หมวดหมู่
อาบอบนวด

EP.3 ชื่อ “อาบอบนวด” นั้น สำคัญไฉน?

.
ใครเคยสังเกตุไหมว่า สถานอโคจร สถานอบายมุขอย่างอาบอบนวดไม่ว่าที่ใด จะต้องตั้งชื่อเป็นผู้หญิง หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำทั้งสิ้น

.
ไม่ว่าในยุคถนนเพชรบุรีรุ่นเก่า เมรี บีวา ฮูหยิน แนนซี่ โมนาลิซ่า จนถึงรุ่นใหม่ย่านถนนรัชดา เอ็มมานูเอล วิคตอเรีย แคทเธอรีน จูเลียน่า โคปาคาบาน่า ฮอนโนลูลู โพไซดอน หรือย่านสุขุมวิทที่อยู่ยงคงกระพันมานาน เพิ่งปิดไปสัก 7-8 ปีก่อน ชื่อ “ดาร์ลิง” ที่แปลว่า ที่รัก

.
หากไปเปิดเป็นชื่อผู้ชายเมื่อไหร่ มันได้เจ๊งให้เห็นกันซึ่งๆ หน้า เช่น “ซีซาร์” ที่เปิดวันแรกผู้ชายวัยกลางคนไปเที่ยวแล้วหัวใจวายช็อคตายคาอกหมอนวด

.
หรือแม้แต่เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อ “เดอะลอร์ด” ของ “เสี่ยกำพล” ที่ถูกตำรวจ ดีเอสไอ บุกจับ เพราะค้าเด็กต่ำกว่า 15 ปี เป็นข่าวโด่งดังยังหนีหมายจับอยู่ทุกวันนี้

.
บ้านช่อง เงินทอง ทรัพย์สินถูกยึด ถูกอายัด มีคดีพ่วงยาวเป็นหางว่าว อาบอบนวดในเครือปิดตาย รวมทั้งอาบอบนวดที่ใหญ่โตหรูหราแพงระยับ มีเงินต่ำกว่าหมื่นเข้าไม่ได้ ต้องปิดตัวถาวร

.
ก็ดันไปตั้งชื่ออาบอบนวดว่า “เดอะลอร์ด” ได้ไง มันชื่อผู้ชายชัดๆ โต้งๆ

.
อ่านแล้วอาจจะไม่เชื่อ แต่ลองไล่เรียงดู พังทุกราย

.
อาถรรพ์นี้คนในวงการต่างรู้ดี อาบอบนวดจึงต้องตั้งชื่อเป็นผู้หญิง หรือไม่ก็ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำเท่านั้น

.
อย่าง “เจ้าพระยา” ที่อยู่ยาวนานคงทนมา 30-40 ปี หรือที่เล็กๆ แต่อยู่มานมนาน เช่น “สายฝน”

.
อีกที่ โด่งดังยาวนานเหมือนกัน ชายไทยสมัยก่อนรู้จักดี คือ “ชวาลา” ก็เกี่ยวข้องกับน้ำเต็มๆ

.
เพราะตั้งชื่อคล้ายคำประสม จากคำว่า “ชวา” เปิดพจนานุกรมบอกเป็นชื่อเกาะ ล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทร

.
แถมที่ ชวาลา ยังมีลูกเล่นว่า ห้ามหมอนวดยุ่งกับแขกจริงๆ จังๆ แต่พาไปสนามหลวงได้ แล้วใช้ท่าซอกอก หรือท่าขาหนีบ เอาเบบี้ออยราดก่อนจะได้ไม่แสบ สมัยก่อนโน้นใช้น้ำยาใส่ผม “ไบรครีม” ช่วย

.
ลีลาเด็ดสะระตี่ขนาดไหน ชายไทยที่อายุ 60-80 ปีในวันนี้คงจดจำได้ดี

.
สถานที่อาบอบนวดเป็นศูนย์รวมชีวิตผู้หญิงเป็นร้อยๆ คน หมอนวดจึงเปรียบเสมือนเป็น “นางเอก” ชั่วคราว

.
บรรดาแขกผู้ชายที่มาเที่ยวสวมบทเป็น “พระเอก” มาโปรด เพราะเอาเงินมาให้

.
เชียร์แขก มาม่าซัง ถือเป็น “ตัวตลก” ที่เสริมละครบทนี้ให้มีชีวิตชีวา บรรยายสรรพคุณนางเอกให้พระเอกฟัง

.
ส่วน “หมาต๋า” จะเป็นอะไรได้เล่า นอกจาก “ตัวร้าย” ของเรื่อง

.
ก็เล่นเที่ยวแล้วไม่จ่าย ขอลดครึ่งราคาบ้าง แหม…ทั้งสนุกทั้งมันเหมือนกัน แต่ไม่จ่าย ไม่ทิป นี่จะเรียกว่าพระเอกคงไม่ใช่แล้วคุณพี่

