หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ลงชื่อ… บัวหลวง

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นพบเค้าครั้งแรกตอนที่ดิชั้นอาสามาทำงานการกุศลเพื่อถวายให้แก่คุณพ่อ งานการกุศลที่ดิชั้นถนัดที่สุดคือการเล่นหนัง ดิชั้นไม่คิดมาก่อนว่า เพราะการมาทำงานการกุศลนี้ ดิชั้นจึงได้พบเค้า ตอนนั้น ดิชั้นได้ขยับมาเป็นสาวสังคมแล้ว หลังจากที่ดิชั้นเลิกกับผัวฝรั่ง หอบลูกกลับไทย แม้อ้อนวอนยังไง พ่อก็ไม่คืนดี ดิชั้นต้องหาลำไพ่ด้วยตัวเอง และงานการกุศลก็เป็นโอกาสที่จะเอารายได้มาเลี้ยงตัวเองด้วย ชั้นจึงเสนอสร้างละครการกุศล ที่ดิชั้นเล่นเป็นางเอก ดิชั้นมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน เล่นมาหลายบท บทต้นไม้ บทก้อนหิน ใครๆ ก็ชมว่าดิชั้นเล่นหนังเก่ง

…วันไปกองถ่ายว้นแรก ระหว่างที่ดิชั้นรอเข้าฉาก เค้าคนนั้นก็เดินเข้ามา โอ้มายก๊อด ชั้นตกหลุมรักเคัาทันที ดิชั้นเคยได้ยินสรรพคุณเค้ามาก่อน แม้เค้ามีเมียแล้ว ดิชั้นก็ไม่แคร์ ตอนนั้น ไม่อยากเล่นหนังแล้ว อยากกระโดดขึ้นเตียงกับเค้ามากกว่า วันนั้น ดิชั้นทอดสะพานเต็มที่ เลิกจากกองถ่าย ก็ชวนเค้าไปทานอาหาร ซึ่งเค้าก็ไม่ปฏิเสธ ความสัมพันธ์เราแนบแน่นขึ้น เมื่อมีฉากรักในหนัง ดิชั้นแสดงกับเค้าแบบเหมือนจริงมาก จนเมื่อถ่ายหนังเสร็จ เราก็แอบคบกันลับๆ ดิชั้นมันจะขับรถพาเค้าไปพักบ้านตากอากาศของคุณพ่อที่หัวหิน เราร่วมรักกัน 7 วัน 7 คืนค่ะ

….แต่เราก็ปิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะวันนั้น ดิชั้นดันพาเค้าไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังร้านป้าเจือ พอคนเห็น เค้าก็เอาไปลือกัน เรื่องเข้าหูคุณพ่อและคุณแม่ เค้าสั่งให้ดิชั้นเลิกคบกับเค้า มิฉะนั้นจะตัดเงินเดือนดิชั้น ดิชั้นจำใจเลิกกับเค้า ดิชั้นเสียใจมาก รูปนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ดิชั้นถ่ายให้เค้าด้วยมือของดิชั้นเอง….

…ลงชื่อ… บัวหลวง

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 5

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ตอนนี้อาจจะเริ่มซ้ำกับเรื่อง #รักในรอยแค้น แต่อยากเขียนอีกทีเพื่อความกระจ่าง การเกิดขึ้นของคนเสื้อแดงกลายมาเป็นหนามของสถาบันกษัตริย์ จากเดิม ความภักดีของคนไทยมีต่อภูทิพลและครอบครัวเท่านั้น แต่เมื่อทักษิณก้าวเข้ามาสู่การเมือง และสามารถนำการเติบโตทางเศรษฐกิจมาสู่ชุมชนที่ห่างไกล รวมถึงการให้ความรู้สึกว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง สามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง ยิ่งทำให้เค้าเริ่มเปลี่ยนความภักดีจากเจ้าไปสู่ทักษิณ ตรงนี้ที่วังโกรธและเกลียดทักษิณมาก…ย้อนกลังกลับไปช่วงที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในปี 2005 ภูมิพลเรียกทักษิณไปพบ และมีการจิกกัด โดยบอกทักษิณต่อหน้าธารกำนัลว่า “ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งแล้วหนิ ประชาชนก็รักมากด้วย ต่อไปนี้ ก็คงไม่ต้องมาขอรับคำแนะนำจากชั้นอีก” อื้อหือ สิ่งที่ทักษิณทำได้คือการพูดคำหวานกลับว่า ภูมิพลยังมีความสำคัญอย่างมาก และจะเป็นแนวทางในการบริหารประเทศของรัฐบาลต่อ การยืนยันความจงรักภักดีนี้ สะท้อนให้เห็นอีกครั้งในงานครองราชย์ครบ 60 ปีของภูมิพลอย่างอลังการดังที่เล่าไปแล้ว…แต่เมื่อเรากลับมาสู่ปี 2009 ทักษิณกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยต่างประเทศ รัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย จึงขาดความชอบธรรม จุดนี้เองที่คนเสื้อแดงออกมาต่อต้านอย่างมาก ไม่แค่เพราะพวกเค้าล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เพราะรัฐบาลชุดใหม่ก็ขาดความชอบธรรม การประท้วงจึงเกิดขึ้นเกือบรายวัน จนกระทั่งถึงจุดพีคในปี 2010 ที่คนเสื้อแดงยึดใจกลางเขตธุรกิจของกรุงเทพ นั่นคือราชประสงค์ ชื่อราชประสงค์นี่มันตลกร้าย เพราะเมื่อมีการสังหารคนเสื้อแดง นี่แหละคือ “ราชประสงค์”…การสังหารคนเสื้อแดงกลางกรุงเป็นไปอย่างเลือดเย็น เกือบ 100 ศพ และบาดเจ็บนับพัน ถามว่าอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรีไหม แน่นอน แต่การสังหารใน scale ใหญ่ขนาดนี้ อภิสิทธิ์ไม่สามารถตัดสินใจได้คนเดียว แน่นอน ต้องปรึกษากองทัพ ณ เวลานั้น ที่ภูมิพลกำลังป่วย และเมื่อสิริกิติ์กำลังขึ้นมาสู่อำนาจแทนผัวอย่างเต็มที่ ดิชั้นค่อนข้างมั่นใจว่า บูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธ์และพรรคพวกอยู่ในอำนาจ ต้องอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนั้น และในวังต้องมีส่วนรู้เห็นด้วย นี่ไม่นับว่า การที่สิริกิติ์ไปงานศพโบว์ที่เป็นการตบหน้าคนเสื้อแดง การอยู่เบื้องหลังการสังหารคนเสื้อแดงจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…การสังหารคนเสื้อแดงครั้งนั้นทำลายความชอบธรรมของอภิสิทธิ์โดยสิ้นเชิง จนในที่สุด ต้องยอมจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2011 ทักษิณยังไม่จากไปไหน การเสียชีวิตของคนเสื้อในแดงในระยะแรกยิ่งทำให้คนกลุ่มนั้นรักทักษิณมากขึ้น และเมื่อคิดว่า ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยกำลัง ก็จะเอาชนะโดยผ่านการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ทักษิณตัดสินใจส่งน้องสาวคนสุดท้อง ยิ่งลักษณ์ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย…ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เคยเข้ามาสู่แวดวงทางการเมือง ยิ่งลักษณ์จึงเป็นบุคคลลึกลับ แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังเชื่อว่าไม่สามารถนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะได้ ยิ่งลักษณ์เป็นคนมีไหวพริบและ likeable ที่แปลว่า ใครเห็นใครก็ชอบ ดิชั้นได้มีโอกาสยิ่งลักษณ์เพียงครั้งเดียว ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง โดยมีคนของเพื่อไทยพาดิชั้นไปพบหลังเวที ทั้งที่ไม่เคยพบมาก่อน ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทันทีที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาในห้อง ก็ตรงมาที่ดิชั้นแล้วเอ่ยชื่อดิชั้น บอกว่า อยากขอให้อาจารย์ปวินมาให้คำแนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์กับกัมพูชาด้วย ประเด็นที่ต้องการจะบอกคือ ยิ่งลักษณ์ต้องการสร้างความประทับใจกับทุกคน ให้รู้ว่า คนที่เค้าคุยด้วยมีความสำคัญ นั่นเป็นการพบกับครั้งแรกและครั้งสุดท้าย….พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอีกแล้ว ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกหญิงคนแรกของไทย เป็นคนที่ 3 ที่มาจากตระกูลของชินวัตร (นับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ด้วย) ทันทีที่ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจ ฝ่านตรงข้ามไม่พอใจทันที และหวาดวิตกว่า การเปลี่ยนรัขสมัยที่จะเกิดขึ้น หากพวกเค้าไม่สามารถควบคุมมันได้ ตระกูลชินวัตรก็จะได้ประเทศไทยไปทั้งหมด คือเค้าคิดแบบ zero-sum game คือไม่ใครได้ไปทั้งหมด ก็เสียไปทั้งหมด จึงเริ่มมีการวางแผนที่จะทำลายพรรคเพื่อไทยตั้งแต่วันนั้น ความกลัวยังนำไปสู่การคิดว่า ทักษิณอาจคบคิดกับวชิราลงกรณ์ แล้วทำให้ผู้ดีกรุงเทพต้องเสียประโยชน์ไปทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องหาทางกำจัดยิ่งลักษณ์ทุกทาง…และการน้ำท่วมหนักในปลายปี 2011 ก็เกือบทำให้นายกมือใหม่พลาดท่า

