หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 22

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ป้อกกี้จะกำจัดคุณโอเลี้ยงยังไงหรอคะ ก็โดยผ่านการแพร่อุดมการณ์ไม่เอาประธาน เป็นอุดมการณ์ที่ได้อิทธิพลจากฝรั่งเศส นี่ไม่นับว่า ป้อกกี้จบฝรั่งเศส มีเมียฝรั่งเศส และได้ความคิดแบบโซเชี่ยลลิสและรีพับรีกันนิซึ่มติดตัวมา ดังนั้น คุณโอเลี้ยงอาจจะรำคาญสมทอน แต่ที่น่าหวาดเกรงจริงๆ คือป้อกกี้ เพราะเป็นแหล่งแพร่เชื้อความคิดที่ไม่เอาคุณโอเลี้ยง ดังนั้น อย่างที่บอก แผนการกำจัดพรรคส้มเช้งจึงได้ถือกำเนิดตั้งแต่วันแรก

…แต่แรกๆ พรรคส้มเช้งก็รุกหนักจริงๆ ทั้คงามพยายามจะเอายามออกจากบริษัท หรือการที่ต้องมีระบบการตรวจสอบการทำงานของท่านประธาน ซึ่งอีพวกลูกจ้างที่เป็นพวกลอดช่อง มันเลยออกมาล่าแม่มดป้อกกี้ ที่พลอยโดนไปถึงคุณสมทอนและน้องคางทูม ว่าส่องสุมกำลังพลในการล้มท่านประธาน การต่อสู้ของส้มเช้งที่อยู่รอดได้ก็เพราะแรงสนับสนุนจากลูกจ้างรุ่นใหม่เป็นหลัก

…พักเรื่องการมาถึงของพรรคส้มเช้งสักพัก ก็เกิดเรื่องใหม่ที่สนุกกว่า คุณเหลี่ยมที่นั่งบงการบริษัทของไทยจากซาอุรู้ว่า การแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะร่างกฏบริษัทฉบับใหม่มันไม่เอื้อให้พรรคของเค้า หรือที่เรียกว่า พรรคเพื่อเหลี่ยม จะชนะการเลือกตั้งได้ จึงต้องหาทางออกหลายๆ ทาง ทางหนึ่งคือการสร้างพรรคขึ้นมาใหม่เพื่อรวบรวมคะแนนเสียงไม่ให้กระจัดกระจายไปพรรคอื่น เลยมีการตั้งพรรคเหลี่ยมรักษาชาติขึ้น แต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปสนุกมากค่ะ

….ในการพบปะกันครั้งสุดท้ายระหว่างคุณเหลี่ยมและคุณบัวหลวง ทั้งคู่ได้มีข้อตกลงกัน คือเรื่องสองคนนี้สนิทกันนั้นมันมีมานานแล้ว เพราะเหลี่ยมจะเป็นเจ้ามือให้บัวหลวงตลอด ทั้งในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ชีวิตของบัวหลวงสะดวกสบายขึ้น ทั้งพาไปดูมวยที่รัสเซีย และพาไปช้อปกระเป๋าแอร์เมสที่ปารีส แต่ในการพบกันครั้งนั้น บัวหลวงพูดขึ้นว่า “ชั้นเป็นหลายอย่างในชีวิต เล่นหนัง ร้องเพลง ก็ทำมาแล้ว ชั้นอยากเป็นผู้จัดการบริษัทบ้าง เธอต้องช่วยชั้นนะ”

…คุณเหลี่ยมปฏิเสธไม่ได้ แต่ในใจก็คิดว่า นี่จะเป็นเบ็ดสำคัญที่อาจสร้างประโยชน์ให้กับเหลี่ยมเอง กล่าวคือ 1) ความต้องการใช้บัวหลวงเป็นสะพานไปสู่โอเลี้ยง 2) ถ้าจะทำให้ท่านประธานพัง การลากพี่สาวประธานมายุ่งเกี่ยวกับบริษัทยิ่งจะทำให้คุณโอเลี้ยงพังเร็วขึ้น คือเหลี่ยมคิดว่า ทั้งขึ้นทั้งล่อง ยังไงเหลี่ยมก็ชนะ ก็เลยบอกว่าจะสนับสนุนคุณบัวหลวง แต่บัวหลวงต้องไปขออนุญาตคุณโอเลี้ยงก่อน ซึ่งบัวหลวงก็รับปาก

….จากนั้นบัวหลวงไปเล่าให้น้องชายโอเลี้ยงฟังว่า อยากเป็นผู้จัดการบริษัท เย็นอยู่ในเหตุการณ์ด้วยค่ะ เย็นยืนยันค่ะ คุณโอเลี้ยงขำพี่สาวที่อยากจะมีอาชีพใหม่ หลังจากลองมาหลายอาชีพ เลยยักหน้าไปอย่างนั้นเพราะคิดว่าพี่สาวพูดเล่น ประสาท อะไรแบบนั้น คุณบัวหลวงเลยตีความว่า น้องชายโอเค แล้วก็เอาไปบอกคุณเหลี่ยม เป็นอันว่า เริ่มกระบวนการของการเสนอชื่อคุณบัวหลวงเป็นผู้จัดการจากพรรคเหลี่ยมรักษาชาติ โดยที่คนของพรรคเหลี่ยมรักษาชาติเองยังไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

….เมื่อประกาศออกไปเท่านั้น ปฏิกิริยาที่มาจากสองด้านต่างกันลิบลับ ฝ่ายลูกจ้างเสื้อแดงกรีดร้องด้วยความดีใจ บอกว่าบัวหลวงคือชะนีขี่ม้าขาว เออ เย็นก็งงกับอีคนห่าพวกนี้ บอกว่าไม่เอาตระกูลคุณโอเลี้ยงแล้วพอกันที แต่เสือกออกมาต้อนรับคุณบัวหลวง งงค่ะ ทางฝ่ายอีลอดช่อง ล้วนด่าบัวหลวงกันใหญ่ ไม่สนใจว่าบัวหลวงคือลูกคุณพล ด่าสาดเสียเทเสีย จนคุณโอเลี้ยงรู้เรื่องเข้า และต้องเข้าแทรกแซง ทั้งนี้เพราะว่า คุณโอเลี้ยงยังต้องหวังพึ่งแรงหนุนจากอีพวกลอดช่อง เพราะมันเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจ ทำไมต้องไปทะเลาะกับมันเพียงเพื่อต้องการเอาใจพี่สาว ในทางตรงข้าม การออกมาห้ามปรามกลับเป็นผลดีของคุณโอเลี้ยงในสายตาลอดช่อง เพราะเท่ากับเป็นการคอนเฟิร์มว่า ทั้งคุณโอเลี้ยงและลอดช่อง ล้วนมีศัตรูคนเดียวกัน นั่นคือ ไอ้เหลี่ยม… เดี๋ยวมาเล่าต่อค่ะ

….รูปนี้ เย็นแอบถ่ายกับโฆษกพรรคเหลี่ยมรักษาชาติ อย่าถามความสัมพันธ์ของเราค่ะ เรื่องมันยาว

