เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now
*หมายเหตุ : บทความมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของนักเรียนไทยคนนึงที่เรียนอยู่ที่อเมริกา เขียนส่งมาให้ Thai Rights Now อาจจะไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกหัวข้อ ตามข้อกำหนดที่แตกต่างกันไปของแต่ละมหาวิทยาลัยและรัฐ
สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวนิดนึงนะ ชื่อพีเรียนอยู่ระดับมหาลัยในสหรัฐอเมริกาและอย่างที่หลายๆคนรู้คือค่าเทอมของอเมริกาแพงมากกกกก
ยกตัวอย่าง มหาลัยรัฐในแต่ละรัฐจะมีค่าเทอมอยู่ที่ 14k-16k ต่อปี แต่ถ้าคุณย้ายมาจากอีกรัฐนึง ค่าเทอมอาจจะเพิ่มเป็นสองเท่าตัว และถ้าคุณเป็นนักเรียนจากต่างประเทศ ค่าเทอมอาจจะแพงมากขึ้นไปอีก
แล้วคราวนี้ถ้าเงินไม่พอจะทำไง?
ในหลายๆรัฐจะให้เด็กที่เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยทำ FAFSA หรือย่อมาจาก Free Application For Student Aid หรือง่ายๆก็คือใบกรอกข้อมูลภาษีที่ผู้ปกครองเราจ่ายต่อปีค่ะ รวมถึงข้อมูลต่างๆเช่นทรัพย์สินและรายได้ของผู้ปกครองเรา
FAFSA จะดูรายได้ของพ่อแม่เรา ภาษีที่เราเสีย และจำนวนคนภายในครอบครัว เพื่อที่จะดูความสามารถในการจ่ายค่าเทอมของเราค่ะ
EFC หรือ Expected Family Contribution คือจำนวนเงินที่รัฐบาลคิดว่าเรามีกำลังในการจ่าย อีกนัยนึง ถ้าเลข EFC เยอะก็จะได้เงินช่วยน้อย ถ้าเลข EFC น้อย ก็จะได้เงินช่วยจากรัฐบาลเยอะ
ใครสามารถทำได้บ้าง?
แน่นอนค่ะว่า citizen ของที่นี่สามารถ apply FAFSA ได้ แต่คนที่ถือใบเขียวเองก็สามารถ apply ได้เช่นกัน และจริงๆก็มีคนที่ไม่สามารถ apply ได้เหมือนกันนะคะ ตอนนี้เด็กนักเรียนข้ามเพศยังไม่สามารถ apply FAFSA ได้เนื่องจากเพศปัจจุบันและเพศกำเนิดจะไม่สอดคล้องกัน เด็กที่ undocumented ก็ไม่สามารถสมัคร FAFSA ได้เช่นกันค่ะ
แล้วในกรณีของพีล่ะ?
กรณีของเรา เรามีใบเขียวค่ะ สามารถสมัคร FAFSA ได้ และได้เงินช่วยจากรัฐบาลเยอะพอสมควรค่ะ พ่อแม่เราอยู่ไทยแต่ตัวเราอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นก็กรอกข้อมูลของแม่ใน FAFSA ไปค่ะ ส่วนเรื่องรายได้/ภาษีที่จ่าย ก็กรอกเป็นค่าเงินดอลล่าร์ที่เปลี่ยนจากเงินบาทอีกทีค่ะ
ถึงตรงนี้ต้องมีคนถามแน่เลยว่าได้ด้วยหรอ 5555
ได้ค่ะ ทำมาแล้ว ได้เงินเรียบร้อยแล้วด้วย
ถึงจะได้เงินช่วยจากรัฐ แต่ก็ไม่พอค่าเทอมอยู่ดีค่ะ เลยต้องกู้เอา คราวนี้รัฐบาลเมกาอยากให้เด็กกู้อยู่แล้วค่ะ เป็นความประสาทแดกของที่นี่5555 คนที่ได้ EFC เยอะก็จะสามารถกู้จากรัฐบาลได้แค่ตัวเดียวคือ unsubsidized
คราวนี้รัฐบาลมีให้กู้สองตัวคือ subsidized vs unsubsidized
Subsidized = รัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ยแทนเรา
Unsubsidized = เราต้องจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นเอง
ในกรณีของเรา เพราะค่าเงินที่ไทยมันน้อยมาก เราเลยสามารถกู้ของ subsidized มาด้วยได้ (แต่ก็ต้องกู้ unsubsidized ด้วยเพราะก็ยังไม่พอค่าเทอมอยู่ดี55555)
แล้วสรุปพีได้เงินช่วยเท่าไหร่
เบ็ดเสร็จได้เงินช่วยมาทั้งหมด 10k ค่ะ จากตัวรัฐบาลด้วยและตัวมหาลัยด้วย เอาง่ายๆคือEFC ใน FAFSA น้อยก็จะได้เงินช่วยเยอะ ซึ่งเราก็ได้เงินช่วยเยอะมากๆค่ะ แต่นั่นแหละไม่พอ55555 ต้องกู้เพิ่มเอาอีก
กู้เยอะขนาดนี้จ่ายไหวหรอ?