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 16

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นเตือนป้าปากแดงว่า อย่าไปงานศพนังณัฏฐา แต่ด้วยแรงยุของน้องถั่ว ในที่สุดก็ไป จึงกลายมาเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะลูกจ้างเสื้อแดงโกรธป้าและครอบครัว เพราะป้าไม่มีความเป็นกลาง เข้าข้างสลิ่ม จนกลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ มิหนำซ้ำ ป้ายังกล่าวชมณัฏฐาว่า เป็นเด็กดี รู้จักปกป้องครอบครัวท่านประธาน โอ้ย พลาดมากๆ ซึ่งตอนแรก ป้าปากแดงยังไม่รู้ว่าพลาด ยังคิดว่าตัวเองเป็นเมียเจ้าของบริษัท จะทำห่าอะไรก็ได้ แต่ต่อมาเมื่อความขัดแย้งมันบานปลาย จึงคิดได้ว่านั่นคือการตัดสินใจที่ผิด….ผ่านมาปี 2010 ลูกจ้างเสื้อแดงยังเรียกร้องให้ผู้จัดการไอ้หมี ลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้จัดการคนใหม่ แต่มันไม่ยอม จึงมีการจัดตั้งขบวนการเสื้อแดงขึ้น ปักหลักประท้วงไอ้หมี จนในที่สุดก็ได้รับไฟเขียวจากคุณพลและป้าปากแดงให้สังหารโหดผู้ชุมนุม ขณะนั้น แม้คุณพลนอนเกือบจะตายห่าในโรงพยาบาล ก็ยังสั่งการได้ โดยมีป้าปากแดงเป็นผู้รับคำสั่งผัวไปสั่งกับยามอีกต่อนึง ตอนนั้น บทบาทของอีเปรมิกาก็ลดลงไปตามความป่วยของคุณพล จนชาวบ้านเดากันว่า ใครจะตายก่อนกันระหว่างคุณพลกับอีเปรมิกา….วันนั้น เดือนพฤษภาคม 2010 จึงมีคำสั่งให้ยิงกราดลูกจ้างเสื้อแดง ยิงกะโหลกด้วยสไนเปอร์ ทั้งจากรถไฟฟ้า และจากตึกชาญฟรีด้อม ที่เปิดทางให้ยามขึ้นไปยิงลูกจ้างบนดาดฟ้า อีครอบครัวชาญฟรีด้อมมันเกี่ยวโยงกับบ้านของคุณพล โอ้ย เย็นมีเรื่องเล่ามาก ไว้วันหลังค่อยมาเล่า เรื่องการที่ลูกชายไอ้ชาญมันฮุบสมบัติทั้งหมดจากพี่น้องต่างแม่ของมัน โดยการทำพินัยกรรมปลอม แต่เอาล่ะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน กลับมาที่ลูกจ้างเสื้อแดง ในที่สุด ถูงยิงตายไปเกือบร้อย บาดเจ็บมากกว่า 2 พัน เมื่อสลายผู้ชุมนุมได้ ความเหี้ยของครอบครัวนี้และของยาม คือการจุดไฟเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง เพื่อเป็นการโยนความผิดให้ลูกจ้างเสื้อแดง เพราะหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น ยามจะถูกด่าอย่างเดียว แต่ถ้ามีการเผาห้าง มันจะได้ปัดความสนใจจากการสังหารคน ไปสู่การทำการก่อการร้ายโดยการเผาห้างนั่นเอง อย่าลืมว่าการเผาห้างที่มีระดับความเสียหายขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่สามารถทำได้ด้วยไม้ขีด 2-3 ก้าน แต่มันต้องมาจากการวางเพลิงที่เชี่ยวชาญ อย่าลืมนะคะ เผาห้าง ไม่ใช่เผาบ้านกงเต๊กไปให้อีเปรมิกา…ที่น่าเจ็บใจกว่านั้น นอกจากลูกจ้างเสื้อแดงตายแล้ว ที่เหลือยังถูกใส่ร้ายว่าเผาบ้านเผาเมือง โดยในเวลาต่อมา น้องถั่วได้ไปออกรายการอู้ดดี้เกิดมาตอแหล ในระหว่างรายการ น้องถั่วก็ด่าลูกจ้างเสื้อแดงว่า การเผาแบบนี้ มีส่วนทำให้คุณพลป่วยหนักไปอีก การเผาแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเกิดจากฝีมือพม่าที่เผากรุงลงกา แต่ครั้งนี้ เป็นการเผาโดยฝีมือคนไทยด้วยกันเอง พูดจบ ก็เรียกอีอู้ดดี้มาแย่งอาหารหมา โอ๊ย เย็นดูรายการนี้แล้วโกรธ อยากตบทั้งคนทั้งหมา อีดอกทอง….ก็ผ่านไปอย่างนั้น ผ่านไปอย่างที่ไอ้ผู้จัดการหมีไม่ต้องรับผิดชอบห่าอะไรทั้งสิ้น แต่ความชอบธรรมของมันก็ลดไปตามลำดับ ในส่วนของครอบครัวคุณพล ลูกจ้างเสื้อแดงเกลียดมากขึ้น ถึงขนาดแอบไปพ่นสีสเปรย์ตามสถานที่ต่างๆ ว่า ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง ส่วนเรื่องการเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง ต่อมามีการพิพากษาว่าไม่เกี่ยวกับลูกจ้างเสื้อแดง แต่มันกลายมาเป็นวาทกรรมไปแล้ว วาทกรรมที่อีพวกสลิ่มมันใช้ด่าคนเสื้อแดง รวมถึงการเรียกคนพวกนี้ว่าควายแดง….ในช่วงปลายปี 2010 ผี PAD หรือกลุ่มพันธมิตร กลับมาหลอกหลอนไอ้หมี หลังจากเจ็บใจที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลยในรัฐบาล ก็เอาประเด็นเขาพระวิหารที่เคยเล่นงานคุณสมาน มาเล่นงานไอ้หมี โดยการส่งคุณมานะ หลงความคิด ไปด่าเขมรที่ชายแดนเรื่องเขาพระวิหาร และยั่วยุให้เขมรจับตัวไป เพื่อจะได้สร้างความวุ่นวายให้กับบริษัทของไทย และก็ถูกเขมรจับไปจริงๆ แต่สุดท้าย ไอ้หมีก็ไม่ได้ช่วยมานะ ปล่อยให้ติดคุกขี้ไก่หลายปีที่พนมเปญ แต่ผลที่ตามมาคือการเกิดสงครามครั้งใหญ่ในปี 2011 ถึงขนาดอาเซียนต้องเข้าแทรกแซงเพื่อยุติการสู้รบดังกล่าว….มาถึงตอนนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า มันเกิดวิกฤตความชอบธรรมที่รุมเร้า ตั้งแต่ลูกจ้างเสื้อแดงตาย ห้างถูกเผา และเกิดสงครามกับกัมพูชา พรรคแมลงสาปอยู่ไม่รอด น่าสมเพชพรรคเหี้ยนี้ มันคือของเล่นของชนชั้นปกครอง ถ้าเค้าต้องการมึง เค้าก็เรียกใช้ ถ้าเค้าไม่เอามึง ก็เขี่ยมึงทิ้ง และเมื่อมาถึงปี 2011 เค้าก็เขี่ยมึงทิ้งจริงๆ จนต้องยุบสภาและให้มีการเลือกตั้ง ตอนหน้าจะมาเล่าค่ะ ว่าบริษัทของเราได้เข้าสู่อีกยุคใหม่ ที่จะมีผู้จัดการหญิงเป็นคนแรก นั่นคือ น้องหอย รวมถึงอาการล้มเจ็บของป้าปากแดงระหว่างเล่นกบดำกบแดงค่ะ….ปล: รูปหมาน้องถั่วที่ถูกอีอู้ดดี้แย่งอาหารค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 4

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากฝ่ายเจ้า นำโดย PAD ได้ล้มสมัคร สุนทรเวช ได้ เพราะข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพียงเพราะสมัครยังมีรายการทำอาหารทางทีวีในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทักษิณก็ตอกกลับเจ็บ โดยการเอาพี่เขย คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกแทน คราวนี้ยิ่งกว่าสมัคร เพราะเป็นบุคคลในครอบครัว ยิ่งทำให้ PAD เดือดมากขึ้นไปใหญ่ เลยต้องออกมาประท้วงกันอีกรอบ รอบนี้จัดหนัก โดยการยึดทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

…การยึดเกิดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมปี 2008 ยึดหนึ่งอาทิคย์ สร้างความฉิบหายวายป่วงให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะไม่มีเที่ยวบินสามารถเข้าออกได้เลย มีการจัดฐานทัพไว้ที่สุวรรณภูมิ ทั้งห้องน้ำห้องท่า ทั้งที่ทำอาหาร เปิดเพลงเต้นรำทั้งวันทั้งคืน ทหารก็ไม่แทรกแซง ถ้าเป็นสมัยนี้ อย่าว่าแต่ยึดสนามบินเลย ยึดท่าปล่อยรถหมอชิตยังทำไม่ได้ ไอ้การที่ปิดสนามบินอย่างนั้น ก็เพื่อบีบให้สมชายลงจากตำแหน่ง หนึ่งในผู้นำการชุมนุม กษิต ภิรมย์ อดีต รมว ต่างประเทศ ถึงขนาดบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ

