หมวดหมู่
ทักษิณ

จดหมายก่อนเข้าเรือนจำ ถึง พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน

เป็นอีกครั้งที่เราต้องเข้าไปต่อสู้หลังซี่กรง ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ม.ล.จุลเจิม ซึ่งเป็นมือประสานเชื้อพระวงศ์ออกมากดดันศาลผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ก็โปรดคิดดูเถิดว่าใครอยู่เบื้องหลังการฝากขังเราในครั้งนี้

เกิดเป็นคนรักสิทธิเสรีภาพ คนรักประชาธิปไตยในประเทศศักดินาย่อมต้องต่อสู้ข้างในบ้าง ข้างนอกบ้าง เป็นปกติธรรมดา แต่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้ เมื่อผมเข้าไปต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในหลักการ โดยส่วนตัวผมจะยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่าเราจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ได้แก่

1. ขับไล่พลเอกประยุทธ์ และคณะ
2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้เป็นฉบับประชาชน
3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมกำลังดำเนินการ น่าเสียดายที่จะต้องฝากฝังไว้ให้เพื่อน ๆ และมิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว ผมเห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว ขอให้ทุกคนตระหนักว่า

“ตราบใดที่เรายังสู้ เราก็ยังไม่แพ้
ตราบใดที่เรายังไม่แพ้ เผด็จการก็ยังไม่ชนะ”

ด้วยรักและศรัทธาในสถาบันประชาชน

พริษฐ์ ชิวารักษ์

หมวดหมู่
ทักษิณ

คำมั่นสัญญาหลังแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“…ผมจะไม่ยอมทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นำตามกฎหมายเท่านั้น ผมจะขอเป็นผู้นำที่นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้น พี่น้องที่เคารพครับ ผมจะขอทำหน้าที่เป็นรัฐบาลที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต”

คือคำมั่นสัญญาที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศไว้หลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544

หลังนำพรรคไทยรักไทย ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งถึง 248 เสียง และสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23

รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ถือเป็นรัฐบาลชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 และอยู่ครบวาระ 4 ปี

#ณวันนั้น

ที่มา : ทักษิณ ชินวัตร ชีวิตและงาน

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 9

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

การจัดวางระเบียบอำนาจในวังทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่การเปลี่ยนคนใกล้ชิดที่วชิราลงกรณ์เอาคนของพ่อตัวเองออก แล้วใส่คนของตัวเองไปแทน เป็นหูเป็นตาให้เมื่อตอนตัวเองไม่อยู่ในไทย มีการจัดระเบียบสภาองคมนตรีใหม่ เอาคนใกล้ชิดของตัวเองเข้าไปเป็นองคมนตรี แต่อย่างที่บอกไว้แล้ว เปรมยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่อำนาจถูกลด สาเหตุที่วชิราลงกรณ์ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้นเพราะเปรมยังพอมีบารมีอยู่บ้างในกองทัพ และวชิราลงกรณ์ยังต้องพึ่งกองทัพอยู่ในหลายๆ เรื่อง จึงไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น แต่การเก็บเปรมไว้แต่ไม่ให้อำนาจ สำหรับดิชั้นถือว่าเลวร้ายกว่าถูกปลดอีก

…จากนั้น วชิราลงกรณ์หันมาจัดระเบียบคนใกล้ชิด ทั้งในครอบครัวตัวเองและบริวารรอบข้าง ทั้งในเรื่องของการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว โดยให้รางวัลเมื่อทำถูกใจ แต่จะลงโทษอย่างหนักถ้าทำอะไรให้ผิดใจ และจะประจานความเลวร้ายนั้นทางพระราชกิจจานุเบกษาให้อายไปทั่วปฐพี ซึ่งเรื่องนี้ ก้อยเป็นตัวอย่างทั้งเรื่องการตบรางวัล (แต่งงานด้วย) การลงโทษ (เมื่อทำให้ไม่พอใจ) และการคืนยศ (กลับมาเป็นที่ชอบอีก) ฝรั่งเรียกวิธีนี้ว่าเป็น carrot and stick approach คือให้ทั้งรางวัลและการลงโทษเมื่อมีโอกาส

…นอกจากนี้ อย่างที่เคยเล่า วชิราลงกรณ์สร้างสัมพันธมิตรกับกองทัพ นำเอาความเข้มแข็งกลับมาสู่วงศ์เทวัญ และลดความสำคัญลงของบูรพาพยัคฆ์ การตัดสินใจหนึ่งที่เด่นชัดคือการเอาอภิรัชต์ คงสมพงษ์มาเป็น ผบ ทบ และเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าประยุทธ์ด้วยซ้ำ นอกจากทำงานร่วมกับกองทัพแล้ว ยังให้ความชอบธรรมกับพรรครัฐบาล นั่นคือพลังประชารัฐ เพราะถือว่าเป็นฐานของความชอบธรรมของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ

…ทั้งหมดนี้ ทักษิณมองจากดูไบด้วยความใจจดใจจ่อ ด้านหนึ่งก็รู้ว่า วชิราลงกรณ์กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างฐานอำนาจของตัวเองที่มีทั้งกองทัพ และพลังในระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องช่วย ดังนั้น ไอ้การที่คิดว่า ทักษิณยังเป็นตัวแทนความชอบธรรมของคนส่วนใหญ่ ความคิดนี้ก็เริ่มจางหายไป ในสายตาของวชิราลงกรณ์ ไม่เคยเห็นค่าของทักษิณมากกว่านั้น ที่สำคัญ ไม่เห็นหัวประชาชนอยู่แล้ว ในสายตาของทักษิณ รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่เอา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ทักษิณหวังเสมอที่จะคืนดี แม้ว่าในใจจะไม่รักเจ้า แต่ก็ยังอยากคืนดี ยังอยากกลับไทย ยังอยากเอาเงินคืน ยังไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเดือดร้อน แต่ในการเล่นเกมแบบนี้ ทำให้ทักษิณเสียมวลชนไปเยอะมาก โดยเฉพาะมวลชนคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันความรุ่งเรืองของชินวัตร ที่เป็นพลังที่ต่างไปจากคนเสื้อแดง และเป็นกลุ่มคนที่อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่ไม่มีทักษิณอยู่ในนั้น

…พูดแบบนี้ ทักษิณก็ติดแหงก คนเสื้อแดงตัวดังๆ ที่เคยเป็นปากเสียงให้ทักษิณก็ถูกอุ้มฆ่าไปหมด คนเสื้อแดงชาวบ้านถูกทำร้าย ขบวนการเสื้อแดงก็หายไปแล้ว แถมหมู่บ้านคนเสื้อแดงยังถูกคนอย่างแรมโบ้อีสานมาช่วยทำลายทิ้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเร่งให้ทักษิณหมดความสำคัญลงเร็วยิ่งขึ้นนั่นคือ การมาถึงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ชื่อของธนาธรเริ่มได้ยินมากขึ้นในหมู่ผู้นำการเมืองและธุรกิจของไทย ก่อนที่เค้าจะเข้าสู่แวดวงการเมือง ในชุมชนผู้นำเหล่านั้น ต่างรู้ดีว่า ธนาธรมีความคิดทางการเมืองแบบใด นั่นคือ ความคิดค่อนข้างราดิคัลที่ตั้งอยู่บนการวิพากษ์วิจารณษ์เจ้า ดังนั้น การเข้าสู่การเมืองด้วยจุดยืนแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายธนาธร ในหมู่ของคนที่รู้จุดยืดของเค้า ก็หวังว่าเค้าจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปกษัตริย์ แต่ในเวทีแห่งความเป็นจริง ธนาธรเลือกที่จะประนีประนอม นั่นจึงเป็นจุดบอดที่ทั้งสองฝ่ายโจมตีเค้า คือโดยทั้งฝั่งเจ้า และฝั่งประชาธิปไตย

