จากข่าวเฒ่าตัณหากลับพีโดไฟล์ อายุ 50 กว่า มีเมียเด็กวัย 13-14
อุ๊ย อย่าหาทำนะคะ เพราะจกกีก็มีแรงกว่านี้อีก
ตอนที่ 1 ตำนานพ่อลูกผู้ใคร่เด็ก
- ตำนานเรื่องที่จะกล่าวถึงนั้นก็คือตำนานของเสด็จพระองค์ชายใหญ่ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (ทวดแท้ๆ ของพระองค์ภา) ตาแก่อายุ 61 ทำทีเปิดกล้องละคร ให้เด็กสาวสมัครเข้ามาออดิชั่น ห้องนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับโรงเชือดดี ๆ นี่แหละ ยัยแอ๊ดลูกสาวแม่ค้านั่งตลาดที่นครชัยศรี วัย 15 ปี ผ่านมาแถวนั้นพอดี ก็ถูกเรียกตัวเข้าห้องไปเผด็จศึก จนเกิดเป็นตำนานรักซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายสุดสยองของเมืองไทย ภาค 1 ตอน หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา
- พระโอรสองค์โตของเสด็จฯ หรือ ท่านกบ หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล ก็วัดรอยเท้าพ่อได้ไม่แพ้กัน เรื่องเกิดจากพระกนิษฐา (ท่านหญิงอ๋อย หม่อมเจ้ารังษีนภดล ยุคล) ไปเจอยัยลูกปลา เด็กกำพร้า เลยเอาเข้าวังมาเลี้ยงตั้งแต่ลูกปลาจำความได้ เรียกท่านหญิงอ๋อยว่าแม่ เรียกท่านชายกบว่าพ่อ สุดท้ายโดยอีกบนี่บุกเข้าห้องมาเอาเป็นเมียตั้งแต่ลูกปลาอายุ 12 แล้วรอจนบรรลุนิติภาวะก็จัดงานเสกสมรส เกิดเป็นตำนานซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายสุดสยอง ภาค 2 ตอน หม่อมชลาศัย ยุคล ณ อยุธยา
ศึกสายเลือด พ่อลูกชิงสมบัติกันเอง
- เรื่องนี้กลายมาเป็นมหากาพย์ด้วยการเกิดดราม่าที่พ่อลูกต้องแย่งสมบัติกันเอง เพราะพ่อมีเมียใหม่จดทะเบียนคือหม่อมไฉไล ซึ่งนางก็จะหวังสมบัติให้โอรสธิดาของตน ทางโอรสธิดา ๆ ของเมียเอกคนเก่า (ม.ล.สร้อยระย้า สนิทวงศ์) ก็ไม่ยอมสิคะ เพราะทรัพย์สมบัติที่เป็นประเด็นนั้นมีทั้งวังอัศวิน ทั้งเพชรพลอยเครื่องประดับ โบราณวัตถุเก่าแก่ที่ตกทอดมาจากพระวิมาดาเธอฯ สายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ชื่อสร้อยก็บอกว่าพระชายาเจ้าองค์โปรดของพ่อหยู่หัวจุฬาลงกรณ์ ได้ทรัพยศฤงคารมามากขนาดไหนคงไม่ต้องสาธยายเยอะ
- ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสกับไฉไลวัย 16 ปี เสด็จพระองค์ชายใหญ่ก็ได้ทำสัญญาปากเปล่าไว้กับหม่อมหลวงสร้อยระย้า ว่าทรัพย์สมบัติจะมอบให้ลูก ๆ เมียเอกและเมียรองที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันแบบทรีซั่มมาเนิ่นนาน แต่ปรากฏว่าถึงเวลาจริงหม่อมหลวงสร้อยระย้าถึงแก่อนิจกรรมก่อน ส่วนพระองค์ชายใหญ่ทรงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไฉไลจนชราภาพ เริ่มมีอาการเลอะเลือน