…ช่วงนั้นเอง เกิดเรื่องใหญ่ เมื่อ PAD จัดการชุมนุมหน้ารัฐสภา และมีการปะทะกันกับตำรวจ (ที่ถูกมองว่าอยู่ข้างทักษิณ) จนทำให้นางสาวอังคณา หรือน้องโบ ที่พกระเบิดปิงปองมาเพื่อจะก่อสถานการณ์ กับเสียชีวิตเพราะระเบิดปิงปองของตัวเอง ที่เป็นเรื่องใหญ่เพราะงานศพน้องโบ หมายถึง สิริกิติ์ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานศพ โดยมีจุฬาภรณ์ไปด้วย ถือเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สถาบันกษัตริย์ไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่อยู่ข้างเสื้อเหลืองและ PAD อย่างโจ่งแจ้ง ในระหว่างงานศพ สิริกิติ์บอกว่า ขอบคุณน้องโบและครอบครัว ที่ช่วยปกป้องสถาบันกษัตริย์ นับว่าทำคุณงามความดีให้กับประเทศ งานศพนั้นจึงเป็นงานศพพระราชทาน ส่งผลให้คนเสื้อแดงโกรธมาก เพราะเห็นว่าเจ้าลำเอียง มันมาถึงจุดที่สิริกิติ์เองก็ประกาศสงครามกับคนเสื้อแดงเช่นเดียวกัน

….แต่เรื่องทั้งหมด เมื่อสิริกิติ์ออกไปงานศพเพื่อตำหนิรัฐบาลสมชาย แต่ก็ยังบีบสมชายไม่ได้อยู่ดี จนศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้าแทรกแซงอีกครั้ง โดยการระบุว่า มีสมาชิกบริหารของพรรคพลังประชาชนโกงการเลือกตั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้น คณะผู้บริหารทั้งหมดต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และยุบพรรคทันที นี่เป็นการทำตุลาการภิวัฒน์อีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้งหลังพรรครัฐบาลล่ม พรรคประชาธิปัตย์กลับได้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนมาตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย โดยได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ และมีการแต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นคือความฉิบหายทางการเมืองของไทย

….จากนั้น ตั้งแต่ปลายปี 2008 ถึงทีของคนเสื้อแดงออกมาบ้าง ในส่วนของฝ่ายเสื้อเหลืองก็มีความระหองระแหงกัน โดย PAD ที่มีส่วนในการล้มรัฐบาลสมัครและสมชาย คาดหวังว่า แกนนำของ PAD จะได้เข้าไปนั่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตรงข้าม เมื่ออภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายก กลับตัดขาดกับ PAD ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ PAD ที่ผ่านมา เลยไม่เอาคนของ PAD มาร่วมคณะรัฐมนตรี ทำให้ PAD โกรธมาก และเริ่มทำสงครามกับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากนั้นมา

…แต่ก่อนจะเล่าเรื่อง PAD กับพรรคประชาธิปัตย์ อุปสรรคแรกของรัฐบาลคือความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับเขมร เพราะนายกเขมร ฮุนเซน รู้ว่าประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งของทีม PAD ที่คอยยุแยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้น เมื่ออภิสิทธิ์ได้เป็นนายก ก็เกิดการปะทะตามแนวชายแดนตลอด และฮุนเซนตามด่าอภิสิทธิ์รายวัน อาทิ การแช่งให้อภิสิทธิ์เครื่องบินตกตายห่า หรือการไปญาติดีกับทักษิณอย่างออกนอกหน้าเพื่อทำให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ ทหาร และเจ้าไทยรำคาญ โดยการแต่งตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเชิญทักษิณมาเขมรหลายครั้ง มาจัดงานสงกรานต์ มาเตะบอลร่วมกัน ฮุนเซนมันแสบ เวลาเตะบอลกับทีมทักษิณ ฮุนเซนอยู่ในชุดสีแดง เพราะต้องการสนับสนุนคนเสื้อแดงของทักษิณ ขณะที่ทักษิณอยู่ทีมสีน้ำเงิน ในโอกาสนั้น ฮุนเซนเปิดพรมแดนให้พี่น้องชาวอิสานเดินทางมาร่วมกิจกรรมในกัมพูชาด้วย สุดท้าย เมียฮุนเซน ที่ชื่อ บุญรานี ขึ้นไปอธิษฐานบนเขาพระวิหาร ขอให้คนแกล้งทักษิณต้องมีอันเป็นไป (อุ๊บ) และบอกว่า จะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในเขมรหากกลับไทยไม่ได้ถาวร เรื่องนี้สร้างความโกรธให้ฝ่ายไทยมาก

…ต่อมา คือการต่อต้านจากฝ่ายเสื้อแดง ที่โกรธเพราะมาพรากรัฐบาลอันเป็นที่รักของเค้าไปด้วยวิธีสกปรก คือตุลาการภิวัฒน์จึงเริ่มออกมาประท้วงอภิสิทธิ์ สาเหตุหลักๆ ก็คือการขอให้อภิสิทธิ์ลงจากตำแหน่งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่อภิสิทธิ์ไม่ยอม อย่าลืมว่า ตอนนั้นภูมิพลเริ่มป่วยแล้ว เข้าโรงพยาบาลเมื่อปี 2009 อำนาจทั้งหมดตกอยู่ในมือสิริกิติ์เป็นหลัก นั่นหมายถึงตกไปอยู่ในมือบูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธเป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งทีมนี้มีความคิดที่จะไม่อ่อนข้อต่อคนเสื้อแดง ใจหนึ่งก็กลัวว่า หากภูมิพลเป็นอะไรกระทันหัน เสื้อแดงอาจครองเมือง โดยมีทักษิณอยู่เบื้องหลัง และข่าวลือที่ว่า ทักษิณสนิทกับวชิราลงกรณ์นั้น ยิ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพยิ่งต้องกำจัดเสื้อแดงมากขึ้น

…ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและวชิราลงกรณ์จริงในระดับหนึ่ง ในเรื่องของการออกเงินส่วนตัวเพื่อช่วยซ่อมแซมวังนนทบุรีให้วชิราลงกรณ์ รวมถึงการมอบเงิน “ตามพระราชอัธยาศัย” เพื่อเป็นการซื้อตัววชิราลงกรณ์นั่นเอง ทักษิณถึงขนาดให้สัมภาษณ์ นสพ The Times ของอังกฤษว่า ยุคสมัยหน้าที่มีวชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์ จะยิ่งแจ่ม สดใส และเจริญรุ่งเรืองกว่านี้ ทำให้ลิ่วล้อของภูมิพลโกรธมาก ถึงขนาดฟ้องทักษิณด้วย 112 มองตรงนี้ บอกเลย ทักษิณน่ารังเกียจมาก ยุคที่รุ่งเรืองกว่า ยุคห่าอะไรคะ มีแต่การอุ้มฆ่าทั้งนั้น ในส่วนของวชิราลงกรณ์ แม้ได้เงินมาจากทักษิณ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการเป็นมิตรกับทักษิณ เอาจริงๆ วชิราลงกรณ์ไม่ได้เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น เพียงแต่อ่อนไปตามลมและจังหวะทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉลาดพอตัว

…เดี๋ยวกลับมาเรื่องคนเสื้อแดงถูกสังหารกลางกรุงค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 15

