอทีวี ได้โคลสอัพผ้าพันคอผืนนั้นมาออกจอในช่วงข่าวภาคค่ำเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2549 ด้วย ถ้าสังเกตสักหน่อย ก็จะอ่านได้ว่า
902 (รหัสราชินีสิริกิติ์)
12 สิงหาคม 2549
แม่ของแผ่นดิน
ผ้าพันคอสีฟ้าผืนนี้ พวกเราที่เป็นทีมงานเก็บไว้คนละผืนสองผืน และนัดหมายกันไว้ว่าจะพร้อมใจกันพันในวันชุมนุมใหญ่ วันพุธที 20 กันยายน 2549 เสื้อสีเหลือง “เราจะสู้เพื่อในหลวง” + ผ้าพันคอสีฟ้า “902…” ขณะเดียวกันคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้สั่งตัดผ้าพันคอสีฟ้าแบบใกล้เคียงกัน ต่างกันแต่เนื้อผ้า และไม่มีคำ “902” เท่านั้น เตรียมออกจำหน่ายจ่ายแจกแก่ประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมในวันนั้นเย็นวันที่ 4 กันยายน 2549 คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากสุภาพสตรีสูงศักดิ์ท่านหนึ่งให้ไปพบ (คิดว่าเป็นท่านผู้หญิง จจ) ณ ที่พำนักของท่านไม่ไกลจากบ้านพระอาทิตย์มากนัก เมื่อไปพบ ท่านได้แจ้งว่าตัวท่านและคณะของท่าน รวมทั้งผู้ใหญ่ที่ท่านเคารพ ขอให้กำลังใจ ขอขอบใจที่ได้กระทำการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างกล้าหาญมาโดยตลอด และขอให้มั่นใจว่าธรรมจะต้องชนะอธรรม ก่อนกลับออกมา ท่านได้ฝากของขวัญจากผู้ใหญ่ที่ท่านเคารพใส่มือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นกระเป๋าผ้าไทยลายสีม่วงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณกระเป๋าสตางค์ของสุภาพสตรีที่เห็นทั่วไปในงานศิลปาชีพ เมื่อนั่งกลับออกมา คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เปิดดูพบว่า เป็นธนบัตรใหม่เอี่ยมมูลค่ารวม 250,000 บาท เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ทำให้คุณสนธิ ลิ้มทองกุล มีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าพวกเราจะประสบชัยชนะแน่นอนศรัทธาที่มีอย่างเต็มเปี่ยมมาโดยตลอดกว่า 1 ปียิ่งล้นฟ้าสุดจะพรรณนา ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะอย่างไรก็ตาม ความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมเลือนไปจวบวันตายก็คือ ครั้งหนึ่งในชีวิต ประชาชนช่วยจ่ายเงินเดือนเราโดยตรง แผ่นดินช่วยจ่ายเงินเดือนพวกเราโดยตรง ช่างเป็นชีวิตช่วงที่บรรเจิดเพริดแพร้วยิ่งนัก !จากนั้น คุณสนธิยังให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เราสามารถที่จะรวมคนได้เป็นหมื่น หลายครั้งเป็นแสน พวกนี้ก้อ เห็นแล้วสิ เฮ้ย ไอ้เจ๊กแซ่ลิ้ม มันใช้ได้เว้ย ก็เข้ามาอยู่ข้างหลัง ตอนนี้ก็เริ่มแล้วสิ พลเอกสุรยุทธโทรมา พลเอกสนธิให้คนใกล้ชิดโทรมา ในวัง ในวังนี่มีเยอะ เส้นสายในวัง ทุกคนสนิทหมด (เสียงคนฟังหัวเราะ) แม่งสนิทกันชิบหายเลย ‘ผมนี่ถึงเลยนะ ผมนี่คุณไม่ต้องพูดเลยว่าถึงไม่ถึง คุณมีอะไรคุณพูดมา รับรองถึงหู พระกรรณ’ ผมไม่สนใจหรอก เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเริ่มมาหนุนหลังขบวนการเรา… จนกระทั่ง มีสัญญาณบางสัญญาณมาถึงผม จู่ๆ ผมสู้อยู่ ก็มีของขวัญชิ้นหนึ่ง มาจากราชสำนัก ผ่านมาทางท่านผู้หญิงบุษบา ซึ่งเป็นน้องสาวพระราชินี ปรากฏว่าผมแค่ได้รับวันเดียว ผมเข้าไปรับด้วยตัวเองกับท่านผู้หญิงบุษบา โทรศัพท์มาหาผมเต็มเลย ป๋าเปรมให้คนสนิทโทรมา พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ทุกคนโทรมาหมด ถามว่า จริงหรือเปล่า ….เมื่อวานนี้ เค้าพูดแดกดันผม ซึ่งผมไม่สนใจหรอก แต่เผอิญ มันไปพาดพิงผ้าพันคอสีฟ้าผม ผมก็จะเล่าให้เค้าฟัง …. ผ้าพันคอสีฟ้านั้น ผมได้รับมา ก่อนเหตุการณ์วันที่ 19 กันยายน วันที่เราเปิดแถลงข่าวและชุมนุมกันครั้งสุดท้าย ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ จำได้มั้ย ผ้าพันคอนี้ ข้าราชบริพารในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เอามาให้พวกเราคืนนั้น แล้วบอกว่า พระองค์ท่านพระราชทานมา เป็นผ้าพันคอพระราชทาน ไอ้เบื๊อก! เป็นผ้าพันคอพระราชทานเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2549 คุณเฉลิม คุณจะพูดจาอะไร คุณระวังปากคุณหน่อย อย่าทะลึ่ง!โดยสรุป สนธิกำลังคอนเฟิร์มว่า สิริกิติ์ให้การสนับสนุนการล้มทักษิณอย่างเป็นทางการดูเพิ่มเติมที่ https://prachatai.com/journal/2008/08/17688

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

รวมบทสัมภาษณ์พิเศษอ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากสำนักข่าวทั่วโลก

BBC World
https://www.bbc.com/news/world-asia-53899816

Asia Sentinel
https://www.asiasentinel.com/p/facebook-blocks-access-to-popular

รอยเตอร์
https://www.reuters.com/article/us-thailand-facebook/after-block-new-facebook-group-criticising-thai-king-gains-500000-members-idUSKBN25L1I5

KrAsia
https://kr-asia.com/facebook-to-launch-legal-action-against-thai-government-after-request-to-block-group-critical-of-monarchy?fbclid=IwAR3FjA9H2pMjSUAj5roXJxGBvi2QhYTZeflV1XuOz5nCO5Bn2q_wVvAs3Ts

NHK ญี่ปุ่น
https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/live/?fbclid=IwAR1qbHnwfUlZNYu5Pe9SnQalWgJTNOMARLAPAfT3jpMuyf_sqci-lFZ0PxA

New York Times

Channel News Asia
https://www.channelnewsasia.com/news/livetv

Al Jazeera

Live

Financial Times
https://www.ft.com/content/8636ea38-2f85-4188-9378-590fabf04e24?accessToken=–sanitized–&sharetype=gift?token=–sanitized–

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น