“…หลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่ ๒ และตามด้วยความวุ่นวายของกบฎอี้เหอถวน จีนพ่ายแพ้แก่ชาติมหาอำนาจ จนต้องยินยอมแบ่งมณฑลและเมืองท่าต่างๆ ให้ชาติตะวันตกใช้ประโยชน์ เรียกว่าเขตอิทธิพล (Spheres of influence)
.
โดยตกลงยกแมนจูเรียและคาบสมุทรเหลียวตงให้เป็นเขตอิทธิพลของรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นก็หมายตาแมนจูเรียไว้เช่นกัน ในตอนนี้จีนอ่อนแอเกินไปที่จะต้านทานชาติตะวันตกและญี่ปุ่น ทั้งญี่ปุ่นและรัสเซียตกลงกันเองว่าจะแบ่งภาคเหนือของจีนและเกาหลี โดยญี่ปุ่นเสนอว่าจะยอมรับอิทธิพลของรัสเซียเหนือแมนจูเรีย ส่วนญี่ปุ่นจะครอบครองคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมด
.
อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่ยินยอมและเสนอว่าพื้นที่บนคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่เส้นขนานที่ ๓๙ ขึ้นไปจะต้องเป็นพื้นที่กันชนระหว่างแมนจูเรียและเกาหลี เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น
.
การเจรจาระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่นล้มเหลว นำไปสู่สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo-Japanese War) ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของรัสเซียในปีพุทธศักราช ๒๔๔๘ ทำให้ทั่วโลกตะตะลึงอีกครั้งที่ญี่ปุ่นสามารถพิชิตได้ทั้งจีนและรัสเซีย แต่นั้นมาญี่ปุ่นได้รับการยอมรับเป็นมหาอำนาจใหม่ ที่สำคัญก็คือญี่ปุ่นเข้ามามีอำนาจเหนือเกาหลีอย่างเต็มที่รวมถึงแผ่อิทธิพลเข้าไปในแมนจูเรียของจีน
.
ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๘ เสนาบดีในรัฐบาลเกาหลีที่นิยมญี่ปุ่นใช้อำนาจโดยพลการ ลงนามสนธิสัญญากับญี่ปุ่น (Japan–Korea Treaty 1905) หรือสนธิสัญญาอึลซา ตกลงลดทอนกองทัพเกาหลีและแทนที่ด้วยกองกำลังของญี่ปุ่น ที่สำคัญก็คือเกาหลีจะโอนอำนาจการต่างประเทศให้ญี่ปุ่น นับเป็นการปิดปากเกาหลีมิให้มีสิทธิ์มีเสียงในเวทีโลก…
.
ด้วยสนธิสัญญาอึลซา ทำให้เกาหลีหมดสภาพที่จะช่วยเหลือตัวเอง ในอีก ๒ ปีต่อมาต้องทำสนธิสัญญาเปลี่ยนสถานะเกาหลีเป็นรัฐอารักขา (Japan–Korea Treaty 1907) และในปีพุทธศักราช ๒๔๕๓ ทำสนธิสัญญายกอำนาจการปกครองให้ญี่ปุ่นผนวกแผ่นดินเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิญี่ปุ่น (Japan–Korea Treaty of 1910)
.
นับแต่นั้นประเทศเกาหลีหรือโชซอนไม่มีอยู่ในโลก มีเพียงอาณานิคมโชเซนของญี่ปุ่น
.
ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ใช้เกาหลีเป็นฐานรองรับการขยายอิทธิพลเข้าไปในจีนตอนเหนือ โดยมีแมนจูเรียเป็นเขตอิทธิพล
.
อะไรและใครที่เป็นสาเหตุของการล่มสลายของจักรวรรดิศักดินาที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก?…”
.

- “ปะกิ่ง” ที่โรยรา –
กรกิจ ดิษฐาน
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ สูญแผ่นดิน สิ้นอำนาจ :
วาระสุดท้ายของแมนจูจากภาพถ่ายที่พบในสยาม
.
When The Mighty Dragon Falls:
A Pictorial Journey of China Unearthed in Siam.
หนังสือที่จะตามแกะรอยปริศนาเบื้องหลังของภาพถ่ายที่เพิ่งค้นพบในสยาม ที่บอกเล่าการเดินทางดูงานด้านการทหารในเอเชียตะวันออกหลังจากที่ญี่ปุ่นเอาชนะรัสเซียได้หมาดๆ และกำลังจะกลืนเกาหลีเป็นอาณานิคม พร้อมท้งยังสยายปีกเข้าไปกุมอิทธิพลเหนือจีนตอนเหนือ
.
ย้อนไปถึงจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ของสยามกับมหาอำนาจในเอเชีย จากจีนสู่ญี่ปุ่น ผ่านสายตาของช่างภาพผู้บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นบนเส้นทางการขยายอำนาจของญี่ปุ่นเหนือจีนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออก ภายใต้การเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดของชนชั้นนำชาวสยามเพื่อวางหมากบนกระดานการเมืองโลกที่พร้อมจะพลิกผันได้อยู่เสมอในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายนั้น.
.
มันไม่ใช่แค่อัลบั้มภาพธรรมดา แต่อาจเรียกได้ว่าเป็น Photojournalism ชิ้นแรกๆ ของสยามโดยบุคคลที่เดินทางไปถึงสมรภูมิสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น เป็นประจักษ์พยายานความเสื่อมทรุดของจีน และฉากสุดท้ายของเกาหลีก่อนตกเป็นอาณานิคมญี่ปุ่น
ทั้งยังถ่ายทอดภาพต้นฉบับเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพความละเอียดสูง พร้อมเทคนิคการพิมพ์ที่ทันสมัย
.
จัดพิมพ์สี่สี ด้วยกระดาษอาร์ตคุณภาพดีจากต่างประเทศ
รูปเล่มขนาดใหญ่ หุ้ม Jacket สวยงามภาพประกอบมากกว่า ๒๐๐ ภาพ
มีคำบรรยายภาษาอังกฤษทุกภาพ
.
พร้อมจัดทำบทกล่าวนำและบทสรุปของผู้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
รวมทั้งจัดพิมพ์อัลบั้มต้นฉบับไว้ภายในเล่มอีกด้วย
.
เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับสาระของเนื้อหาและชุดภาพประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ “สามเส้า” สยาม – จีน – ญี่ปุ่น ที่ค้นพบในครั้งนี้
ราคาพิเศษในเดือนกรกฎาคม 2565 นี้เท่านั้น !
สำนักพิมพ์ สยาม เรเนซองส์ จัดเซตหนังสือสุดคุ้มให้อ่านกันอย่างเพลิน ๆ
หรือจะเก็บสะสมก็เป็นที่น่าสนใจ
.
หนังสือสูญแผ่นดิน สิ้นอำนาจ
::: ราคาพิเศษเล่มละ 1,692 บาท :::
จากราคาปกติ 1,880 บาท
.
และหนังสือชุดพิเศษ
.
หนังสือสูญแผ่นดิน สิ้นอำนาจ + หนังสือพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ ๔ ถึงเซอร์จอห์น เบาริง
::: ราคาพิเศษชุดละ 1,938 บาท :::
จากราคาปกติ 2,280 บาท
.
จำนวนจำกัด 25 ชุดเท่านั้น !!!
ชมตัวอย่างหนังสือ
“สูญแผ่นดิน สิ้นอำนาจ : วาระสุดท้ายของแมนจู จากภาพถ่ายที่พบในสยาม” ได้ที่
.