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ช่วงปี 2007/2008 คุณโอเลี้ยงดูเหมือนจะครอบครัวลงตัว คือเมียอ๊อด ที่คลอดลูกน้องขนมปัง จากการทำการผสมเทียมและอบในตู้ หลายๆ คนคิดว่า น้องขนมปังจะได้เป็นประธานในอนาคต แต่น้องขนมปังก็มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางสมอง ซึ่งทั้งพ่อและแม่ไม่ยอมรับว่าน้องเป็นออทิสติค พอไม่ยอมรับก็ไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกที่ น่าสงสารน้องขนมปัง ในโอกาสการคลอดลูกคนใหม่ คุณโอเลี้ยงให้สัมภาษณ์สื่อบอกว่า พอแล้ว ผมพอแล้ว เรื่องครอบครัวผมจะหยุดแค่นี้ เพราะผมมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว บอกตรงๆ เย็นอยู่ในการสัมภาษณ์นั้นด้วย เย็นรู้ทันที่ว่าคุณโอเลี้ยงตอแหล…ที่รู้ว่าตอแหลเพราะคุณโอเลี้ยงเริ่มคบกันนังคิ้วตัน ที่เป็นแอร์ของนกแอร์ เพราะการที่เดินทางบ่อย เลยได้เจอกับน้องคิ้วตัน ใครจะเชื่อว่า นังคิ้วตันคนนี้แหละที่จะได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยบริษัทในเวลาต่อมา และตอนนั้น เมียอ๊อดก็เริ่มรู้ชะตากรรมตัวเอง แต่อ๊อดไม่เก่งเท่าปอร์เช่ ที่รู้ว่าเวลาไหนต้องหนี กลับยังทนอยู่เพราะคิดว่าจะเอาชนะใจผัวได้ เรื่องมันต้องจบไม่สวยแน่ๆ เย็นรู้…ทางด้านน้องถั่ว อันนั้นยิ่งไปกันใหญ่ ด้วยความที่นางเป็นคนขี้หึงหวง ก็ชวนหาเรื่องทะเลาะกับคุณชาญชัยตลอด และชอบลงไม้ลงมือ ทีนี้ คุณชาญชัยก็ได้แต่ปัดไม้มือเพื่อป้องกันตัว แต่ดังพลาด ทำให้น้องถั่วหกล้ม จนทำให้ขาหัก น้องถั่วรีบฟ้องพี่ชายทันที คุณชาญชัยตกใจ เพราะรู้สรรพคุณของพี่ชายโอเลี้ยงว่าป่าเถื่อน เลยหนีไปพักอยู่ที่กุฏิหลวงตามหาโลตัส แต่เรื่องก็จบอย่างโศกนาฏกรรม เมื่อคุณโอเลี้ยงได้สั่งให้ยามคู่ใจ ไอ้ไก่แจ้ พาพวกไปถล่มกุฏิของท่านโลตัส เพื่อลากตัวไอ้ชาญชัยมาลงโทษ ทีนี้และ มีการตบตีชกต่อยกันชุลมุน ท่านโลตัสพยายามจะเข้ามาห้าม แต่โดนลูกหลง โดยถูกด้ามปืนฟาดไปที่หน้า หัวขมำฟาดพื้น ตายห่าในเวลาต่อมา….เมื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ถั่วรู้สึกผิด เลยไปเยี่ยม และเมื่อตาย ก็ไปนั่งร้องไห้หน้างานศพทุกวัน แต่ต่อมาค้นพบว่า มีทองคำจำนวนมากซุกอยู่ในโอ่งหลายใบที่กุฏิของท่านโลตัส ก็เจ็บใจที่ถูกหลอกเรื่องการทำบุญมาตลอด เลยยึดทองเอาไปเลย ส่วนผัวชาญชัย โดยไอ้ไก่แจ้ซัดจนน่วน ถูกกระทืบไม่ยั้ง และถูกจับกร้อนผม บังคับให้บวชไม่สึกที่นครศรีธรรมราช… เรื่องนี้ถูกปิดเงียบจากสาธารณชน เย็นว่าก็ตลก ตอนเป็นผัว ก็เอาออกมาโชว์หรา พอเลิกกับเค้า ก็ทำเป็นไม่เกิดอะไรขึ้น บ้านนี้แม่งเพี้ยนฉิบหาย…ด้านการเมือง หลังจากจัดให้มีการเลือกตั้ง ใครจะเชื่อว่าไอ้เหลี่ยมมันสามารถชนะการเลือกตั้งได้โดยผ่านคุณสมาน อีคุณสมานจริงๆ เคยสนิทกับคุณพลมาก่อน และมีส่วนรู้เห็นในการสังหารลูกจ้างนักเรียนที่โรงเรียนปรีดา แต่ตอนนี้ย้ายค่ายมาอยู่กับไอ้เหลี่ยมและชนะการเลือกตั้ง โอ้ย ไอ้จิ้มลิ้มโกรธมาก เพราะมันคิดว่ามันกำจัดศัตรูไปได้แล้ว เลยรีบโทรศัพท์ไปหาป้าปากแดง ว่าจะหาวิธีจัดการกับไอ้สมาน คือจะเอาให้ตาย ป้าปากแดงบอกว่า ถ้าทำให้ตายได้จะให้รางวัลเป็นเบียร์อีกหนึ่งลัง อร้ายยยย….นั่นจึงเป็นที่มาของการใช้ประเด็นวัดที่โคกหนองนา ที่เรามีพรมแดนติดกับกัมพูชา มาเป็นตัวขับเคลื่อนไล่อีสมานออกจากตำแหน่งผู้จัดการ เพราะคุณสมานไปช่วยเขมรทำแคมเปญที่วัดโคกหนองนาให้เป็นมรดก UNESCO ไอ้จิ้มลิ้มมันใส่ร้ายว่า คุณสมานต้องการยกบริษัทให้เขมร เลยมีการประท้วงใหญ่ แต่สาเหตุจริงๆ ที่คุณสมานต้องลงจากตำแหน่งเพราะเค้ามีรายการตำส้มตำทางโทรทัศน์ คือระหว่างเป็นผู้จัดการ ก็ปลีกเวลาไปตำส้มตำโชว์ จนถูกกล่าวหาว่าผลประโยชน์ทับซ้อน เลยต้องลงจากตำแหน่ง…แต่ไอ้เหลี่ยมไม่ยกเลิกความตั้งใจ ได้ส่งคุณสมศักดิ์ พี่เขย ขึ้นเป็นผู้จัดการแทน โอ้ย อีจิ้มลิ้มดิ้นใหญ่ เลยเรียกพวกพ้องไปปิดสนามบินเป็นเวลาอาทิตย์นึง ระหว่างนั้น ที่สนามบินก็มีการทำอาหารร้องเพลงเต้นรำ จนคุณกษัส ออกมาบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ ไงละมึง แต่ก็ล้มคุณสมศักดิ์ไม่ได้ เลยกล่าวหาว่า คนของคุณสมศักดิ์โกงการเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้พรรคล่ม เปิดทางให้พรรคแมลงสาปเข้ามาตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของคุณ หมี (ชื่อเต็ม หมีน่าฮัก) เป็นผู้จัดการคนใหม่…..นี่คือปี 2008/2009 ซึ่งเป็นปีที่คุณพลเริ่มป่วยหนัก เพราะโรคติดบุหรี่ จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เรียกว่าเปลี่ยนโรงพยาบาลกลายเป็นวังไปเลย นับตั้งแต่เวลานี้ไป ยุคของคุณพลใกล้หมดเข้ามาเต็มที่ พวกยามเริ่มกลัวว่า หากคุณพลตาย และคุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นผู้จัดการ ตัวเองจะซวยกันหมด จึงมีความพยายามกันนักจดให้เป็นผู้จัดการคนใหม่ ขณะเดียวกัน คุณนายปากแดงเริ่มเข้ามาวุ่นวายในบริษัทมากขึ้น เหตุเพราะผัวป่วย ความวุ่นวายคือ การเตรียมทำรัฐประหารเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจไปด้วยดี โดยใช้มือของเสือตะวันออก ตอนนั้นมีไอ้ทุยเป็นผู้นำ ไอ้ทุยนี่แหละต่อมามันได้มาเป็นผู้จัดการหลายปี…อีเรื่องที่ป้าปากแดงทำก็คือ การไปงานศพอีณัฏฐา อีมือระเบิดปิงปอง ควงอีถั่วไปด้วย จนทำให้ลูกจ้างเสื้อแดงของไอ้เหลี่ยมไม่พอใจ กลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ ขณะเดียวกัน แผนการสังหารคุณสมานยังดำเนินต่อไป เมื่อคุณสมานไปเมืองนอก ดันเผลอไปทานข้าวเหนียวมะม่วงชาววังที่ทำโดยผู้จัดการของบริษัทที่วอชังตัน ดีซี โดยใช้ยาพิษแบบเดียวกับที่ให้ ป กุ้งเผา และคุณเดชณรงค์กิน จนคุณสมานกลับมาตายที่ไทย ระหว่างป่วยและต้องเดินทาง ก็มีกลุ่มลอดช่องเสื้อเหลือง เข้าไปสนามบิน ไปถือป้ายด่าคุณสมานต่างๆ นานา คุณสมานเขียนจดหมายลาตาย เพราะรู้ว่าถูกวางยา ตัดพ้อว่าทำไมครอบครัวลุงพลต้องทำกับเค้าขนาดนี้….เดี๋ยวมาต่อค่ะ รูปที่เห็นคือคุณชาญชัยตอนอยู่นครศรีธรรมราช