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 19

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ในที่สุด อีหอยก็พ่ายแพ้ เมื่ออีเผือกได้จัดการก่อความวุ่นวาย ที่ได้รับความช่วยเหลือจากอีพระพุซซี่เสรี เหล่ายามได้เข้ายึดอำนาจ เขี่ยอีหอยออกจากตำแหน่งผู้จัดการ โดยมีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ นั่นคือไอ้ทุย ไอ้ทุยเป็นหัวหน้ายามที่ทำการยึดอำนาจ มันยังเป็นหัวหน้ากลุ่มเสือตะวันออก เป็นลูกสมุนคู่ใจของป้าปากแดง ที่ติดสอยห้อยตามป้ามาตั้งแต่มันยังเป็นหนุ่มๆ สาเหตุที่ป้าปากแดงชอบมัน เพราะมันเชื่องเหมือนหมา ไม่ฉลาด แถมชอบทำตัวเป็นพวกตลกแดก ซึ่งคนในครอบครัวคุณพลชอบเลี้ยงคนแบบนี้….พออีหอยตกจากที่สูง ก็ยังไม่เลิกที่จะจองเวร จนในที่สุด อีหอยต้องระเห็ดไปอยู่กับพี่เหลี่ยมที่ซาอุ ตัดกลับมาในเมืองกะลา คุณพลป่วยหนัก ตอนนี้นอนติดเตียงอย่างเดียว ส่วนป้าปากแดงก็เป็นผัก สองผัวเมียแย่งกันว่าใครจะไปหาคุณนนท์ก่อน พี่ชายที่ถูกคุณพลฆ่าตาย การเข้ามาสู่อำนาจของไอ้ทุยก็มาเพื่อการนี้ มาเพื่อการปูทางให้คุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นผู้จัดการคนใหม่ สาเหตุเพราะคนเหล่านี้ไม่มั่นใจในวุฒิภาวะของโอเลี้ยง เพราะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่รู้ว่าจะไปคืนดีกับไอ้เหลี่ยมวันไหน เลยต้องชิงปล้นอำนาจก่อน เพื่อให้การเปลี่ยนถ่ายอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น….ในช่วงปลายปีหลังจากการยึดอำนาจ ก็เกิดเรื่องใหญ่ในครอบครัวของคุณโอเลี้ยง และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่คุณโอเลี้ยงกำจัดเมียอ๊อด เมื่อรู้ว่าตัวเองจะขึ้นเป็นประธานในเร็ววัน ก็มีการจัดการ “ทำความสะอาดบ้าน” โดยการเขี่ยเมียอ๊อด เพื่อต้อนรับเมียใหม่ อีคิ้วตัน สาเหตุมาจากการหมดรักอ๊อด นอกจากนั้น มาจากวีรกรรมของอ๊อดที่ไปตบคิ้วตันหน้าเครื่องบิน เอาถาดอาหารที่บรรจุข้าวแพนงไก่ ราดใส่หัวอีคิ้วตัน จนทำให้ผัวโอเลี้ยงไม่พอใจ ที่สำคัญ แม้จะเป็นผัวเมียกันมานาน แต่โอเลี้ยงไม่เคยให้เกียรติอ๊อด มักพูดกับคนแปลกหน้าต่างๆ ว่า “อีอ๊อดมันก็แค่กะหรี่” ทั้งๆ ที่อ๊อดผลิตทายาทลูกชายให้ 1 คน นั่นคือน้องขนมปัง….พิธีการหย่าก็เริ่มขึ้น มันไม่ใช่แค่การหย่า แต่มันเป็นการลงโทษ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การหย่า คุณโอเลี้ยงกล่าวหาญาติของอ๊อดว่าเอาชื่อคุณโอเลี้ยงไปติดบนฉลากขวดน้ำพริกนรก ถือว่าเป็นการเอาชื่อไปขายเพื่อผลประโยชน์ โดยพ่อแม่อ๊อดโดนจับหมด พี่ชายก็โดน นอกจากนี้ คุณลุงอ๊อด พัฒน์พงษ์ มายาพันธ์ ก็โดนจับด้วย เรียกว่าถูกจับทั้งโครตเหง้า จากนั้น ก็แกล้งปล่อยข่าวว่า คุณพลมอบเงิน 200 ล้านบาทเป็นค่าทำขวัญแก่อ๊อด บอกว่าเงินนั้นมาจากสำนักทรัพย์สินส่วนประธาน แม้ว่าความเป็นจริง ลุงพลตอนนั้นจะตายห่าแล้ว และในความเป็นจริง อ๊อดไม่ได้เงินแม้แต่สลึงเดียว ไม่พอ ยังมีการพรากลูกจากแม่ และที่สำคัญ จับอ๊อดขังในบ้านราชบุรี จับโกนหัวเป็นอองซานซูจีน แถมทำบ้านพังเละเทะ เอาป้ายไปติดว่า จงอยู่อย่างพอเพียง หลอนไหมละคะ…ตกลงหย่ากัน ชาวบ้านคิดว่าจบด้วยดี ที่ไหนได้ อ๊อดหนีไม่ทัน ไม่เหมือนปอร์เช่ มันเป็นกงกรรมกงเกวียน เพราะอ๊อดเคยทำกับปอร์เช่มาก่อน ตอนนี้ อ๊อดถูกคิ้วตันทำบ้าง จากนี้ไป คิ้วตันคิดว่าทางของนางในการไปสู่ความเป็นเถ้าแก่เนี้ยคงจะปลอดโปร่ง ไม่ค่ะ ไม่… จากปี 2014 ไป การบริหารบริษัทตกอยู่ในมือไอ้ทุย ซึ่งมีแต่เสื่อมลง แต่คุณโอเลี้ยงไม่สนใจ ตราบใดที่สามารถคุมไอ้ทุยได้ เท่านั้นเป็นพอ…ต้นปี 2016 อยู่ดีๆ มีคนส่งรูปอ๊อดมาให้เย็นดู เป็นรูปครบเซ็ทที่เห็นคุณอ๊อดถูกโกนหัว ใส่ชุดชี เย็นเพิ่งเห็นจะๆ ก็คราวนี้ แล้วเย็นก็ปากไม่ดี เอาไปพูดต่อในเฟซบุ๊ค จนคุณโอเลี้ยงโกรธ ก็เลยส่งมือสังหารไก่แจ้มาข่มขู่ครอบครัวเย็น ช่วงนั้น เย็นมีโอกาสได้คุยกับไอ้เหลี่ยม ซึ่งไอ้เหลี่ยมได้เตือนว่า อย่าไปวุ่นวายกับคุณโอเลี้ยง เพราะคุณโอเลี้ยงเป็นบ้า แถมบอกดิชั้นด้วยว่า ปลายปี 2016 จะมีการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ นั่นคือเวลาของการขึ้นเป็นประธานบริษัทของคุณโอเลี้ยงมาถึงแล้ว และนั่นก็หมายความว่า คุณพลจะตายในเร็วๆ นี้…ปล: ภาพเย็นตอนพบกับคุณเหลี่ยมค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 18

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากการตบกันวันนั้นระหว่างอ๊อดกับคิ้วตัน เย็นรู้ทันทีว่า จุดจบของอ๊อดต้องมาถึง จะจบอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฝ่ายคุณนายปากแดง กลายมาเป็นอัมพฤกษ์ ต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ห้องเตียงคู่กับผัว เย็นมองย้อนหลังกลับไป จากการที่คุณพลสร้างบริษัทมาถึงขนาดนี้ สุดท้ายมันกำลังจะจบแบบพังทลาย ทั้งผัวเมียป่วยหนัก ลูกชายที่จะขึ้นเป็นประธานก็ไม่เอาไหน ลูกจ้างเริ่มหมดศรัทธาในครอบครัวคุณพล โดยเฉพาะหลังจากงานศพอีณัฏฐาที่ทำให้ลูกจ้างเสื้อแดงตาสว่าง ขณะที่ยามชุดล่าสุด ที่นำโดยไอ้ทุย กับเพื่อนซี้มัน อีหมูตะกละ ล้วนมีชื่อเสียงในทางเสีย เห็นทีบริษัทจะฉิบหายคราวนี้….ผู้จัดการหอยก็ต้องประสบปัญหารายวันที่ก่อกวนโดยลูกจ้างฝั่งลุงพล นั่งด่าอีหอยเสียๆ หายๆ บอกว่าโกง บอกว่าคอร์รัปชั่น โครงการต่างๆ ก็พุ่งเป้าไปที่คนต่างจังหวัด จนคนกรุงที่คิดว่าไม่ได้รับประโยชน์ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น คนกรุงกลุ่มนี้กลัวว่า ถ้าคนต่างจังหวัดมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางเหมือนกัน ตัวเองก็จะพูดเบียดเบียนผลประโยชน์ นี่คือเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวของคนกลุ่มนี้ ดังนั้น ไม่ว่านโยบายรถคันแรก จำนำข้าว หรือบริหารราคายาง ล้วนถูกต่อต้านเสมอ รวมถึงโครงการสร้างรถไฟส่งผักของอีหอยที่ถูกตีตกไปเหมือนกัน….และแล้ว อีหอยก็พลาด และพังเพราะพี่ชาย หลังจากพี่เหลี่ยมต้องหนีไปตั้งหลักที่ซาอุ ก็พยายามที่จะคืนดีกับครอบครัวลุงพล และถูกหลอกซ้ำซาก และครั้งนี้ก็ถูกหลอกอีก โดยไอ้เหลี่ยมถูกเชิญโดยไอ้ทุยให้มาดีลกันในเรื่องการนิรโทษกรรม เพื่อให้ทั้งเหลี่ยมเองและฝั่งของไอ้ทุยได้หลุดพ้นกันหมด นี่คือความเฮงซวยของบริษัทคุณพล คือทุกฝ่ายแม่งมีราคีทั้งนั้น เหลี่ยมเองก็มีประเด็นเรื่องนโยบายโหดกับลูกจ้างมุสลิมในภาคใต้ และนโยบายปราบยาเสพติด ทั้งสองนโยบายนี้ สังหารลูกจ้างเกือบ 6,000 คน ส่วนไอ้ทุยเองก็มีเรื่องการยิงกะโหลกลูกจ้างเสื้อแดง ดั้งนั้น ในชั้นนี้ การนิรโทษกรรมเหมาเข่งดูเหมือนจะทำให้ทุกคนรอด และไอ้เหลี่ยมก็ได้สัญญาณให้เดินเรื่องจากไอ้ทุย นั่นคือ การเสนอนิรโทษกรรมโดยอีหอยในรัฐสภา…เท่านั้นแหละ ลูกจ้างฝ่ายลุงพลและไอ้ทุย เอาประเด็นนี้มาตลบหลัง เย็นรู้แต่แรกแล้วว่า ไอ้ทุยมันไม่มีทางเอาด้วยหรอก เพราะมันรู้ว่า ยังไงมันก็รอดจากการสังหารลูกจ้างเสื้อแดง เพราะถ้ามันไม่รอด ครอบครัวคุณพลก็ไม่รอดเหมือนกัน ดังนั้น เย็นเห็นว่าไอ้เหลี่ยมตกหลุมครั้งใหญ่ โดยอีหอยตกกระไดพลอยโจร เพราะถูกตราหน้าว่า ต้องการผลักดันนิรโทษกรรมเพื่อเอาพี่ชายกลับบ้าน โดยไม่แคร์ว่า ลูกจ้างเสื้อแดงที่เคยสนับสนุนตัวเองนั้น และต้องเสียชีวิตไป จะรู้สึกอย่างไร เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ทั้งระหว่างฝ่ายลุงพลกับไอ้เหลี่ยม และระหว่างไอ้เหลี่ยมกับลูกจ้างเสื้อแดง….ดังนั้น เอาทุกอย่างมายำรวมกัน ทั้งนโยบายต่างๆ ของอีหอยที่ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่น ทั้งความพยายามนิรโทษกรรมพี่ชายตัวเอง ทำให้เกิดขบวนการล้มอีหอย ที่นำโดยลุงกำนันเผือก จากพรรคแมลงสาป นำพลลงถนน ก่อตั้งขบวนการที่เรียกว่า กปปส ย่อมาจาก กองกำลังปลดปล่อยสัตว์แห่งชาติ ขบวนการนี้เริ่มออกมาต่อต้านหอยรายวัน ทั้งด่าเรื่องนโยบาย ด่าเรื่องส่วนตัว สารพัดสารเพ ตัวเด่นๆ ตอนนั้นก็มีอีมูลลี่ ที่เป็นอดีตนักข่าวและเจ้าของฉายาเบบี้ออยส์ รวมถึงพระพุซซี่เสรี ที่เป็นพระเหี้ย ที่ออกมาร่วมเดินขบวนด้วย ในช่วงที่มีการเดินขบวนหนักๆ อีพระพุซซี่ถึงขนาดไปรีดไถเงินนักธุรกิจ และบุกยึดอาคารร้านค้า และสถานที่ราชการ ด้วยความเต็มใจของเหล่ายามทั้งหลายและไอ้ทุย…..เหตุการณ์เริ่มบานปลายช่วงปลายปี 2013 ที่กลุ่ม กปปส บุกยึดย่านเกย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิค จัดตั้งกองกำลังตรงนั้น ซึ่งถือว่าเป็นย่านธุรกิจด้วย เพื่อให้ธุรกิจเป็นอัมพาต มีการเกณฑ์เหล่าดารานักร้องออกมาโจมอีหอย มีการเกณฑ์กลุ่มอาชีพต่างๆ มาไล่ด้วย อาทิ กลุ่มหมอ เป็นต้น ถือป้ายด่าทอล้อเลียน เช่น หนีคนไข้มาไล่กะหรี่ อะไรแบบนี้ สาเหตุที่กลุ่ม กปปส โหมโรงหนักเพราะมาจากอาการป่วยของสองผัวเมียนั่นเอง ย้ำอีกที คนพวกนี้จะไม่ยอมให้คนของแซ่ชินเข้ามาดูแลการเปลี่ยนผ่านบริษัท จึงมีการเตรียมวางแผนที่จะล้มอีหอย เพื่อให้ไอ้ทุยเข้ามาจัดการเรื่องงานศพ เรื่องเปลี่ยนตัวประธานให้คุณโอเลี้ยงขึ้นแทน….ในระหว่างนี้ คุณโอเลี้ยงติดเมียใหม่มาก อีคิ้วตัน หลังจากงานตบที่เกิดขึ้นที่สนามบิน คุณโอเลี้ยงกำลังวางแผนไล่เมียอ๊อด ตอนหน้าจะมาเล่าว่าเป็นยังไงค่ะ…ปล: รูปนี้เย็นแอบไปดูม็อบของฝ่าย กปปส มาค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 17

