หมวดหมู่
คดีแดง

ฟอกเงินผ่าน “ตึกหรู” ใจกลางพนมเปญ!

เงินสกปรกจากแก๊ง Call Center และ Scam Compound ของกลุ่ม Prince Group ที่ได้มาจากการหลอกลวงคนทั่วโลก ถูกนำมาฟอกให้ดู “สะอาด” ผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์และธนาคารในเขมร

รายงานระบุว่า เงินหลอกลวงเหล่านี้
• ถูกส่งผ่าน Prince Bank และบริษัทในเครือ
• ลงทุนสร้าง ตึกหรู โครงการคอนโด และโรงแรมระดับ 5 ดาว
• ปะปนกับเงินลงทุนจากต่างชาติ ให้ดูเหมือน “ถูกกฎหมาย”

นี่คือหนึ่งใน “เครื่องจักรฟอกเงิน” ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และเบื้องหลังความหรูหราในพนมเปญ — อาจเป็นน้ำตาของเหยื่อทั่วโลกที่ถูกหลอกจนหมดตัว

คำถามคือ…
รัฐบาลเขมรจะยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปอีกนานแค่ไหน รัฐบาลไทยทำอะไรอยู่

#Scambodia #PrinceGroup #ค้ามนุษย์ #ฟอกเงิน #คอลเซ็นเตอร์ #สแกมโบเดีย #รัฐบาลไทยทําอะไรอยู่

ที่มา: เพจ CSI LA

หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

อังกฤษ-สหรัฐฯ คว่ำบาตร “เครือข่ายเฉิน จื้อ” ผู้นำกลุ่มฉ้อโกงข้ามชาติ ยึดอสังหาฯ กลางลอนดอนกว่า 137ล้านปอนด์ หลังใช้ฟอกเงินจากแรงงานทาสยุคใหม่

ลอนดอน– 15 ตุลาคม 2025

รัฐบาลสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาได้ประกาศดำเนินการร่วมครั้งใหญ่ เพื่อปราบปราม “เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ดำเนินกิจการหลอกลวงออนไลน์ (Scam Centres) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์เป็นเครื่องมือในการสร้างผลกำไรมหาศาลจากผู้เสียหายทั่วโลก

 เครือข่ายหลอกลวงระดับอุตสาหกรรม โดยใช้เหยื่อแรงงานต่างชาติภายใต้การทรมาน

รัฐบาลอังกฤษระบุว่า เครือข่ายฉ้อโกงเหล่านี้ดำเนินการในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้แผนหลอกลวงอย่างแยบยล เช่น การสร้าง “ความสัมพันธ์หลอกออนไลน์” (Romance Scam) เพื่อชักจูงให้เหยื่อโอนเงินลงทุนในโครงการปลอม โดยเฉพาะใน คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงในสหราชอาณาจักรเอง

รายงานยังระบุว่า ผู้ที่ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงจำนวนมากเป็นแรงงานต่างชาติที่ถูกล่อลวงด้วยโฆษณางานปลอม และถูกกักขังในสถานที่คล้ายค่ายแรงงาน ถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงออนไลน์ ภายใต้การข่มขู่และการทรมานทางร่างกาย

 ยึดคฤหาสน์ 12 ล้านปอนด์ ใน “ถนนคนรวยที่สุดของลอนดอน”

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การอายัดคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านปอนด์ (ราว 500 ล้านบาท) ตั้งอยู่บนถนน Avenue Road ในเขต St John’s Wood ทางตอนเหนือของลอนดอน ซึ่งถือเป็นย่านที่มีราคาอสังหาริมทรัพย์สูงที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร

ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของ นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) ประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “ผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่มีการใช้แรงงานบังคับในการดำเนินกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์

นายเฉินและกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้จดทะเบียนบริษัทผ่าน หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) และลงทุนในสหราชอาณาจักร อาทิ

 อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกอายัด (รวมมูลค่ากว่า £137 ล้าน หรือราว 6 พันล้านบาท)

1. คฤหาสน์มูลค่า £12 ล้าน (ประมาณ 550 ล้านบาท)

 Primrose Hill / Avenue Road, North London
• อยู่ในย่านสุดหรู St John’s Wood ใกล้ Regent’s Park
• ถูกระบุโดย UK Foreign Office ว่าเป็นทรัพย์สินของ Chen Zhi
• มี 7 ห้องนอน, สระว่ายน้ำ, โรงภาพยนตร์, โรงยิม และลิฟต์ในบ้าน
• ซื้อผ่านบริษัทนอกอาณาเขต (British Virgin Islands) ตั้งแต่ปี 2019

2. อาคารสำนักงานมูลค่า £95–£100 ล้าน (ประมาณ 4,600 ล้านบาท)

 10 Fenchurch Street, City of London
• อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ใจกลางย่านการเงินลอนดอน
• ซื้อในปี 2020 ผ่านหนึ่งในบริษัทลูกของ Prince Holding Group
• ใช้เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงออนไลน์และคริปโต

3. อพาร์ตเมนต์หรู 17 ยูนิต (รวมมูลค่าประมาณ £25 ล้าน หรือกว่า 1,150 ล้านบาท)

 New Oxford Street (โซน 1 กลางลอนดอน) และ Nine Elms (โซน 1–2 ทางใต้ของลอนดอน)