- ลองคิดตามสิคะว่าใครจะได้เปรียบ ระหว่างลูกเมียเอก (ท่านหญิงปิ๋ม-พันธุ์สวลี แม่องค์โสม / ท่านกบ / ท่านหญิงอ๋อย) และลูกเมียรอง (ท่านชายเป๋อ) ฝ่ายหนึ่ง กับ เมียปัจจุบันและลูกๆ (ไฉไล ท่านชายปีใหม่ ท่านหญิงหญิง) เมื่อยังไม่มีพินัยกรรมตายตัว และสัญญาที่ให้ไว้เป็นสัญญาปากเปล่าทั้งหมด มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าฝ่ายที่ได้เปรียบก็คือฝ่ายที่มีทะเบียนสมรส ดังนั้นพอฝ่ายลูก ๆ ม.ล.สร้อยระย้า ตั้งทนายมาสู้จะฟ้องบังคับให้ทำตามคำมั่นที่เสด็จพ่อได้ให้ไว้กับหม่อมหลวงสร้อยระย้า ฝ่ายไฉไลก็ตั้งทนายสู้ทันทีว่าไม่ได้นะ สมบัติอย่างน้อยครึ่งนึงต้องเป็นของฉันเพราะถือว่านี่คือสิทธิของตนในฐานะชายาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่เหลือก็ค่อยหารให้ลูก ๆ ทุกคน รวมลูกฉันด้วยอีก 2 เริดมั้ยละ
- หลังจากนั้นก็เป็นดราม่าการต่อรองทรัพย์สมบัติกัน เสด็จพระองค์ชายใหญ่นอนพะงาบ ๆ ดู ลูกเมียแย่งสมบัติกัน ซึ่งคุณขา ขอบอกว่าช่วงนั้นวงสังคม เม้ามอยกันไม่เว้นแต่ละวัน สนุกมาก เท่าที่จำได้ก็คือสมบัติในส่วนของท่านหญิงทั้งสองคือหญิงปิ๋ม หญิงอ๋อยเนี่ย ส่วนมากเป็นเพชรพลอยเครื่องประดับซึ่งเป็นของส่วนตัว มันเลยตกลงกันง่าย เลยยอมความกันจบไปอย่างรวดเร็ว
- แต่ที่เป็นประเด็นที่สุดคือวังอัศวินและสมบัติล้ำค่ามากมายที่อยู่ในการครอบครองของท่านชายกบ ขอบอกว่าตอนนั้นวังแทบแตก ไฉไลแบกหน้าบุกมาเจรจาถึงวังอัศวิน แต่เจอท่านกบไล่ตะเพิดไป นังลูกแม่ค้านั่งตลาด กล้าดีอย่างไรมาประพฤติตัวเยี่ยงนี้ในวังที่ประทับของเจ้าเยี่ยงข้า
- เมื่อไม่เป็นผล ไฉไลก็เลยเอาเรื่องเข้ากระบวนการตามกฎหมาย แต่อีกฝ่ายก็ดิ้นสิ เนื่องจากหากชึ้นศาล มันก็จะฉาวเพราะมันต้องเปิดเผยรายละเอียดแก่สาธารณะ แถมใช้อำนาจเจรจายาก เพราะหลักฐานอะไรก็เป็นรองไฉไลทั้งหมด ก็เลยเดินเกมด้วยการเอาคนไปจับพระหัตถ์พระองค์ชายใหญ่ที่กำลังนอนพะงาบ ๆ ให้เซ็นยินยอมแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ ขึ้นมาเป็นผู้วินิจฉัยแทนการขึ้นศาล (โดยสังเขป อนุญาโตตุลาการก็คือกระบวนการระงับข้อพิพาทอย่างหนึ่งที่มีผลผูกพัน บังคับคดีได้ แต่คู่ความในคดีจะเป็นฝ่ายแต่งตั้งผู้วินิจฉัยคดีกันเอง มันจะเจรจาง่ายกว่าการไปศาลที่ไม่รู้จะเจอใคร)
จุดพีคของมหากาพย์