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ไอ้หมีลงจากตำแหน่งผู้จัดการ ทันใดนั้นก็เปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ ไอ้เหลี่ยมที่ลี้ภัยอยู่ซาอุ รีบส่งตัวแทนน้องสาวสุดสวยคนสุดท้อง น้องหอย เข้ารับการเลือกตั้ง ลูกจ้างเสื้อแดงตื่นเต้น แต่ฝ่ายครอบครัวลุงพลยืนกำหมัด เตรียมจัดการกับอีหอยเหมือนที่เคยจัดการกับพี่ชายมันมาก่อน และในที่สุด อีหอยก็ทำสำเร็จ ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นผู้จัดการหญิงของกะลาแลนด์คนแรก แต่เส้นทางผู้จัดการของนางไม่ราบรืน เพราะเมื่อได้เป็นผู้จัดการปุ๊ป น้ำก็ท่วมกรุงทันที นังนี่เป็นตัวซวย…เย็นแอบได้ยินป้าปากแดงคุยกับหัวหน้ายาม ไอ้ทุย ว่าจะทำอย่างไรที่จะจัดการอีหอย ทั้งๆ ที่อีหอยเพิ่งชนะการเลือกตั้ง ป้าปากแดงกังวลใจ เพราะในปี 2011 ลุงพลอากาศทรุดลงเรื่อยๆ การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานอาจจะเริ่มได้ทุกเมื่อ และแม้ว่าแม่จะรักลูกโอเลี้ยงแค่ไหน แต่การที่มีข่าวว่าลูกโอเลี้ยงไปสนิทกับครอบครัวของไอ้เหลี่ยม ทำให้คุณนายปากแดงต้องกำจัดปัญหาแต่ต้นลม นั่นคือการกำจัดอีหอย เพื่อปูทางให้กลุ่มยามจากเสือตะวันออกขึ้นมาดูแลการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้…ที่เย็นได้ยินวันนั้นคือ อีป้าปากแดงสั่งให้ทุกฝ่ายยืดเยื้อปัญหาน้ำท่วม เพื่อใช้น้ำท่วมกำจัดอีหอย มีหลายกระบวนการค่ะ เย็นได้ยินว่า หน่วยงานต่างๆ ของบริษัทต้องห้ามร่วมมือกับอีหอยในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ดังนั้น อีหอยจึงไม่ได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานครเลย ไม่ได้รับจากกรมชลประทาน หรือข้าราชการต่างๆ คอยทำตัวเป็นอุปสรรคด้วยซ้ำ ในกลุ่มยาม ในอดีตเคยออกมาช่วยเรื่องการระบายน้ำ แต่คนพวกนี้ก็เพิกเฉย มิหนำซ้ำ ยังสั่งให้มีการเปิดเขื่อนปล่อยน้ำหลากลงมา จนระดับน้ำยากที่จะควบคุม ตอนนั้นเย็นนึกว่าอีหอยจะไปซะแล้ว แต่มันก็ยังรอด แถมเวลามันลงไปตรวจงาน เห็นมันใส่บูธกันน้ำของ Burberry โอ้ย คุณนายปากแดงโกรธมาก….ในบรรดาครอบครัวนี้ ก็มีลูกนักจดที่ใช้วิชาการทูตเก่งกว่าคนอื่น แต่อย่านึกว่านางง่ายหรือไร้พิษสง เพียงแต่นางร้ายลึกและยากจะจับผิดได้ อย่างตอนน้ำท่วมที่มีคนด่าอีหอยมากมาย นักจดเป็นคนออกมาบอกว่าเห็นใจหอย และบอกด้วยว่า น้ำท่วมเมืองกะลาทุกปี นางเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาเรื่องรั้ง ไอ้ความร้ายลึกของนางยังคงหลอกพวกนีโอสลิ่มได้อย่างดี…ผ่านวิกฤตตรงนั้นไปได้ อีหอยก็เริ่มได้ความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะจากลูกจ้างเสื้อแดง ยิ่งอีหอยเด่น ฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งแกล้ง ใส่ร้ายอีหอยสารพัด ตั้งแต่ตั้งฉายาเลวๆ ให้ อาทิ อีกะหรี่ อีแรด เป็นต้น ถึงขนาดใส่ความว่าเอาเวลาราชการลากผู้ชายไปกินที่โรงแรมม่านรูดมดอินน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง แม้ว่าความจริง ครอบครัวของคุณพลต่างหากที่ลากผู้ชายมากินถึงในวัง โอ้ย เย็นเห็นมาหมด ตอนที่อีหอยเดินทางไปร่วมการประชุมที่ไหหลำ และได้ฟ้องประชาคมโลกว่า นางถูกรังแกและไทยไม่เป็นประชาธิปไตย โอ้ย อีนักวาดการ์ตูนที่ชื่อ ชั่ว สารพัด เขียนด่าอีหอยว่า กะหรี่เร่ขายตัว หญิงชั่วเร่ขายชาติ ขนาดเย็นอยู่ฝ่ายคุณพล ฟังด่าแบบนี้แล้วเย็นยังเจ็บใจแทน ในบ้านคุณพลโกรธมากขึ้น เพราะด่าอีหอยเท่าไหร่ มันก็ไม่เคยด่ากลับ มันเก็บความรู้สึกได้ดีจริงๆ….ขึ้นปี 2012 นั่นคือปีสำคัญอีกปี ทุกคนรู้ คนไทยรู้ ป้าปากแดงชอบเล่นไพ่โต้รุ่ง โอ้ย เล่นสารพัดเมื่อก่อน น้ำเต้าปูปลา ไฮโล เล่นไพ่แก้ผ้าราดเบียร์ นางก็เล่นมาแล้ว นางชอบเล่นเวลาดึกๆ ไปจบเอาเช้า แล้วนอนตื่นบ่ายจนตะวันแทงตูด นางถึงตื่นจากบรรทม แต่คืนนั้น มันเกิดเรื่องร้าย นางเล่นไพ่กบดำกบแดง นางเสียทุกเกม เปลี่ยนไปเล่นป๊อกเด้ง นางก็ถูกแดกสามเด้งแล้วต้องจ่ายรอบวง นางเครียด ระหว่างกำไพ่ในมือ นางล้มหน้าคว่ำ ไถลออกจากเก้าอี้ หัวไปชนกับตู้เย็น กรี๊ดดดดดด นางเป็นอัมพฤกษ์…ข่าวนางเป็นอัมพฤกษ์ถูกปิดเงียบ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ความไม่มั่นคงมันเลวร้ายกว่านั้น ไอ้ทุยก้าวขึ้นมาคุมสถานการณ์เอง เพราะเห็นว่าทั้งคุณพลและเมียไม่อยู่ในอาการที่ปกครองบริษัทได้อีก แผนการล้มตำแหน่งผู้จัดการของอีหอยก็เริ่มตั้งแต่บัดนั้น เอาจริงๆ เย็นว่าครอบครัวคุณพลกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ทั้งผัวและเมียป่วย อีเปรมิกาก็แย่ ส่วนลูกชายโอเลี้ยงก็ไม่สนใจบริษัท เพราะไปติดแอร์ที่ทำงานนกแอร์ ในโอกาสแบบนี้ สามเซียนเฒ่า ได้แก่ เปรมิกา อานันทา และสิทธา ได้ไปพบเจ้าของบริษัทอเมริกันที่ไทย ไปแอบเม้าท์เรื่องคุณโอเลี้ยง แล้วบอกว่า บริษัทจะไปรอด ถ้านักจดขึ้นมาเป็นประธานเอง โอ้มายก้อด เมื่อไอ้นักข่าวฝรั่งขี้เมามันเอาโทรเลขของผู้จัดการอเมริกันที่รั่วออกมาเปิดเผย โอเลี้ยงโกรธมาก โดยเฉพาะโกรธอีเปรมิกา ซึ่งต่อมา การแก้แค้นได้เกิดขึ้นตอนคุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นประธาน…พูดถึงคุณโอเลี้ยง เรื่องครอบครัวก็ยังฉิบหาย การไปติดอีคิ้วตันทำให้โอเลี้ยงอยากเลิกกับอ๊อด แม้จะมีลูกด้วยกันก็ตาม อ๊อดยังไม่เก็ตว่าผัวเบื่อ ยังคิดว่ามีลูกด้วยแล้ว ยังไงก็ได้ตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ย คงลืมไปว่า ตัวเองก็เคยถีบอีปอร์เช่ออกไปจากตำแหน่ง แม้เค้าจะมีลูกด้วยกัน 5 คน นี่คือกงกรรมกงเกวียนของจริง เมื่ออ๊อดรู้ว่าผัวไปติดอีคิ้วตัน นางไปดักเจอผัวกับเมียใหม่ที่สนามบิน เมื่อเมียใหม่เดินออกมาจากเครื่อง อ๊อดโผไปตบหน้าอีคิ้วตัน จิกหัว แล้วเอาถาดอาหารของนกแอร์ฟาดที่กกหู คุณโอเลี้ยงเข้ามาห้าม ก็โดนลูกหลงด้วย ตายแล้ว เย็นเห็นเหตุการณ์ที่สนามบิน เย็นกลัวแทน กลัวว่า อีอ๊อด มึงต้องโดนเก็บแน่ๆ….ปล: รูปของเย็นที่สนามบิน ตอนเค้าตบกันเสร็จแล้วค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 16