• อยู่ในพื้นที่พัฒนาใหม่ เช่น Embassy Gardens และ Damac Tower
• ถูกใช้เป็นทรัพย์สินแฝงในการลงทุนและฟอกเงิน
• รายงาน Daily Mail ยืนยันว่า Chen Zhi “มีอสังหาฯ อย่างน้อย 19 แห่งในลอนดอน” ที่ถูกอายัดทั้งหมด

การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการสืบสวนจาก กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร (FCDO) และ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ (OFAC) เพื่อขจัดเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมทางออนไลน์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ออกจากระบบเศรษฐกิจ

里 รายชื่อบริษัทและเครือข่ายที่ถูกคว่ำบาตร

การคว่ำบาตรพุ่งเป้าไปที่กลุ่มหลักและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่:

• Prince Group และประธาน Chen Zhi – กลุ่มทุนขนาดมหึมาที่ดำเนินกิจการหลากหลายทั่วกัมพูชาและภูมิภาค ถูกกล่าวหาว่าสร้างคาสิโนและศูนย์หลอกลวง (scam compounds) และฟอกเงินผ่านบริษัทในเครือ

• Jin Bei Group – ธุรกิจบันเทิงและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสีหนุวิลล์ของกัมพูชา เชื่อมโยงกับ Prince Group และมีอาคารหลายแห่งถูกใช้เป็นศูนย์หลอกลวง

• Golden Fortune Resorts World Ltd. – บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง “ศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่” นอกกรุงพนมเปญ ซึ่งแฝงตัวเป็น “อุทยานเทคโนโลยี”

• Byex Exchange – แพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซีที่มีความเชื่อมโยงกับเครือ Jin Bei และ Prince Group

 จุดสิ้นสุดของ “เครือข่ายฟอกเงินยุคใหม่”?

ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ในกัมพูชา เมียนมา และประเทศใกล้เคียง ใช้โฆษณางานปลอมเพื่อหลอกแรงงานต่างชาติให้มาทำงาน ก่อนจะถูกกักขังและบังคับให้ดำเนินการหลอกลวงออนไลน์

เงินที่ได้จากการฉ้อโกงจะถูกฟอกผ่านระบบการเงินที่ซับซ้อน โดยใช้บริษัทบังหน้าและเว็บไซต์การพนันออนไลน์เป็นช่องทางหมุนเวียนเงิน

เรียบเรียงโดย แอมไทย UK 

#แอมไทย #Amthai #เฉินจื้อ #PrinceGroup #อายัดทรัพย์ #ข่าวอังกฤษ #กัมพูชา #ลอนดอน #ฟอกเงิน #ค้ามนุษย์ #แรงงานบังคับ #แก๊งสแกมเมอร์

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

เสธ.หิมาลัย + ร.อ.ธรรมนัส = ฉิบหายบรรลัยกัน

– เมื่อกล่าวถึงร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (ผู้กองตุ๋ย) ก็คงต้องพูดถึงพ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ (เสธ.หิ) มาเฟียมหาภัยที่มีพฤติกรรมโหด-ชั่ว-อำมหิตไม่แพ้ผู้กองตุ๋ย….คนหนึ่งเป็นฆาตกรรุมซ้อมข่มขืนและฆ่าดร.หนุ่มไฮโซ, คุมชายชุดดำ 200 คนเผาหมู่บ้านสมัชชาคนจน ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยิงพ่อค้าตายคาตลาดคลอง เตย ส่วนอีกคน นามเสธ.หิ หรือ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณในชุดซาฟารีก็คุมชายฉกรรจ์ 400 คน บุกเข้ารื้อบาร์เบียร์ที่  ปากซอยสุขุม วิท 10 ช่วงใกล้รุ่งราวตี 4 ของเช้าวันที่ 26 ม.ค.2546 ปฏิบัติการตามตำรา “รวดเร็ว รุนแรง และเด็ดขาด” แบบฉบับทหารครั้งนี้ ทลายบาร์เบียร์รวดเดียว 60 ร้านในพริบตา

– ภายหลังเจ้าของร้านได้แจ้งความกับ สน.ลุมพินี ต่อมา พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ นิลคูหา ผบช.น. ในเวลานั้นได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.เทพรัตน์ รัตนวานิช และ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รอง ผบช.น. ดูแลการสอบสวน ทราบว่าบริษัทนิเกิล จำกัด เป็นผู้ที่สั่งให้รื้อ และนายธวัชชัย รุ่งระวี เป็นผู้รับจ้างรื้อถอน ซึ่งเจ้าของบริษัทนิเกิลกับนายธวัชชัย จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกในยามวิกาล ในเวลาต่อมาทนายของบริษัทนิเกิล ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่โดยแจ้งว่าจะยอมจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับเจ้าของกิจการทุกราย

– วันที่30 ม.ค. พนักงานสอบ สวน สน.ลุมพินี ยื่นขอความเห็นชอบจากศาลออกหมายจับ พ.ท.หิมาลัย และ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร ในข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน และทำให้เสียทรัพย์ กล่าวสำหรับพ.ต.ธัญเทพ ธรรมธรหรือเสธ.แอ๊ป ที่ท่านผู้อ่านควรต้องรู้คือ เสธ.แอ๊ปเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 เคยเป็นนายทหารคนสนิทพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ส่วนร.อ.รรมนัส เคยเป็นนายทหารคนสนิทพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัตหรือเสธ.ไอซ์เจ้าพ่อสนามม้า และราชาเก็บส่วยสถานบันเทิง ที่สำคัญ ธรรมนัสยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นพ.ท.หิมาลัย จากนี้พี่-น้องแฟนๆคงจะได้สังเกตเห็นนายทหารมาเฟียสีเทา จะมาจากทหารฝ่ายเสธนาธิการเสียเป็นส่วนใหญ่ จากรุ่นสู่รุ่นที่เรียกว่าทหารแก่ไม่มีวันตาย (Old soldiers never die)

