เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เป็นจุด “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ทางการเมือง เมื่อขบวนการนักศึกษา ประชาชน สามารถโค่นล้มผู้นำทหาร ที่ปกครองการเมืองไทยมายาวนาน ตั้งแต่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหาร ยึดอำนาจ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ปี 2500
กว่า 14 ปีภายใต้การปกครอง ของจอมพลสฤษดิ์ ผ่องถ่ายอำนาจ สู่ยุค 3 ผู้ยิ่งใหญ่ จอมพลถนอม กิตติขจร -จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร
ทว่าหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เมื่อเกมอำนาจพลิกขั้ว “จอมพลถนอม” จึงถูกรัฐบาลใหม่ยึดทรัพย์ โดยการลงนามของนายกรัฐมนตรี ชื่อ “สัญญา ธรรมศักดิ์”
อาศัยธรรมนูญมาตรา 17 ออกคำสั่ง คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สรล.40/2516 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2516 ให้ทรัพย์สินของ จอมพลถนอม และ ภริยา จอมพลประภาส และภริยา พ.อ.ณรงค์ และภริยา ทั้งหมดตกเป็นของรัฐทันทีในวันที่ออกคำสั่งนี้
ว่ากันว่า ทรัพย์สมบัติ ของจอมพลถนอม-จอมพลประภาส -พ.อ.ณรงค์ ที่ถูกอายัด รวมกันกว่า 470 ล้านบาท
หากนับเฉพาะทรัพย์สินของ “จอมพลถนอม” และคุณหญิงจงกล ตามคณะกรรมการ ตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สิน ที่มีนายบุญมา วงศ์สวรรค์ เป็นประธาน ได้อายัดไว้ มีอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง อาทิ บ้านเลขที่ 99 ถนนระนอง 2 ดุสิต กทม. โฉนดที่ดินเลขที่ 5890 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน เป็นเงิน 5 ล้านบาท ประกอบด้วย
สิ่งปลูกสร้างเป็นตึกอาศัย 2 ชั้น 600,000 บาท เรือนไม้ชั้นเดียว 60,000 บาท เรือนไทย 500,000 บาท ตึกใหญ่ 2.5 ล้านบาท ตึก 2 ชั้น ติดต่อกับตึกใหญ่ 1.3 ล้านบาท สระว่ายน้ำ 400,000 บาท อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น เรือนครัวและห้องพัก 400,000 บาท เรือนไม้ 2 ชั้น 60,000 บาท เรือนไม้ชั้นเดียว 40,000 บาท รั้วและถนน 200,000 บาท
ศาลาที่พักยาม 80,000 บาท ประตูรั้วและป้อมยาม 50,000 บาท การถมดิน ปลูกต้นไม้จัดสวน ทำน้ำพุ 100,000 บาท
บ้านเลขที่ 89, 89/1 และ 89/2 ถนนระนอง 2 ดุสิต โฉนดที่ 8758 แขวงถนนนครไชยศรี ดุสิต กทม. เนื้อที่ 2 ไร่ เป็นเงิน 4 ล้านบาท ประกอบด้วย สิ่งปลูกสร้าง ตึกหลังใหญ่ 400,000 บาท เรือนไม้ 2 ชั้น 80,000 บาท ตึก 2 ชั้น 250,000 บาท ตึก 2 ชั้น 300,000 บาท เรือนไม้ชั้นเดียว 50,000 บาท
อาคารถกลสุข โฉนดที่ 5891, 14518, 14519 และ 8989 แขวงถนนนครไชยศรี ดุสิต กทม. เนื้อที่ทั้ง 4 โฉนด รวม 1,207 ตารางวา เป็นเงิน 6,035,000 บาท
ที่ดินดอนเมือง เนื้อที่ 54 ไร่ 1 งาน 96 ตารางวา ราคาไร่ละ 50,000 บาท รวม 2,724,500 บาท ที่ดินซอยอุดมสุข เนื้อที่ 265 ตารางวา ตารางวาละ 2,500 บาท เป็นเงิน 1,325,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีบ้านที่ปากเกร็ด เนื้อที่ 3 แปลง 4 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา เป็นเงิน 2,673,000 บาท
