หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

หลังบ้านนเรศวร.. ตอนที่.. 1

แม้พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยา
จะมิได้กล่าวถึง “หลังบ้าน” หรือพระมเหสี
ของสมเด็จพระนเรศไว้เลย
แต่เรื่องราวของบรรดาพระมเหสี
ของสมเด็จพระนเรศกลับไปปรากฏ
อยู่ในเอกสารต่างชาติถึง 5 ฉบับด้วยกัน
คือ จดหมายเหตุบาทหลวงมาร์เซโล เด ริบาเดเนอิ
เอรา.. ของสเปน​
จดหมายเหตุฟานฟลีตของฮอลันดา
พงศาวดารละแวกของเขมร
คำให้การขุนหลวงหาวัด
และ.. พงศาวดารของพม่า

สมเด็จพระอัครมเหสีของสมเด็จพระนเรศ
ในจดหมายเหตุสเปน
History of the Philippines and Other Kingdom เป็นจดหมายเหตุสเปนที่บาทหลวงมาร์เซโล เด ริบาเดเนอิรา (Marcelo de Ribadeneira, O.F.M.)
เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าของ
บาทหลวงนิกายฟรานซิสกัน
ที่เคยพำนักอยู่ในพระนครศรีอยุทธยาระยะหนึ่ง
ซึ่งพรรณนาถึงกรุงพระนครศรีอยุทธยา
ในห้วง พ.ศ. 2125 ปลายรัชกาลสมเด็จ
พระมหาธรรมราชาธิราช
(ครองราชย์ พ.ศ. 2112-33) และตั้งแต่
พ.ศ. 2139 ในต้นรัชสมัยสมเด็จพระนเรศ
(ครองราชย์ พ.ศ. 2133-48)

เนื้อความตอนหนึ่งกล่าวถึง
กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคข
องพระเจ้าแผ่นดินสยาม
ซึ่งมีสมเด็จพระอัครมเหสี
และพระราชโอรสผู้ทรงพระเยาว์
โดยเสด็จมาด้วย ข้าพเจ้าเห็นว่า
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง
เพราะถ้าหากพระเจ้าแผ่นดินสยามพระองค์นี้
หมายถึงสมเด็จพระนเรศแล้ว
ข้อถกเถียงเรื้อรังเกี่ยวกับเรื่องที่
สมเด็จพระนเรศมีพระราชโอรส
หรือไม่นั้นจะยุติลงในฉับพลันทันที
จดหมายเหตุบาทหลวงมาร์เซโล เดริบาเดเนอิรา
เล่าว่า..

“…ครั้งหนึ่งบาทหลวงนิกายฟรานซิสกัน
ได้เห็นพระเจ้าแผ่นดินประทับในเรือพระที่นั่ง
ที่ตกแต่งประดับประดาแล้ว
ล้วนไปด้วยพระปฏิมากร
เพื่อจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนพระอารามแห่งหนึ่ง มีเรือสี่ลำแล่นล่วงหน้าไปก่อนเรือพระที่นั่ง
เพื่อเป็นการค้ำประกันความปลอดภัย
ของพระเจ้าแผ่นดิน
เรือเหล่านี้บรรทุกผู้คนเป่าแตรเงินเล็กๆ
เพื่อป่าวประกาศการเสด็จพระราชดำเนินถึง
บรรดาเรือล้วนมีรูปทรงวิจิตรพิสดารและแกะสลักอย่างน่าพิศวงด้วยรูปปฏิมาประดับประดาอย่างหรูหรา ก่อเกิดความรู้สึกประทับใจถึงโขลงช้างที่ลอยเหนือน่านน้ำ ด้วยเรือเหล่านี้ลอยเลื่อนไปเบื้องหน้าและท้ายเรือโลดทะยาน

เรือสี่ลำเหล่านี้หยุดที่พระอารามแห่งหนึ่ง
บนชายฝั่ง เพราะพวกเขาคาดหมายว่า
พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จพระราชดำเนิน
เพื่อทรงเจริญพระพุทธมนต์
และทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ตามติดมาอย่างใกล้ชิดเรือสี่ลำนั้นเป็นเรืออื่นๆ
อีกหลายลำที่ใหญ่กว่านั้น
แต่ละลำบรรทุกผู้คนมากมายที่แต่งกาย
ด้วยเครื่องแบบประเภทต่างๆ
เรือแต่ละลำมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
แห่งราชสำนัก 1 คน
แล้วจากนั้นเป็นพระราชกุมารพระองค์เยาว์ที่สุด
ในพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จปรากฏพระองค์ในเรือพระที่นั่งที่ตกแต่งอย่างหรูหรามาก
ตามติดมาเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี
และสาวสรรกำนัลใน
สมเด็จพระอัครมเหสีประทับแต่เพียงลำพังพระองค์ และบรรดานางกำนัลนั่งในเรือลำอื่น
ที่ตกแต่งอย่างน่าอัศจรรย์
และกั้นด้วยม่านอย่างรอบคอบ
จนเป็นไปได้ที่จะสามารถมองผ่านม่าน
จากภายในออกมาสู่โลกภายนอกได้
โดยที่คนภายนอกไม่เห็นคนภายใน

สุดท้ายที่มาถึงในกระบวนพยุหยาตราโดยชลมารคคือองค์พระมหากษัตริย์
ประทับในเรือพระที่นั่งขนาดกว้างใหญ่
ที่ดูแต่ไกลเหมือนนกกระยางตัวมหึมา
ที่แผ่ปีกอันกว้างใหญ่ออกมา
เป็นเรือพระที่นั่งปิดทองทั้งองค์
และโดยที่ฝีพายมีเป็นจำนวนมาก
อิริยาบถในการพายของพวกเขา
จึงดูเหมือนนกตัวใหญ่เหินลม
เหนือท้ายเรือพระที่นั่ง
พระเจ้าแผ่นดินประทับเหนือพระราชบัลลังก์
เคียงข้างพระองค์เป็นสาวน้อยผู้เลอโฉมข้างละ 2 คน
คอยถวายอยู่งานโบกพัด
เพื่อให้พระองค์ทรงสดชื่นจากความร้อนระอุ
ของดวงอาทิตย์ ทันทีที่เรือพระที่นั่งหยุดลง
ฝูงชนก็ผลักดันกันไปข้างหนึ่งและหมอบราบลง
และยกมือขึ้นประนมในลักษณาการศิโรราบ
จนกระทั่งพระเจ้าแผ่นดิน
เสด็จพระราชดำเนินผ่านไป
แล้วเรือพระที่นั่งของพระราชกุมารผู้ทรงพระเยาว์
ก็ติดตามมาพรั่งพร้อมด้วยเหล่าขุนนางชั้นสูง

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนิน
ถึงพระอาราม
พระองค์ได้รีบเสด็จไปถวายเครื่องราชสักการะ
แด่พระปฏิมากรทั้งหลาย
และหลังจากนั้นพระองค์ได้เสด็จลงสรงสนาน
กลางสระน้ำใสในปริมณฑลของพระอาราม
บรรดาเจ้าพนักงานภูษามาลา
และชาวที่ได้อัญเชิญน้ำสรงปริมาณหนึ่ง
ไว้เพื่อสักการบูชา
และพวกเขาได้อยู่งานถวายพระมูรธาภิเษก
จนกระทั่งพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนิ
นกลับสู่พระราชวัง”

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
11 ต.ค.64

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น