– 13 มี.ค.46 พนักงานอัยการ ยื่นฟ้อง พ.ท.หิมาลัย กับพวกรวม 128 คนต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกยามวิกาล และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ พ.ท.หิมาลัย ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์วงเงิน 4 แสนบาท

– 1.พ.ค.46 เจ้าหน้าที่บุกจับกุม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ได้ที่ลานจอดรถสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ถนนพระราม 9 นายชูวิทย์ ขอให้การในชั้นศาล ต่อมาวันที่ 28 พ.ค. นายชูวิทย์ก็ได้ประกันตัว ในวงเงิน 4 แสนบาท และห้ามมิให้เดินทางไปต่างประเทศ

– วันที่ 13 ก.ค.49 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อ่านคำพิพากษาชั้นต้น ให้ยกฟ้อง นายชูวิทย์, พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณและ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร กับพวกรวม 131 คน มีเพียงจำ เลยที่ 49 ที่ให้จำคุก 8 เดือน

– วันที่ 11 ก.ย.55 ศาลอุทธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษา แก้เป็นจำคุก 5 ปี นายชูวิทย์,พ.ท.หิมา ลัย หรือ เสธ.หิ และ พ.ต.ธัญเทพ หรือ เสธ.แอ๊ป กับพวกรวม 66 คน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยอีก 64 คน พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

– 15 ต.ค. 55 ถือเป็นวันชี้ชะตา นายชูวิทย์ ได้เดินทางมาศาลพร้อมกับคนใกล้ชิด โดยได้ถือถุงหิ้วพลาสติกใส่อุปกรณ์อาบน้ำมาด้วย และพร้อมรับคำพิพากษา นายชูวิทย์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมแล้วยื่นคำให้การใหม่ ขอรับสารภาพ เพื่อขอให้ศาลลงโทษสถานเบา ศาลได้รับไว้พิจารณาและนัดอ่านคำพิพากษาใหม่ เป็นวันที่ 28 ม.ค.59 ทั้งหมดนี้คือวีรกรรมของเจ้าพ่ออาบ อบ นวดกับทหารมาเฟีย ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่จดจำ จึงทำให้นายชูวิทย์ยังชี้นำสังคม และทหารมาเฟียยังหากินได้อยู่จนทุกวันนี้…..เปิดอ่านฉบับเต็ม
https://www.thairath.co.th/news/local/531737

ข้อมูลจำเพาะ

– กล่าวสำหรับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ภายหลังจากที่ถูกปลดออกจากราชการ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือเสธ.ไอซ์นายทหารมาเฟีย (ตท.รุ่น10 รุ่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร) ก็ประคับประคองให้การสนับสนุน โดยเริ่มต้นจากธุรกิจรักษาความปลอดภัย แล้วไปสู่ธุรกิจอสังหาฯ, ขายสลากกินแบ่งจำนวน 2 แห่ง, และมาชนะการประมูลบริหารตลาดคลองเตยช่วงปลายปี 2551 จนเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต มีการไปแจ้งความร้องทุกข์ แล้วเรื่องก็เงียบหาย เมื่อสิ้นเสธ.ไอซ์ ร.อ.ธรรมนัสก็ได้ครอบครองธุรกิจสีเทาอย่างเบ็ดเสร็จและกลายเป็นเจ้าพ่อ ที่ให้การสนับสนุนนายกัน จอมพลังตีเมืองขึ้นอยู่ในเวลานี้
https://www.isranews.org/content-page/item/29999-rt_29999.html

ถอดยศ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1569266

– พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ เตรียมทหารรุ่น 25 โดยมีร.อ.ธรรมนัสเป็นเพื่อนร่วมรุ่น และทั้งสองมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันทั้งในฐานะเพื่อนและวงการธุรกิจมืด การรับราชการของทั้งคู่ก็มีศีลเสมอกัน  คือต่างก็ถูกออกจากราชการมีทั้งถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชฯ นอกจากนี้เสธ.หิ ยังมีน้องชายที่รับราชการเป็นนายตำรวจใหญ่ชื่อพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎ หมายและคดี (ผบช.กมค.) ในฐานะหัวหน้าด้านปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ PCT ที่บุกค้นบ้านบิ๊กโจ๊กมาแล้ว และเมื่อร.อ.ธรรมนัสกับพ.ท.หิมาลัยมีอันต้องโคจรมาร่วมงานการเมืองด้วยกัน อนาคตเมืองไทยคงต้องมืดมนอนธการสุดหยั่งคาดจริงๆ….ไม่ฉิบหายบรรลัยกันให้มันรู้ไป
https://www.nationtv.tv/news/social/378931517#goog_rewarded

ถอดยศเรียกคืนเรียกคืนเครื่องราชฯ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ 
https://www.thaipbs.or.th/news/content/253173

ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร
https://www.matichon.co.th/politics/news_328161