…แต่ในสายตาของวชิราลงกรณ์ การมาถึงของธนาธร (พ่วงปิยบุตรไปด้วย) มันคือภัยคุกคามที่แท้จริง ทักษิณกลายเป็นของเล่นกระจอกไปเลย ด้วยความคิดแบบนี้ ในวังถึงมีความตั้งใจกำจัดอนาคตใหม่แต่แรก คำถามคือ จะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้น

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 8

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

และแล้ว เมื่อรู้ว่าภูมิพลอยู่ในสภาพสาหัสแล้ว ทางกองทัพได้ปรึกษากัน รวมถึงได้สอบถามความเห็นของวชิราลงกรณ์ ถึงเรื่องการทำรัฐประหาร ซึ่งวชิราลงกรณ์เห็นดีด้วย ที่ผ่านมา ชินวัตรยังคิดว่าจะสามารถซื้อใจวชิราลงกรณ์ได้ จนมีการปล่อยข่าวลือถึงการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างวชิราลงกรณ์และทักษิณ จนส่วนหนึ่งของเสื้อแดงเอาไปขยายความต่อว่า วชิราลงกรณ์คือกษัตริย์ของคนเสื้อแดง จนเกิดวาทกรรม เรารักพระบรม

….การเล็คเชอร์ครั้งสุดท้ายของดิชั้นที่กรุงเทพจัดก่อนการทำรัฐประหารเพียงไม่นาน จัดที่ใจกลางย่านสลิ่ม นั่นคือในโรงภาพยนตร์ในสยามพาราก้อน ดิชั้นจำได้แม่นว่า ครั้งนั้น ดิชั้นวิจารณ์วชิราลงกรณ์อย่างตรงไปตรงมา จนกลัวว่าจะถูกทำร้ายด้วยซ้ำ ตอนอยู่บนเวที ถ้าใครจำได้ ดิชั้นถอดเสื้อนอกออก เพื่อโชว์เสื้อยืดข้างในที่เขียนว่า “เรารักพระบรม” บอกเป็นนัยๆ กับคนเสื้อแดงว่า อย่าไปหวังอะไรมาก อย่ามโนไปมากกว่านั้น

….การที่วชิราลงกรณ์โอเคกับรัฐประหาร ก็เท่ากับว่า เชื่อใจและไว้ใจกองทัพในการเข้ามาควบคุมกำกับการเปลี่ยนผ่านเลือกตั้ง มากกว่าที่จะไว้ใจทักษิณ และวชิราลงกรณ์ก็ไม่แคร์ด้วยว่า การเริ่มศักราชใหม่ภายใต้การปกครองของตัวเองจะไม่ได้มาจากรัฐบาลที่ใมาจากการเลือกตั้งเป็นตัวหนุนหลัง แต่การขึ้นครองราชย์กลับเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทหาร ในเรื่องภาพลักษณ์ตรงนี้ วชิราลงกรณ์ไม่แคร์ทั้งสิ้น ถึงตรงจุดที่ยินยอมพร้อมใจให้มีรัฐประหาร นั่นก็คือช่วงที่วชิราลงกรณ์เข้ามาคุยการเมืองเกือบจะเต็มที่แล้ว ตอนนั้น บอกเลยว่า ภูมิพลรอแต่ความตาย

….แม้แต่ก่อนที่ภูมิพลจะตาย วชิราลงกรณ์ก็เข้ามาบริหารอำนาจในวังแล้ว ตอนนั้น ใครยังฝันว่าสิรินทรจะได้ขึ้น ก็ถือว่าบ้าเต็มที ตอนนั้น วชิราลงกรณ์เริ่มถ่ายเทคนของพ่อออก แล้วเอาคนของตัวเองเข้ามาแทนที่ หนึ่งในคนนั้นคือ ดิศธร วัชโรทัย คนสนิทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีโครตเหง้าคือแก้วขวัญ ขวัญแก้ว ที่เป็นเลขาในหลวงมาหลายปี จนสืบทอดต่อมายังดิสธร แต่ระหว่างอยู่กับในหลวง ดิศธรมีความกร่าง และพยายามขัดขวางวชิราลงกรณ์ในหลายโอกาส หลายเรื่อง คอยเป่าหูในหลวงเรื่องต่างๆ บ่ายเบี่ยงไม่ให้วชิราลงกรณ์พบภูมิพล พอถึงตอนเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงๆ วชิราลงกรณ์ถึงจัดหนัก ลดตำแหน่ง ย้าย ต่อมาไล่ออก และกล่าวโทษแรงๆ ทั้งโกง มีชู้ ต่างๆ นานา เพื่อให้อาย แถมเอาไปฝึกทหารที่ทวีวัฒนา แล้วแกล้วปล่อยภาพหลุด เป็นต้น อ้อ จากนั้น ก็เอาดิศธรไปเป็นคนใช้ในวังของตัวเอง มีนักการเมืองท่านหนึ่งที่ได้ไปเข้าเฝ้าวชิราลงกรณ์ เอามาเล่าให้ฟังว่า คนที่มาเสริฟ์น้ำชาให้แขกคือดิศธรนั่นเอง ถือเป็นการทำให้ละอายมาก

….การถ่ายเทคนเหล่านี้เริ่มมานานพอควรแล้ว พร้อมๆ ไปกันการเสริมกำลังให้กับราชวัลลภ ที่เป็นหน่วยทหารส่วนตัวของวชิราลงกรณ์ ตอนจนของปี 2014 เราเห็นการล้างบ้านกำจัดศรีรัศมิ์ เราเห็นเรื่องการกำจัดดิศธร จากนั้นก็เริ่มปรับโครงสร้างองคมนตรี ก่อนหน้านี้ องคมนตรีเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาในหลวง แต่วชิราลงกรณ์ต้องการรวมอำนาจ ไม่ต้องการใช้องคมนตรีเป็นนอมินีทางการเมือง สาเหตุหนึ่งเพราะมาจากความเกลียดเปรมเป็นการส่วนตัว เปรมมีนิสัยเหมือนดิสธร คือขี้ฟ้อง เปรมนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังการยุให้ในหลวงเกลียดทักษิณ และยังไปเม่าท์ให้ทูตอเมริกาฟังถึงความไม่เอาถ่านของวชิราลงกรณ์ แถมเสนอว่า สิรินทรขึ้นเป็นกษัตรีย์องค์ใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า เรื่องนี้วชิราลงกรณ์แค้นมาก แต่แทนที่จะจัดการเปรมแรงๆ กลับให้อยู่ในตำแหน่งประธานองคมนตรี แต่ริบอำนาจจากมันมาทั้งหมด โดยการขอให้แก้รัฐธรรมนูญที่ต่อไปนี้ วชิราลงกรณ์ไม่ต้องแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนทุกครั้งที่ตัวเองเดินทางไปเยอรมัน

…ตอนหน้ามาเล่าเรื่องการล้างแค้นอื่นๆ ของวชิราลงกรณ์ค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 7