ถ้าพูดตามตรงถ้ากลับไปเรียนที่ไทยคงไม่ต้องกู้เยอะขนาดนี้ค่ะ คงไม่ต้องดิ้นรนอะไรหลายๆอย่างในการเลี้ยงดูตัวเองด้วย แถมได้เจอหน้าเพื่อนๆพ่อแม่ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันที่นี่ด้วย แต่บอกตรงๆว่าไม่เห็นอนาคตของตัวเองในประเทศไทยค่ะ ไม่อยากจบมาแล้วเงินเดือน 25,000 กับค่าครองชีพที่แพงสลัดในกรุงเทพ ไม่อยากจบมาแล้วต้องมากังวลความปลอดภัย ว่าโทรหาตำรวจจะติดมั้ย เค้าจะช่วยเราได้มั้ย กลับไปเดินเยาวราชแล้วอินแบบเดิมไม่ได้แล้วค่ะ อาหารอร่อยแต่ทางเท้ามีแต่นํ้าขยะเปรอะรองเท้าก็ไม่เอา รัฐบาลไม่เคยมีเงินเยียวยาพอที่จะช่วยอะไรใครได้ ต้องมานั่งกังวลว่า passive income จะพอที่จะดูแลคนในครอบครัวได้มั้ย
กู้มาเยอะมากจริงๆ เยอะจนไม่อยากบอกว่าเท่าไหร่ ท้อ55555
แต่ถ้าให้กู้แล้วทำงานต่อที่นี่ มั่นใจว่ามีอนาคตที่ดีกว่าเรียนจบที่ไทยค่ะ ไม่ได้ชอบการศึกษาของที่นี่ขนาดนั้น คิดว่าระบบการศึกษาของเมกาก็ควรได้รับการปฏิรูปเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าต้องไปเรียนที่ไทยอีก อกแตกตายแน่ค่ะ ไม่ก็ไปม็อบแล้วไม่ได้กลับบ้าน อาจจะโดนจับขัง สุดท้ายก็อยากอยู่ในประเทศที่เรามั่นใจว่ามีความปลอดภัยอะค่ะ ว่าเรามีสิทธิมีเสียงในการพูดแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ประเทศที่คนหลายคนยังมองเห็นความสำคัญของตระกูลๆนึง มากกว่าครอบครัวอีกเป็นหมื่นที่อาจจะสูญเสียอะไรหลายๆอย่างไป
สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับเด็กไทยที่อยู่อเมริกาที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ ส่วนเด็กไทยที่ยังเรียนอยู่ที่ไทย เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกเรื่องเลยค่ะ อยากบอกว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน แต่เข้าใจดีเหลือเกินว่าหลายๆคนไม่มี safety net ไว้รองรับ เด็กหลายๆคนเลยไม่ไหวไม่ได้ ถ้าต้องสู้ ก็ขอให้หนทางของคุณไม่ลำบากจนเกินไปนะคะ
แล้ววันนึง ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