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ดิชั้นเตือนป้าปากแดงว่า อย่าไปงานศพนังณัฏฐา แต่ด้วยแรงยุของน้องถั่ว ในที่สุดก็ไป จึงกลายมาเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะลูกจ้างเสื้อแดงโกรธป้าและครอบครัว เพราะป้าไม่มีความเป็นกลาง เข้าข้างสลิ่ม จนกลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ มิหนำซ้ำ ป้ายังกล่าวชมณัฏฐาว่า เป็นเด็กดี รู้จักปกป้องครอบครัวท่านประธาน โอ้ย พลาดมากๆ ซึ่งตอนแรก ป้าปากแดงยังไม่รู้ว่าพลาด ยังคิดว่าตัวเองเป็นเมียเจ้าของบริษัท จะทำห่าอะไรก็ได้ แต่ต่อมาเมื่อความขัดแย้งมันบานปลาย จึงคิดได้ว่านั่นคือการตัดสินใจที่ผิด….ผ่านมาปี 2010 ลูกจ้างเสื้อแดงยังเรียกร้องให้ผู้จัดการไอ้หมี ลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้จัดการคนใหม่ แต่มันไม่ยอม จึงมีการจัดตั้งขบวนการเสื้อแดงขึ้น ปักหลักประท้วงไอ้หมี จนในที่สุดก็ได้รับไฟเขียวจากคุณพลและป้าปากแดงให้สังหารโหดผู้ชุมนุม ขณะนั้น แม้คุณพลนอนเกือบจะตายห่าในโรงพยาบาล ก็ยังสั่งการได้ โดยมีป้าปากแดงเป็นผู้รับคำสั่งผัวไปสั่งกับยามอีกต่อนึง ตอนนั้น บทบาทของอีเปรมิกาก็ลดลงไปตามความป่วยของคุณพล จนชาวบ้านเดากันว่า ใครจะตายก่อนกันระหว่างคุณพลกับอีเปรมิกา….วันนั้น เดือนพฤษภาคม 2010 จึงมีคำสั่งให้ยิงกราดลูกจ้างเสื้อแดง ยิงกะโหลกด้วยสไนเปอร์ ทั้งจากรถไฟฟ้า และจากตึกชาญฟรีด้อม ที่เปิดทางให้ยามขึ้นไปยิงลูกจ้างบนดาดฟ้า อีครอบครัวชาญฟรีด้อมมันเกี่ยวโยงกับบ้านของคุณพล โอ้ย เย็นมีเรื่องเล่ามาก ไว้วันหลังค่อยมาเล่า เรื่องการที่ลูกชายไอ้ชาญมันฮุบสมบัติทั้งหมดจากพี่น้องต่างแม่ของมัน โดยการทำพินัยกรรมปลอม แต่เอาล่ะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน กลับมาที่ลูกจ้างเสื้อแดง ในที่สุด ถูงยิงตายไปเกือบร้อย บาดเจ็บมากกว่า 2 พัน เมื่อสลายผู้ชุมนุมได้ ความเหี้ยของครอบครัวนี้และของยาม คือการจุดไฟเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง เพื่อเป็นการโยนความผิดให้ลูกจ้างเสื้อแดง เพราะหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น ยามจะถูกด่าอย่างเดียว แต่ถ้ามีการเผาห้าง มันจะได้ปัดความสนใจจากการสังหารคน ไปสู่การทำการก่อการร้ายโดยการเผาห้างนั่นเอง อย่าลืมว่าการเผาห้างที่มีระดับความเสียหายขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่สามารถทำได้ด้วยไม้ขีด 2-3 ก้าน แต่มันต้องมาจากการวางเพลิงที่เชี่ยวชาญ อย่าลืมนะคะ เผาห้าง ไม่ใช่เผาบ้านกงเต๊กไปให้อีเปรมิกา…ที่น่าเจ็บใจกว่านั้น นอกจากลูกจ้างเสื้อแดงตายแล้ว ที่เหลือยังถูกใส่ร้ายว่าเผาบ้านเผาเมือง โดยในเวลาต่อมา น้องถั่วได้ไปออกรายการอู้ดดี้เกิดมาตอแหล ในระหว่างรายการ น้องถั่วก็ด่าลูกจ้างเสื้อแดงว่า การเผาแบบนี้ มีส่วนทำให้คุณพลป่วยหนักไปอีก การเผาแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเกิดจากฝีมือพม่าที่เผากรุงลงกา แต่ครั้งนี้ เป็นการเผาโดยฝีมือคนไทยด้วยกันเอง พูดจบ ก็เรียกอีอู้ดดี้มาแย่งอาหารหมา โอ๊ย เย็นดูรายการนี้แล้วโกรธ อยากตบทั้งคนทั้งหมา อีดอกทอง….ก็ผ่านไปอย่างนั้น ผ่านไปอย่างที่ไอ้ผู้จัดการหมีไม่ต้องรับผิดชอบห่าอะไรทั้งสิ้น แต่ความชอบธรรมของมันก็ลดไปตามลำดับ ในส่วนของครอบครัวคุณพล ลูกจ้างเสื้อแดงเกลียดมากขึ้น ถึงขนาดแอบไปพ่นสีสเปรย์ตามสถานที่ต่างๆ ว่า ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง ส่วนเรื่องการเผาห้างตั้งฮั่วเซ็ง ต่อมามีการพิพากษาว่าไม่เกี่ยวกับลูกจ้างเสื้อแดง แต่มันกลายมาเป็นวาทกรรมไปแล้ว วาทกรรมที่อีพวกสลิ่มมันใช้ด่าคนเสื้อแดง รวมถึงการเรียกคนพวกนี้ว่าควายแดง….ในช่วงปลายปี 2010 ผี PAD หรือกลุ่มพันธมิตร กลับมาหลอกหลอนไอ้หมี หลังจากเจ็บใจที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลยในรัฐบาล ก็เอาประเด็นเขาพระวิหารที่เคยเล่นงานคุณสมาน มาเล่นงานไอ้หมี โดยการส่งคุณมานะ หลงความคิด ไปด่าเขมรที่ชายแดนเรื่องเขาพระวิหาร และยั่วยุให้เขมรจับตัวไป เพื่อจะได้สร้างความวุ่นวายให้กับบริษัทของไทย และก็ถูกเขมรจับไปจริงๆ แต่สุดท้าย ไอ้หมีก็ไม่ได้ช่วยมานะ ปล่อยให้ติดคุกขี้ไก่หลายปีที่พนมเปญ แต่ผลที่ตามมาคือการเกิดสงครามครั้งใหญ่ในปี 2011 ถึงขนาดอาเซียนต้องเข้าแทรกแซงเพื่อยุติการสู้รบดังกล่าว….มาถึงตอนนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า มันเกิดวิกฤตความชอบธรรมที่รุมเร้า ตั้งแต่ลูกจ้างเสื้อแดงตาย ห้างถูกเผา และเกิดสงครามกับกัมพูชา พรรคแมลงสาปอยู่ไม่รอด น่าสมเพชพรรคเหี้ยนี้ มันคือของเล่นของชนชั้นปกครอง ถ้าเค้าต้องการมึง เค้าก็เรียกใช้ ถ้าเค้าไม่เอามึง ก็เขี่ยมึงทิ้ง และเมื่อมาถึงปี 2011 เค้าก็เขี่ยมึงทิ้งจริงๆ จนต้องยุบสภาและให้มีการเลือกตั้ง ตอนหน้าจะมาเล่าค่ะ ว่าบริษัทของเราได้เข้าสู่อีกยุคใหม่ ที่จะมีผู้จัดการหญิงเป็นคนแรก นั่นคือ น้องหอย รวมถึงอาการล้มเจ็บของป้าปากแดงระหว่างเล่นกบดำกบแดงค่ะ….ปล: รูปหมาน้องถั่วที่ถูกอีอู้ดดี้แย่งอาหารค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 15

