หมวดหมู่
เหตุการณ์สำคัญ

[ครบรอบ 1 ปี อภิปราย “ตั๋วช้าง” สู่เบื้องหลังการลี้ภัย “ปวีณ” ปัญหาในวงการตำรวจที่ยังดำรงอยู่]


เมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2565) ผมได้อภิปรายถึงกรณีคดีการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเมื่อปี 2558 และชะตากรรมของหัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคดีอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ตั้งแต่การถูกขัดขวางในระหว่างกระบวนการทำงาน การกลั่นแกล้งในทางหน้าที่การงาน การเข้ามาเกี่ยวข้องคนกลุ่มคนที่เรียกว่าเป็นข้าราชบริพาร ไปจนถึงการถูกบีบให้ลาออกและลี้ภัยในท้ายที่สุด ที่ซึ่งหลายท่านกล่าวว่านี่อาจเปรียบได้กับ #ตั๋วช้างภาค2 ที่ยังสร้างความเสื่อมทรามแก่วงการตำรวจอยู่ไม่รู้จบสิ้น
.
ช่างพอดีกับที่วันนี้ของเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่อง #ตั๋วตำรวจ หรือการใช้เส้นสายในวงการตำรวจเพื่อการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การที่นายตำรวจหลายคนต้องกลายไปเป็นคนคุมธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ได้เข้าถึงเส้นสายเหล่านั้น
.
ความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งมีได้ตั้งแต่การ “ยกเว้นหลักเกณฑ์” คือการได้เลื่อนขั้นไปตำแหน่งที่สูงกว่าโดยไม่ต้องอยู่ในตำแหน่งเดิมให้ครบระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร. ซึ่งบางกรณีที่ผมได้ยกมานั้นก็น่าสงสัยว่าเป็นเพราะเรื่องความสามารถ หรือเพราะนายตำรวจคนนั้นเป็นญาติใกล้ชิดกับข้าราชการชั้นสูงผู้ทรงอิทธิพลกันแน่
.
พอนายตำรวจพวกนี้เริ่มเติบใหญ่ ก็พัฒนามาเป็นผู้ออกตั๋ว ใช้เส้นสายตัวเองคอย “สนับสนุน” ตำรวจนายอื่นๆ ให้ได้เลื่อนขั้นบ้าง (แม้ตำรวจเหล่านั้นจะอยู่นอกสายบังคับบัญชาของตัวเอง ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปเสนอเลื่อนขั้นอะไรได้เลยก็ตาม) ซึ่งกรณีที่ผมยกมานั้นมีความน่าสนใจเพิ่มเติมตรงที่เป็นตั๋วที่ออกมาผ่านการให้ไปเข้าหลักสูตร “จิตอาสาพระราชทาน” ที่ก็บริหารจัดการกันเองในหมู่ญาติพี่น้องของนายตำรวจที่ออกตั๋วนั้น
.
ต่อมาด้วยเรื่อง “ตำรวจราบ” ที่เป็นอีกด้านหนึ่งของบรรดานายตำรวจต่างๆ ที่ถูกคำสั่งคัดตัวให้ออกจากสังกัด สตช. ไปเป็นตำรวจในวัง โดยไม่ได้มีการแจ้งข้อมูลที่แท้จริงและถามความสมัครใจตั้งแต่ต้น ต่อมาเมื่อมีนายตำรวจจำนวนหนึ่งขอปฏิเสธไม่เข้าร่วม ก็ปรากฏว่าถูกสั่งให้ไป “ธำรงวินัย” เป็นระยะเวลากว่า 11 เดือน พร้อมทั้งถูกดองไม่ให้เติบโตในหน้าที่การงานอย่างที่ควรจะเป็น (อันที่จริงกรณีนี้มีความคล้ายกับกรณีของ พล.ต.ต.ปวีณ ที่ปฏิเสธข้อเสนอให้เข้าไปทำงานในวัง เพราะอยากทำคดีค้ามนุษย์ต่อมากกว่า จนนำไปสู่การถูกบีบให้ลาออก)
.
และปิดท้ายด้วย #ตั๋วช้าง หรือเอกสารขอรับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งนายตำรวจ ที่เป็นการติดต่อกันระหว่าง ผบ.ตร. กับราชเลขานุการ เพื่อทำในสิ่งที่พวกตนไม่มีอำนาจ และส่งผลเป็นการนำพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องในเรื่องที่ไม่ใช่พระราชกรณียกิจของพระองค์ การเช่นนี้ไม่เป็นคุณต่อทั้งประเทศ, วงการตำรวจ และสถาบันพระมหากษัตริย์เลยแม้แต่น้อย
.
1 ปีผ่านมานับแต่วันนั้น ผมได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวความเดือดร้อนของตำรวจชั้นผู้น้อยนายอื่นๆ อีกหลายกรณี เช่นคำบอกเล่าจากครอบครัว “ตำรวจราบ” นายอื่นๆ ที่ต้องไปทำงานยืนยาม-ทำสวนในวัง ลาไปงานศพคนรู้จักไม่ได้ จะลาออกก็โดนดอง, เรื่องของตำรวจกองกำกับการอารักขาที่ดูแลเขตพระราชฐาน ที่ถูกบังคับกักตัวนานเป็นเดือน (ขณะที่ประชาชนกักตัวแค่ 14 วัน) โดยไม่ให้พบปะครอบครัวและไม่แยกกลุ่มความเสี่ยงโรค COVID-19 หรือบรรดานายตำรวจที่ถูกเกณฑ์มาจากต่างจังหวัดเพื่อใช้สลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ ที่ต้องมากินนอนในสภาพสุดลำเค็ญ ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นกรณีอื้อฉาวที่เกิดจากการกระทำของตำรวจอีกมากมาย เช่นกรณีอดีต ผกก.สภ.นครสวรรค์ คลุมถุงดำผู้ต้องหา ที่ก็มีประวัติเชื่อมโยงกับหลักสูตร “จิตอาสาพระราชทาน” ด้วย เป็นต้น
.
และที่น่าเศร้าคือตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เราก็ยังไม่เห็นว่าปัญหาเส้นสายในวงการตำรวจได้มีการแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมให้ประชาชนมั่นใจได้เลย มิหนำซ้ำเรายังได้ค้นพบเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีของ พล.ต.ต.ปวีณเพิ่มเติมมาอีก ที่ก็เห็นว่าหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความอยุติธรรมครั้งนี้ยังคงอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาได้เนิ่นนานหลายปี
.
ผมและพรรคก้าวไกลขอยืนยันที่จะตรวจสอบปัญหาความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น ทั้งในวงการตำรวจและวงการเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการโค่นล้มระบอบปรสิตนี้ คืนคนซื่อตรงกลับสู่ระบบราชการ และไม่ให้มีนายตำรวจคนใดต้องมาประสบชะตากรรมแบบ พล.ต.ต.ปวีณหรือตำรวจราบ 96 นายอีก
.
(ดูคลิปการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องตั๋วช้าง ได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=UAMUa7nfuFQ)
.
(ดูเนื้อหาคำอภิปรายไม่ไว้วางใจและสไลด์ประกอบ เรื่องตั๋วช้าง ได้ที่
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.648079912615326&type=3)

Facebook : Rangsiman Rome

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น