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ใกล้การเปลี่ยนผ่านรัชสมัยทุกที กลุ่มอำมาตย์ยิ่งร้อนใจ เพราะไม่มีทีท่าเลยที่ความนิยมในตัวยิ่งลักษณ์จะหดหาย แม้จะด่าอย่างไรก็ตาม เอาจริงๆ คนทั้งสองฝ่ายใช้แนวคิดเดียวกัน คือฝ่ายนั้น จะเป็นระบอบอะไรก็ได้ ขออย่างเดียวไม่ใช่ระบอบทักษิณ นั่นหมายถึงคนพวกนั้นพร้อมที่จะเรียกทหารทำรัฐประหาร และอวยเจ้าต่อไป แม้รู้ว่าเจ้าคนใหม่จะทำให้ชีวิตพวกเค้าฉิบหาย ก็ยังดีกว่าทักษิณ ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดงเอง จะโหยหาแต่ทักษิณ ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีตัวเลือกอื่น แต่การโหยหาทักษิณแบบนี้ ทำให้ทักษิณมองคนเสื้อแดงเป็นของตาย คือจะมีจุดยืนอย่างไรก็ได้ คนเสื้อแดงก็ยังภักดีอยู่ นี่คือ mentality ที่อยู่เบื้องหลังการเสนอนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ที่ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตของคนเสื้อแดงโกรธมาก

..พอใกล้การเปลี่ยนผ่านรัชสมัย ความหงุดหงิดก็เริ่มส่อให้เห็นจากฝ่ายเจ้า ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว ทักษิณก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะเตรียมตัวรับมืออย่างไร นอกจากใช้ไม้เดิม คือการแสดงความจงรักภักดีอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าฝ่ายเจ้าเองจะไม่เอาทักษิณก็ตาม หลังจากยิ่งลักษณ์โดนเล่นงานหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นนโยบายประชานิยมที่ถูกมองว่า เอาใจแต่คนจน จนลืมถึงความเป็นจริงทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีไอ้นิรโทษกรรมเหมาเข่งนี่แหละที่เป็นตัวสร้างความชอบธรรมให้ กปปส นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา จึงได้เกิดขบวนการ กปปส ที่นำโดยแกนนำประชาธิปัตย์ ตัวที่เด่นที่สุดคึอาสุเทพ เทือกสุบรรณ

…อย่างที่บอกไปแล้ว ประชาธิปัตย์มันคือของเล่นของฝ่ายเจ้า เค้าจะเอามาใช้ก็เอามา เค้าจะเขี่ยทิ้งก็เขี่ย เหมือนตอนเอาอภิสิทธิ์มาเป็นนายก เมื่อมีการสังหารโหดคนเสื้อแดง ก็โยนขี้ให้อภิสิทธิ์เป็นคนรับ แต่อภิสิทธิ์ก็โยนขี้ทิ้งอย่างนั้นเฉย นอนร้องไห้ทั้งคืน อีดอก พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะการเลือกตั้งมาประมาณ 2 ทศวรรษ แต่ที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลก็เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง เป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และก็เป็นพรรคที่เหี้ยที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทยเช่นเดียวกัน การขึ้นเป็นนายกของอภิสิทธิ์ไม่ได้มาจากพรรคเสียงข้างมาก แต่มาจากการยุบพรรคพลังประชาชน ที่เปิดโอกาสให้ประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพและวัง

…และครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์หวังจะใช้กระบวนการนอกรัฐสภาในการล้มยิ่งลักษณ์ โดยสุเทพได้รับไฟเขียวจากทั้งกองทัพและวัง เหมือนกับที่สนธิได้รับไฟเขียวจากสิริกิติ์ในการตั้ง PAD แต่ครั้งนี้มันคือ กปปส ที่ใช้กลยุทธในการดึงเซเลปที่มีฐานเสียงอยู่มากในกลุ่มชนชั้นกลางดัดจริตของไทย เป็นตัวดึงให้คนออกมาประท้วงยิ่งลักษณ์ในข้อหาคอร์รัปชั่น เหตุการณ์บานปลายมาจนนำไปสู่การปะทะที่ใช้อาวุธ มีคนล้มตายและบาดเจ็บ

…ตอนนั้น สีลมถูกยึดโดย กปปส ซึ่งเป็นย่านหัวใจทางธุรกิจของไทย มีพุทธอิสระออกมาเคลื่อนไหวอยากเต็มรูปแบบ แปลงตัวเองเป็นมาเฟียไล่รังแกธุรกิจต่างๆ สร้างความสับสนวุ่นวายให้ธุรกิจดำเนินไม่ได้ มีการขูดรีด และหากไม่มีการจ่ายค่าคุ้มครอง ก็จะทำการก่อกวนธุรกิจนั้นๆ การก่อกวนนำไปสู่การบุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่งด้วย

….จนในที่สุด ยิ่งลักษณ์ประกาศให้มีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งก็ถูกค่ว่ำบาตรทั้งจากพรรคการเมือง คือประชาธิปัตย์และจากม็อบที่สีลม โดยเหล่าดาราเหี้ยๆ ปล่อยแคมเปญเดินแคทวอควันเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องไม่ให้คนออกไปเลือกตั้ง หรือใครออกไป ก็ถูกกลั่นแกล้ง ก่อกวน และทั้งทหารและตำรวจก็ปล่อยให้มีการก่อกวนอย่างนั้น บนเวทีทั้งกลางวันกลางคืน เหล่าด่าราเรียงหน้ากันออกมาด่ายิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะอีท้อปกับอีเหมี่ยวที่เอาเรื่องการเสียชีวิตของลุงอาแกวมาล้อเล่น ถึงขนาดยกย่องมือปืนป๊อปคอร์นว่าเป็นฮีโร่ ส่วนอีดอกเสรีก็เอาดิชั้น ผู้หญิงซื่อๆ ไปด่าบนเวที กปปส หาว่าดิชั้นเป็นกะเทยเลว ที่กระสันผู้ชายตลอดเวลา ด่าว่าเลว ดิชั้นโกรธ แต่ด่าว่ากระสัน ดิชั้นโอเค

…ในที่สุด รัฐประหาร 2014 ก็มาถึง ตัวแปรสำคัญไม่ใช่การบริหารของยิ่งลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นช่องโหว่ แต่มาจากสุขภาพของภูมิพล ที่อยู่ในช่วงอาการหนัก ในจุดนั้น เรียกได้ว่า อยู่ได้เพราะถังอ๊อกซิเจน และทักษิณก็รู้ตลอดถึงความเคลื่อนไหวในวัง แม้จะรอว่า อาจจะมีดีลจากวชิราลงกรณ์ แต่สุดท้ายก็ต้องรอเก้อ เหมือนกับทุกๆ ครั้ง

