ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ความสัมพันธ์ระหว่างวชิราลงกรณ์กับทักษิณเป็นประเด็นที่พูดกันมาก แม้แต่ตัวดิชั้นเองที่ได้มีโอกาสคุยกับคุณทักษิณหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงของคนทั้งสอง เรื่องนี้ลือกันมาก ตั้งแต่ก่อนทักษิณเป็นนายก และยิ่งหนาหูเมื่อตอนทักษิณเป็นนายกแล้ว จนถึงขนาดทูตสหรัฐเอาไปเขียนรายงานกระทรวงการต่างประเทศที่วอชิงตันว่า ทักษิณมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ่งกับวชิราลงกรณ์ จนทำให้อีลีทไทยคนอื่นๆ หวั่นใจว่า วชิราลงกรณ์จะหันไปร่วมมือกับทักษิณแล้วกินรวบการเมืองไทย….ข่าวลือมันมาจากไหน มันมาจากความพยายามของทักษิณในการเอาใจเจ้า เรื่องนี้เขียนไปแล้ว คือทักษิณจะเอาทุกอย่าง อยากได้อำนาจทางการเมือง และทำได้สำเร็จ แต่การได้อำนาจทางการเมืองนั้น ทำให้ต้องเป็นอริกับฝ่ายเจ้า ซึ่งทักษิณก็พยายามที่จะดีด้วย แต่ไม่เป็นผล เพราะทักษิณถูกมองเป็นภัยตั้งแต่วินาทีแรกที่เค้าชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย นี่มันคือความน่าเสียดายที่ทักษิณไม่ต้องการใช้พลังมวลชนเปลี่ยนการเมืองแบบใหม่ และดับเครื่องชนระบบเจ้าที่มันเกาะกินมานาน ในทางตรงข้าม อำนาจก็จะเอา เจ้าก็จะเลีย ผลสุดท้าย คนไทยกลายเป็นผู้รับกรรม…ข่าวลือคือ เมื่อทักษิณไม่สามารถทำให้ภูมิพลรักได้ ก็ต้องไปเอาใจวชิราลงกรณ์แทน โดยการเป็นเจ้ามือจ่ายค่าโน่นค่านี่ให้ รวมถึงข่าวลือของการออกเงินช่วยซ่อมวังที่นนทบุรี แต่จดบัดนี้ เราก็ยังไม่เห็นหลักฐานอันนั้น จากนั้นมันก็มีสัญลักษณ์อื่นๆ ที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า สองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อาทิ การที่ทักษิณให้สัมภาษณ์ใน นสพ ไทม์ ของอังกฤษ บอกว่า รัชสมัยหน้า (ร 10) จะต้องดีกว่า สว่างกว่า รัชสมัยปัจจุบัน (ตอนพูดนั้น ภูมิพลยังไม่ตาย) ทำให้ฝ่ายเจ้าโกรธและฟ้องทั้งทักษิณและนักข่าวอังกฤษด้วย 112 <_ thaipoliticalprisoners.wordpress.com=”thaipoliticalprisoners.wordpress.com” _2009=”_2009″ _11=”_11″ _09=”_09″ thaksin-and-the-golden-age=”thaksin-and-the-golden-age” _=”_”>
….ถามว่าเชื่อไหมว่าคนสองคนมีการสื่อสารกัน อันนี้ดิชั้นเชื่อแน่ๆ ว่ามีการสื่อสารโดยผ่านตัวกลาง ทักษิณยังมีคนที่พอพึ่งได้ในวังที่จะเป็นคนส่งสัญญาณต่างๆ อาทิ สัญญาณว่าตัวเองต้องหนีออกไป สัญญาณที่ส่งต่อไปยิ่งลักษณ์ว่าต้องหนี รวมถึงเพื่อนพ้องทางการเมืองที่เป็นตัวกลางให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นอนุทิน หรือแม้แต่ประวิตรเองก็ตาม