.
แต่ถึงอย่างไร นางเอกก็ต้องมีเคล็ดลับ แม้ว่าบางคนหน้าตาทรวดทรงองค์เอวจะดูดีเข้าขั้น แต่หามีแขกเรียกไม่ เชียร์ยังไงก็ไม่มีแขกติด ไม่มีขาประจำ

.
ก็เพราะไม่บูชา “ปลัดขิก”

.
ด้านในตู้กระจกที่เหล่าหมอนวดสาวนั่งเรียงรายให้แขกเลือกนั้น จะไม่มีหิ้งพระ หลวงพ่อ หรือแม้แต่นางกวักใดๆ

.
แต่จะมีสารพัดท่านปลัดขิก (ของขลังรูปอวัยวะเพศชาย ทำด้วยไม้ลงอักขระยันต์) ขนาดต่างๆ ตั้งแต่เล็กยันใหญ่โตวางเรียงรายไว้พร้อมพวงมาลัยบูชา และมีเงินเหรียญวางไว้เต็มไปหมด

.
อันหมายถึง ได้เงินทองไหลมาเทมา เพราะบูชาท่านปลัดขิกนี่เอง

.
ปลัดขิกของผมนั้นได้จาก หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม ที่โด่งดังที่สุดแห่งยุคขณะนั้น

.
หลวงพ่อเปิ่นเป็นที่นับถือของคนกลางคืน ขนาดว่าทุกปีขณะท่านยังมีชีวิต ต้องนิมนต์จองตัวท่านมาถึงสถานอาบอบนวดของผมทุกที่ด้วย ทำบุญแล้วแจกปลัดขิก วัตถุมงคล ของดีต่างๆ ให้กับมือทุกปี

.
บรรดาสาวบริการนั่งพรมมือแต้ ฟังธรรมโปรดสัตว์ที่มีกรรม แล้วทำบุญทำทานได้เงินเข้าวัดรวมกันเป็นหลายแสนบาทในแต่ละครั้ง

.
หมอนวดล้วนตั้งอธิษฐานว่า เงินที่ได้จะเอาไว้ให้พ่อแม่ สร้างบ้าน สร้างตัว และเหลือเผื่อแผ่ทำบุญทำกุศล อันเนื่องมาจากเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนที่ทำไว้ จึงต้องให้มาชดใช้ในชาตินี้

.
บางคนมีรายได้ดี ปีๆ หนึ่งเก็บเงินได้มากกว่า 1 หรือ 2 ล้านบาท นำเงินไปปลูกบ้านให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ถึงขนาดแข่งขันกันสร้างบ้านอวด จนตั้งชื่อว่า “หมู่บ้านสวิส” เลียนแบบเปรียบเทียบจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์โน่น

.
เข้าไปในหมู่บ้านต่างจังหวัดไกลกรุงแล้วต้องตกใจ เพราะพบกับบ้านหรู สองชั้น เรียงกันให้เห็นเป็นตับ อย่างกับหมู่บ้านสวิสจริงๆ

.
ที่เล่าให้ฟังไม่ได้ไปเชิญชวนให้ทำ เพราะอาชีพ “หมอนวด” สงวนไว้ให้คนมีเวรมีกรรม ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว ทอดกายให้ชายเชยชม ชีวิตเหมือนดั่งกับบทเพลงดัง “นางงามตู้กระจก”

.
เป็น “นางเอก” แต่อาภัพเสียก็มาก ถูกเสี่ยเอาไปเลี้ยงดู แล้วเฉดหัวส่งน้ำตาตกกลับมาเป็นหมอนวดเฝ้าตู้ก็เยอะ จนลาโรงอายุ 40-50 ปี ผมต้องโปรโมทเลื่อนชั้นเป็น “ครูฝึก” เลี้ยงไว้สั่งสอนลูกเล่นประสบการณ์แพรวพราวให้รุ่นน้องแทน

.
หลังๆ บูชากันถึง “พระพิฆเนศ” เจ้าแห่งการละครร้องรำ เพราะถือว่าสถานอาบอบนวดเป็นเหมือนโรงละครโรงใหญ่ ที่บรรดาหมอนวดต้องแสดงบทบาทแข่งขันกัน

.
ใครแสดงได้ดีก็มีแขกติดมากมาย ขนาดต้องเข้าคิวรอ วันๆ หนึ่งไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่มีแม้เวลากินข้าว เพราะแขกนั่งรอเข้าคิวยาวเหยียด