- ต้นปี พ.ศ. 2538 พระองค์ชายใหญ่ที่ประชวรมาหลายปีแล้วก็สิ้นพระชนม์ลง ความได้เปรียบเทกลับมาเป็นของฝ่ายลูก ๆ หม่อมหลวงสร้อยระย้าทันที ทรัพย์สมบัติกำลังจะมาหาท่านกบโดยสมบูรณ์แบบ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ท่านกบก็เพิ่งเสกสมรสกับหม่อมลูกปลา โดนตอนแรกก็ทำพินัยกรรมไว้ว่าจะมอบสมบัติให้ลูก ๆ กับหญิงเป๋อ แต่พอเสกสมรสกับหม่อมลูกปลาได้ไม่ทันไรก็เริ่มคิดจะทำพินัยกรรมฉบับใหม่ ยกทรัพย์สมบัติให้ลูกปลาด้วย
- กลางปี พ.ศ. 2538 ปรากฏว่าเช้าวันหนึ่งท่านชายกบสิ้นชีพิตักษัย จากการโดนลอบวางยาในกาแฟ โดยหม่อมลูกปลาเป็นคนไปพบศพ เกิดเป็นมหากาพย์ซ้อนในมหากาพย์ที่พาดหัวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับนานนับเดือน
- สืบไปสืบมาไม่มีอะไรคืบหน้า แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ ๆ หม่อมลูกปลาก็สารภาพว่าเป็นคนทำเอง เพราะชอบหนีเที่ยว แล้วท่านกบดุ หม่อมลูกปลาเลยแค้นแล้ววางยาเสีย หม่อมลูกปลาถูกศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุก แต่สังคมทั่วไปก็ตั้งคำถามมากมายว่าเป็นไปได้อย่างไร เพราะหม่อมลูกปลากำลังจะได้มีส่วนร่วมในสมบัติ แถมตอนนั้นหม่อมลูกปลาก็ตั้งครรภ์ (แท้งภายหลังจากความเครียด) จะทำไปเพื่ออะไรในเมื่อหากมีลูกก็จะได้ทรัพย์สมบัติเข้าไปอีก ผุ้ต้องสงสัยจึงเป็นบุคคลรอบข้างที่มีส่วนได้เสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหม่อมเดิมของท่านชาย หญิงอ๋อย และ….ไฉไล!
- ไฉไลมีส่วนได้เสียจากการตายของท่านกบ เนื่องจากกลับไปข้อ 9 ที่บอกว่าฝ่ายท่านกบกำลังได้เปรียบ เพราะแนวทางการแบ่งมรดกที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างตอนนั้นปรากฏว่าวังอัศวินจะเป็นของท่านกบ ส่วนไฉไลได้ที่ดินนอกเมืองกับให้เอาพวกวัตถุโบราณไปขาย แล้วต้องแบ่งผลประโยชน์จากการขายเอามาให้ท่านกบด้วยอีกหลายสิบล้านบาท ไฉไลเดินหน้าด้วยการยื่นเรื่องต่อศาล ฟ้องให้การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการเป็นโมฆะทันที
- ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาหม่อมลูกปลา หลุดพ้นจากทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากคำสารภาพไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีหลักฐานอื่นใดประกอบ ไม่มีเหตุจูงใจ ศาลไม่เชื่อว่าคำสารภาพของลูกปลานั้นมีน้ำหนัก และลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีช่องโหว่มากมาย ส่วนหม่อมลูกปลาเองแม้จะลาออกจากวังอัศวินไปแล้ว แต่หญิงอ๋อยก็เอื้ออาทรกันเป็นแม่-ลูกเหมือนเดิม หากลูกปลาฆ่าพระเชษฐาจริง ทำไมหญิงอ๋อยถึงยังเอ็นดูลูกปลาล่ะ? หรือหญิงอ๋อยจะรู้ว่าใครเป็นคนฆ่า? หรือหญิงอ๋อยเป็นคนวางยาเองแล้วต้องการขออโหสิจากลูกปลาที่ต้องรับกรรมแทนตน?