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 6

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจปุ๊ป ก็เจอปัญหาน้ำท่วมปั๊ป ดิชั้นเขียนไปแล้วเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากฝั่งจารีต ตั้งแต่การไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเป็นหนามที่คอยสร้างความเจ็บปวดให้ยิ่งลักษณ์ รัฐบาลขอให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือก็ไร้ผล คร้านยิ่งลักษณ์เองจะเสนออะไรที่แหวกแนวกว่าเดิม ก็เจอปัญหาภูมิพล กล่าวคือ ภูมิพลคิดว่าตัวเองเป็นบิดาแห่งการชลประทาน ทีนี้ ยิ่งลักษณ์ทำอะไรเกินหน้าไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ภูมิพลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้เลย จะแก้ได้อย่างไร ในเมื่อภูมิพลเองก็ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ สังคมไทยมันถึงพัง เพราะคนแก้ปัญหาได้ก็ถูกสกัด ส่วนคนที่อาสามาแก้ก็เสือกทำไม่ได้ ยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้…แต่ครั้งนั้น ยิ่งลักษณ์รอดไปได้ จากนั้น พรรคเพื่อไทยก็ดำเนินรอยตามพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาขน โดยการเดินหน้าประกาศใช้นโยบายประชานิยมพื่อเอาใจคนต่างจังหวัด (ขอหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าคนรากหญ้า เพราะคนจนต่างจังหวัดเค้าไม่เป็นรากหญ้าอยากที่เราคิดแล้ว ชีวิตไม่ลำบากเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สบายเท่าชนชั้นกลางกรุงเทพ) ไอ้นโยบายแบบนี้แหละที่คนกรุงเกลียด ทั้งนโยบายคืนภาษีรถคันแรก และจำนำข้าว ไอ้นโยบายรถคันแรกมันสำคัญสำหรับคนไม่มีเงินมาก การมีรถคันแรกสำหรับเค้ามันเป็นเรื่องลำบาก เพราะการช่วยของเพื่อไทย มันถึงเป็นไปได้ แต่คนกรุงไม่ชอบ เพราะคนพวกนี้แม่งมีรถมากมายหลายคัน ไม่จำเป็นต้องคืนภาษีอะไรทั้งนั้น จึงออกมาโจมตีเพียงเพราะตัวเองไม่ได้ประโยชน์ แล้วใส่ร้ายคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ว่า การมีรถคันแรกทำให้การจราจรในกรุงเทพติดมากขึ้น อีดอก มึงมีสิทธิมีรถ แต่คนจนไม่มีสิทธิมีหรือไง…จากนั้นก็คือโครงการจำนำข้าว ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนา โดยการประกันราคาข้าวไม่ให้ต่ำไปกว่าราคาตลาด หมายความว่า ชาวนาจะได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ ไม่ว่าตลาดจะพลิกพลันอย่างไร เช่นเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามใช้ประเด็นนี้ในการโจมตียิ่งลักษณ์ กล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่น ทั้งๆ ที่มีการกลั่นแกล้งเอาข้าวไปซ่อนและบอกว่าหาย จนมันเน่า เพื่อใส่ร้ายว่าคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นประเด็นหลักในการไล่รัฐบาลโดยกลุ่ม กปปส ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีโยบายอะไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์กับประเทศเพียงใด กลุ่มชนชั้นกลางกรุงเทพโจมตีทั้งหมด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไอ้การขัดขากันอย่างนี้มันทำให้ประเทศฉิบหายเพียงใด….สำหรับโครงการอื่นๆ อาทิ การทำรถไฟความเร็วสูง อันนี้ก็เป็นความตั้งใจที่จะขัดขาจริงๆ ทำไมต้องขัดขา เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงมันสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้าทำสำเร็จ มันจะผลักให้เศรษฐกิจไทยไปไกลกว่าเดิม จะยิ่งทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงต้องขัดขา เอาศาลรัฐธรรมนูญมาตีความ จนกลายเป็นวาทกรรมที่บอกว่า ให้ถนนลูกรังหมดก่อนค่อยมีรถไฟความเร็วสูง โดยสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตทูตกระจอกๆ จากกระทรวงต่างประเทศ ที่กลายมาเป็นผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมา ตัวมันเองนั่นแหละ มีภาพหลุดที่ไปนั่งรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น เย็ดแม่ ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไป ในสมัยปีประยุทธ์เป็นนายก จึงมีความพยามยามที่จะทำให้สำเร็จ แต่อย่างที่เราเห็น ทุลักทุเลฉิบหาย…ยังมีการโจมตีอีกมาก ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายพรรค แต่เป็นเรื่องส่วนตัว อาทิ ใส่ร้ายว่ายิ่งลักษณ์หิ้วผู้ชายไปนอนที่โรงแรม Four Seasons หรือการด่ายิ่งลักษณ์ว่าเป็นกะหรี่ เพียงเพราะยิ่งลักษณ์ไปร่วมงานปราศรัยที่มองโกเลีย และได้พูดถึงปัญหาประชาธิปไตยในประเทศตัวเอง แต่ยิ่งลักษณ์ทน ทนมากๆ อย่างมากก็ร้องไห้ แต่ไม่เคยด่ากลับ จนมีคนมาบอกดิชั้นว่า อีพวกคนในวังมันยิ่งโกรธ เพราะทำอะไรต่างๆ ต่อยิ่งลักษณ์แล้ว นางยังไม่ด่ากลับ….ขึ้นมาอยู่ตำแหน่งปีเดียว สิริกิติ์ก็ล้มป่วย เป็นอัมพฤกษ์ นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเท่ากับวังสูญเสียคนกุมบังเหียนไป แต่ก่อนป่วย สิริกิติ์ได้ยกสถานะบูรพาพยัตฆ์ขึ้นมาดูแลความเป็นไปทางการเมือง โดยการแต่งตั้งให้ประยุทธ์เป็น ผบ ทบ (ตั้งแต่ 2010) เพื่อปูทางไปสู่การกำกับควบคุมการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย ไอ้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์มันเป็นทหารที่ซื่อสัตย์ต่อสิริกิติ์ คงไม่ต้องบอกว่า ผู้ก่อตั้งคือณรงค์เดช ที่เราก็รู้ว่ามีความสัมพันธ์กับสิริกิติ์ เมื่อมีความจงรักภักดีอย่างนั้น เลยต้องการสานต่อเจตนารมย์ของสิริกิติ์ที่ต้องการให้วชิราลงกรณ์ขึ้น แม้ว่าสำหรับหลายๆ คน สิรินทรอาจจะเหมาะกว่า และเพราะความที่ประยุทธ์ก้าวขึ้นมามีอำนาจตรงนี้ เลยทำให้ฝ่ายเปรม ที่อาจจะต้องการผลักดันให้สิรินทรเป็นแคนดิเดท เลยต้องยุติความตั้งใจไปด้วย จากนั้น ความตั้งใจของประยุทธ์และบูรพาพยัคฆ์คือการเอาวชิราลงกรณ์ขึ้นครองราชย์ แม้ว่าตัวเองอาจจะไม่ชอบวชิราลงกรณ์ เช่นเดียวกัน แม้ว่าวชิราลงกรณ์จะไม่ชอบประยุทธ์ และเคยด่าให้ราชเลขาธิการฟังว่าประยุทธ์มันโง่ แต่ที่ยังเก็บมันไว้ใช้งานจนถึงวันนี้ เพราะความซื่อสัตย์ต่อสถาบันกษัตริย์ของประยุทธ์นั่นเอง
…ตอนหน้ามาต่อเรื่องการหวนคืนของกลุ่มเสื้อเหลือง เพื่อมุ่งหน้าสู่การยึดอำนาจและการเตรียมรับต่อการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย และเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 5

