หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

ขอแสดงความยินดีกับคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่

มีประวัติของท่านมาฝากค่ะ..
รองศาสตราจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
เกิด 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 ชื่อเล่น ทริป เป็นนักการเมือง นักธุรกิจ อาจารย์ และวิศวกร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เขาเป็นที่รู้จักจากข้อเสนอสร้างทางรถไฟความเร็วสูงภายใต้กรอบวงเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไป และยังมีภาพลักษณ์เป็น บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี จากภาพหิ้วถุงอาหารในปี พ.ศ. 2556 และทำให้เขาได้รับชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบนสื่อสังคม ที่มีการนำภาพไปทำเป็นอินเทอร์เน็ตมีมในรูปแบบต่าง ๆ ต่อมาได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย และลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2565

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นบุตรของพลตำรวจเอก เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ (สกุลเดิม: กุลละวณิชย์) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา สองคนคือ

รศ. ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. ดร.นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กรรมการแพทยสภาวาระ พ.ศ. 2562–2564 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ท่านชัชชาติสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

สำเร็จปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา(เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ. 2530

หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

2 วันก่อนหน้า ที่จะมีการยึดอำนาจ

ประยุทธ์ ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เรียกหัวหน้าส่วนราชการ ตั้งแต่ระดับ “ซี10” ขึ้นไป เข้าร่วมประชุม – รายงานตัวทั้งหมด
.
น่าสนใจก็ตรงที่ว่า ตลอดการประชุม ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ มีวรรคทองจากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ 2 คำ คือ “ผมเอาจริงนะ” ถึง 3 รอบ และ “อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ” อีก 2 รอบ…
.
ผมชวนอ่าน “เบื้องหลังการประชุม” ในวันนั้น ที่ไปเก็บมาได้..
.
“อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ”
.
ตัวละครเด่น ในการประชุมวันนั้น หนีไม่พ้น ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย นพ.ณรงค์ นั้นนั่งรถโฟล์คตู้มาพร้อมกับ ถวิล โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี ส่วนธาริตนั้น เดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ต่างจาก 2 คนแรกอย่างเห็นได้ชัด

แม้จะเป็นการประชุมลับ ไม่เปิดโอกาสให้สื่อเข้า แต่เสียงจากผู้ที่เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น บรรยายบรรยากาศภายในที่ประชุมว่ามีนัยยะทางการเมืองเข้มข้น ดุเดือด ไม่แพ้เวทีการชุมนุม กปปส.

“จุดประสงค์ของการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหารัฐบาลใหม่ หรือเป็นกรรมการใดๆ ทั้งสิ้น หน้าที่นอกจากนี้เป็นเรื่องของผู้เกี่ยวข้องที่ต้องไปจัดการกันเองภายใต้รัฐธรรมนูญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขณะเปิดประชุม
.
หลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้ร่ายยาวต่อว่า หลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้แจ้งข่าวไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำ โดยทหารพร้อมทำทุกอย่างด้วยความเด็ดขาดใต้กฎอัยการศึก เพื่อให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยโดยเร็ว
.
“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ขอให้งดการเดินทางและใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่มีการปลุกปั่น ยุยง ชักชวนให้มีกองกำลังเข้ามาสร้างความวุ่นวายหรือก่อให้เกิดเหตุเผชิญหน้า ขอให้ยุติการกระทำเสีย” พล.อ.ประยุทธ์พูดกับที่ประชุม
.
หลังจากนั้น ประยุทธ์ ได้หันไปหา วิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับพูดว่า”ท่านปลัดมหาดไทยก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อส. มาสู้กับทหารนะ เพราะไม่มีวันชนะ ไม่มีทางรบชนะทหาร อย่าทำอีก”
.
พร้อมกับแสดงท่าทีอีกว่า สังคมควรหันหน้าเข้าหากัน และที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกก็เพราะขณะนี้ไม่มีใครฟังใคร ใครพูดอีกฝ่ายก็ไม่ฟัง จึงต้องออกมา
.
“ผมเชื่อว่าธรรมชาติของคนไทยโกรธกันได้ไม่นาน ใครก็ตามที่ไปเรียกต่างชาติให้เข้ามาเป็นกรรมการ อย่าทำ เรื่อง คนไทยแก้ไขกันเองได้ อย่าไปเรียกคนต่างชาติเข้ามาให้ขายหน้าเขา” ผู้บัญชาการทหารบกระบุ
.
หลังจากแสดงท่าทีเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการแสดงความคิดเห็น โดย นพ.ณรงค์ ได้ยกมือขึ้นพูดว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่เหมาะที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ต้องจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อให้ประเทศเดินหน้า พล.อ.ประยุทธ์จึงได้แซวกลับไปยังปลัดสธ.ว่า “ท่านเป็นอย่างไร โดนไปหลายคดีนี่”
.
เมื่อ นพ.ณรงค์ พูดเสร็จ ถวิล ก็ยกมือขึ้นพูดต่อว่า ที่ผ่านมาโดนคุณธาริต อธิบดีดีเอสไอ ตั้งข้อหากบฎซึ่งมีโทษจำคุกหลายปี ซึ่งไม่เป็นธรรม แต่ไม่ถือโทษ พร้อมสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
.
ได้ฟังดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปถามที่ประชุมว่า อธิบดีธาริตมาด้วยหรือไม่ ธาริตซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุดได้ยกมือขึ้น บอกว่ามา พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ตอบกลับไป
.
“ให้คุณธาริตไปถอนคดีความต่างๆที่ตั้งข้อหาคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ไหม เพราะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความแตกแยกและไม่ได้ประโยชน์ หยุดได้แล้ว เละหมดแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์พูดในที่ประชุม ด้วยท่าทีดุดัน เรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน
.
ส่วนปฏิกิริยาของธาริตนั้นไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าหงึกๆ นิ่งเฉย หน้าชาอยู่นานหลายนาที
.
หลังจากนั้น ถวิล ยังพูดต่ออีกว่า อยากให้ข้าราชการที่เป็นหัวหน้าหน่วยราชการที่นั่งอยู่ในที่นี่ รวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติในแนวทางที่ถูกต้อง จนได้รับเสียงแซ่ซ้องปรบมือจากที่ประชุม
.
น่าสังเกตว่า ตลอดการประชุม ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ มีวรรคทองจากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ 2 คำ คือ “ผมเอาจริงนะ” ถึง 3 รอบ และ “อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ” อีก 2 รอบ
.
นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกยังฝากถึง “แกนนำ” คนหนึ่งอีกว่า “ไอ้แกนนำคนไหนอยากลองดีก็มา อยากรู้เหมือนกัน ผมไม่ได้ท้าทายนะ”
.
เป็นท่าทีล่าสุดจาก ประยุทธ์ ซึ่งตอนนั้น กลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ ไปที่เรียบร้อย
.
และยังลากยาว อยู่ในตำแหน่งเดิม แสดงอำนาจแบบเดิม ต่อเนื่องมาอีก 7 ปี..
.

#7ปีแล้วไอสัส

.
อย่าลืมติดตาม b-holder Podcast EP.26
คนดีย์ 2014 : 7 ปี ระบอบประยุทธ์ #ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=OyuNBpUEqek

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น