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 3

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

รัฐประหารเกิดขึ้นในระหว่างที่ทักษิณอยู่สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็ย้ายลอนดอน ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณว่า ทักษิณจะต้องโดนเล่นงานแน่ๆ เลยตัดสินใจเดินทางออกไทยไปปักกิ่ง ก่อนที่จะลี้ภัยไปดูไบอย่างที่เราทราบกันอยู่ แต่การกำจัดทักษิณไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุเพราะว่า ทักษิณกลายเป็นที่รักของคนต่างจังหวัด พวกเค้าเจ็บแค้นตรงที่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้นำคนไหนสนใจความเป็นอยู่ชาวบ้าน จนเมื่อมีคนอย่างทักษิณโผล่มา เมื่อชีวิตพวกเค้าเริ่มจะดีขึ้น คนเหล่านั้นก็พรากทักษิณไปจากเค้า…มันจึงเกิดกลุ่มต่อต้านรัฐประหารขึ้นหลังจากรัฐประหาร แรกๆ พวกนี้ก็สวมเสื้อเหลืองเหมือนกัน เพราะไม่อยากถูกตีตราว่าล้มเจ้า แต่ต่อมาเมื่อเข้าใจว่า คนกลุ่มไม่ใช่คนเสื้อเหลือง หากแต่เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐประหารและสนับสนุนทักษิณ จึงเลือกสีแดงแทนสีเหลือง เพราะแดงคือสีของเลือด นั่นคือชีวิต และเป็นสีของการต่อสู้ ของนักต่อสู้ จนต่อมาพัฒนาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีทักษิณเป็นไอดอลทางการเมือง…มันจึงเกิดขั้วการเมืองที่วัดกันตรงสีเสื้อ กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมีบทบาทตั้งแต่นั้น หลังรัฐประหาร กษัตริย์ภูมิพลเลือกพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นมาเป็นนายก เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเห็นว่า ไม่เพียงแต่ภูมิพลเห็นชอบกับการทำรัฐประหารล้มทักษิณ แต่ยังเลือกคนของตัวเองขึ้นมาเป็นนายกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประวัติสุรยุทธ์น่าสนใจ พ่อเค้าเป็นคอมมิวนิสต์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลไทย (พโยม) จนในที่สุดไปตายเอาที่ชายแดน ส่วนตัวสุรยุทธ์นั้นถูกเลี้ยงมาอีกแบบ และเมื่อได้เติบโตในวงราชการทหาร ก็เป็นที่ถูกใจเปรมอย่างมาก จนเลือกให้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดสถาบันกษัตริย์…ภารกิจแรกของสุรยุทธ์ก็คือการลบความชอบธรรมของทักษิณ เพื่อให้ทักษิณเป็นผู้ร้าย อาทิ การเดินทางไปขอโทษคนใต้ต่อเหตุกาณณ์กรือแซะและตากใบ ในด้านต่างประเทศ ก็กำหนดนโยบายใหม่ที่ตั้งอยู่บนคุณธรรม หรือนโยบายต่างประเทศคุณธรรมนั่นเอง ฟังชื่อแล้วตอแหลฉิบหาย ณ ตอนนั้น กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยคือ PAD ที่สามารถล้มรัฐบาลทักษิณได้ คิดว่าตัวเองชนะแล้ว เพราะถีบทักษิณออกไปจากประเทศแล้ว ด้านเสื้อแดงก็ยังไม่มีฤทธิ์เดชมากนัก ทั้งหมดนี้ทำให้สุรยุทธ์จัดการเลือกตั้งเร็วคือภายปีกว่าๆ เท่านั้นก็มีการเลือกตั้งเพราะคิดว่าฝ่ายทักษิณหมดอิทธิพล..ในความจริง ทักษิณไม่เคยยอมแพ้ ได้แต่งตั้งให้สมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินีของตัวเอง ซึ่งสมัครก็ยอมรับอย่างนั้นจริง เข้าลงในการเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชน (เพราะไทยรักไทยถูกแบนไปแล้ว) และแล้ว พรรคพลังประชาชนก็ชนะการเลือกตั้งขาดลอย เป็นการตบหน้าฝ่ายเจ้าที่คิดว่าสามารถกำจัดอิทธิพลของทักษิณไปได้ เมื่อสมัครชนะการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการปลุกผี PAD กลับมาอีกครั้ง นั่นคือผีเสื้อเหลืองที่ออกมาจัดการชุมนุมไล่สมัครรายวัน…หนึ่งในยุทธวิธีการไล่ก็คือ การเอาประเด็นเขาพระวิหารมาเล่นงานสมัคร เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ ไทยกับกัมพูชามีความเจ็บแค้นกันมานานตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ การลงนามร่วมระหว่างสยามและฝรั่งเศสในปี 1904 และ 1908 เป็นการยกเขาพระวิหารให้เขมร และเรายอมรับมาตลอด แม้แต่กรมพระยาดำรงตอนจะขึ้นไปบนเขายังต้องขออนุญาตฝรั่งเศส เรื่องการแบ่งเขตแดนยังไง ดิชั้นเขียนไว้อย่างละเอียด แต่ไม่ขออธิบาย ณ ที่นี้ เอาเป็นว่า การแบ่งแบบนั้น ไทยเสียเปรียบ แต่ปัญหาคือไทยยอมรับการแบ่งแบบเสียเปรียบมาตลอด ทำให้เราแพ้คดี เมื่อทั้งสองประเทศนำเรื่องนี้ไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 1962 เราแพ้เขมร และเรามีเวลาอีก 10 ปีในอุทธรณ์ แต่เราก็ไม่ทำ เพราะเราไม่มีข้อมูลใหม่ในการโต้แย้ง….ผ่านมาหลายปี เรายังไม่ยอมเรื่องเขาพระวิหาร ส่วนหนึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในปี 2003 ที่นายกฮุนเซนอ้างว่า กบ สุวนันท์บอกว่า นครวัดเป็นของไทย ทำให้กลุ่มคลั่งชาติเขมรเผาสถานทูตไทยเสียหายหนักมาก ดิชั้นอยู่ในพนมเปญตอนเผาพอดี แต่ไม่ขอเล่าเพราะเขียนไปแล้ว ผ่านมาถึงปี 2008 เขมรต้องการเอาเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งเขมรสามารถทำได้โดยไม่เกี่ยวกับไทย แต่สมัครเห็นว่า เรามีปัญหากันมามากในอดีต การที่ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ทำให้เป็นการแสดงว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะถ้าเขาพระวิหารมีคนมาเที่ยวมากขึ้น เราก็ได้ประโยชน์ ไทยจึงสนับสนุนความต้องการของเขมรที่ UNESCO… กลุ่ม PAD จึงใช้อันนี้เล่นมางานสมัครโดยอ้างว่า แม้พระวิหารจะเป็นของเขมร และพื้นที่รอบๆ วัดจำนวน 4.6 ตาราง กม ยังเป็นของไทย การที่สมัครสนับสนุนการขึ้นทะเบียน UNESCO ของกัมพูชาเท่ากับเราเสียดินแดน 4.6 ตรกม ไปด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายกับเขมร จนกลายมาเป็นสงครามมินิของสองฝ่าย แต่เอาจริงๆ แล้ว ก็ไม่สามารถล้มสมัครได้ จะล้มได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเข้าแทรกแซง โดยกล่าวหาว่า สมัครมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะระหว่างเป็นนายก สมัครยังมีรายการอาหาร ซึ่งไม่สามารถทำอาชีพสองอย่างพร้อมกันได้ ทำให้สมัครต้องลงจากตำแหน่ง เป็นการลงจากตำแหน่งของผู้นำที่เหี้ยที่สุดในโลก และถือว่าเป็นการทำตุลาการภิวัฒน์หรือ judicial coup ครั้งแรกๆ ของไทย นั่นหมายถึง การยืมมือศาลในการล้มรัฐบาล