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ช่วงปี 2007/2008 คุณโอเลี้ยงดูเหมือนจะครอบครัวลงตัว คือเมียอ๊อด ที่คลอดลูกน้องขนมปัง จากการทำการผสมเทียมและอบในตู้ หลายๆ คนคิดว่า น้องขนมปังจะได้เป็นประธานในอนาคต แต่น้องขนมปังก็มีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางสมอง ซึ่งทั้งพ่อและแม่ไม่ยอมรับว่าน้องเป็นออทิสติค พอไม่ยอมรับก็ไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกที่ น่าสงสารน้องขนมปัง ในโอกาสการคลอดลูกคนใหม่ คุณโอเลี้ยงให้สัมภาษณ์สื่อบอกว่า พอแล้ว ผมพอแล้ว เรื่องครอบครัวผมจะหยุดแค่นี้ เพราะผมมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว บอกตรงๆ เย็นอยู่ในการสัมภาษณ์นั้นด้วย เย็นรู้ทันที่ว่าคุณโอเลี้ยงตอแหล…ที่รู้ว่าตอแหลเพราะคุณโอเลี้ยงเริ่มคบกันนังคิ้วตัน ที่เป็นแอร์ของนกแอร์ เพราะการที่เดินทางบ่อย เลยได้เจอกับน้องคิ้วตัน ใครจะเชื่อว่า นังคิ้วตันคนนี้แหละที่จะได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยบริษัทในเวลาต่อมา และตอนนั้น เมียอ๊อดก็เริ่มรู้ชะตากรรมตัวเอง แต่อ๊อดไม่เก่งเท่าปอร์เช่ ที่รู้ว่าเวลาไหนต้องหนี กลับยังทนอยู่เพราะคิดว่าจะเอาชนะใจผัวได้ เรื่องมันต้องจบไม่สวยแน่ๆ เย็นรู้…ทางด้านน้องถั่ว อันนั้นยิ่งไปกันใหญ่ ด้วยความที่นางเป็นคนขี้หึงหวง ก็ชวนหาเรื่องทะเลาะกับคุณชาญชัยตลอด และชอบลงไม้ลงมือ ทีนี้ คุณชาญชัยก็ได้แต่ปัดไม้มือเพื่อป้องกันตัว แต่ดังพลาด ทำให้น้องถั่วหกล้ม จนทำให้ขาหัก น้องถั่วรีบฟ้องพี่ชายทันที คุณชาญชัยตกใจ เพราะรู้สรรพคุณของพี่ชายโอเลี้ยงว่าป่าเถื่อน เลยหนีไปพักอยู่ที่กุฏิหลวงตามหาโลตัส แต่เรื่องก็จบอย่างโศกนาฏกรรม เมื่อคุณโอเลี้ยงได้สั่งให้ยามคู่ใจ ไอ้ไก่แจ้ พาพวกไปถล่มกุฏิของท่านโลตัส เพื่อลากตัวไอ้ชาญชัยมาลงโทษ ทีนี้และ มีการตบตีชกต่อยกันชุลมุน ท่านโลตัสพยายามจะเข้ามาห้าม แต่โดนลูกหลง โดยถูกด้ามปืนฟาดไปที่หน้า หัวขมำฟาดพื้น ตายห่าในเวลาต่อมา….เมื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ถั่วรู้สึกผิด เลยไปเยี่ยม และเมื่อตาย ก็ไปนั่งร้องไห้หน้างานศพทุกวัน แต่ต่อมาค้นพบว่า มีทองคำจำนวนมากซุกอยู่ในโอ่งหลายใบที่กุฏิของท่านโลตัส ก็เจ็บใจที่ถูกหลอกเรื่องการทำบุญมาตลอด เลยยึดทองเอาไปเลย ส่วนผัวชาญชัย โดยไอ้ไก่แจ้ซัดจนน่วน ถูกกระทืบไม่ยั้ง และถูกจับกร้อนผม บังคับให้บวชไม่สึกที่นครศรีธรรมราช… เรื่องนี้ถูกปิดเงียบจากสาธารณชน เย็นว่าก็ตลก ตอนเป็นผัว ก็เอาออกมาโชว์หรา พอเลิกกับเค้า ก็ทำเป็นไม่เกิดอะไรขึ้น บ้านนี้แม่งเพี้ยนฉิบหาย…ด้านการเมือง หลังจากจัดให้มีการเลือกตั้ง ใครจะเชื่อว่าไอ้เหลี่ยมมันสามารถชนะการเลือกตั้งได้โดยผ่านคุณสมาน อีคุณสมานจริงๆ เคยสนิทกับคุณพลมาก่อน และมีส่วนรู้เห็นในการสังหารลูกจ้างนักเรียนที่โรงเรียนปรีดา แต่ตอนนี้ย้ายค่ายมาอยู่กับไอ้เหลี่ยมและชนะการเลือกตั้ง โอ้ย ไอ้จิ้มลิ้มโกรธมาก เพราะมันคิดว่ามันกำจัดศัตรูไปได้แล้ว เลยรีบโทรศัพท์ไปหาป้าปากแดง ว่าจะหาวิธีจัดการกับไอ้สมาน คือจะเอาให้ตาย ป้าปากแดงบอกว่า ถ้าทำให้ตายได้จะให้รางวัลเป็นเบียร์อีกหนึ่งลัง อร้ายยยย….นั่นจึงเป็นที่มาของการใช้ประเด็นวัดที่โคกหนองนา ที่เรามีพรมแดนติดกับกัมพูชา มาเป็นตัวขับเคลื่อนไล่อีสมานออกจากตำแหน่งผู้จัดการ เพราะคุณสมานไปช่วยเขมรทำแคมเปญที่วัดโคกหนองนาให้เป็นมรดก UNESCO ไอ้จิ้มลิ้มมันใส่ร้ายว่า คุณสมานต้องการยกบริษัทให้เขมร เลยมีการประท้วงใหญ่ แต่สาเหตุจริงๆ ที่คุณสมานต้องลงจากตำแหน่งเพราะเค้ามีรายการตำส้มตำทางโทรทัศน์ คือระหว่างเป็นผู้จัดการ ก็ปลีกเวลาไปตำส้มตำโชว์ จนถูกกล่าวหาว่าผลประโยชน์ทับซ้อน เลยต้องลงจากตำแหน่ง…แต่ไอ้เหลี่ยมไม่ยกเลิกความตั้งใจ ได้ส่งคุณสมศักดิ์ พี่เขย ขึ้นเป็นผู้จัดการแทน โอ้ย อีจิ้มลิ้มดิ้นใหญ่ เลยเรียกพวกพ้องไปปิดสนามบินเป็นเวลาอาทิตย์นึง ระหว่างนั้น ที่สนามบินก็มีการทำอาหารร้องเพลงเต้นรำ จนคุณกษัส ออกมาบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ ไงละมึง แต่ก็ล้มคุณสมศักดิ์ไม่ได้ เลยกล่าวหาว่า คนของคุณสมศักดิ์โกงการเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้พรรคล่ม เปิดทางให้พรรคแมลงสาปเข้ามาตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของคุณ หมี (ชื่อเต็ม หมีน่าฮัก) เป็นผู้จัดการคนใหม่…..นี่คือปี 2008/2009 ซึ่งเป็นปีที่คุณพลเริ่มป่วยหนัก เพราะโรคติดบุหรี่ จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เรียกว่าเปลี่ยนโรงพยาบาลกลายเป็นวังไปเลย นับตั้งแต่เวลานี้ไป ยุคของคุณพลใกล้หมดเข้ามาเต็มที่ พวกยามเริ่มกลัวว่า หากคุณพลตาย และคุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นผู้จัดการ ตัวเองจะซวยกันหมด จึงมีความพยายามกันนักจดให้เป็นผู้จัดการคนใหม่ ขณะเดียวกัน คุณนายปากแดงเริ่มเข้ามาวุ่นวายในบริษัทมากขึ้น เหตุเพราะผัวป่วย ความวุ่นวายคือ การเตรียมทำรัฐประหารเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจไปด้วยดี โดยใช้มือของเสือตะวันออก ตอนนั้นมีไอ้ทุยเป็นผู้นำ ไอ้ทุยนี่แหละต่อมามันได้มาเป็นผู้จัดการหลายปี…อีเรื่องที่ป้าปากแดงทำก็คือ การไปงานศพอีณัฏฐา อีมือระเบิดปิงปอง ควงอีถั่วไปด้วย จนทำให้ลูกจ้างเสื้อแดงของไอ้เหลี่ยมไม่พอใจ กลายมาเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ ขณะเดียวกัน แผนการสังหารคุณสมานยังดำเนินต่อไป เมื่อคุณสมานไปเมืองนอก ดันเผลอไปทานข้าวเหนียวมะม่วงชาววังที่ทำโดยผู้จัดการของบริษัทที่วอชังตัน ดีซี โดยใช้ยาพิษแบบเดียวกับที่ให้ ป กุ้งเผา และคุณเดชณรงค์กิน จนคุณสมานกลับมาตายที่ไทย ระหว่างป่วยและต้องเดินทาง ก็มีกลุ่มลอดช่องเสื้อเหลือง เข้าไปสนามบิน ไปถือป้ายด่าคุณสมานต่างๆ นานา คุณสมานเขียนจดหมายลาตาย เพราะรู้ว่าถูกวางยา ตัดพ้อว่าทำไมครอบครัวลุงพลต้องทำกับเค้าขนาดนี้….เดี๋ยวมาต่อค่ะ รูปที่เห็นคือคุณชาญชัยตอนอยู่นครศรีธรรมราช