บทสรุป 

นายทุน-นักการเมืองและมาเฟียทหาร แยกกันไม่ออกจริงๆสำหรับสังคมคนไทย

อาคม ซิดนี่ย์

13 ตุลาคม 2568

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ไอ้บุคคลเหี้ยคนนี้ ชอบข่มเหงคนอื่นดูถูกคนอื่นทั้งที่ตัวมันพูดภาษาลาว

เทศกิจสีเทาชอบเล่นการพนันเป็นชีวิตจิตใจทั้งบอลเดี่ยวบอลชุดใช้ป้อมยามในการกาบอลชุดและบอลเดี่ยวที่เกาะพญาไทแล้วชอบไปเรียกเก็บค่าจอดรถไปเรียกเก็บค่าทำความสะอาดใช้หน้าที่ในทางมิชอบหาเงินโดยใช้ตำแหน่งงานเทศกิจเอาไปอ้างอิงเข้าไปข่มเหงคนอื่นอ้างตัวเป็นเจ้าถิ่นนักเลงอันธพาลทั้งๆที่เป็นแค่เทศกิจไม่ได้เป็นเจ้าถิ่นนักเลงอันธพาลอะไรเลย น้ำหน้าอย่างมึงเป็นได้แค่กุ๊ย เสือกประกาศตัวว่าเป็นเจ้าถิ่น คุมพญาไท ไม่เกรงกลัวกฏหมาย

อ้างตัวเป็นอั้งยี่ซ่องโจร เจ้าถิ่นห่าอะไรยังแย่งข้าวหมาแดกอยู่เลย

พอเล่นบอลได้หน่อยก็แดกเบียร์โชว์ในป้อมยามถอดชุดเทศกิจแขวนไว้เหลือเสื้อขาวไว้ตัวเดียวนั่งนอนพุงพุ้ย

#ชัชชาติ นิ่ง ไม่สนใจ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

แจ้งเตือนภัยร้ายสังคม มิจฉาชีพมาในรูปแบบใหม่ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กาชาด

จากการลงพื้นที่สอบถาม เจ้าหน้าที่กาชาด เกี่ยวกับบุคคลนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าหน้าที่กาชาด ใดใดเลย และบุคคลนี้ได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้มาใช้บริการสถานที่อาคารกาชาด โดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ เสียงดังโวยวาย ชี้หน้าใส่ผู้อื่น อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์กาชาดเสียหายอย่างมาก

ซึ่งกาชาดเป็นหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดและยืนอยู่บนหลักการความถูกต้องในระบบสากล

เจ้าหน้าที่กาชาดขอประณามกับบุคคลนี้ที่มาทำให้ภาพลักษณ์หน่วยงานกาชาดเสียหายอย่างยิ่งและขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่มาใช้บริการและได้พบปะเหตุการณ์ที่ไม่ถูกหลักการ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

อดีตนักข่าวสลิ่มทีวีพูล ชอบโพสต์ด่า คนอื่น ใส่ร้ายคนอื่นไปทั่ว ขี้อิจฉาริษยา สร้างความเกลียดชังในสังคม

นักข่าวรุ่นเดียวกับมันในค่ายซีนีแม็กซ์ได้ดีกันไปหมด เพราะเค้านิสัยดี ตั้งใจทำงาน (บก.ตีตั๋ว หัวหน้ามันนิสัยดี) มีแต่มันที่ทำพฤติกรรมเหี้ย นอกคอกอยู่ตัวเดียว

ตัวมันโดนเจ๊ติ๋มด่ากลางที่ประชุมแล้วก็ไล่ออกจากออฟฟิศเพราะพฤติกรรมมันเหี้ยจริงๆ จนเจ้านายทนไม่ไหวจริงๆ ไปงานแถลงข่าวก็ชอบไปกร่างใส่คนอื่นไปด่าคนโน้นคนนี้ชอบไปใส่ไฟเสือกเรื่องคนอื่นไปทั่ว ไม่เน้นทำงานเน้นสร้างปัญหา และชอบไปขอของแจกตามงานชอบไปอวดเบ่งตามงานกับ PR
ตอนนี้ไม่มีสังกัดไม่มีบัตรนักข่าวแต่ยังซ่าส์อยู่ตามงานแถลงข่าว (ซึ่งผิดกฏหมาย) แอบอ้างเป็นนักข่าว
(สมาคมภาพยนตร์, สมาคมวิจารณ์บันเทิง ยังให้ท้ายมันอยู่มากร่างตามงานหนัง)

ค่ายหนังต่างประเทศที่ให้ท้ายมัน มาทำพฤติกรรมลวงโลก หลอกคนอื่น
ค่ายสหมงคลฟิล์ม
ค่ายวอร์เนอร์
ค่ายยูไอพี
ค่ายดิสนีย์
ค่ายมงคลฟิล์ม

ตัวมันเคยใส่ร้ายกล่าวหานันทขว้าง เพราะอิจฉานันทขว้าง ที่ได้ดีกว่าทุกมุม คอยจำผิดแม้กระทั่งตอนนันทขว้างเดินออกจากโรงหนังสกาล่าเรื่องgodfather ครบรอบ 50 ปี ทั้งที่หนังยังฉายไม่จบเพราะเขามีธุระกับหัวหน้า(สุทธิชัยหยุ่น)แต่มันก็เอาไปด่าในรายการวิทยุ(ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก)ให้เขาเสียๆหายๆ

