สถานีตำรวจภูธรนาวัง
สรุปผลการจับกุม ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ผบ.หมู่(ป) สภ.นาวัง คดีครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ประวัติโดยย่อ : ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ เกิดเมื่อ 4 มิถุนายน 2531 บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.ยานนาวา ต่อมา ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.นาวัง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ตามคำสั่ง ภ.4 ที่ 1338/2562 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2562
เมื่อย้ายมาที่ สภ.นาวัง เริ่มมีปัญหาทะเลาะกับแฟน เนื่องจากแฟนไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน และเริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนร่างกายซูบผอม มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งเพื่อนข้าราชการตำรวจต่างทราบดีและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้บังคับบัญชาให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยธนาคารออมสิน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ กลับไปนอนอยู่ในรถ ซึ่งจอดไว้หน้าธนาคาร เมื่อผู้จัดการธนาคารออมสิน ได้ขอความช่วยเหลือโดยให้คุ้มกันการเคลื่อนย้ายนำเงินเข้าเครื่อง ATM กลับแสดงอาการไม่พอใจ ทำท่าจะชักปืนขู่ ทำให้ผู้จัดการต้องโทรศัพท์แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้เริ่มคบกับ น.ส.หญิง ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งทำงานเป็นพนักงานร้านคาราโอเกะ (ปัจจุบันปิดกิจการเนื่องจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ) จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.หญิงฯ เคยเป็นแฟนกับ นายเดย์ (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู
เมื่อคบกับ น.ส.หญิงฯ มักพาเพื่อนมามั่วสุมดื่มสุรา และส่งเสียงดัง ที่ห้องพักข้าราชการตำรวจเป็นประจำ เป็นที่เดือดร้อนรำคาญ แก่ข้าราชการตำรวจ และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเมื่อเมาสุราแล้ว ส.ต.อ.ปัญญาฯ จะชอบนำอาวุธปืนมายิง ทำให้ไม่มีคนกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว และเคยนำอาวุธปืนไปยิงสุนัขของประชาชน จนต้องมีข้าราชการตำรวจไปไกล่เกลี่ยให้ไม่ดำเนินคดี
เมื่อเดือน กรกฏาคม 2564 ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้มั่วสุมดื่มสุราในห้องพัก และส่งเสียงดังรบกวน และได้มีเพื่อนข้าราชการตำรวจไปตักเตือนให้หยุด แต่ ส.ต.อ.ปัญญาฯ กลับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และเข้ามาทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาทกัน และผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวมาทำทัณฑ์บนไว้
พ.ต.อ.สุวัฒชัย มะลิทอง ผกก.สภ.นาวัง ในขณะนั้น ได้เรียกเจ้าตัวมาสอบถาม และเจ้าตัวได้ยอมรับว่าได้เสพสารเสพติดตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมแล้ว และรับปากกับผู้บังคับบัญชาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้ทำการยึดอาวุธปืนประจำกาย ของ ส.ต.อ.ปัญญาฯ ไว้ เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายต่างๆ
สภ.นาวัง ได้ดำเนินการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ตามโครงการตำรวจสีขาว ไม่ไห้ข้าราชการตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ยังได้รับรายงานว่า ส.ต.อ.ปัญญาฯ ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้เข้าตรวจค้นจับกุม ปรากฏหลักฐานตามบันทึกจับกุม ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ให้การรับสารภาพ