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ตอนนี้อาจจะเริ่มซ้ำกับเรื่อง #รักในรอยแค้น แต่อยากเขียนอีกทีเพื่อความกระจ่าง การเกิดขึ้นของคนเสื้อแดงกลายมาเป็นหนามของสถาบันกษัตริย์ จากเดิม ความภักดีของคนไทยมีต่อภูทิพลและครอบครัวเท่านั้น แต่เมื่อทักษิณก้าวเข้ามาสู่การเมือง และสามารถนำการเติบโตทางเศรษฐกิจมาสู่ชุมชนที่ห่างไกล รวมถึงการให้ความรู้สึกว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง สามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง ยิ่งทำให้เค้าเริ่มเปลี่ยนความภักดีจากเจ้าไปสู่ทักษิณ ตรงนี้ที่วังโกรธและเกลียดทักษิณมาก…ย้อนกลังกลับไปช่วงที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในปี 2005 ภูมิพลเรียกทักษิณไปพบ และมีการจิกกัด โดยบอกทักษิณต่อหน้าธารกำนัลว่า “ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งแล้วหนิ ประชาชนก็รักมากด้วย ต่อไปนี้ ก็คงไม่ต้องมาขอรับคำแนะนำจากชั้นอีก” อื้อหือ สิ่งที่ทักษิณทำได้คือการพูดคำหวานกลับว่า ภูมิพลยังมีความสำคัญอย่างมาก และจะเป็นแนวทางในการบริหารประเทศของรัฐบาลต่อ การยืนยันความจงรักภักดีนี้ สะท้อนให้เห็นอีกครั้งในงานครองราชย์ครบ 60 ปีของภูมิพลอย่างอลังการดังที่เล่าไปแล้ว…แต่เมื่อเรากลับมาสู่ปี 2009 ทักษิณกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยต่างประเทศ รัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย จึงขาดความชอบธรรม จุดนี้เองที่คนเสื้อแดงออกมาต่อต้านอย่างมาก ไม่แค่เพราะพวกเค้าล้มรัฐบาลทักษิณ แต่เพราะรัฐบาลชุดใหม่ก็ขาดความชอบธรรม การประท้วงจึงเกิดขึ้นเกือบรายวัน จนกระทั่งถึงจุดพีคในปี 2010 ที่คนเสื้อแดงยึดใจกลางเขตธุรกิจของกรุงเทพ นั่นคือราชประสงค์ ชื่อราชประสงค์นี่มันตลกร้าย เพราะเมื่อมีการสังหารคนเสื้อแดง นี่แหละคือ “ราชประสงค์”…การสังหารคนเสื้อแดงกลางกรุงเป็นไปอย่างเลือดเย็น เกือบ 100 ศพ และบาดเจ็บนับพัน ถามว่าอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรีไหม แน่นอน แต่การสังหารใน scale ใหญ่ขนาดนี้ อภิสิทธิ์ไม่สามารถตัดสินใจได้คนเดียว แน่นอน ต้องปรึกษากองทัพ ณ เวลานั้น ที่ภูมิพลกำลังป่วย และเมื่อสิริกิติ์กำลังขึ้นมาสู่อำนาจแทนผัวอย่างเต็มที่ ดิชั้นค่อนข้างมั่นใจว่า บูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธ์และพรรคพวกอยู่ในอำนาจ ต้องอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนั้น และในวังต้องมีส่วนรู้เห็นด้วย นี่ไม่นับว่า การที่สิริกิติ์ไปงานศพโบว์ที่เป็นการตบหน้าคนเสื้อแดง การอยู่เบื้องหลังการสังหารคนเสื้อแดงจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…การสังหารคนเสื้อแดงครั้งนั้นทำลายความชอบธรรมของอภิสิทธิ์โดยสิ้นเชิง จนในที่สุด ต้องยอมจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2011 ทักษิณยังไม่จากไปไหน การเสียชีวิตของคนเสื้อในแดงในระยะแรกยิ่งทำให้คนกลุ่มนั้นรักทักษิณมากขึ้น และเมื่อคิดว่า ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยกำลัง ก็จะเอาชนะโดยผ่านการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ทักษิณตัดสินใจส่งน้องสาวคนสุดท้อง ยิ่งลักษณ์ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย…ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เคยเข้ามาสู่แวดวงทางการเมือง ยิ่งลักษณ์จึงเป็นบุคคลลึกลับ แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังเชื่อว่าไม่สามารถนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะได้ ยิ่งลักษณ์เป็นคนมีไหวพริบและ likeable ที่แปลว่า ใครเห็นใครก็ชอบ ดิชั้นได้มีโอกาสยิ่งลักษณ์เพียงครั้งเดียว ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง โดยมีคนของเพื่อไทยพาดิชั้นไปพบหลังเวที ทั้งที่ไม่เคยพบมาก่อน ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทันทีที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาในห้อง ก็ตรงมาที่ดิชั้นแล้วเอ่ยชื่อดิชั้น บอกว่า อยากขอให้อาจารย์ปวินมาให้คำแนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์กับกัมพูชาด้วย ประเด็นที่ต้องการจะบอกคือ ยิ่งลักษณ์ต้องการสร้างความประทับใจกับทุกคน ให้รู้ว่า คนที่เค้าคุยด้วยมีความสำคัญ นั่นเป็นการพบกับครั้งแรกและครั้งสุดท้าย….พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอีกแล้ว ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกหญิงคนแรกของไทย เป็นคนที่ 3 ที่มาจากตระกูลของชินวัตร (นับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ด้วย) ทันทีที่ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาสู่อำนาจ ฝ่านตรงข้ามไม่พอใจทันที และหวาดวิตกว่า การเปลี่ยนรัขสมัยที่จะเกิดขึ้น หากพวกเค้าไม่สามารถควบคุมมันได้ ตระกูลชินวัตรก็จะได้ประเทศไทยไปทั้งหมด คือเค้าคิดแบบ zero-sum game คือไม่ใครได้ไปทั้งหมด ก็เสียไปทั้งหมด จึงเริ่มมีการวางแผนที่จะทำลายพรรคเพื่อไทยตั้งแต่วันนั้น ความกลัวยังนำไปสู่การคิดว่า ทักษิณอาจคบคิดกับวชิราลงกรณ์ แล้วทำให้ผู้ดีกรุงเทพต้องเสียประโยชน์ไปทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องหาทางกำจัดยิ่งลักษณ์ทุกทาง…และการน้ำท่วมหนักในปลายปี 2011 ก็เกือบทำให้นายกมือใหม่พลาดท่า

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 4

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากฝ่ายเจ้า นำโดย PAD ได้ล้มสมัคร สุนทรเวช ได้ เพราะข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพียงเพราะสมัครยังมีรายการทำอาหารทางทีวีในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทักษิณก็ตอกกลับเจ็บ โดยการเอาพี่เขย คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกแทน คราวนี้ยิ่งกว่าสมัคร เพราะเป็นบุคคลในครอบครัว ยิ่งทำให้ PAD เดือดมากขึ้นไปใหญ่ เลยต้องออกมาประท้วงกันอีกรอบ รอบนี้จัดหนัก โดยการยึดทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

…การยึดเกิดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมปี 2008 ยึดหนึ่งอาทิคย์ สร้างความฉิบหายวายป่วงให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะไม่มีเที่ยวบินสามารถเข้าออกได้เลย มีการจัดฐานทัพไว้ที่สุวรรณภูมิ ทั้งห้องน้ำห้องท่า ทั้งที่ทำอาหาร เปิดเพลงเต้นรำทั้งวันทั้งคืน ทหารก็ไม่แทรกแซง ถ้าเป็นสมัยนี้ อย่าว่าแต่ยึดสนามบินเลย ยึดท่าปล่อยรถหมอชิตยังทำไม่ได้ ไอ้การที่ปิดสนามบินอย่างนั้น ก็เพื่อบีบให้สมชายลงจากตำแหน่ง หนึ่งในผู้นำการชุมนุม กษิต ภิรมย์ อดีต รมว ต่างประเทศ ถึงขนาดบอกว่า อาหารดี ดนตรีเพราะ