แปลกมากคนละยำแบบนี้ยังอยู่ในวงการบันเทิงวงการหนังภาพยนตร์ได้อีก

หมวดหมู่
คดีปริศนา

คดีต่างๆที่ทนายตั้มเคยก่อเหตุไว้ ทั้งแพ่งและอาญา

ตามหาคนหาย… ปกติชอบตั้งโต๊ะแถลงข่าว เดี๋ยวนี้หลอกนักข่าวให้รอ และหนีไปอีกทาง จะใช้มุกเงียบหายไปอีกเหมือนครั้งที่แล้ว แต่ครั้งนี้คนเขารู้ทัน

รวมวีรกรรม :

  • ขอ 71 ล้านจากพี่อ้อย อ้างว่าเขาให้โดยเสน่หา แต่ทางพี่อ้อยมี พยาน หลักฐาน สัญญาว่าจ้างลงทุน และพฤติการณ์คดี ถ้าเป็นแค่การปลอมแปลงเอกสารของทนายตั้มเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีจริง คงไม่ต้องพาพี่อ้อยไปเจออนุทินที่ฮ่องกงเพื่ออวดว่าสนิทจนนั่งกินโต๊ะเดียวกับระดับรัฐมนตรีได้ และอ้างชื่อนักการเมืองคนอื่นๆ เพื่อให้เหยื่อศรัทธา สร้างความน่าเชื่อถือให้โอนเงิน ขยายผลจนถึง คดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
  • สูบพี่อ้อยอีก 39 ล้าน จากเรื่องค่าจ้างศิลปิน 2 ล้าน แล้วอ้างว่าบัญชีที่รับเงินพี่อ้อยนั้นทำให้เกิดปัญหา โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินหายไป จนพี่อ้อยต้องช่วยไปอีก 39 ล้าน, อมเงินค่ารถเบนซ์ราคาจริง 8 ล้านแต่บอก 13 ล้าน และให้จีนเทาเช่ารถ, ฟันค่าออกแบบโรงแรม 9 ล้าน, เงินเดือน 3 แสนค่าทนายของตัวเอง แต่กลับเลี่ยงให้โอนเข้าบัญชีญาติ, นักบุญทุนคนอื่น พี่อ้อยบริจาครถ Ambulance 2.3 ล้าน มีชื่อเขาข้างรถ แต่ออกใบในนามทนายตั้มกับพ่อ เพื่อเอาหน้าและได้ลดภาษี, เสนอให้พี่อ้อยมัดจำที่ดิน 17 ล้าน และ ยุให้ซื้อเรือยอร์ชอีก 300 ล้าน แต่ 2 กรรมนี้พี่อ้อยไม่เอาด้วยแล้ว, เสนอให้ลูกตัวเองเป็นลูกบุญธรรมพี่อ้อย แต่ไม่สำเร็จ, เสนอให้หลานเป็นสะใภ้พี่อ้อย แต่ไม่สำเร็จเพราะลูกพี่อ้อยเขามีเมียแล้ว
  • ช่วงหวย 30 ล้านแรกๆ ก่อนเปิดตัวลูกเมีย ปี 61 พยายามตีสนิทครูเปียโนหลอกว่าโสดมาแล้ว 2 ปี บิดเบือนอ้างว่าครูเปียโนเป็นฝ่ายเข้าหา แต่ความจริงเป็นฝ่ายไปหาเขา ไปขอเรียนถึงที่บ้าน คารมการจีบไม่ธรรมดา แต่งานนี้ไม่เขาหลงกล ยื้อแรงและดึงมือกลับ รอดมาได้
  • ชูวิทย์แฉทนายตั้มเก็บค่าแถลงข่าว 3 แสน จากความพยายามขัดหาเรื่องว่าในถุงกระดาษมีเงิน 3 ล้าน ที่มาการเริ่มโดนเพจขุดความรวยชุดใหญ่แบบถึงแก่นโลก จนต้องหายหน้าไปเป็นปี และต้องเลิกถมแบรนด์เนมใส่ตัว
  • มีคดีพรากผู้เยาว์ แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และล้างประวัติ ชื่อจริง ณัฐวุฒิ เบี้ยวบังเกิด แต่เปลี่ยนชื่อเป็น ษิทรา และเปลี่ยนนามสกุลจาก “เบี้ยว”บังเกิด เป็น “เบี้ย”บังเกิด
  • กับออยศรีที่เป็นทีมงานช่วยคดีหวย 30 ล้าน พอมีปัญหากัน อ้างว่าเขามาชอบตัวเอง ให้แฟนคลับสมัยนั้นรุมด่า ครอบครัวออยศรีเครียดจนสูญเสียคุณแม่ เกิดเป็นคู่กรณีกันหลายคดีจนปัจจุบัน
  • ให้ของขวัญข้าราชการอย่างบิ๊กโจ๊กเกิน 3 พัน ร่วมช่วยงานหลายเรื่อง ตั้งแต่โจ๊กโดนลอบยิงรถที่ตาตุ่ม ถึงยุครุ่งเรืองภายใต้นายบิ๊กป้อม จนมีคลิปร้องเพลงกับเจ้าแม่เว็บพนันมินนี่ มีเส้นทางเงินถึงโจ๊กเอี่ยวเว็บพนัน
  • แม่เด็ก 8 ขวบแฉทนายดัง ช่วยมือยีงลูกรอดคดี จนรู้ความจริงว่าผู้กระทำ คือพวกค้ายา
  • พยายามเปลี่ยนผู้ค้าเป็นผู้เสพ คดีเอมี่ แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายเป็นผู้ค้าโดนจำคุก 33 ปี
  • นอกจากอ้างปลอมเอกสารให้พี่อ้อยหลีกเลี่ยงภาษี ยังมีคดี ปลอมแปลงเอกสารยาเสพติด 100/2
  • พยายามเปลี่ยนคดีน้องหญิงตกรถให้เป็นแค่อุบัติเหตุ รอดในศาลชั้นต้น แต่สุดท้ายฎีกาให้ความยุติธรรมน้อง เพราะตรวจพบรอยช้ำหลายจุด จากการโดนตีหัว ด้วยของแข็ง จนลูกความทนายตั้มโดนพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต
  • ขอให้คนบนเรือรอตัวเองก่อนแนะนำให้โยนความผิดให้แซนคนเดียว เพื่อที่เหลือทั้งหมดจะได้รอดคดี
  • ฟัน 10 ล้านคดีหย่าหนึ่งบางปู อ้างลูกพี่บิ๊กตำรวจสั่งย้ายได้
  • ขอแจมช่วยคดีลุงพล ฟันธงว่าบริสุทธิ์ สุดท้ายทิ้งคดี และมีปัญหาเรื่องเงิน
  • โกงค่าปรึกษาเหยื่อพลอยแดง 20 นาที จ่าย 1,500 ได้คุยจริง 2 นาที และผู้ร้องเรียนเคสอื่นๆ เช่น 30 นาทีจ่าย 3,000 แต่เจอจริงไม่ถึง 10 นาที
  • ทิ้งลูกความ คดีหลานรัฐมนตรีข่มขืน เปลี่ยนให้ทนายอีกคนทำ ทนายอีกคนก็โยนต่อให้ทนายอีกคน จนลูกความไม่รู้ต้องคุยกับใคร สู้คดีได้ไม่เต็มที่ สำนวนอ่อน สุดท้ายแพ้คดี จนเป็นซึมเศร้า