เมื่อถูกจับกุมได้ซักถาม ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้ให้ถ้อยคำว่า “สูบยาบ้ามาตั้งนานแล้ว เมื่อก่อนมียาบ้าเป็นร้อยๆ เม็ดไม่เห็นมีใครมาจับกุม” อย่างไรก็ตาม ส.ต.อ.ปัญญาฯ รับสารภาพว่า ยาบ้าของกลางที่ชุดจับกุมพบ เป็นของตนเอง โดยได้รับมาจากอดีตตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการแล้ว
เมื่อ ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้ถูกจับกุมและย้ายออกจากบ้านพักแล้ว ข้าราชการตำรวจ สภ.นาวัง รู้สึกผ่อนคลาย และทำงานโดยไม่มีความหวาดระแวงต่อเพื่อนร่วมงาน
#กรรมกรข่าว




#สรุปข้อเท็จจริงทางคดีเบื้องต้นได้ดังนี้
▪ สาเหตุล่าสุดคาดว่า เครียด ต้องขึ้นศาลเรื่องยาเสพติดวันพรุ่งนี้ บวกกับเมายา
▪ ดูจากจุดเกิดเหตุแล้ว มีอาการคลุ้มคลั่ง ใช้มีดเป็นหลักในการก่อเหตุ
▪ หลังออกจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ แล้วพบเห็นใครก็ใช้ปืนและมีดทำร้าย
▪ จากนั้นเข้าไปในบ้าน ตำรวจปิดล้อม และพบว่าเสียชีวิตแล้วพร้อมภรรยาและลูก
▪ ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นปืน 9 มม. ซื้อส่วนตัว ถูกต้องตามกฎหมาย
▪ ตำรวจเตรียมถอดบทเรียนเรื่องนี้ โดยเฉพาะการปิดล้อมคนร้ายและระงับเหตุให้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
▪ เบื้องต้นขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่บ้านของผู้ก่อเหตุอยู่ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ และเด็กไม่มีอาวุธในการต่อสู้
▪ ยอมรับว่าเขาเป็นอดีตตำรวจ แต่เราให้ออกไปแล้ว ถือว่าไม่ใช่ตำรวจแล้ว แต่เรายอมรับว่าเป็นอดีตตำรวจจริงๆ แต่จะเอาเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนเพื่อมี
มาตรการป้องกันต่อไป
▪ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่ามีประวัติเรื่องยาเสพติดก่อนเข้ารับราชการตำรวจ
▪ จากนี้จะตรวจเลือดว่ามีปริมาณสารเสพติดในร่างกายเท่าไร
ขณะที่ครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ เผยว่า ช่วงเกิดเหตุอยู่ในห้องทำงาน ได้ยินเสียงดังด้านนอก คิดว่าใครมาจุดประทัด ก่อนจะเห็นคนร้ายใช้ปืนยิงครูที่อยู่ด้านนอก จากนั้นก็เดินไป
ครูที่เห็นจึงรีบไปล็อกประตูในศูนย์ แต่คนร้ายใช้ปืนยิงใส่ประตู พวกตนและเพื่อนครูจึงโทรศัพท์ และปีนกำแพงไปเรียกคนมาช่วย
ส่วนเด็กที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะนอนหลับอยู่ รวม 24 คน รอดชีวิต 1 คน
“ผู้ก่อเหตุเคยมาส่งลูกชายที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ แต่ลูกชายไม่ได้มาเรียน 1 เดือนแล้ว วันนี้เห็นมาก็คิดว่าจะมารับนม ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้”




#กราดยิงหนองบัวลําภู #TheStandardNews
8-9 ก.พ. 2563 : ทหารคลั่งกราดยิงโคราช
24 มิ.ย. 2564 : ทหารคลั่งกราดยิงโรงพยาบาลสนาม
13 ก.ย. 2565 : ทหารคลั่งยิงเพื่อนในค่ายทหาร
6 ต.ค. 2565 : อดีตตำรวจคลั่งกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก
องค์กรเหล่านี้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิรูปหน่วยงานแต่ทำไมถึงได้มีเหตุสลดซ้ำ ๆ เกิดขึ้นทุกปี? นี่เป็นคำถามจากประชาชนที่ไม่อยากตกเป็นเหยื่อของความบ้าคลั่ง และเราต้องการการปฏิรูปอย่างจริงจังไม่ใช่คำสัญญาโป้ปดมดเท็จ
ทุกองค์กรล้วนมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่องค์กรของพวกท่านมีปืนอยู่ในมือ มันจึงไม่ควรมีคนเลวอย่างเด็ดขาด! ปัญหายาเสพติด ส่วยใต้โต๊ะ โกงเงิน หักหัวคิว การกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชา ควรจะหมดไปจากระบบราชการ ในเมื่อคนที่ควรจะปกป้องประชาชนกลายเป็นคนที่ทำร้ายประชาชนเสียเอง มันก็คงไม่ต่างอะไรจากโจรในเครื่องแบบ
ไม่มีใครรู้ปัญหาในองค์กรได้ดีเท่าคนที่อยู่ในองค์กรนั้เอง อยู่ที่ว่าพวกท่านจะปฏิรูปแก้ไข ล้างบางอย่างจริงจัง หรือซุกปัญหานั้นไว้ใต้พรมปล่อยไปเลยตามเลยเหมือนที่ผ่าน ๆ มา แล้วรอให้มีคนคลั่งออกมาก่อเหตุซ้ำอีกหน ซึ่งคราวหน้าอาจเป็นคนใกล้ตัวท่านหรือว่าตัวท่านเองก็ได้