ประวิตรมีความสนิทสนมกับตระกูลดามาพงศ์มาก และยังมีความเกรงใจคุณหญิงพจมานอย่างที่สุด พยายามที่จะแยกความเกลียดทักษิณออกจากพจมาน เราจะสังเกตเลยว่า คนจะด่าทักษิณอย่างไร พจมานไม่ถูกลากไปเกี่ยวด้วย เมื่อตอนอีทยาจาก กปปส ไล่ด่าคุณหญิงที่สยาม หลังจากนั้น อีทยาถูก “ผู้ใหญ่” เรียกไปด่าว่า อย่าไปยุ่งกับคุณหญิงพจมาน…ต่อมาก็เกิดปรากฏการณ์เสื้อแดง ใครจำได้ไหมว่ามีวาทกรรม “เรารักพระบรม” ออกมาจากคนเสื้อแดง ดิชั้นฟังแล้วป่วย บอกเลย ต้องการปลดแอกออกจากระบบภูมิพล แต่กลับจะเอาตัวเองไปอยู่ในระบอบวชิราลงกรณ์ ดิชั้นเองเอาเรื่องนี้มาล้อ การปาฐกถาครั้งสุดท้ายของดิชั้นที่กรุงเทพ ดิชั้นใส่เสื้อตัวนี้ขึ้นเวที เป็นการพูดวิจารณ์วชิราลงกรณ์อย่างตรงไปตรงมา ตอนนั้นยังคิดเลยว่าอีกไม่นานดิชั้นคงถูกจับ ไม่นานก็เกิดรัฐประหาร และอย่างที่เราทราบกันอยู่ว่าดิชั้นโดนอะไรบ้าง กลับมาที่คนเสื้อแดง ส่วนหนึ่งบอกว่า ไอ้แคมเปญเรารักพระบรมเป็นการตอกกลับกลุ่มรอยัลลิสต์ให้มันดิ้นตาย โดยเฉพาะถ้าเห็นว่าวชิราลงกรณ์หันมาอยู่ข้างเสื้อแดง ดิชั้นไม่อินด้วยนะคะกับความคิดแบบนี้ คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ….ยิ่งตอนที่เสื้อแดงชุมนุมที่อักษะ ยิ่งตีความกันไปใหญ่ว่า วชิราลงกรณ์อนุญาตให้ชุมนุมได้ เท่ากับเป็นการสนับสนุนคนเสื้อแดง โอ้โห ไงละคะ ไม่นานนักก็เกิดรัฐประหาร นั่นเท่ากับว่า วชิราลงกรณ์เลือกแล้วที่จะพึ่งทหารในการช่วยให้การเปลี่ยนผ่านรัชสมัยเป็นไปโดยราบรื่น และได้รับการตอบสนองของกองทัพอย่างเต็มใจ…ผ่านมาหลายปี หลังจากที่วชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์แล้ว ข่าวลือที่ว่าคนสองคนเป็นมิตรกัน ก็ยังกลับมาเนืองๆ ตอนที่อุบลรัตน์ถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นตัวแทนพรรคไทยรักษาชาติ และมีการออกพระบรมราชโองการด่าทักษิณอย่างรุนแรง นั่นเป็นการพิสูจน์อีกทีว่า ไอ้ความเป็นเพื่อนมันเป็นเรื่องมายาหรือเปล่า หลายคนเชื่อว่า หากไม่ได้รับไฟเขียว พรรคคงไม่กล้าเสนอชื่ออุบลรัตน์ นั่นก็จริง แต่วชิราลงกรณ์วัดกระแสตอบรับจากสังคม และเห็นว่า หากยอมเรื่องนี้ ฝ่ายสลิ่มมันจะเชื่อมั่นว่า วชิราลงกรณ์กับทักษิณเป็นพันธมิตรกันแน่ๆ เลยต้องออกมาปราม เพื่อรักษาแรงสนับสนุนจากฝ่ายสลิ่มคลั่งเจ้า ขณะที่ยังเก็บทักษิณเป็นหมากทางการเมืองต่อไป ส่วนทักษิณยังอวยเจ้าไปเรื่อยๆ เขียนอวยพรในทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้…มีคนเคยบอกว่า “ไม่มีใครเอาใจวชิราลงกรณ์ได้เท่ากับทักษิณ” นั่นอาจจะจริง แต่คนพูดคงลืมไปว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในมุมมองของวชิราลงกรณ์เช่นกัน”