.
จึงมักเห็นหมอนวดบูชาพระพิฆเนศให้ช่วยเรื่องดวง เล่นละครเอาใจแขกให้ติด หรือพบแขกที่ใจดีเงินหนาเอาไปชุบเลี้ยง บางคนได้ขยับชั้นเป็นคุณนาย นั่งรถเบนซ์มีคนขับให้ กลายเป็นเมียเสี่ยใหญ่ได้ออกหน้าออกตา เพราะ

.
“อยู่เป็น เย็นพอ รอได้”

.
บางคนชีวิตเป็นเหมือนฝัน ตกถังข้าวสารไปอยู่ต่างแดน มีชีวิตครอบครัวใหม่กับ ญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง สารพัดชาติทั่วโลก

.
แต่ขณะเดียวกันก็มีคนตกอับ เดินเร่ร่อนไปทั่วเจ็ดย่านน้ำ ขนาดวันก่อนผมไปวิ่งที่หาดพัทยา ยังเจอศิษย์เก่ารุ่นเดอะทำงานแถวนั้น บอกผมว่า อดอยาก ฝรั่งหายหัวหมด

.
ชีวิตจริงจึงยิ่งกว่านิยาย

.
ส่วนบางคนดันไปคิดว่าแขกเขาหลง เลยทำตัวเหมือนนางเอกจริง ร้องเอารถ เอาบ้าน แถมเงินก้อนในบัญชีเป็นประกันก่อน ขนญาติพี่น้องพ่อแม่มาอยู่ด้วย

.
โถ เดี๋ยวนี้หาผู้ชายคุณสมบัติ “รวยแต่โง่” ไม่ค่อยมี มันหายาก

.
ผู้ชายลองมาเที่ยวแล้วติดใจเป็นแขกประจำความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนา แสดงว่าคนที่บ้านอาจบกพร่องเรื่องบนเตียง จึงต้องบริการสุดฤทธิ์สุดเดช

.
ชายมักมีนิสัยชอบซุกซน หากลองได้มาเที่ยวแล้วติดใจก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย จะหาคนที่ตั้งหลักปักฐานมันยาก

.
อันด้วยมนตร์ขลังบูชาปลัดขิก ก็อาจช่วยได้แค่ครั้งคราว พอมนตร์เสื่อมก็หายหน้าจากไป

.
แต่ช่วงของขึ้น ถึงขนาดหมอนวดหมดเวลาลงมา มีแขกรอขึ้นต่อทันที บางคนวันๆ หนึ่งได้ 5-6 รอบ สถิติมีสูงถึง 10 รอบก็มี (อย่าไปนับชั่วโมง เพราะแขกบางคนแค่ 30-40 นาทีก็รีบลง เรียกว่า “ช่วงหลบเมีย” ได้แก่เวลา 4-5 โมงเย็น แขกจะรีบขึ้นรีบลงแล้วเผ่นกลับบ้าน ทันเวลาเลิกงานรับหน้าเมียพอดิบพอดี)

.
อันบรรดาสาวกลางคืน เห็นทำอาชีพแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยจึงมักมีใจบุญสุนทาน ทั้งๆ ที่เลิกงานกินเหล้าเมากับแขก แต่ยังนั่งรอพระตักบาตรตอนเช้าแล้วค่อยเข้านอนก็ยังมี

.
หรือเวลาทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า สร้างวัด สร้างโบสถ์ มาร่วมกันบริจาคจริงจังคับคั่ง

.
ช่างเป็นภาพที่ย้อนแย้ง และหากไม่ใช่คนวงในคงไม่ทราบ

.
คนโบรำ่โบราณที่ทำอาชีพนี้รำ่รวยแล้วคิดถึงบาปกรรม ยังนำเงินที่ได้ไปสร้างวัด ชื่อ “วัดคณิกาผล” อยู่ตรงข้ามโรงพักพลับพลาไชย ชื่อก็บอกชัดว่า ผลจากโสเภณี

.
ชื่อเก่า “วัดใหม่ยายแฟง” เดี๋ยวนี้ยังเห็นคนกลางคืนไปกราบไหว้บูชากันแยะ

.
EP.4 ตอนจบของอาบอบนวด อันเป็นตอนสุดท้าย

.
อาบอบนวดก็เช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่นๆ ที่เริ่มล้มหายตายจากหลังโควิด

.
อบายมุขไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ได้พัฒนารูปแบบเป็น “ออนไลน์” ไปเสียแล้ว

.
อาบอบนวดกลายเป็นสถานที่เที่ยวของคนยุคเก่า แขกที่นับปีอายุมากขึ้นร่วงโรยหายไป และไม่ทันยุคทันสมัยของคนรุ่นใหม่

.
แถมสาวไทยรุ่นใหม่ ไม่ต้องการมานั่งในตู้ให้เป็น “ผู้ถูกเลือก” อีก

.
แต่กลับกลายเป็น “ผู้เลือก” แทน!

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น