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 14

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

นางปอร์เช่ถูกถีบออกไปในที่สุด จากนั้นนางก็พาลูกน้อยหอยสังข์ทั้ง 4 ไปตั้งรกรากที่ฟอร์ริด้า และถูกตัดขาดจากเมืองไทย ในสายตาของอีแม่ผัว อีปอร์เช่คือตัวร้ายที่สุด และยิ่งมารู้ว่า มันขโมยสร้อยมุกและบลูไดมอนด์ไปด้วย ยิ่งโกรธ ด้วยความโกรธนี้ นางเลยไฟเขียวลูกชายให้แต่งานกับอีอ๊อด นักร้องวิลล่าคาเฟ่ พอเต็มปุ๊ป อ๊อดก็ขอให้ผัวไปแก้หมัน เพราะปอร์เช่มันสั่งให้ผัวไปทำหมันก่อนหน้านี้ พอแก้ปุ๊ป ก็มีลูกปั๊ปทันที…..ด้านน้องถั่ว ช่วงแรกชีวิตคู่กับชาญชัยไปกันด้วยดี ทั้งคู่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาโลตัส และไปทำบุญบ่อย โดยที่ไม่รู้ว่า การที่สองคนไปและนำพุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญได้มากขึ้น จะเป็นช่องทางให้วัดยักยอก และมีการเก็บส่วยที่ยักยอกในรูปของทองคำ นังถั่วมารู้เอาตอนหลังเลยแก้เกมคืนโดยการยึดทองทั้งหมด หลังจากที่ท่านมหาโลตัสตายห่า…ทางด้านการเมือง ตอนแรกๆ ผ่านไปได้สวย เพราะคุณพลยังรักษาอำนาจไว้ได้ และแม้ได้รับผลกระทบจากต้มยำกุ้ง แต่ก็รอดพ้นเพราะเอาภาษีของลูกจ้างมาประกันสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธานคือ การมาเป็นผู้จัดการใหม่ของหน้าเหลี่ยมนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัย เพราะพี่เหลี่ยมเค้าอวยคุณพลทุกวัน แต่ทีนี้ พี่เหลี่ยมก็ต้องการสร้างความนิยมเหมือนกัน โดยต้องการเอาชนะใจลูกจ้างในต่างจังหวัด วิธีก็คือ เอาพวกเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ที่ตัวเองค้าขายอยู่ ขนไปแจกอีพวกลูกจ้าง จนกลายเป็นนโยบายประชานิยม เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกจ้างมาก ตรงนี้แหละที่คุณพลเริ่มเห็นว่าคุณเหลี่ยมเป็นคู่แข่งคนสำคัญ…การที่หน้าเหลี่ยมได้รับความนิยมแบบนั้น ทำให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง ได้กลับมาเป็นผู้จัดการอีกรอบ อันนี้ ยิ่งทำให้คุณพลโกรธ มันมีการเสนอข่าวคุณเหลี่ยมไปเยี่ยมลูกจ้างในเขตธุรกันดาน แล้วลูกจ้างนั่งกับพื้น โบกธงชาติไทย โอ๊ย ดิชั้นอยู่กับคุณพลตอนนั้น คุณพลร้องกรี๊ดเลยค่ะ แล้วอุทาน “ไอ้ฉิบหาย มากเกินไปแล้วมึง” เย็นรู้ทันทีว่า จากนี้ไปจะต้องเกิดสงครามใหญ่ระหว่างคุณพลและคุณเหลี่ยม แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง…คว่ำวันนั้น หน้าร้อน ปี 2005 คุณนายปากแดงเรียกเย็นเข้าไปในห้อง บอกให้เย็นโทรเรียกไอ้เจ๊กจิ๊กโก๋ มันชื่อไอ้จิ้มลิ้ม บอกว่า คุณนายจะเลี้ยงข้าวมัน เพื่อให้มันทำงานให้ชิ้นนึง แล้วสั่งเย็นว่า ให้เตรียมเบียร์เย็นๆ ไว้ลังหนึ่งไว้รับไอ้จิ้มลิ้ม เสียดาย วันที่เค้ากินข้าวกันสองต่อสอง เย็นได้ไม่รับอนุญาตให้เค้าไปด้วย มาถูกเรียกอีกทีก็ตอนงานเลี้ยงจบแล้ว โอ้ย ห้องรับแขกเละเทะ เบียร์หกเต็มพื้น คุณนายปากแดงตัวเปียกไปทั้งตัว เย็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น นางไม่ตอบ…รู้แต่ว่า หลังจากวันนั้น ไอ้จิ้มลิ้มมันเริ่มจัดตั้งชบวนการเพื่อล้มไอ้เหลี่ยม มันได้ผ้าพันคอสีฟ้า ซึ่งเป็นสีโปรดของป้าแดง เอาไปผูกที่คอ แล้วจากนั้น มันก็เริ่มจัดการประท้วงคุณเหลี่ยม ปิดเมือง โดยมันขออนุญาตคุณป้าแดงให้ใช้สัญลักษณ์สีเหลืองและรูปภาพของคุณป้าและคุณพลเพื่อไปใช้ในการประท้วงไล่คุณเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังใช้มือของดารานักร้องที่คลั่งคุณพล ออกมาเป็นกำลังสำคัญในการขับไล่ครั้งนี้ด้วย สาเหตุของการขับไล่มี 2 ประการ คือการกล่าวหาว่าคุณเหลี่ยมคอร์รัปชั่น และการกระด้างกระเดื่องกับคุณพล….ในที่สุด วันที่ 19 กันยายาม 2006 ไอ้จิ้มลิ้มก็ทำสำเร็จ สร้างสถานการณ์ให้มีการยึดอำนาจ ทางด้านเมียปากแดงก็ร่วมมือกับผู้ประท้วง ทางด้านผัว คือคุณพล ก็ร่วมมือกับยาม ทำการยึดอำนาจ โดยในค่ำวันนั้น นางเปรมิกาเรียกหัวหน้ายาม มันชื่อไอ้บัง มาพบที่บ้านคุณพลเพื่อแจ้งเรื่องการยึดอำนาจ และคุณพลก็เซ็นลงนามในคำสั่งยึดอำนาจ เราจึงเห็นต่อมาที่ยามทั้งหลายออกมาประกาศการยึดอำนาจทางโทรทัศน์ ที่มีรูปผัวเมีย พลและปากแดงอยู่ด้านหลังของคณะยึดอำนาจด้วย แล้วทีนี้ คุณพลจะตอแหลต่อไปได้อย่างไรว่าไม่รู้เห็นกับการยึดอำนาจ….แต่เรื่องไม่จบเท่านี้ เพราะไอ้เหลี่ยม มันฆ่าไม่ตาย จะทำร้ายมันก็ครั้งก็รอด จนทำให้คุณพลปวดหัว การเอาผู้จัดการคนใหม่ขึ้นมา มันชื่อเที่ยง ชื่อมันมาจากการที่มันขโมยเขายายเที่ยงทั้งลูกไปเป็นของมัน คือไอ้เที่ยงมันมาเป็นผู้จัดการระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้ง ตอนนั้น ไอ้เหลี่ยมมันหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ก็ส่งคุณสมาน เชฟฝีมือดีแต่ปากหมา มาเป็นนอมินีทางการเมือง เดี๋ยวมาเล่าต่อค่ะ พร้อมเรื่องของคุณโอเลี้ยง แต่การเลิกลาของน้องถั่วกับผัว จนทำให้หลวงตามหาโลตัสตายห่า…ปล: รูปตอนที่เย็นถูกรับเชิญไปเป็นวิทยากรแฉคุณพลเรื่องยึดอำนาจค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 13