ตัดฉากจบด้วยปมปริศนาที่ไม่มีวันคลาย
- ศาลฎีกาพิพากษากลับคำตัดสินอุทธรณ์อีกที ให้หม่อมลูกปลาจำคุก ส่วนหม่อมไฉไลแพ้ในคดีอนุญาโตตุลาการ ต้องโอนวังอัศวินให้ทายาทของท่านกบ
- หม่อมไฉไลเกิดเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากเสด็จพระองค์ชายใหญ่โป๊ะแตก ว่าไปกู้เงินธนาคารเอาไว้วงเงินปีละล้าน ทุกปี ใช้เต็มวงเงิน แต่ไม่เคยจ่าย กู้กันแบบลับ ๆ กะจะไม่ให้ใครรู้ ทั้งดอกทั้งต้นรวมกันหลายสิบล้าน แต่ยังโชคดีที่ด้วยเครดิตความเป็นเจ้า ธนาคารก็เกรงใจให้กู้แบบไม่มีหลักฐานรายปี พอพระองค์ชายไม่จ่ายคืนซักปี ศาลเลยบอกว่าให้นับถึงเฉพาะปีที่พระองค์ชายจ่ายปีสุดท้าย ส่วนปีหลังจากนั้นไม่ต้องเพราะถือว่าไม่มีหลักฐาน 5555 จากที่ธนาคารฟ้อง 50 ล้าน เลยได้คืนแค่ราว 5 ล้าน
- ปัจจุบันไฉไลเป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย ห้างทองไฉไล (ไม่รู้เจ๊งยัง) รีสอร์ทคุ้มไฉไล เริด ๆ รวมทรัพย์สินมูลค่านับพันล้านบาท
- ส่วนโอรสหม่อมไฉไล ท่านชายปีใหม่ เห็นติสต์ๆ แต่ก็เกิดติสต์แตกจนไปเมาบนเครื่องบินแล้วเกิดคดี….แอร์โฮสเตส ต้องส่งคนไปเคลียร์กันวุ่นวายแบบว่าสนามบินเกือบแตก แต่ก็รอดมาได้มิมีมลทินมัวหมองอะค่ะ ด้วยความเป็นอภิสิทธิ์ชนอะเนอะ ไม่รู้เคลียร์กันเป็นตัวเลขเท่าไหร่ แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ
- ทางด้านธิดา ท่านหญิงหญิงนี่ก็แซ่บไม่แพ้กัน วิญญาณผีพนันเข้าสิง นั่งรถตู้แอบลักลอบออกนอกประเทศไปถลุงทรัพย์ในบ่อนที่ปอยเปต ปรากฏขากลับโดนจับได้ที่ชายแดน ไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีบัตรประชาชน พอนางบอกว่าเป็นหม่อมเจ้าปุ๊บ ต.ม. ก็ไม่เชื่อ แล้วนักข่าวก็เอาลงพาดหัวทั่วประเทศว่ามีหญิงสาวอ้างตัวเป็นหม่อมเจ้า 555 ปรากฏเป็นหม่อมเจ้าจริง ลบข่าวกันแทบไม่ทัน
- ส่วนลูกปลาปัจจุบันตกงานบ้าง ขายก๋วยเตี๋ยวบ้าง เป็นกระเป๋ารถทัวร์บ้าง ใช้ชีวิตตามอัตภาพอย่างขัดสน แต่ก็มีชีวิตอยู่ด้วยพลังจากความรักของสามีใหม่และลูก ๆ ของเธอ