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 14

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

นางปอร์เช่ถูกถีบออกไปในที่สุด จากนั้นนางก็พาลูกน้อยหอยสังข์ทั้ง 4 ไปตั้งรกรากที่ฟอร์ริด้า และถูกตัดขาดจากเมืองไทย ในสายตาของอีแม่ผัว อีปอร์เช่คือตัวร้ายที่สุด และยิ่งมารู้ว่า มันขโมยสร้อยมุกและบลูไดมอนด์ไปด้วย ยิ่งโกรธ ด้วยความโกรธนี้ นางเลยไฟเขียวลูกชายให้แต่งานกับอีอ๊อด นักร้องวิลล่าคาเฟ่ พอเต็มปุ๊ป อ๊อดก็ขอให้ผัวไปแก้หมัน เพราะปอร์เช่มันสั่งให้ผัวไปทำหมันก่อนหน้านี้ พอแก้ปุ๊ป ก็มีลูกปั๊ปทันที…..ด้านน้องถั่ว ช่วงแรกชีวิตคู่กับชาญชัยไปกันด้วยดี ทั้งคู่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาโลตัส และไปทำบุญบ่อย โดยที่ไม่รู้ว่า การที่สองคนไปและนำพุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญได้มากขึ้น จะเป็นช่องทางให้วัดยักยอก และมีการเก็บส่วยที่ยักยอกในรูปของทองคำ นังถั่วมารู้เอาตอนหลังเลยแก้เกมคืนโดยการยึดทองทั้งหมด หลังจากที่ท่านมหาโลตัสตายห่า…ทางด้านการเมือง ตอนแรกๆ ผ่านไปได้สวย เพราะคุณพลยังรักษาอำนาจไว้ได้ และแม้ได้รับผลกระทบจากต้มยำกุ้ง แต่ก็รอดพ้นเพราะเอาภาษีของลูกจ้างมาประกันสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธานคือ การมาเป็นผู้จัดการใหม่ของหน้าเหลี่ยมนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัย เพราะพี่เหลี่ยมเค้าอวยคุณพลทุกวัน แต่ทีนี้ พี่เหลี่ยมก็ต้องการสร้างความนิยมเหมือนกัน โดยต้องการเอาชนะใจลูกจ้างในต่างจังหวัด วิธีก็คือ เอาพวกเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ที่ตัวเองค้าขายอยู่ ขนไปแจกอีพวกลูกจ้าง จนกลายเป็นนโยบายประชานิยม เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกจ้างมาก ตรงนี้แหละที่คุณพลเริ่มเห็นว่าคุณเหลี่ยมเป็นคู่แข่งคนสำคัญ…การที่หน้าเหลี่ยมได้รับความนิยมแบบนั้น ทำให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง ได้กลับมาเป็นผู้จัดการอีกรอบ อันนี้ ยิ่งทำให้คุณพลโกรธ มันมีการเสนอข่าวคุณเหลี่ยมไปเยี่ยมลูกจ้างในเขตธุรกันดาน แล้วลูกจ้างนั่งกับพื้น โบกธงชาติไทย โอ๊ย ดิชั้นอยู่กับคุณพลตอนนั้น คุณพลร้องกรี๊ดเลยค่ะ แล้วอุทาน “ไอ้ฉิบหาย มากเกินไปแล้วมึง” เย็นรู้ทันทีว่า จากนี้ไปจะต้องเกิดสงครามใหญ่ระหว่างคุณพลและคุณเหลี่ยม แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง…คว่ำวันนั้น หน้าร้อน ปี 2005 คุณนายปากแดงเรียกเย็นเข้าไปในห้อง บอกให้เย็นโทรเรียกไอ้เจ๊กจิ๊กโก๋ มันชื่อไอ้จิ้มลิ้ม บอกว่า คุณนายจะเลี้ยงข้าวมัน เพื่อให้มันทำงานให้ชิ้นนึง แล้วสั่งเย็นว่า ให้เตรียมเบียร์เย็นๆ ไว้ลังหนึ่งไว้รับไอ้จิ้มลิ้ม เสียดาย วันที่เค้ากินข้าวกันสองต่อสอง เย็นได้ไม่รับอนุญาตให้เค้าไปด้วย มาถูกเรียกอีกทีก็ตอนงานเลี้ยงจบแล้ว โอ้ย ห้องรับแขกเละเทะ เบียร์หกเต็มพื้น คุณนายปากแดงตัวเปียกไปทั้งตัว เย็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น นางไม่ตอบ…รู้แต่ว่า หลังจากวันนั้น ไอ้จิ้มลิ้มมันเริ่มจัดตั้งชบวนการเพื่อล้มไอ้เหลี่ยม มันได้ผ้าพันคอสีฟ้า ซึ่งเป็นสีโปรดของป้าแดง เอาไปผูกที่คอ แล้วจากนั้น มันก็เริ่มจัดการประท้วงคุณเหลี่ยม ปิดเมือง โดยมันขออนุญาตคุณป้าแดงให้ใช้สัญลักษณ์สีเหลืองและรูปภาพของคุณป้าและคุณพลเพื่อไปใช้ในการประท้วงไล่คุณเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังใช้มือของดารานักร้องที่คลั่งคุณพล ออกมาเป็นกำลังสำคัญในการขับไล่ครั้งนี้ด้วย สาเหตุของการขับไล่มี 2 ประการ คือการกล่าวหาว่าคุณเหลี่ยมคอร์รัปชั่น และการกระด้างกระเดื่องกับคุณพล….ในที่สุด วันที่ 19 กันยายาม 2006 ไอ้จิ้มลิ้มก็ทำสำเร็จ สร้างสถานการณ์ให้มีการยึดอำนาจ ทางด้านเมียปากแดงก็ร่วมมือกับผู้ประท้วง ทางด้านผัว คือคุณพล ก็ร่วมมือกับยาม ทำการยึดอำนาจ โดยในค่ำวันนั้น นางเปรมิกาเรียกหัวหน้ายาม มันชื่อไอ้บัง มาพบที่บ้านคุณพลเพื่อแจ้งเรื่องการยึดอำนาจ และคุณพลก็เซ็นลงนามในคำสั่งยึดอำนาจ เราจึงเห็นต่อมาที่ยามทั้งหลายออกมาประกาศการยึดอำนาจทางโทรทัศน์ ที่มีรูปผัวเมีย พลและปากแดงอยู่ด้านหลังของคณะยึดอำนาจด้วย แล้วทีนี้ คุณพลจะตอแหลต่อไปได้อย่างไรว่าไม่รู้เห็นกับการยึดอำนาจ….แต่เรื่องไม่จบเท่านี้ เพราะไอ้เหลี่ยม มันฆ่าไม่ตาย จะทำร้ายมันก็ครั้งก็รอด จนทำให้คุณพลปวดหัว การเอาผู้จัดการคนใหม่ขึ้นมา มันชื่อเที่ยง ชื่อมันมาจากการที่มันขโมยเขายายเที่ยงทั้งลูกไปเป็นของมัน คือไอ้เที่ยงมันมาเป็นผู้จัดการระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้ง ตอนนั้น ไอ้เหลี่ยมมันหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ก็ส่งคุณสมาน เชฟฝีมือดีแต่ปากหมา มาเป็นนอมินีทางการเมือง เดี๋ยวมาเล่าต่อค่ะ พร้อมเรื่องของคุณโอเลี้ยง แต่การเลิกลาของน้องถั่วกับผัว จนทำให้หลวงตามหาโลตัสตายห่า…ปล: รูปตอนที่เย็นถูกรับเชิญไปเป็นวิทยากรแฉคุณพลเรื่องยึดอำนาจค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 2

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 แบบถล่มทลายในปี 2005 ยิ่งทำให้ฝ่ายเจ้ากังวลใจว่า ทักษิณจะเป็น “สุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่อง” โดยการชนะเลือกตั้งครั้งที่สองมันบอกอะไรหลายอย่าง อย่างแรก มันทำให้ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยที่สามารถอยู่ครบเทอม 4 ปี พระเจ้าช่วย ก่อนหน้านี้คือมีอันต้องเป็นไป ส่วนใหญ่ก็โดนทำรัฐประหาร ประการที่ 2 มันทำให้รู้ว่า ความนิยมในตัวทักษิณมันสูงมาก เป็นที่รักของชาวบ้านในต่างจังหวัด ตอนนั้นยังไม่มีเสื้อแดงนะ แต่คนพวกนั้นรู้ว่า เมื่อเลือกทักษิณแล้ว ตัวเองจะได้อะไรจากรัฐบาลทักษิณ มันไปลดการซื้อเสียง เพราะสิ่งที่เค้าได้มันมากกว่าเงินที่นักการเมืองเคยแจก มันยั่งยืน และนี่แหละที่ทำให้ทักษิณชนะใจชาวบ้าน…ขณะเดียวกัน ทักษิณก็เล่นเกมนี้เก่ง ในปี 2003 หลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาลได้แค่ 2 ปี ทักษิณสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจนกลับมาอยู่เกือบในสภาพเดิมก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ไทยสามาถใช้หนี้คืนแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund) ได้ก่อนเวลา ทักษิณเลือกจังหวะได้เหมาะสมในการคืนเงินกู้ จัดงานใหญ่เพื่อ “ประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ” จาก IMF โดยการขึ้นไปบนโพเดี้ยม และโบกธงไทย อันนี้มันใช้ความชาตินิยมมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง มีกี่ครั้งที่ไทยประกาศอิสรภาพจากการครอบครองของคนอื่น เราคิดถึงพระนเรศวร พระเจ้าตาก แล้วมาถึงทักษิณ… ภูมิพลเริ่มไม่พอใจที่ทักษิณเอาความนิยมของตัวเองไปจากประชาชน…แต่ทักษิณเองก็ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไร้ราคี ตลอดเวลาที่ทักษิณอยู่ในอำนาจ ก็มีความผิดพลาดในนโยบายหลายอย่าง จนกลายมาเป็นข้ออ้างให้ศัตรูหยิบยกมาโจมตี ตั้งแต่การใช้โนบายภาคใต้ที่รุนแรง จริงอยู่แม้กองทัพจะเป็นผู้ใช้ความรุนแรง แต่ทักษิณในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่กรือแซะและตากใบ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่ให้ความชอบธรรมต่อการวิสามัญฆาตกรรมจนนำไปสู่ผู้เสียชีวิตหลายพันคน รวมไปถึงการใช้นโยบายรัฐเอื้อต่อธุรกิจของตัวเองและครอบครัว และการใช้อำนาจรับปิดปากสื่อและฝ่ายค้าน…เมื่อรู้ว่าทักษิณได้ใจคนต่างจังหวัดมาก คนสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งที่สอง ทำให้กลุ่มรอยัลสิต์ที่มีฐานอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลางกรุงเทพ นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เริ่มออกมาต่อต้านทักษิณ สาเหตุรองมาจากการที่ทักษิณเป็นคู่แข่งสถาบันกษัตริย์ แต่สาเหตุหลักเป็นการผิดใจกันที่มีเหตุผลมาจากเรื่องส่วนตัว และขบวนการนี้ได้เริ่มในปี 2005 โดยมีการนำสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์มาให้ความชอบธรรมต่อการล้มล้างทักษิณ อาทิ การใช้สีเหลืองมาเป็นเสื้อ จนนำไปสู่กำเนิดของขบวนการเสื้อเหลือง และการทำแบนเนอร์ต่างๆ ที่มรข้อความอาทิ “รักในหลวง ร่วมขับไล่ทักษิณ” เป็นการเอาสถาบันมาชนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงการใช้รูปภูมิพลและสิริกิติ์ในขบวนการล้มล้างทักษิณด้วย….แต่ถึงจุดนั้น แม้ทักษิณจะกลายเป็นศัตรูโดยปริยาย ทักษิณก็ไม่เคยเปลี่ยนความคิดเรื่องการคืนดีกับเจ้า สังเกตุได้จากการจัดงานครอบรอบการขึ้นครองราชย์ 60 ปี ในปี 2006 ก่อนรัฐประหารไม่นาน ซึ่งช่วงนั้นทักษิณกำลังอยู่ในมรสุมทางการเมืองอย่างหนัก ก้ได้แต่หวังว่าการจัดงานใหญ่เพื่อเจ้าจะข่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองได้ งานนั้นใหญ่จริงๆ มีโมนากี้ในโลกที่มาเองหรือส่งตัวแทนมาทั้งหมด ยกเว้นซาอุ (เพราะปัญหาเพชร) และเนปาล (เพราะสถาบันกษัตริย์กำลังจะถูกโค่นล้ม) ถือว่าเป็นงานใหญ่จริงๆ แต่แล้วก็เกิดเรื่อง….เมื่อตอนจบงาน เมื่อมีการส่งแขกกลับ ถึงตอนอำลาสุลต่านบรูไนโบลเกียห์ ซึ่งเป็นสหายสนิทกับทักษิณ สุลต่านพูดต่อหน้าภูมิพล (ตรงนั้นมีภูมิพล โบลเกียห์ ทักษิณ และเปรม) พูดกล่าวชื่นชมว่างานอลังการมาก และบอกว่า เนี่ย เป็นเพราะทักษิณที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้ คือประมาณว่าอยากชมทักษิณต่อหน้าภูมิพล และกลับถูกตีความว่า ไม่ใช่เพราะบารมีภูมิพล แต่กลับเป็นความสามารถของทักษิณต่างหากที่ทำให้งานสำเร็จ ตรงนี้แหละที่ทำให้ทั้งภูมิพลและเปรมไม่พอใจ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของทักษิณ… แต่ก่อนหน้างาน มันก็มีเรื่องที่ทำให้สถานะทักษิณต้องสั่นคลอน นั่นคือการขาดหุ้นชินคอร์ปให้เตมาเซ็กของสิงคโปร์โดนมิได้ชำระภาษีตามที่ฝ่ายค้ายอ้าง มันเป็นประเด็นที่หนักพอที่จะเพิ่มความรุนแรงให้กับการประท้วง ที่รวมไปถึงการประท้วงสิงคโปร์ด้วย มีการเผาสัญลักษณ์ของสิงคโปร์หน้าสถานทูตสิงคโปร์ในไทย ตรงนั้นเอง ที่ฝ่ายต่อต้านออกมาพูดเรื่องการคอร์รัปชั่นของทักษิณ แม้ว่าในความเป็นจริง มันจะเป็นเรื่องการแข่งขันทางอำนาจ ที่ฝ่ายเจ้าแพ้ทักษิณในเกม แต่ใช้วิธีนอกเกมในการกำจัดทักษิณ นั่นคือรัฐประหาร…. เดี๋ยวมาต่อค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 13