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากพีคของคุณพลเมื่อเกิดพฤษภาทมิฬ ครอบครัวคุณพลต้องประสบปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งยามเองที่ต้องลดบทบาท เพราะดันไปสังหารชนชั้นกลางที่ออกมาชุมนุม รวมถึงการเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่เศรษฐกิจไทยพังย่อยยับ อย่าลืมว่า คุณพลเป็นประธานที่รวยที่สุดในโลก และสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธานก็เป็นบริษัทที่รวยที่สุดในประเทศ ดังนั้น จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องเอาเงินออกมาช่วยบริษัทของคุณพล และชาวบ้านตาดำๆ ก็ไม่รู้เรื่องว่า เงินภาษีของตัวเองเอาไปค้ำจุนบริษัทส่วนตัวของท่านประธาน….วิกฤตต้มยำกุ้งยังไม่หนักใจ ลูกชายคนเดียว คุณโอเลี้ยงก่อเรื่องใหญ่ เพราะไปติดนักร้องค้าเฟ่ อีอ๊อด จนนำไปสู่การเลิกลากับปอร์เช่ แม้ว่าจะมีลูกด้วยกันถึง 5 คนก็ตาม โดยความเบื่อหน่ายมันเป็นเหตุผลหลัก แม้ว่าปอร์เช่จะพยายามหาผู้หญิงมาให้ผัวกินถึงบ้าน ส่วนใหญ่เป็นดารารุ่นน้องทั้งนั้น บางคนถึงขนาดถูกเอามาขังในบ้านถึงเดือนหนึ่งเพื่อสำเร็จความใคร่ของผัว เมื่อมีนายตำรวจคนหนึ่งเอาอีอ๊อดมาเสนอ คุณโอเลี้ยงก็รับไว้ สมัยนั้นก็มีฮาเร็มแล้ว และปอร์เช่นี่แหละที่เป็นคนดูแลฮาเร็ม แต่อ๊อดมันเก่ง เอาใจโอเลี้ยงได้ดี จนทำให้โอเลี้ยงพยายามถีบปอร์เช่ออกไป โดยการใส่ร้ายว่า ค้ายาเสพติด ส่วนเรื่องที่ปอร์เช่มีชู้กับยามแก่นั้น เป็นเรื่องจริง จึงกลายมาเป็นเหตุผลที่ชอบธรรมในการถึงปอร์เช่ออกไป….วิธีก็ป่าเถื่อน เอาเสื้อผ้าปอร์เช่มาเผาหน้าบ้าน ส่งแฟ็กซ์ไปสถานที่ราชการ เพื่อประนามปอร์เช่ ทีนี้เมื่อรู้ตัวว่าต้องหนี อีปอร์เช่ก็ร้าย ขนเครื่องเพชรของอีแม่ผัวปากแดงไปด้วย หนึ่งในนั้นมีเพชรสีน้ำเงินที่น่าจะมาจากซาอุ เพื่อเอาไปขายไว้เลี้ยงลูกและตัวเอง ก่อนหน้าที่จะหนีไป อีปอร์เช่ถูกคุณป้าปากแดงเรียกไปด่าสาดเสียเทเสีย ว่าเป็นตัวกาลกิณี ทำให้ครอบครัวของนางต้องพัง แถมยังด่าลามไปถึงลูกๆ ผู้ชายอีก 4 คนด้วย ในที่สุดก็หนีไปอังกฤษ แต่ด้วยความที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของพ่อที่ดี คุณโอเลี้ยงเลยแอบย่องไปอังกฤษ เพื่อไปลักลูกสาวคนสุดท้องมา ชื่อน้องกบ ดิชั้นตามคุณโอเลี้ยงไปอังกฤษด้วย และเป็นคนจูงน้องกบกลับมาไทยค่ะ จากนั้น ก็ถึงคิวของอีอ๊อดที่ได้ยกขึ้นเป็นเมียหลวง….ในขณะเดียวกับ ชีวิตน้องถั่วก็ถึงจุดเปลี่ยนผ่าน พอเลิกกับผัว ก็หันไปคว้าหมอมาเป็นผัวคนใหม่ เค้าไปเจอกับตอนทำบุญที่วัดหลวงตามมหาโลตัส จากนั้น คุณเชี่ยวชาญก็กลายมาเป็นผัวคู่ใจ ไปไหนไปกัน คอยจูงมือน้องถั่วเพราะนางเจ็บกระเสาะกระแสะ แต่คู่นี้ก็อยู่กันไม่นานค่ะ เดี๋ยวเย็นมาเล่าต่อว่าจะลงเอยอย่างไร ทางด้านพี่สาวคนโต ก็หลงไปอยู่ในแสงสี ความเป็นเซเลป ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความสามารถห่าอะไร เล่นหนังไม่ได้ ร้องเพลงไม่ได้ เต้นไม่เป็น ทำอาหารก็หมาไม่แดก ทำโครงการอิชิบังก็มีข่าวการคอร์รัปชั่น พังๆๆๆ….กลายเป็นว่า ลูกสาวนักจดกลับเป็นที่คาดหวังไว้มากที่สุด หลังจากมีการเปลี่ยนกฎให้ลูกสาวสามารถขึ้นเป็นประธานได้ มันก็สร้างความหวังให้ชนชั้นกลางกะลา ออกมาหนุนนักจดมาก เพราะชนชั้นนี้มันเกลียดโอเลี้ยง มันคิดว่าตัวมันเองเป็นคนดีมีจริยธรรม แล้วคุณโอเลี้ยงไร้ซึ่งจริยธรรม เอาจริงๆ เย็นขอด่าตรงๆ เย็ดแม่ พวกชนชั้นกลางนี่แหละค่ะ เหี้ยพอกัน ทีนี้ฝ่ายตรงข้ามนักจดก็ไม่ยอม เอาเรื่องส่วนตัวนางมาปูด มาปูดว่า นางเป็นเลสเบี้ยน และมีคู่ขาสองคน หนหนึ่งเป็นพี่สาวนักการเมืองที่เคยเป็นอดีตนายก อีกคนเป็นเจ้าของโรงพิมพ์หนังสือชื่อดังที่เชียงใหม่ แต่เรื่องนี้คนรู้ไม่มาก นางยังเก็บความลับได้เป็นอย่างดี…ส่วนหนึ่งที่คุณพลหวังมากจากลูกนักจดคือ การส่งนักจดไปเป็นทูตพิเศษเพื่อปูทางกับจีน แม้ท่านประธานจะเกิดที่สหรัฐและจะเป็นพันธมิตรสำคัญช่วงสงครามเย็น แต่คุณพลก็เห็นความสำคัญของจีน จึงส่งลูกสาวคนสุดที่รักไปเจริญสัมพันธไมตรี โดยนักจดต้องไปเรียนภาษาจีน เรียกการเชียนอักษรจีน ร้องเพลงจีน ซึ่งทั้งหมด ในที่สุดก็ทำไม่ได้ดี แต่ทำไมคุณพลถึงเห็นความสำคัญของการภักดีจีน นั่นเพราะว่า อำนาจส่วนหนึ่งของคุณพลมาจากนักธุรกิจและบริษัทขนาดใหญ่ที่ครอบงำโดยกลุ่มไทย-จีน อาทิ PC เป็นต้น จึงจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์นี้ไว้ เพราะคุณพลรู้ว่า นักจดจะทำได้ดีกว่าคุณโอเลี้ยง เพราะคนนั้นเค้าไม่สนอะไรนอกจากหี….ในขณะที่เกิดความวุ่นวายในบ้าน ทางการเมือง ก็มีนักการเมืองหน้าเหลี่ยมเริ่มหาเสียงอย่างหนักหน่วง แรกๆ ไอ้หน้าเหลี่ยมก็เป็นมิตรดีกับคุณพล อย่าเข้าใจผิดว่าเค้าเกลียดกันแต่แรก จริงๆ ตอนแรกรักกันด้วยซ้ำ เพราะคิดว่า หน้าเหลี่ยมจะมีส่วนช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ท่านประธาน ที่แน่ๆ ตอนนั้น หน้าเหลี่ยมก็ใช้เงินซื้อคุณโอเลี้ยงแล้ว โดยช่วยจ่ายค่าซ่อมบ้านให้ รวมถึงจ่ายค่าขนมให้บัวหลวงด้วย ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่า สักวัน ไอ้หน้าเหลี่ยมมันจะทำสถานะของท่านประธานพังฉิบหาย….มาต่อตอนหน้าค่ะ ปล: ภาพนี้เย็นถ่ายที่ลอนดอนตอนไปขโมยน้องกบกลับไทยค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 12

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

เปรมิกาอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการบริษัทนานถึง 8 ปี จนมีความพยายามจากพวกยามด้วยกันในการล้มตำแหน่งของนาง ความพยายามที่มีชื่อว่าเมษาหรรษา จนเมื่ออยู่ถึง 8 ปี จึงลงจากตำแหน่ง เปิดทางการให้มีการเลือกตั้งตำแหน่งผู้จัดการใหม่ ตอนนั้นคือปี 1988 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัท ในแง่การเมืองภายนอก สงครามเย็นใกล้จะสิ้นสุด ไม่นาน กำแพงเบอร์ลินก็จะพังทลาย และบริษัทโซเวียตก็จะแตกสลายเป็นบริษัทย่อยอิสระหลายแห่ง ในจุดนี้ หลายคนมองว่า ในที่สุด บริษัทอเมริกันก็ชนะสงคราม เมื่อมันเกิดความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกแบบนี้ จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในด้วย…นั่นคือการมาถึงของน้าชาย หรือชายชาติ ชาละวัน ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้จัดการคนใหม่ นักเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบทศวรรษ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อขึ้นมาเป็นผู้จัดการ ก็ประกาศนโยบายที่ก๋ากั่นมาก นั่นคือ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เปลี่ยนศัตรูในอินโดจีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ด้วยวิธีนี้เอง น้าชายยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งรับการเปลี่ยนแปลงที่มาจากภายนอก ได้ทั้งการค้า และได้ลดบทบาทยามอย่างมาก เพราะถ้าไม่มีสนามรบ มีแต่สนามการค้า พวกยามก็ตกงาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกยามมันถึงชอบสงคราม เพราะมันทำให้การตั้งงบยามมันมีความชอบธรรม การที่ยามทุกวันนี้มันอยากได้เรือดำน้ำ นอกจากกินเงินทอนแล้ว ยังต้องการคงสภาพของความไม่มั่นคงเอาไว้ เพื่อให้ความชอบธรรมกับบทบาทของมัน…ทีนี้ พอเปลี่ยนนโยบายนี้ ยามก็เครียด พอยามเครียด คุณพลก็เครียด เมื่อรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่มีอำนาจมากขึ้น อีเปรมิกา ซึ่งตอนนั้นได้รับตำแหน่งใหม่แล้ว เป็นประธานองคชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งให้คำปรึกษาแก่ลุงพล ได้สุมหัวกันวางแผนล้มผู้จัดการ คือน้าชาย ในที่สุด ก็ทำสำเร็จในปี 1991 โดยหัวหน้ายามที่ชื่อจินดามณี ตอนนั้น อีพวกลูกจ้างสลิ่มกรุงเทพ ยังไม่ออกมาประท้วง ทั้งๆ ที่ประกาศว่าตัวเองรักประชาธิปไตย จนกระทั่ง 1 ปีผ่านมา เมื่ออีจินดามณีประกาศตัวเป็นนายก จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวของสลิ่มกรุงเทพ ที่นำโดยอีลำยอง ศรีนวล จนนำไปสู่การปะทะกัน มีคนล้มตาย ถามว่าทำไมคนกรุงถึงเพิ่งออกมา แต่ไม่ออกมาตั้งแต่มีการล้มผู้จัดการในปีก่อน นั่นเป็นเพราะการตั้งตัวเป็นผู้จัดการของจินดามณีกระทบต่อผลประโยชน์คนกรุง คือพูดง่ายๆ ต่อให้บริษัทฉิบหายยังไง ถ้าไม่กระทบชนชั้นกลางกรุงเทพ พวกมันก็ไม่ขยับตูดออกมาประท้วงค่ะ…ทีนี้พอมีคนตาย ก็เข้าทางคุณพลอีก คุณพลมีนิสัยอย่างหนึ่ง แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานะที่ยุติความรุนแรงได้ แต่มักรอให้ความรุนแรงเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแทรกแซง เพื่อเป็นการพิสูจน์ต่อสาธารณชนว่า ตัวเองเข้ามายุติความรุนแรงจริงๆ เหตุการณ์ในปี 1992 พฤษภาทมิฬ ใครเกิดทันมั่งค่ะ ถ้าทัน คุณๆ ต้องเห็นการถ่ายทอดสดทางทีวี เมื่อคุณพลเรียกจินดามณีและลำยองมาที่บ้านพัก ส่วนคุณพลกับเมียปากแดงนั่งบนโซฟา อีกสองคนนั่นนั่งกับพื้น เป็นภาพที่ถ่ายทอดออกไป เย็นจำได้ คุณพลบอกให้เลิกทะเลาะกัน เราเป็นคนไทยเหมือนกัน อย่าเกลียดกัน โอ้ย ขนาดเย็นรู้ว่าทั้งหมดเป็นมายา เย็นยังอดร้องไห้ไม่ได้ คนทางบ้านดูต่างร้องไห้ระงม พร้อมร้องคำสรรเสริญว่า พ่อหลวงมายุติความรุนแรง นับจากนั้น คุณพลกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความมีเสถียรภาพของบริษัท นี่คือจุดพีคของอำนาจของคุณพล…แต่จากจุดนี้ จุดพีคมันค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อย หลังจากพฤษภาทมิฬ ชาวบ้านเกลียดยามมาก ทำให้ยามยุติบทบาทในบริษัท นำไปสู่ความสามารถของลูกจ้าง ในการร่างกฎบริษัทใหม่ ที่สำเร็จในปี 1997 ถือว่าเป็นกฎบริษัทที่ดีที่สุดจนถึงวันนี้ แน่นอน กฎปี 1997 มันถูกโยนทิ้งไปแล้วเมื่อมีรัฐประหารครั้งต่อไปในปี 2006…..ทศวรรศที่ 1990 มีความอ่อนไหวมาก นอกจากมันเป็นจุดพีคของคุณพลแล้ว มันยังเป็นทศวรรษแห่งประชาธิปไตย ไอ้กฎปี 1997 นั่นเองที่มันปูทางให้ไทยมีผู้จัดการคนใหม่ในปี 2001 มันชื่อไอ้หน้าเหลี่ยม แต่เดี๋ยวเย็นของมาเล่าค่ะ ตอนนี้กลับไปบ้านของคุณพลที่มีความวุ่นวายมากกว่าเดิม คือผัวเมียไม่ได้หลับนอนแล้ว แถมมีความลือว่าป้าแดงไปหลงรักยามที่ชื่อคุณซันนี่ ส่วนคุณบัวก็ไปหลงหลังดาราแก่รุ่นเดียวกันชื่อคุณหนุง ด้านคุณโอเลี้ยงนี่ไปกันใหญ่ คือยังอยู่กินกับปอร์เช่ แต่ก็ไปมีเมียใหม่คืออู๊ด เป็นอดีตนักร้องที่วิลล่าคาเฟ่ มันเป็นช่วงที่โอเลี้ยงระหองระแหงมาก มีการด่ากันทางโทรศัพท์ เบ็นแอบได้ยินหมด และต่อมาคลิปเสียงก็หลุดไปให้พวกลูกจ้างมันฟังขำๆ พี่รู้พี่มันเลว อิอิ…น้องถั่วเลิกกับผัว คุณยุทธชัย ก่อนเลิกก็ตบตีผัว จนผัวสู้กลับ แล้วเอาไปฟ้องพี่ชาย จนพี่ชายสั่งให้คนมาทำร้ายยุทธชัย และจับโกนหัว จนต้องเลิกกันในที่สุด ไม่นานนัก ถั่วก็ไปคว้าหมอมาเป็นผัว เจอกันตอนไปทำบุญที่วัดพระมหาโลตัส เดี๋ยวเรื่องนี้มาต่อค่ะ สุดท้าย ยังมีข่าวลือเรื่องโอเลี้ยงทะเลาะกับนักจด จนมีปากเสียงกัน รวมถึงการเอาปืนยิงกัน เย็นของยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แค่การใช้กำลังต่อกันนิดหน่อย แค่น้องนักจดแขนหักเท่านั้นค่ะ….เดี๋ยวมาต่อค่ะ ปล: รูปเย็นถ่ายไว้ตอนไปประท้วงที่งานพฤษภาทมิฬค่ะ เย็นไปกับซินแสชาญชัย อดีตอธิการบดีโรงเรียนปรีดา