etc.

โทษดวง โทษโชคชะตา แต่ไม่โทษสันดานตัวเอง

#จากฮ่องกงสู่ห้องกรง #เหลี่ยมทุกดอกบอกทำเพื่อประชาชน

#พ่อพระหรือนักต้มตุ๋น

#ทนายตั้ม #รวยฟ้าผ่าไร้ที่มา

ที่มา: เพจ CSI la
หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ วันสำคัญ

ด้วยจงรักและภักดี ‘เจ้าจอมสดับ’ ในรัชกาลที่ 5 ผู้มั่นคงในรักจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

#พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงพระราชทานกระแสพระราชดำรัสปราศรัยกับ ‘เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ’ ในวันเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชโอรสาราม วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516 #วันนี้เมื่อ51ปีที่แล้ว

2. ‘เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ’ พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้มั่นคงในรักเดียวจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ หญิงสาวราชนิกูล ผู้มีสิริโฉมงดงามผู้นี้ ได้เข้าถวายตัวในตำแหน่งของเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2449 ขณะมีอายุเพียง 16 ปี ซึ่งในวันนั้นนับเป็นวันที่ท่านมีความสุขมากที่สุด เนื่องด้วยคุณหญิงสดับ (ฐานะก่อนสถาปนา) ได้รับพระราชทาน #กำไลมาศ จากล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 อันเป็นกำไลทองคำแท้หนักสี่บาท ทำเป็นรูปตะปูสองดอกไขว้กัน อันหมายถึง “…ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย…” (ความตอนหนึ่งในบทกลอนพระราชนิพนธ์ที่สลักอยู่บนกำไลมาศ)

ตลอดระยะเวลาในการเป็นข้าทูลละอองพระบาท คุณหญิงสดับได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดีอย่างหาที่สุดไม่ได้ และไม่นานล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ก็โปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น ‘พระสนมเอก’ อันเป็นตำแหน่งที่เจ้าจอมมารดาหลาย ๆ ท่านที่รับราชการมาช้านานก็ยังไม่ได้เป็น

3. ด้วยความที่เจ้าจอมสดับ เป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่น และเพิ่งเข้ามารับราชการเป็นเจ้าจอม กลับได้รับพระราชทานตำแหน่งที่สูงถึงเพียงนี้ จึงก่อให้เกิดความอิจฉาริษยาจากบรรดาเจ้าจอมทั้งหลาย ซึ่งท่านก็ได้เล่าถึงความรู้สึกในครั้งนั้นว่า…

“…เหลียวไปไหนพบแต่ศัตรู คุณจอมท่านนั้นส่อเสียดว่าอย่างนั้น คุณจอมท่านนี้ว่าอย่างนี้ ตรองดูทีข้าพเจ้าจะย่อยยับแค่ไหน…”

ภายหลังได้รับรับการสถาปนาขึ้นเป็นพระสนมเอก ท่านก็มักจะถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีไปต่าง ๆ นานาอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้นท่านก็มิเคยที่จะปริปากเพ็ดทูลสิ่งใด ๆ ให้เป็นที่หนักพระทัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เลย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านเป็นเจ้าจอมที่รัชกาลที่ 5 โปรดมากที่สุดในเวลานั้น เจ้าจอมสดับได้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยทูลขอพระราชทานทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใดเลยสักครั้ง  และด้วยอุปนิสัยค่อนข้างจะเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ไม่น้อย จึงเป็นที่สนิทเสน่หามากขึ้นไปอีกถึงกับพระราชทานสิ่งของมีค่าให้อยู่เนือง ๆ แม้ท่านจะมิเคยเอ่ยปากขอเลยก็ตาม

ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ซึ่งในขณะนั้นเจ้าจอมสดับมีอายุแค่เพียง 20 ปี ท่านจึงตัดสินใจสละสมบัติของมีค่าทุกอย่างที่เคยได้รับพระราชทานถวายคืนแด่ ‘สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ’ เพื่อมิให้เกิดการครหาว่าท่านจะนำสมบัติไปปรนเปรอชายอื่น มีเพียง ‘กำไลมาศ’ สิ่งเดียวเท่านั้นที่ท่านขอติดตัวไปด้วย

ต่อมาท่านได้ตัดสินใจหลบหลีกความวุ่นวายในราชสำนัก และหาความสงบให้แก่จิตใจโดยการบวชชีจำวัดอยู่ที่วัดเขาบางทราย จ.ชลบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว ชายผู้เป็นที่รักของตน

4. เจ้าจอมสดับได้ปฏิญาณตนอย่างแน่วแน่ว่าจะครองตนเป็นหม้ายโสด เพื่อรักษาเกียรติยศแห่งการเป็นพระสนมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ตลอดชีวิต

และตลอดชีวิตของท่าน นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานกำไลมาศมา ท่านมิเคยถอดกำไลนี้ออกจากข้อมือเลยจวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เจ้าจอมสดับ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2526 สิริอายุได้ 93 ปี ซึ่งหม่อมหลวงพูนแสง สูตะบุตร ผู้เป็นหลานสาว ได้เป็นผู้ถอดกำไลมาศออกให้ และได้นำถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานพระราชทานเพลิงศพของเจ้าจอมสดับนั้นเอง

5. “…กำไลมาศชาตินพคุณแท้
ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี
เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที
จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก
ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย
เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย…”

(บทกลอนพระราชนิพนธ์ที่สลักอยู่บนกำไลมาศ)

ที่มา: เว็บไซต์ Sanook

หมวดหมู่
คดีแดง

บิ๊กนายพลและภรรยาและน้องคนสนิทกับคดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์BNKมาสเตอร์ และ คดีซุกบ้านที่อังกฤษ ใกล้จะลอยนวล เพราะ ป.ป.ช.นิ่งมาก ความยุติธรรม2มาตราฐาน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล บิ๊กต่อ (ผบ.ตร.) และ คุณนิภาพรรณ สุขวิมล คุณนายกุ๊กไก่ (นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ) พร้อมลูกน้องคนสนิท เอี่ยวเว็บพนันออนไลน์บีเอ็นเคมาสเตอร์ พัวพันเส้นทางการเงิน32เส้นทาง จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าของคดีทั้งที่ใกล้เกษียณอายุราชการแล้วอย่างนี้จะไม่ให้คิดว่าเป็นคดี 2 มาตรฐานได้อย่างไรโดยที่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีก็ยังไม่มาให้การกับทาง ป.ป.ช. ประชาชนส่วนใหญ่เห็นการกระทำแบบนี้แล้วไม่สบายใจ

ซึ่งเป็นคดีที่สังคมส่วนใหญ่สนใจและต้องการรู้คำตอบโดยเร็วที่สุดแต่ทางหน่วยงานรัฐและป.ป.ช.ก็ยังยื้อประวิงเวลาให้ทั้งผบ.ตร. และ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตะลอนร่อนไปตามงานเกษียณทั่วประเทศเลี้ยงฉลองใหญ่โต เฉพาะพวกพ้องตัวเอง ส่วนคดีก็เลื่อนไปได้เรื่อยๆจนประชาชนลืมกันเองแล้วก็ไม่มีใครตรวจสอบอีกต่อไป!!!

สงสัยจะเป็นจริงอย่างที่ลูกน้องกล่าวไว้ว่าไม่มีใครแตะต้องนายของตนได้ความผิดมูลผิดต่างๆก็จะลอยหายไปในกลีบเมฆ

นี่คงจะเป็นมาตรฐานสังคมไทยและระบบความยุติธรรมที่ 2 มาตรฐาน

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. แจ้ง บิ๊กต่อ-ภรรยา รับทราบข้อกล่าวหา ปมซุกบ้านที่อังกฤษจริง

“บิ๊กต่อ” และภรรยา เบี้ยวพบคณะอนุฯ ป.ป.ช.รับทราบข้อกล่าวหาซุกบ้านมูลค่า 20 ล้านบาท ที่ประเทศอังกฤษ

https://www.sanook.com/news/9583806/gallery/
หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

บุรุษที่ “มั่งคั่ง” ที่สุดในประวัติศาสตร์

ลืมอีลอน มัสค์ หรือวอเรน บัฟเฟตต์ไปได้เลย
หากเปรียบเทียบคนที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เราที่ผ่านมา
มานซา มูซา กษัตริย์ในตำนานแห่งจักรวรรดิมาลีโบราณ ยืนหยัดในฐานะบุคคลผู้มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความมั่งคั่งของเขาเหมือนดั่งพรมที่ทอจากทองคำ เกลือ และการอุปถัมภ์ทางวัฒนธรรม
แต่เขาเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงหรือไม่?