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากพีคของคุณพลเมื่อเกิดพฤษภาทมิฬ ครอบครัวคุณพลต้องประสบปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งยามเองที่ต้องลดบทบาท เพราะดันไปสังหารชนชั้นกลางที่ออกมาชุมนุม รวมถึงการเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่เศรษฐกิจไทยพังย่อยยับ อย่าลืมว่า คุณพลเป็นประธานที่รวยที่สุดในโลก และสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธานก็เป็นบริษัทที่รวยที่สุดในประเทศ ดังนั้น จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องเอาเงินออกมาช่วยบริษัทของคุณพล และชาวบ้านตาดำๆ ก็ไม่รู้เรื่องว่า เงินภาษีของตัวเองเอาไปค้ำจุนบริษัทส่วนตัวของท่านประธาน….วิกฤตต้มยำกุ้งยังไม่หนักใจ ลูกชายคนเดียว คุณโอเลี้ยงก่อเรื่องใหญ่ เพราะไปติดนักร้องค้าเฟ่ อีอ๊อด จนนำไปสู่การเลิกลากับปอร์เช่ แม้ว่าจะมีลูกด้วยกันถึง 5 คนก็ตาม โดยความเบื่อหน่ายมันเป็นเหตุผลหลัก แม้ว่าปอร์เช่จะพยายามหาผู้หญิงมาให้ผัวกินถึงบ้าน ส่วนใหญ่เป็นดารารุ่นน้องทั้งนั้น บางคนถึงขนาดถูกเอามาขังในบ้านถึงเดือนหนึ่งเพื่อสำเร็จความใคร่ของผัว เมื่อมีนายตำรวจคนหนึ่งเอาอีอ๊อดมาเสนอ คุณโอเลี้ยงก็รับไว้ สมัยนั้นก็มีฮาเร็มแล้ว และปอร์เช่นี่แหละที่เป็นคนดูแลฮาเร็ม แต่อ๊อดมันเก่ง เอาใจโอเลี้ยงได้ดี จนทำให้โอเลี้ยงพยายามถีบปอร์เช่ออกไป โดยการใส่ร้ายว่า ค้ายาเสพติด ส่วนเรื่องที่ปอร์เช่มีชู้กับยามแก่นั้น เป็นเรื่องจริง จึงกลายมาเป็นเหตุผลที่ชอบธรรมในการถึงปอร์เช่ออกไป….วิธีก็ป่าเถื่อน เอาเสื้อผ้าปอร์เช่มาเผาหน้าบ้าน ส่งแฟ็กซ์ไปสถานที่ราชการ เพื่อประนามปอร์เช่ ทีนี้เมื่อรู้ตัวว่าต้องหนี อีปอร์เช่ก็ร้าย ขนเครื่องเพชรของอีแม่ผัวปากแดงไปด้วย หนึ่งในนั้นมีเพชรสีน้ำเงินที่น่าจะมาจากซาอุ เพื่อเอาไปขายไว้เลี้ยงลูกและตัวเอง ก่อนหน้าที่จะหนีไป อีปอร์เช่ถูกคุณป้าปากแดงเรียกไปด่าสาดเสียเทเสีย ว่าเป็นตัวกาลกิณี ทำให้ครอบครัวของนางต้องพัง แถมยังด่าลามไปถึงลูกๆ ผู้ชายอีก 4 คนด้วย ในที่สุดก็หนีไปอังกฤษ แต่ด้วยความที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของพ่อที่ดี คุณโอเลี้ยงเลยแอบย่องไปอังกฤษ เพื่อไปลักลูกสาวคนสุดท้องมา ชื่อน้องกบ ดิชั้นตามคุณโอเลี้ยงไปอังกฤษด้วย และเป็นคนจูงน้องกบกลับมาไทยค่ะ จากนั้น ก็ถึงคิวของอีอ๊อดที่ได้ยกขึ้นเป็นเมียหลวง….ในขณะเดียวกับ ชีวิตน้องถั่วก็ถึงจุดเปลี่ยนผ่าน พอเลิกกับผัว ก็หันไปคว้าหมอมาเป็นผัวคนใหม่ เค้าไปเจอกับตอนทำบุญที่วัดหลวงตามมหาโลตัส จากนั้น คุณเชี่ยวชาญก็กลายมาเป็นผัวคู่ใจ ไปไหนไปกัน คอยจูงมือน้องถั่วเพราะนางเจ็บกระเสาะกระแสะ แต่คู่นี้ก็อยู่กันไม่นานค่ะ เดี๋ยวเย็นมาเล่าต่อว่าจะลงเอยอย่างไร ทางด้านพี่สาวคนโต ก็หลงไปอยู่ในแสงสี ความเป็นเซเลป ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความสามารถห่าอะไร เล่นหนังไม่ได้ ร้องเพลงไม่ได้ เต้นไม่เป็น ทำอาหารก็หมาไม่แดก ทำโครงการอิชิบังก็มีข่าวการคอร์รัปชั่น พังๆๆๆ….กลายเป็นว่า ลูกสาวนักจดกลับเป็นที่คาดหวังไว้มากที่สุด หลังจากมีการเปลี่ยนกฎให้ลูกสาวสามารถขึ้นเป็นประธานได้ มันก็สร้างความหวังให้ชนชั้นกลางกะลา ออกมาหนุนนักจดมาก เพราะชนชั้นนี้มันเกลียดโอเลี้ยง มันคิดว่าตัวมันเองเป็นคนดีมีจริยธรรม แล้วคุณโอเลี้ยงไร้ซึ่งจริยธรรม เอาจริงๆ เย็นขอด่าตรงๆ เย็ดแม่ พวกชนชั้นกลางนี่แหละค่ะ เหี้ยพอกัน ทีนี้ฝ่ายตรงข้ามนักจดก็ไม่ยอม เอาเรื่องส่วนตัวนางมาปูด มาปูดว่า นางเป็นเลสเบี้ยน และมีคู่ขาสองคน หนหนึ่งเป็นพี่สาวนักการเมืองที่เคยเป็นอดีตนายก อีกคนเป็นเจ้าของโรงพิมพ์หนังสือชื่อดังที่เชียงใหม่ แต่เรื่องนี้คนรู้ไม่มาก นางยังเก็บความลับได้เป็นอย่างดี…ส่วนหนึ่งที่คุณพลหวังมากจากลูกนักจดคือ การส่งนักจดไปเป็นทูตพิเศษเพื่อปูทางกับจีน แม้ท่านประธานจะเกิดที่สหรัฐและจะเป็นพันธมิตรสำคัญช่วงสงครามเย็น แต่คุณพลก็เห็นความสำคัญของจีน จึงส่งลูกสาวคนสุดที่รักไปเจริญสัมพันธไมตรี โดยนักจดต้องไปเรียนภาษาจีน เรียกการเชียนอักษรจีน ร้องเพลงจีน ซึ่งทั้งหมด ในที่สุดก็ทำไม่ได้ดี แต่ทำไมคุณพลถึงเห็นความสำคัญของการภักดีจีน นั่นเพราะว่า อำนาจส่วนหนึ่งของคุณพลมาจากนักธุรกิจและบริษัทขนาดใหญ่ที่ครอบงำโดยกลุ่มไทย-จีน อาทิ PC เป็นต้น จึงจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์นี้ไว้ เพราะคุณพลรู้ว่า นักจดจะทำได้ดีกว่าคุณโอเลี้ยง เพราะคนนั้นเค้าไม่สนอะไรนอกจากหี….ในขณะที่เกิดความวุ่นวายในบ้าน ทางการเมือง ก็มีนักการเมืองหน้าเหลี่ยมเริ่มหาเสียงอย่างหนักหน่วง แรกๆ ไอ้หน้าเหลี่ยมก็เป็นมิตรดีกับคุณพล อย่าเข้าใจผิดว่าเค้าเกลียดกันแต่แรก จริงๆ ตอนแรกรักกันด้วยซ้ำ เพราะคิดว่า หน้าเหลี่ยมจะมีส่วนช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ท่านประธาน ที่แน่ๆ ตอนนั้น หน้าเหลี่ยมก็ใช้เงินซื้อคุณโอเลี้ยงแล้ว โดยช่วยจ่ายค่าซ่อมบ้านให้ รวมถึงจ่ายค่าขนมให้บัวหลวงด้วย ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่า สักวัน ไอ้หน้าเหลี่ยมมันจะทำสถานะของท่านประธานพังฉิบหาย….มาต่อตอนหน้าค่ะ ปล: ภาพนี้เย็นถ่ายที่ลอนดอนตอนไปขโมยน้องกบกลับไทยค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 1