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 11

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ในระหว่างที่คุณพลกำลังทำอาณาจักรของตัวเองให้เข้มแข็ง ด้วยความช่วยเหลือของนังผู้จัดการเปรมิกา ปัญหาในบ้านก็ไม่จบสิ้น ความสัมพันธ์กับเมียปากแดงก็ขาดสะบั้น เรื่องมาจากการสำเร็จโทษชู้ด้วยยาพิษ ซึ่งเรื่องนี้ (ตัดขาดความสัมพันธ์) ไม่มีใครรู้ จนกระทั่ง อีนักข่าวอเมริกันมาเขียนแฉในหนังสือ ประธานไม่เคยยิ้ม ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลกับเมียจึงเป็นเรื่องทางสังคมเท่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างครอบครัวสุขสันต์….ตอนนั้น บัวหลวงเลิกกับผัวแล้ว หอบของกลับมาจากซานดิเอโก้ เป็นความขมขื่นที่พ่อไม่อาจลืมได้ เพราะการส่งลูกไปอเมริกาตั้งแต่ตอนแรก ก็เพราะต้องการตัดความสัมพันธ์ระหว่างบัวหลวงกับนักร้องบ้านนอก ชาติ เมืองชล แต่ที่ไหนได้ กลับคว้าผัวฝรั่งกลับมา แล้วแถมยังมีเรื่องอื้อฉาวที่ไปพัวพันกันคดีแชร์แม้ชม้ายด้วย พอกลับมาไม่เท่าไหร่ ก็ไปตุกติกกับดาราชายที่ชื่อหนุง จนทั้งพ่อพลและแม่แดงต้องส่ายหน้า และไม่คืนยศให้ทั้งสิ้น…แต่ที่ปวดหัวกว่านั้นคือคุณโอเลี้ยง ถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 เป็นที่แน่ชัดว่า ชีวิตสมรสของเค้ากับน้องถั่งเช่าคงไปไม่รอด เพราะเค้ามีเมียอีกคนหนึ่ง อีปอร์เช่ เรียกว่ามีเมียซ้อนกัน ยังไม่พอ ยังแข่งกันมีลูก ขณะที่ถั่งเช่าคลอดลูกหญิง ภาริณี นังปอร์เช่คลอดลูกชายรัวๆ เหมือนโรงงานผลิตเสื้อโหล สร้างความโกรธแค้นให้คุณป้าปากแดงมาก เพราะเป็นการทำลายความฝันของการสร้างครอบครัวให้ลูกโอเลี้ยง ถึงขนาดที่คุณป้าปากแดงพยายามจะฆ่าลูกคนแรกของปอร์เช่ น้องอู๊ด โดยการโยนลงจากหน้าต่างตึกในขณะที่ยังแบเบาะ เรื่องนี้เย็นเคยเล่าไปแล้ว คุณอู๊ดมีแผลเป็นที่อยู่ที่หลังอันเกิดมาจากรอยกระจกบาดค่ะ โชคดีที่เด็กไม่ตาย….อีปอร์เช่มันแค้นมาก และจะเอาคืน โดยการดึงโอเลี้ยงมาไว้กับตัวเอง และยุให้ผัวหย่าถั่งเช่า ซึ่งตอนนั้น ผัวหลงปอร์เช่มาก เลยทำเรื่องหย่า ซึ่งทั้งคุณพลและคุณป้าปากแดงไม่ยอม เพราะคนจะเป็นประธานคนใหม่ต้องไม่มีความมัวหมองในเรื่องครอบครัว จึงรั้งเอาไว้ แต่ยิ่งรั้งยิ่งพัง เพราะโอเลี้ยงทำเรื่องฟ้องหย่า โดยให้เหตุผลว่า ถั่งเช่าไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางเพศได้ ในที่สุดก็ต้องปล่อยไป เพราะรั้งไม่อยู่ เป็นความโกรธแค้นของพ่อต่อลูกชาย การแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ มอบยศให้ลูกสะใภ้ถั่งเช่าด้วยตำแหน่ง “แม่ของหลาน” และยังให้มีการแก้กฎบริษัทให้ผู้หญิงสามารถขึ้นเป็นประธานได้ เย็นเห็นว่ามันเป็นการขู่คุณโอเลี้ยงเท่านั้น เพราะเอาจริงๆ คุณพลก็ยังสนับสนุนนโยบายชายเป็นใหญ่อยู่ดี…จากนั้น จึงยอมให้มีการแต่งงานระหว่างโอเลี้ยงกับปอร์เช่ แต่เป็นงานไม่ใหญ่ เพราะไม่อยากให้เอิกเกริก ด้านปอร์เช่คิดว่าตัวเองจะได้ขึ้นเป็นเมียประธาน เลยแสดงอำนาจเต็มที่ เมื่อมีคุณป้าทิพย์ศิรินเอาเรื่องปอร์เช่ไปเม้าท์ที่ร้านทำผมเกตุวดี เรื่องที่นางเคยมีผัวมาก่อนที่ชื่อภิษญู ทองสุก ทำให้ปอร์เช่โกรธ เลยฟ้องผัว ทำให้มีการอุ้มหายป้าทิพย์ศิริน นั่นคือการอุ้มครั้งแรกที่มาจากฝีมือของคุณโอเลี้ยง โอ้ยยังไม่พอค่ะ คุณปอร์เช่เค้าไปชอบนักร้องกะเทยที่ชื่อนก แค่เอาผ้าเช็ดหน้าไปซับเหงี่อ ก็ถูกอุ้มไปตบและเอากรรไกรตัดผมแหว่งไปเลย น่ากลัวมาก…ครอบครัวอลเวงนี้ยังคงก่อปัญหาให้คุณพลไม่หยุด ทางคุณบัวหลวง ก็พยายามสร้างความเป็นเลเซปให้ตัวเองและลูก จัดคอนเสิร์ตเปียโนใหญ่ให้บุษราคัม เอาเงินลูกจ้างมาจัด คนด่าทั้งเมือง ส่วนน้องถั่วก็เริ่มระหองระแหงกับผัว จนมีข่าวว่าตบตีกัน คือนางชอบตบตีผู้ชาย จะมีหวังอยู่คนเดียวก็คือลูกสาวนักจด ที่คุณพลฝากความหวังไว้ แต่นักจดก็ไม่เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่เบื้องหลังจากโฆษณาชวนเชื่อให้กับครอบครัว รวมถึงเป็นคนที่ช่วยบริหารการเงินโดยผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธาน….ในด้านการบริหารบริษัทเริ่มเข้มข้น ตำแหน่งของเปรมิกาที่ว่าเข้มแข็งกำลังประสบปัญหาใหญ่ที่มาจากผู้ท้าทายคำสำคัญที่เป็นอดีตยาม เค้าชื่อชายชาติ ที่ลูกจ้างเรียกว่า น้าชาย กำลังจะทำให้อำนาจของเปรมิกาสั่นคลอน เรามาตามกันต่อค่ะ….ปล: รูปดิชั้นที่ร้านทำผมเกตุวดีค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น