หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีวิกตอเรีย – เบื้องหลังราชวงศ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอนที่ 4

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์แสร้งสร้างความพอเพียงสถานที่หนึ่งที่สามารถสร้างความฝันของการมีครอบครัวสมบูรณ์แบบให้เป็นจริงได้ก็คือ บ้านพักของวิกตอเรียที่มีชื่อว่า “บ้านออสบอร์น” ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะไวท์ (ทางตอนใต้ของอังกฤษ) บ้านหลังนี้ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ทะเล และสายลมอันบริสุทธิ์ เสมือนสวรรค์บนดิน ครอบครัววินเซอร์มักจะเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านออสบอร์นในช่วงวันหยุด ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสใกล้ชิดกับค่านิยมบางประการที่ชนชั้นกลางชาวอังกฤษยกย่องเชิดชูอยู่ภายในบริเวณวังอันกว้างขวาง พึงพอใจกับสันทนาการแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำทะเลหรือการจับผีเสื้อ ลูกๆ ของวิกตอเรียสามารถเข้าใจถึงการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมในกระท่อมแบบสวิสหลังเล็กๆ สอนวิธีทำอาหารให้กับลูกๆ โดยมีอัลเบิร์ตเป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชและผลไม้ ทั้งอัลเบิร์ตและวิกตอเรียมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังทักษะพื้นๆ เหล่านี้ให้กับลูก ให้ลูกสาวสามารถทำอาหารและอบขนมปังออกมาได้สวยงาม ไม่จำเป็นต้องพึ่งบ่าวไพร่เสมอไปในเรื่องที่ตัวเองสามารถทำได้ ความรู้เกี่ยวกับโลกของสามัญชนมีความสำคัญต่อการสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับลูกๆ หัวใจสำคัญอยู่ที่การชักนำให้สมาชิกครอบครัวได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวัน ทักษะจำเป็นภายในครัวเรือน ดังนั้นการสร้างค่านิยมครอบครัวจึงเกิดขึ้นได้โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่บ้านออสบอร์นวิกตอเรียและอัลเบิร์ตเห็นพ้องกันเรื่องการปลูกฝังทักษะนี้ ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นการแสดงละครอย่างหนึ่ง นับได้ว่าอัลเบิร์ตเป็นตัวตั้งตัวตีของการสร้างแนวคิดครอบครัว “ยูโทเปีย” ที่แตกต่างจากชีวิตทางสังคมของลอนดอนในขณะนั้น อัลเบิร์ตเกลียดการจัดงานเลี้ยงแบบเอิกเกริก การเล่นไพ่และงานปาร์ตี้ และยังเคยเปรียบงานเต้นรำของสังคมลอนดอนว่าเป็น เวทีของฝูงโคและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ถลาตัวออกมาเต้นรำอยู่กลางฟลอร์เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะนั่งหรือยืนถึงจะเหมาะสมกระนั้น แม้จะพยายามสร้างภาพความเป็น “สามัญชน” เท่าใด ราชวงศ์อังกฤษก็กลับยังติดอยู่ในชนชั้นพิเศษของตนเอง อาศัยอยู่ในความโดดเดี่ยวที่ฟุ้งเฟ้อ ตัวอย่างเช่น การจัดหน่อไม้ฝรั่งใส่จานให้เบอร์ตี้จะต้องจัดให้เป็นเลขคู่ เพราะเชื่อว่าเลขคี่จะนำโชคร้ายมาสู่กษัตริย์ของอังกฤษในอนาคต หรือกรณีที่เจ้าหญิงหลุยส์เห็นว่า วิธีเดียวที่จะสามารถรักษาสุขภาพได้อย่างดีคือการแช่หัวเข่าในน้ำอุ่นผสมวิสกี้ทุกเย็น ฉะนั้นสมาชิกตระกูลวินเซอร์จึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แปลกพิสดารต่างไปจากสามัญชนอยู่ดี พวกเขาอาศัยอยู่ในโลกฟองสบู่ที่หัวข้อพูดคุยมักไม่พ้นจากเรื่องของความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงกับสามัญชนได้ขณะเดียวกันอัลเบิร์ตก็ย้ำถึงหลักการยึดมั่นในคุณธรรมแบบสุดโต่ง คุณธรรมที่ไม่เคยมีอยู่ในตัวบิดาของอัลเบิร์ต อัลเบิร์ตกลายเป็น “พ่อตัวอย่าง” ที่ภักดีต่อภรรยา เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง และในบรรดาลูกทั้งหมด วิกกี้จัดว่าเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพ่อ อัลเบิร์ตมักปลีกเวลามาเล่นกับวิกกี้เสมอ สร้างรอยยิ้มให้วิกกี้ ขณะที่วิกตอเรียปฏิเสธที่จะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย อัลเบิร์ตจัดได้ว่าเป็นพ่อยุคใหม่ เป็นตัวแทนชนชั้นสูงที่แสดงบทบาทพ่อที่พร้อมจะค้นหานิยามของครอบครัวสมบูรณ์แบบ พ่อที่แบ่งเวลางานกับการใช้ชีวิตครอบครัวให้สมดุล อัลเบิร์ตเชื่อว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ เฝ้ามองพัฒนาการของลูกๆ และวางแผนชีวิตของพวกเขาให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประเทศ หรือแม้แต่ยุโรปด้วยซ้ำ อัลเบิร์ตเข้ามาบงการเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาของลูกชายที่ต้องเติบใหญ่ไปรับหน้าที่สำคัญของประเทศ ตัวอัลเบิร์ตเองถือว่าเป็นผลผลิตของการศึกษาเยอรมันที่มีประสิทธิภาพ จึงใช้ภูมิหลังนี้ในการพัฒนาแนวทางด้านการศึกษาที่มีความเคร่งครัดอย่างยิ่ง มากเกินกว่าที่ลูกๆ จะรับได้ แผนพัฒนานี้เริ่มขึ้นตั้งแต่พวกเขายังอยู่ในวัยเยาว์ โดยเน้นพัฒนาการทางด้านร่างกาย การฝึกความอดทน การเชื่อฟัง อาทิ การที่อลิซต้องถูกเฆี่ยนเพราะพูดปด วิกกี้ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกและถูกเฆี่ยนเพราะไม่เชื่อฟังพ่อ หลุยส์ถูกตีหลังมือทุกครั้งที่เล่นเปียโนผิดคีย์ เป็นต้น จากมุมมองนี้ อัลเบิร์ตจึงไม่ใช่พ่อรุ่นใหม่ดังที่ตัวเขากล่าวอ้าง

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น