ถ้าใครเกิดทันและจำได้ ก่อนที่พล.อ.เปรมจะบอกว่า “ผมพอแล้ว”แล้วไม่ยอมนั่งตำแหน่งนายก ก่อนหน้านั้นหลายปีเหมือนกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่พล.อ.เปรมแต่งตั้งให้มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งด้วยข้ออ้างว่า ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทำแท้ง
ถ้าท่านไม่รู้ว่า จำลองเป็นคนของใครก็ให้ดูตอนที่มีการชุมนุมขับไล่ พล.อ.สุจินดา คราประยูรในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี2535
ซึ่งตอนนั้นหลายคนยังหลงไหลได้ปลื้มว่า จำลองต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตัวผมเองตอนนั้นยังเป็นหนุ่มน้อยก็ยังไปช่วยพรรคจำลองหาเสียงในการเลือกตั้งหลังพฤษภาทมิฬปี 35
ภายหลังค่อยมารู้ว่าที่จำลองไปนำม็อบไล่สุจินดาในตอนนั้นเพราะสุจินดาชักจะมีอำนาจเกิน และ0143 ก็เป็นปึกแผ่นจนจะกำลังกลายเป็นกล้ามเนื้อนอกบังคับ
จำลองจึงถูกใช้ให้มานำม็อบไล่สุจินดา
พล.อ.เปรมอยู่มา8ปี ภาษาทางการเมืองเขาเรียกว่า ชักจะรากงอก เริ่มมีเครือข่ายมีอิทธิพล จนอาจจะเป็นอันตรายต่ออำนาจเหนือรัฐ จึงมีการส่งสัญญาณเริ่มมาจากที่จำลองลาออกจากตำแหน่ง และอะไรอีกหลายอย่าง จนพล.อ.เปรมเริ่มไหวตัวทันจึงบอกว่าผมพอแล้ว และได้ไปอยู่ในที่เหมาะควรและปลอดภัย
พอมาถึงยุคนายกทักษิณ ก็มีการส่งสัญญาณผ่านการลาออกของวิษณุ เครืองาม และมีอีกหลายอย่างที่นายกทักษิณโดนกระทำ ทั้งการเดินสายพูดให้ในเรื่องต่างๆ จนมีการไปถามกันต่อหน้าจนเป็นเป็นที่มาของคำพูดของนายกทักษิณว่า เพียงแค่กระซิบบอกนั่นแหละ
ตอนนั้นนายกทักษิณไปโฟกัสผิดคน บุคคลนอกรัฐธรรมนูญในตอนนั้นที่นายกทักษิณพูดถึงในตอนนั้นกับที่นายกทักษิณรู้ในตอนนี้เป็นคนละคนกัน กว่าจะรู้ว่า โฟกัสผิดคนก็สายไปแล้ว
จนภายหลังมีคนมาสารภาพให้ฟัง ที่พี่โทนี่บอกว่า อัดคลิปไว้นั่นแหละถึงรู้ว่า โฟกัสผิด เพราะคนคุมการลอบสังหารสารภาพหมดว่าใครสั่ง ใครเป็นคนเอาคำสั่งมาบอก และวางแผนให้เข้าใจผิดนายกทักษิณอย่างไร จึงทำให้ตัดสินใจรับงาน
และถึงวันนี้พี่โทนี่บอกว่า เปิดคลิปไม่ได้เพราะกระทบหลายคน บางคนก็ล่วงลับไปแล้ว
และเมื่อนายกทักษิณโฟกัสผิดคน และถามเจ้าตัวแล้วเจ้าตัวปฎิเสธ ก็วางใจจนถูกปลุกม็อบไล่จนนำไปสู่การรัฐประหารในเดือนนี้เมื่อปี2549
และกำลังหลักคนหนึ่งที่มาไล่นายกทักษิณก็คือ จำลอง ศรีเมือง
และคนที่มาเป็นนายกแทนก็อยู่ในขบวนการที่มีคนมาสารภาพกับพี่โทนี่
มาถึงยุคประยุทธ์ ประยุทธ์เข้ามามีอำนาจในแผ่นดินที่แล้ว ไม่ใช่แผ่นดินนี้
ไม่ใช่หมาของเจ้าของบ้านในตอนนี้
ส่วนอีกคนเป็นหมาของเจ้าของบ้าน
ถ้าเอาไปเทียบการส่งสัญญาณผ่านจำลอง ศรีเมืองในยุคก่อน
ในยุคนี้ก็มีหลายครั้งที่ส่งสัญญาณผ่านคนของเจ้าของบ้านทั้งออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องไม่เห็นด้วยในการซื้อเรือดำน้ำ จนมาถึงทุกวันนี้
ประยุทธ์บอกว่า คุยข้อราชการได้คนเดียว ไม่มีอะไร
นายกทักษิณก็เคยเจอแบบนี้ เรื่องแทงกันใครมันจะยอมรับ
ตอนนี้ประยุทธ์เหมือนไก่ชนที่ถูกใช้งานจนหมดสภาพ ขึ้นกับว่า หลังจากนี้จะจัดการไก่ชนตัวนี้แบบไหน จะเอาไปตีหม้อหรือเลี้ยงเอาไว้เหมือนที่แผ่นดินก่อนเลี้ยงเปรม
ประยุทธ์ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือระแวงระยะหลังเลยเป็น”ไข้ม่วง” ใส่สีม่วงไม่ดูวันบ่อยๆ เพื่อหาหลังพิง
ถ้าประมวลจากอดีตมาปัจจุบันจะทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง และต้องปรับกระบวนทัศน์ในการมองการเมืองใหม่พอสมควร
ไม่นับเรื่องโผตำรวจ โผเมียหลวง โผเมียน้อย
และโผทหารที่อำนาจทหารถูกยึดไปจากประยุทธ์และประยุทธ์พยายามยื้อต่อรองโผทบ.จนต้องเลื่อนการพิจารณาเมื่อกลางเดือนที่แล้ว และจนวันนี้โผยังไม่ออก
การเมืองกับอำนาจเหนือรัฐยุคนี้จะมองด้วยกระบวนทัศน์แบบแผ่นดินก่อนไม่ได้ แต่ก็มีบางอย่างที่เทียบเคียงได้
แต่ที่แน่ๆคือ สมัยหน้าหลังการเลือกตั้งไม่มีประยุทธ์เพราะไก่ชนแพ้หมดสภาพ ไม่มีใครเขาเอาไปตีอีก ประยุทธ์ทำได้แค่จะไปอยู่ที่ไหนถึงจะไม่ถูกเช็คบิล
หรืออีกทางก็คือต้องมีพรรคการเมืองของตัวเองแล้วลงเลือกตั้งเพื่อรักษาอำนาจด้วยตัวเอง
ซึ่งคำถามคือ แล้วใครจะเลือก
Cr ถือแถน