…ช่วงนั้นเอง เกิดเรื่องใหญ่ เมื่อ PAD จัดการชุมนุมหน้ารัฐสภา และมีการปะทะกันกับตำรวจ (ที่ถูกมองว่าอยู่ข้างทักษิณ) จนทำให้นางสาวอังคณา หรือน้องโบ ที่พกระเบิดปิงปองมาเพื่อจะก่อสถานการณ์ กับเสียชีวิตเพราะระเบิดปิงปองของตัวเอง ที่เป็นเรื่องใหญ่เพราะงานศพน้องโบ หมายถึง สิริกิติ์ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานศพ โดยมีจุฬาภรณ์ไปด้วย ถือเป็นวันตาสว่างแห่งชาติ เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สถาบันกษัตริย์ไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่อยู่ข้างเสื้อเหลืองและ PAD อย่างโจ่งแจ้ง ในระหว่างงานศพ สิริกิติ์บอกว่า ขอบคุณน้องโบและครอบครัว ที่ช่วยปกป้องสถาบันกษัตริย์ นับว่าทำคุณงามความดีให้กับประเทศ งานศพนั้นจึงเป็นงานศพพระราชทาน ส่งผลให้คนเสื้อแดงโกรธมาก เพราะเห็นว่าเจ้าลำเอียง มันมาถึงจุดที่สิริกิติ์เองก็ประกาศสงครามกับคนเสื้อแดงเช่นเดียวกัน

….แต่เรื่องทั้งหมด เมื่อสิริกิติ์ออกไปงานศพเพื่อตำหนิรัฐบาลสมชาย แต่ก็ยังบีบสมชายไม่ได้อยู่ดี จนศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้าแทรกแซงอีกครั้ง โดยการระบุว่า มีสมาชิกบริหารของพรรคพลังประชาชนโกงการเลือกตั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้น คณะผู้บริหารทั้งหมดต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และยุบพรรคทันที นี่เป็นการทำตุลาการภิวัฒน์อีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะเปิดให้มีการเลือกตั้งหลังพรรครัฐบาลล่ม พรรคประชาธิปัตย์กลับได้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนมาตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อย โดยได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ และมีการแต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นคือความฉิบหายทางการเมืองของไทย

….จากนั้น ตั้งแต่ปลายปี 2008 ถึงทีของคนเสื้อแดงออกมาบ้าง ในส่วนของฝ่ายเสื้อเหลืองก็มีความระหองระแหงกัน โดย PAD ที่มีส่วนในการล้มรัฐบาลสมัครและสมชาย คาดหวังว่า แกนนำของ PAD จะได้เข้าไปนั่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตรงข้าม เมื่ออภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายก กลับตัดขาดกับ PAD ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ PAD ที่ผ่านมา เลยไม่เอาคนของ PAD มาร่วมคณะรัฐมนตรี ทำให้ PAD โกรธมาก และเริ่มทำสงครามกับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากนั้นมา

…แต่ก่อนจะเล่าเรื่อง PAD กับพรรคประชาธิปัตย์ อุปสรรคแรกของรัฐบาลคือความสัมพันธ์ที่แย่ลงกับเขมร เพราะนายกเขมร ฮุนเซน รู้ว่าประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งของทีม PAD ที่คอยยุแยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้น เมื่ออภิสิทธิ์ได้เป็นนายก ก็เกิดการปะทะตามแนวชายแดนตลอด และฮุนเซนตามด่าอภิสิทธิ์รายวัน อาทิ การแช่งให้อภิสิทธิ์เครื่องบินตกตายห่า หรือการไปญาติดีกับทักษิณอย่างออกนอกหน้าเพื่อทำให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ ทหาร และเจ้าไทยรำคาญ โดยการแต่งตั้งให้ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเชิญทักษิณมาเขมรหลายครั้ง มาจัดงานสงกรานต์ มาเตะบอลร่วมกัน ฮุนเซนมันแสบ เวลาเตะบอลกับทีมทักษิณ ฮุนเซนอยู่ในชุดสีแดง เพราะต้องการสนับสนุนคนเสื้อแดงของทักษิณ ขณะที่ทักษิณอยู่ทีมสีน้ำเงิน ในโอกาสนั้น ฮุนเซนเปิดพรมแดนให้พี่น้องชาวอิสานเดินทางมาร่วมกิจกรรมในกัมพูชาด้วย สุดท้าย เมียฮุนเซน ที่ชื่อ บุญรานี ขึ้นไปอธิษฐานบนเขาพระวิหาร ขอให้คนแกล้งทักษิณต้องมีอันเป็นไป (อุ๊บ) และบอกว่า จะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในเขมรหากกลับไทยไม่ได้ถาวร เรื่องนี้สร้างความโกรธให้ฝ่ายไทยมาก

…ต่อมา คือการต่อต้านจากฝ่ายเสื้อแดง ที่โกรธเพราะมาพรากรัฐบาลอันเป็นที่รักของเค้าไปด้วยวิธีสกปรก คือตุลาการภิวัฒน์จึงเริ่มออกมาประท้วงอภิสิทธิ์ สาเหตุหลักๆ ก็คือการขอให้อภิสิทธิ์ลงจากตำแหน่งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่อภิสิทธิ์ไม่ยอม อย่าลืมว่า ตอนนั้นภูมิพลเริ่มป่วยแล้ว เข้าโรงพยาบาลเมื่อปี 2009 อำนาจทั้งหมดตกอยู่ในมือสิริกิติ์เป็นหลัก นั่นหมายถึงตกไปอยู่ในมือบูรพาพยัคฆ์ที่มีประยุทธเป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งทีมนี้มีความคิดที่จะไม่อ่อนข้อต่อคนเสื้อแดง ใจหนึ่งก็กลัวว่า หากภูมิพลเป็นอะไรกระทันหัน เสื้อแดงอาจครองเมือง โดยมีทักษิณอยู่เบื้องหลัง และข่าวลือที่ว่า ทักษิณสนิทกับวชิราลงกรณ์นั้น ยิ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพยิ่งต้องกำจัดเสื้อแดงมากขึ้น

…ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและวชิราลงกรณ์จริงในระดับหนึ่ง ในเรื่องของการออกเงินส่วนตัวเพื่อช่วยซ่อมแซมวังนนทบุรีให้วชิราลงกรณ์ รวมถึงการมอบเงิน “ตามพระราชอัธยาศัย” เพื่อเป็นการซื้อตัววชิราลงกรณ์นั่นเอง ทักษิณถึงขนาดให้สัมภาษณ์ นสพ The Times ของอังกฤษว่า ยุคสมัยหน้าที่มีวชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์ จะยิ่งแจ่ม สดใส และเจริญรุ่งเรืองกว่านี้ ทำให้ลิ่วล้อของภูมิพลโกรธมาก ถึงขนาดฟ้องทักษิณด้วย 112 มองตรงนี้ บอกเลย ทักษิณน่ารังเกียจมาก ยุคที่รุ่งเรืองกว่า ยุคห่าอะไรคะ มีแต่การอุ้มฆ่าทั้งนั้น ในส่วนของวชิราลงกรณ์ แม้ได้เงินมาจากทักษิณ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการเป็นมิตรกับทักษิณ เอาจริงๆ วชิราลงกรณ์ไม่ได้เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น เพียงแต่อ่อนไปตามลมและจังหวะทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉลาดพอตัว

…เดี๋ยวกลับมาเรื่องคนเสื้อแดงถูกสังหารกลางกรุงค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 3