ลองย้อนเวลาเพื่อเจาะลึกลงไปในทรายแห่งกาลเวลา

ตำนานแห่งทองคำ
มานซา มูซา หรือที่รู้จักกันในชื่อ มูซาที่ 1 แห่งมาลี เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรมาลีโบราณในแอฟริกาตะวันตก โลกเริ่มรู้จักชื่อของมานซา มูซา จากการเดินทางเพื่อแสวงบุญไปยังเมกกะ ซึ่งเขาได้แจกจ่ายทองคำให้กับคนยากจนและผู้อื่นตลอดการเดินทาง ทำให้โลกตกตะลึง สุลต่านแห่งอียิปต์เองก็ประหลาดใจกับความมั่งคั่งของกษัตริย์มาลีผู้นี้

มานซา (หมายถึงกษัตรย์) มูซา ขึ้นสู่อำนาจในปี 1312 หลังจากที่อาบู บักร์ ผู้ปกครองคนก่อน หายตัวไปในทะเลขณะสำรวจมหาสมุทรแอตแลนติก และไม่เคยกลับมาอีกเลย และทรงเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 9 แห่งจักรวรรดิมาลี การเปิดเส้นทางการค้าใหม่ๆ ทำให้มาลีกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากทองคำ งาช้าง และเกลือ

ในปี 1324 มานซา มูซาได้เดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นการแสวงบุญทางศาสนาไปยังนครเมกกะ พระองค์ทรงเดินทางไปพร้อมกับคาราวานประมาณ 60,000 คน รวมทั้งทหาร คนรับใช้ และทาส คาราวานถูกประดับด้วยทองคำและผ้าไหมเนื้อดี ส่วนมานซา มูซาซึ่งขี่ม้าอยู่นั้นนำหน้าด้วยทาส 500 คน แต่ละคนถือไม้เท้าประดับด้วยทองคำ นอกจากนี้ เขามีขบวนบรรทุกสัมภาระซึ่งมีอูฐ 80 ตัว แต่ละตัวบรรทุกทองคำหนัก 300 ปอนด์

ความมีน้ำใจและความศรัทธาของ มานซา มูซาในระหว่างการแสวงบุญทำให้เกิดความประทับใจไม่รู้ลืม ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาก็แจกทองคำให้คนยากจนและสร้างมัสยิด
การใช้ทองคำอย่างฟุ่มเฟือยในเมืองต่างๆ ที่เขาเดินทางผ่าน โดยเฉพาะในกรุงไคโร ถึงกับทำให้ “ราคาทองคำในภูมิภาคลดลง” ชั่วคราว

การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อเสียงของ มานซา มูซาแข็งแกร่งขึ้นในฐานะมุสลิมผู้ศรัทธาและมีน้ำใจเท่านั้น แต่ยังนำความมั่งคั่งของมาลีไปสู่ความสนใจของโลกอีกด้วย การเดินทางแสวงบุญของเขาทำให้แอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะมาลี ปรากฏบนแผนที่ ทั้งทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ

เทียบชั้นความมั่งคั่ง
ปัจจุบันโลกรับรู้ว่าอีลอน มัสก์คือบุคคลที่มั่งคั่งที่สุด ด้วยความมั่งคั่งสุทธิของเขาที่ 199.4 พันล้านดอลลาร์
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์

จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ นักอุตสาหกรรมชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท แสตนดาร์ด ออยล์ และเป็นมหาเศรษฐีอย่างเป็นทางการคนแรกของโลก ความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 341 พันล้านดอลลาร์
แอนดรูว์ คาร์เนกี้ เศรษฐีที่ร่ำรวยจากธุรกิจเหล็กและผู้ใจบุญ 372 พันล้านดอลลาร์ ความมั่งคั่งของเขาเทียบได้กับจักรพรรดิเลยทีเดียว

มีคนคำนวณความมั่งคั่งสุทธิของ มานซา มูซา ด้วยตัวเลขปัจจุบันพบว่าเขาน่าจะมีความมั่งคั่งอยู่ที่ประมาณ 1000 พันล้านดอลลาร์ ความมั่งคั่งของเขาไหลมาจากเหมืองทองคำของเขาที่มาลีซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กับเขาอย่างไม่รู้จบสิ้น

มรดกที่เหนือกว่าทองคำ:
ความมั่งคั่งของ มานซา มูซาไม่ใช่แค่วัตถุเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงการสร้างวัฒนธรรม สติปัญญา และจิตวิญญาณให้กับคนอีกมากมาย
เขาเปลี่ยน ทิมบักตู (เมืองโบราณในประเทศมาลี) ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ที่ซึ่งนักวิชาการมารวมตัวกันราวกับผีเสื้อกลางคืนจนกลายเป็นเปลวเพลิงแห่งสวรรค์

มงกุฎแห่งความร่ำรวย
แล้ว มานซา มูซารวยที่สุดหรือเปล่า?
ในทองคำ “อาจจะ” ใช่
แต่ถ้ารวมถึง “มรดก” ด้านวัฒนธรรม ความรู้และอื่นๆที่เขาตกทอดให้คนรุ่นหลัง
มานซา มูซาเป็นคนที่ “ใช่” อย่างไม่ต้องสงสัย
เรื่องราวของมานซา มูซาเป็นการผสมผสานที่น่าทึ่งระหว่างการอุทิศตนทางศาสนา ความมั่งคั่งมหาศาล และผลกระทบที่กว้างขวางจากการกระทำของเขาบนเวทีระดับโลก

ชื่อของเขาสะท้อนผ่านกาลเวลา ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงจุดบรรจบกันของความมั่งคั่งและสติปัญญา
ในภาพโมเสคอันยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ มานซา มูซาสวมมงกุฎแห่งความร่ำรวยได้อย่างงามสง่า

Cr: wealth lab
ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น