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ตั้งแต่เช้า ข่าวลือเรื่องรัฐประหารหนาหูมาก ดิชั้นยังเป็นนักการทูต อยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์ ได้รับคำสั่งให้จับตามมองสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีรัฐประหารจริง ต้องรายงานต่อรัฐบาลสิงคโปร์และสื่อสิงคโปร์อย่างไร ข่าวที่มันมาจากกระทรวงต่างประเทศส่วนใหญ่จริงทั้งหมด เพราะความที่คนกระทรวงมีความใกล้ชิดกันสถาบันกษัตริย์ เมื่อมันมีสัญญาณมาเด่นชัดอย่างนั้น ดิชั้นแน่ใจว่า มันต้องเกิดขึ้นแน่ และระหว่างทานข้าวตอนค่ำ ดิชั้นดูทีวีไปด้วย รัฐประหารได้เกิดขึ้นแล้ว ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคุณทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2006….นับตั้งแต่วันที่ทักษิณก้าวย่างมาสู่การเมืองไทย คุณทักษิณก็ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยสิ้นเชิง คุณจะชอบหรือเกลียดทักษิณ แต่คุณไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ทักษิณคือ game changer หรือผู้เปลี่ยนแปลงเกมทางการเมือง คุณทักษิณอยู่ในแวดวงทางการเมืองมานาน เคยเป็นสมาชิกพรรคพลังธรรม และเคยร่วมหัวจมท้ายกับจำลอง ศรีเมือง ในปี 1994 เป้นปีที่ดิชั้นรับราชการเป็นนักการทูตในปีแรก คุณทักษิณได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ พอเค้าเข้ามา เค้าก็ช้อคที่กระทรวงที่มีบุคลากรที่เก่งมาก แต่ต้องจมอยู่กับเทคโนโลยีโบราณ จะของซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ก็ยากเย็นแสนเข็น แต่งบเลี้ยงเจ้านี่อนุมัติเร็วมาก ฮาฮา ทีนี้ พอคุณทักษิณทำธุรกิจด้านเทเลคอม และอึดอันแทนนักการทูต ก็เลยซื้อคอมใหม่ให้ข้าราชการใช้ด้วยเงินตัวเอง มันเลยกลายเป็นประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณทักษิณอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่นาน…จากนั้น เส้นทางทางการเมืองของคุณทักษิณก็มีแต่ขึ้นกับขึ้น ด้วยเหตุที่เรามีรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 1997 อันเป็นผลมาจากพฤษภาทมิฬที่กระตุ้นให้มีการผลักดันกระบวนการประชาธิปไตย เลยทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นคลอดออกมาได้ และเชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด คุณทักษิณใช้รัฐธรรมนูญอันนั้น เป็นประตูไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่ท้าทายกลุ่มอำนาจเก่า ความคิดง่ายๆ ของคึณทักษิณก็คือ คนอิสานและคนเหนือถูกละเลยทางการเมืองมานานมาก แต่เผอิญที่คนสองภูมิภาคนี้ เมื่อเอาประชากรที่มีสิทธิในการเลือกตั้งมารวมกัน กลายมาเป็นคนกลุ่มมากในระบอบประชาธิปไตยทีมีการเลือกตั้งเป็นกลไกหลัก ดังนั้น หากคุณทักษิณสามารถชนะใจคนสองภูมิภาคนี้ คุณทักษิณก็สามารถชนะการเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องแคร์คนกรุงเทพคือคนใต้ (ประชาธิปัตย์ครองภาคใต้อยู่แล้ว จึงยากที่ทักษิณจะเจาะตลาดใต้) แต่ทักษิณพลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือการสะบัดบ๊อบใส่คนกรุงเทพ แม้จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะน้อย แต่อย่าลืมว่า กรุงเทพเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองมายาวนาน สิ่งที่ทักษิณทำคือการตบหน้าคนกรุง ซึ่งต่อมา ทักษิณต้องพ่ายแพ้ก็เพราะคนกรุง แม้จะชนะใจคนในต่างจังหวัดก็ตาม…กลยุทธตรงนี้คือการผลิตนโยบายที่ตอบสยองต่อคนสองภูมิภาค ผลลัพธ์ก็คือการทำนโยบายประชานิยม เอาของถูกเข้าล่อกลุ่มคนเหล่านั้น แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเลวเสมอไป เราจะสามารถไปตำหนิคนต่างจังหวัดได้อย่างไร ในเมื่อตลอดชีวิตของเค้าที่ผ่านมา เค้าไม่เคยได้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจเลย เพราะมันถูกครอบงำโดยคนกรุง เมื่อมีคนอย่างทักษิณมาเปิดประตูทางเศรษฐกิจตรงนี้ คนต่างจังหวัดเหล่านั้นรู้สึกเหมือนเกิดใหม่ ส่วนใครที่ด่าว่าทักษิณใช้ประชานิยมซื้อชาวบ้าน ทักษิณไม่ใช่คนแรกที่ทำ แตภูมิพลทำมาก่อนหลายทศวรรษด้วยซ้ำ…ไอ้นโยบายประชานิยมที่เน้นการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจมันได้ผล ไอ้บัตรสุขภาพ 30 บาท โครงการ OTOP โครงการให้ทุนหมู่บ้านตามขนาด S M L โครงการครัวไทยสู่โลก (หรือ Kitchen of the world) โครงการ Detroit of Asia โครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น ถามจริงๆ เถอะ มีใครที่เคยเสนอสิ่งเหล่านี้ให้ประชาชนบ้าง นี่มันเป็นการพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจอย่างมาก อย่างที่กลุ่มอำมาตย์ไม่กล้าทำ ไม่อยากทำ ไม่มีความสามารถที่จะทำ แต่ท้ายที่สุด มันเป็นความพยายามของคนกรุงที่จะเหยียบชนต่างจังหวัดไว้ใต้ตีน ไม่ให้โตขึ้นมาแข่งกับตัวเอง นี่คือทัศนคติของคนกรุงเทพที่ดูถูกชาวบ้าน เพราะจริงๆ กลัวคนเหล่านั้นจะปีนบันไดสังคมขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางเหมือนตัวเอง ทำให้มันอึดอัดหรือที่เรียกว่า crowded แล้วไอ้การเหยียบคนเหล่านี้ไว้ ยังถูกกดทับด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่คนกรุงชื่นชมหนักหนา แม้ว่าพวกคนกรุงเหล่านั้นแม่งไม่เคยพอเพียงห่าอะไร….ทักษิณเปิดประตูทางเศรษฐกิจ สร้างแนวคิดบริโภคนิยม ซึ่งขัดกับหลักความพอเพียงของภูมิพล แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือ ทักษิณยังเปิดประตูทางการเมืองด้วย โดยสร้างความรู้เป็นว่าตัวเองมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนต่างจังหวัด โดยผ่านการเลือกตั้ง หมายความว่า ทักษิณทำให้ชาวบ้านรู้ว่า คุณมีสิทธิกำหนดชีวิตคุณเองถ้าคุณเลือกพรรคการเมืองที่ยินดีต่อสู้เพื่อคุณ นี่เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองเสนออุดมการณ์เป็นจุดขาย มากกว่าแค่ขายบารมีของผู้นำ ชาวบ้านเริ่มรู้ว่า ถ้าเลือกไทยรักไทย ตัวเองจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ในทางหนึ่ง มันไปลดการซื้อขายเสียงด้วย ส่วนนี้ คนกรุงยิ่งกลัวมากขึ้น ทั้งทหารและเจ้าก็กลัว เพราะที่ผ่านมา คนเหล่านี้ไม่เคยลงทุนในเรื่องการเลือกตั้ง เพราะรู้ว่าควบคุมผลลัพธ์มันไม่ได้ แต่จะใช้ทางลัดในการแข่งขัน นั่นคือ การใช้รัฐประหารล้มรัฐบาลที่เป็นภัย จนคนต่างจังหวัดเบื่อหน่าย จนมีคำพูดที่ว่า คนต่างจังหวัดเลือกรัฐบาลแต่คนกรุงเป็นคนล้ม…. และในที่สุด ก็ล้มทักษิณได้ ในวันนี้ เมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา…เดี๋ยวมาต่อค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น