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

รัฐประหารเกิดขึ้นในระหว่างที่ทักษิณอยู่สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็ย้ายลอนดอน ก่อนที่จะเดินทางกลับไทย แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณว่า ทักษิณจะต้องโดนเล่นงานแน่ๆ เลยตัดสินใจเดินทางออกไทยไปปักกิ่ง ก่อนที่จะลี้ภัยไปดูไบอย่างที่เราทราบกันอยู่ แต่การกำจัดทักษิณไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุเพราะว่า ทักษิณกลายเป็นที่รักของคนต่างจังหวัด พวกเค้าเจ็บแค้นตรงที่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีผู้นำคนไหนสนใจความเป็นอยู่ชาวบ้าน จนเมื่อมีคนอย่างทักษิณโผล่มา เมื่อชีวิตพวกเค้าเริ่มจะดีขึ้น คนเหล่านั้นก็พรากทักษิณไปจากเค้า…มันจึงเกิดกลุ่มต่อต้านรัฐประหารขึ้นหลังจากรัฐประหาร แรกๆ พวกนี้ก็สวมเสื้อเหลืองเหมือนกัน เพราะไม่อยากถูกตีตราว่าล้มเจ้า แต่ต่อมาเมื่อเข้าใจว่า คนกลุ่มไม่ใช่คนเสื้อเหลือง หากแต่เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐประหารและสนับสนุนทักษิณ จึงเลือกสีแดงแทนสีเหลือง เพราะแดงคือสีของเลือด นั่นคือชีวิต และเป็นสีของการต่อสู้ ของนักต่อสู้ จนต่อมาพัฒนาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีทักษิณเป็นไอดอลทางการเมือง…มันจึงเกิดขั้วการเมืองที่วัดกันตรงสีเสื้อ กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมีบทบาทตั้งแต่นั้น หลังรัฐประหาร กษัตริย์ภูมิพลเลือกพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นมาเป็นนายก เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเห็นว่า ไม่เพียงแต่ภูมิพลเห็นชอบกับการทำรัฐประหารล้มทักษิณ แต่ยังเลือกคนของตัวเองขึ้นมาเป็นนายกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประวัติสุรยุทธ์น่าสนใจ พ่อเค้าเป็นคอมมิวนิสต์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลไทย (พโยม) จนในที่สุดไปตายเอาที่ชายแดน ส่วนตัวสุรยุทธ์นั้นถูกเลี้ยงมาอีกแบบ และเมื่อได้เติบโตในวงราชการทหาร ก็เป็นที่ถูกใจเปรมอย่างมาก จนเลือกให้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดสถาบันกษัตริย์…ภารกิจแรกของสุรยุทธ์ก็คือการลบความชอบธรรมของทักษิณ เพื่อให้ทักษิณเป็นผู้ร้าย อาทิ การเดินทางไปขอโทษคนใต้ต่อเหตุกาณณ์กรือแซะและตากใบ ในด้านต่างประเทศ ก็กำหนดนโยบายใหม่ที่ตั้งอยู่บนคุณธรรม หรือนโยบายต่างประเทศคุณธรรมนั่นเอง ฟังชื่อแล้วตอแหลฉิบหาย ณ ตอนนั้น กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยคือ PAD ที่สามารถล้มรัฐบาลทักษิณได้ คิดว่าตัวเองชนะแล้ว เพราะถีบทักษิณออกไปจากประเทศแล้ว ด้านเสื้อแดงก็ยังไม่มีฤทธิ์เดชมากนัก ทั้งหมดนี้ทำให้สุรยุทธ์จัดการเลือกตั้งเร็วคือภายปีกว่าๆ เท่านั้นก็มีการเลือกตั้งเพราะคิดว่าฝ่ายทักษิณหมดอิทธิพล..ในความจริง ทักษิณไม่เคยยอมแพ้ ได้แต่งตั้งให้สมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินีของตัวเอง ซึ่งสมัครก็ยอมรับอย่างนั้นจริง เข้าลงในการเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชน (เพราะไทยรักไทยถูกแบนไปแล้ว) และแล้ว พรรคพลังประชาชนก็ชนะการเลือกตั้งขาดลอย เป็นการตบหน้าฝ่ายเจ้าที่คิดว่าสามารถกำจัดอิทธิพลของทักษิณไปได้ เมื่อสมัครชนะการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการปลุกผี PAD กลับมาอีกครั้ง นั่นคือผีเสื้อเหลืองที่ออกมาจัดการชุมนุมไล่สมัครรายวัน…หนึ่งในยุทธวิธีการไล่ก็คือ การเอาประเด็นเขาพระวิหารมาเล่นงานสมัคร เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ ไทยกับกัมพูชามีความเจ็บแค้นกันมานานตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ การลงนามร่วมระหว่างสยามและฝรั่งเศสในปี 1904 และ 1908 เป็นการยกเขาพระวิหารให้เขมร และเรายอมรับมาตลอด แม้แต่กรมพระยาดำรงตอนจะขึ้นไปบนเขายังต้องขออนุญาตฝรั่งเศส เรื่องการแบ่งเขตแดนยังไง ดิชั้นเขียนไว้อย่างละเอียด แต่ไม่ขออธิบาย ณ ที่นี้ เอาเป็นว่า การแบ่งแบบนั้น ไทยเสียเปรียบ แต่ปัญหาคือไทยยอมรับการแบ่งแบบเสียเปรียบมาตลอด ทำให้เราแพ้คดี เมื่อทั้งสองประเทศนำเรื่องนี้ไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 1962 เราแพ้เขมร และเรามีเวลาอีก 10 ปีในอุทธรณ์ แต่เราก็ไม่ทำ เพราะเราไม่มีข้อมูลใหม่ในการโต้แย้ง….ผ่านมาหลายปี เรายังไม่ยอมเรื่องเขาพระวิหาร ส่วนหนึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในปี 2003 ที่นายกฮุนเซนอ้างว่า กบ สุวนันท์บอกว่า นครวัดเป็นของไทย ทำให้กลุ่มคลั่งชาติเขมรเผาสถานทูตไทยเสียหายหนักมาก ดิชั้นอยู่ในพนมเปญตอนเผาพอดี แต่ไม่ขอเล่าเพราะเขียนไปแล้ว ผ่านมาถึงปี 2008 เขมรต้องการเอาเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งเขมรสามารถทำได้โดยไม่เกี่ยวกับไทย แต่สมัครเห็นว่า เรามีปัญหากันมามากในอดีต การที่ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ทำให้เป็นการแสดงว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะถ้าเขาพระวิหารมีคนมาเที่ยวมากขึ้น เราก็ได้ประโยชน์ ไทยจึงสนับสนุนความต้องการของเขมรที่ UNESCO… กลุ่ม PAD จึงใช้อันนี้เล่นมางานสมัครโดยอ้างว่า แม้พระวิหารจะเป็นของเขมร และพื้นที่รอบๆ วัดจำนวน 4.6 ตาราง กม ยังเป็นของไทย การที่สมัครสนับสนุนการขึ้นทะเบียน UNESCO ของกัมพูชาเท่ากับเราเสียดินแดน 4.6 ตรกม ไปด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายกับเขมร จนกลายมาเป็นสงครามมินิของสองฝ่าย แต่เอาจริงๆ แล้ว ก็ไม่สามารถล้มสมัครได้ จะล้มได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเข้าแทรกแซง โดยกล่าวหาว่า สมัครมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะระหว่างเป็นนายก สมัครยังมีรายการอาหาร ซึ่งไม่สามารถทำอาชีพสองอย่างพร้อมกันได้ ทำให้สมัครต้องลงจากตำแหน่ง เป็นการลงจากตำแหน่งของผู้นำที่เหี้ยที่สุดในโลก และถือว่าเป็นการทำตุลาการภิวัฒน์หรือ judicial coup ครั้งแรกๆ ของไทย นั่นหมายถึง การยืมมือศาลในการล้มรัฐบาล

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 2

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 2 แบบถล่มทลายในปี 2005 ยิ่งทำให้ฝ่ายเจ้ากังวลใจว่า ทักษิณจะเป็น “สุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่อง” โดยการชนะเลือกตั้งครั้งที่สองมันบอกอะไรหลายอย่าง อย่างแรก มันทำให้ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยที่สามารถอยู่ครบเทอม 4 ปี พระเจ้าช่วย ก่อนหน้านี้คือมีอันต้องเป็นไป ส่วนใหญ่ก็โดนทำรัฐประหาร ประการที่ 2 มันทำให้รู้ว่า ความนิยมในตัวทักษิณมันสูงมาก เป็นที่รักของชาวบ้านในต่างจังหวัด ตอนนั้นยังไม่มีเสื้อแดงนะ แต่คนพวกนั้นรู้ว่า เมื่อเลือกทักษิณแล้ว ตัวเองจะได้อะไรจากรัฐบาลทักษิณ มันไปลดการซื้อเสียง เพราะสิ่งที่เค้าได้มันมากกว่าเงินที่นักการเมืองเคยแจก มันยั่งยืน และนี่แหละที่ทำให้ทักษิณชนะใจชาวบ้าน…ขณะเดียวกัน ทักษิณก็เล่นเกมนี้เก่ง ในปี 2003 หลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาลได้แค่ 2 ปี ทักษิณสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจนกลับมาอยู่เกือบในสภาพเดิมก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ไทยสามาถใช้หนี้คืนแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund) ได้ก่อนเวลา ทักษิณเลือกจังหวะได้เหมาะสมในการคืนเงินกู้ จัดงานใหญ่เพื่อ “ประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ” จาก IMF โดยการขึ้นไปบนโพเดี้ยม และโบกธงไทย อันนี้มันใช้ความชาตินิยมมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง มีกี่ครั้งที่ไทยประกาศอิสรภาพจากการครอบครองของคนอื่น เราคิดถึงพระนเรศวร พระเจ้าตาก แล้วมาถึงทักษิณ… ภูมิพลเริ่มไม่พอใจที่ทักษิณเอาความนิยมของตัวเองไปจากประชาชน…แต่ทักษิณเองก็ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไร้ราคี ตลอดเวลาที่ทักษิณอยู่ในอำนาจ ก็มีความผิดพลาดในนโยบายหลายอย่าง จนกลายมาเป็นข้ออ้างให้ศัตรูหยิบยกมาโจมตี ตั้งแต่การใช้โนบายภาคใต้ที่รุนแรง จริงอยู่แม้กองทัพจะเป็นผู้ใช้ความรุนแรง แต่ทักษิณในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่กรือแซะและตากใบ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่ให้ความชอบธรรมต่อการวิสามัญฆาตกรรมจนนำไปสู่ผู้เสียชีวิตหลายพันคน รวมไปถึงการใช้นโยบายรัฐเอื้อต่อธุรกิจของตัวเองและครอบครัว และการใช้อำนาจรับปิดปากสื่อและฝ่ายค้าน…เมื่อรู้ว่าทักษิณได้ใจคนต่างจังหวัดมาก คนสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งที่สอง ทำให้กลุ่มรอยัลสิต์ที่มีฐานอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลางกรุงเทพ นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เริ่มออกมาต่อต้านทักษิณ สาเหตุรองมาจากการที่ทักษิณเป็นคู่แข่งสถาบันกษัตริย์ แต่สาเหตุหลักเป็นการผิดใจกันที่มีเหตุผลมาจากเรื่องส่วนตัว และขบวนการนี้ได้เริ่มในปี 2005 โดยมีการนำสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์มาให้ความชอบธรรมต่อการล้มล้างทักษิณ อาทิ การใช้สีเหลืองมาเป็นเสื้อ จนนำไปสู่กำเนิดของขบวนการเสื้อเหลือง และการทำแบนเนอร์ต่างๆ ที่มรข้อความอาทิ “รักในหลวง ร่วมขับไล่ทักษิณ” เป็นการเอาสถาบันมาชนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงการใช้รูปภูมิพลและสิริกิติ์ในขบวนการล้มล้างทักษิณด้วย….แต่ถึงจุดนั้น แม้ทักษิณจะกลายเป็นศัตรูโดยปริยาย ทักษิณก็ไม่เคยเปลี่ยนความคิดเรื่องการคืนดีกับเจ้า สังเกตุได้จากการจัดงานครอบรอบการขึ้นครองราชย์ 60 ปี ในปี 2006 ก่อนรัฐประหารไม่นาน ซึ่งช่วงนั้นทักษิณกำลังอยู่ในมรสุมทางการเมืองอย่างหนัก ก้ได้แต่หวังว่าการจัดงานใหญ่เพื่อเจ้าจะข่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองได้ งานนั้นใหญ่จริงๆ มีโมนากี้ในโลกที่มาเองหรือส่งตัวแทนมาทั้งหมด ยกเว้นซาอุ (เพราะปัญหาเพชร) และเนปาล (เพราะสถาบันกษัตริย์กำลังจะถูกโค่นล้ม) ถือว่าเป็นงานใหญ่จริงๆ แต่แล้วก็เกิดเรื่อง….เมื่อตอนจบงาน เมื่อมีการส่งแขกกลับ ถึงตอนอำลาสุลต่านบรูไนโบลเกียห์ ซึ่งเป็นสหายสนิทกับทักษิณ สุลต่านพูดต่อหน้าภูมิพล (ตรงนั้นมีภูมิพล โบลเกียห์ ทักษิณ และเปรม) พูดกล่าวชื่นชมว่างานอลังการมาก และบอกว่า เนี่ย เป็นเพราะทักษิณที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้ คือประมาณว่าอยากชมทักษิณต่อหน้าภูมิพล และกลับถูกตีความว่า ไม่ใช่เพราะบารมีภูมิพล แต่กลับเป็นความสามารถของทักษิณต่างหากที่ทำให้งานสำเร็จ ตรงนี้แหละที่ทำให้ทั้งภูมิพลและเปรมไม่พอใจ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของทักษิณ… แต่ก่อนหน้างาน มันก็มีเรื่องที่ทำให้สถานะทักษิณต้องสั่นคลอน นั่นคือการขาดหุ้นชินคอร์ปให้เตมาเซ็กของสิงคโปร์โดนมิได้ชำระภาษีตามที่ฝ่ายค้ายอ้าง มันเป็นประเด็นที่หนักพอที่จะเพิ่มความรุนแรงให้กับการประท้วง ที่รวมไปถึงการประท้วงสิงคโปร์ด้วย มีการเผาสัญลักษณ์ของสิงคโปร์หน้าสถานทูตสิงคโปร์ในไทย ตรงนั้นเอง ที่ฝ่ายต่อต้านออกมาพูดเรื่องการคอร์รัปชั่นของทักษิณ แม้ว่าในความเป็นจริง มันจะเป็นเรื่องการแข่งขันทางอำนาจ ที่ฝ่ายเจ้าแพ้ทักษิณในเกม แต่ใช้วิธีนอกเกมในการกำจัดทักษิณ นั่นคือรัฐประหาร…. เดี๋ยวมาต่อค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น