บ้านที่พัทยา เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา ตารางวาละ 800 บาท เป็นเงิน 1,155,200 บาท ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้าง อาทิ ตึกใหญ่ 2,800,000 บาท อาคารที่พักอาศัย 189,000 บาท ศาลาริมทะเล 70,000 บาท หาดอู่ทองหัวหิน เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา หรือ 788 ตารางวา ตารางวาละ 500 บาท เป็นเงิน 394,000 บาท ที่ดินชะอำ เนื้อที่ 42 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา รวม 850,000 บาท
และยังมีที่ดินบ้านหัวแหลม อยุธยา บ้านเมืองตาก ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จ.ตาก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของจอมพลถนอม ราคา 120,000 บาท ก็ยังถูกอายัด
ขณะที่สังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในบ้านทุกหลัง ก็ถูกอายัด เช่น ในบ้านเลขที่ 99 ถนนระนอง 2 ดุสิต กทม. สิ่งที่ถูกอายัดส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูป โดยพระพุทธรูปที่มีมูลค่าสูงสุด คือพระพุทธรูปปางลีลา สูง 36 นิ้ว 1 องค์ ราคา 400,000 บาท พระพุทธรูปปางสะดุ้งมารสัมฤทธิ์ หน้าตัก 22 นิ้ว 1 องค์ ราคา 200,000 บาท ของตกแต่งภายในบ้าน อาทิ ทีวีสียี่ห้อ METZ 24 นิ้วราคา 28,000 บาท โต๊ะไม้ประดับมุก ต่อ 3 ท่อน 1 ตัว 80,000 บาท
ส่วนหุ้นที่จอมพลถนอมมีอยู่ในบริษัทต่าง ๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สหธนาคารกรุงเทพ จำกัด บริษัทชลประทานซีเมนต์ รวมกว่า 12,000 หุ้น และหุ้นของคุณหญิงจงกล 407 หุ้น รถยนต์ที่มีในบัญชี 8 คัน ถูกอายัดทั้งหมด โดยรถที่แพงที่สุดคือ รถเบนท์ลีย์ ทะเบียน กทม. ฆ 9555 รุ่นบี 69 ราคา 800,000 บาท
ดังนั้น มูลค่าทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน และบริษัทหลายแห่ง ที่ได้รับการปันผล โบนัสกรรมการ เบี้ยประชุมกรรมการ รวมถึงเงินฝากในธนาคาร ประเภทกระแสรายวัน ออมทรัพย์ และฝากประจำ ที่จอมพลถนอม และคุณหญิงจงกลมีอยู่ในมือ กว่า 84,905489.86 บาท
อย่างไรก็ตาม การเมืองหลัง 6 ตุลา 2519 พลิกขั้วสลับข้างอีกครั้ง อำนาจการปกครองกลับไปอยู่ในมือของทหาร เป็นช่องทางให้จอมพลถนอม ร้องขอต่อคณะกรรมการ ที่มี พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ให้พิจารณาคืนทรัพย์สิน โดยจอมพลถนอมได้ทำบัญชี ขอคืนยาวเป็นหางว่าว ทั้งบ้านที่ จ.ตาก ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปากเกร็ด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สามเสน การถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ
แต่ที่ทางการคืนให้เพียง 5 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินแขวงลาดยาว เขตดุสิต เนื้อที่ 2 ไร่ 16 ตารางวา แต่ไม่รวมอาคารสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ที่ดิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 33 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา เบี้ยกรรมการบริหาร ของสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล 7,000 บาท
เงินโบนัส องค์การเชื้อเพลิง 120,000 บาท รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก.ท.ก.4919 และเงินฝากตามบัญชี ของพันตรีหลวงจบ กระบวนยุทธ ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำนวน 2 ใน 3 เป็นเงิน 137,819.79 บาท
แต่ยังไม่เป็นที่พอใจของจอมพลถนอมและภริยา จึงมีการฟ้องร้องต่อศาลหลายครั้ง กระทั่งในรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ที่เคยเป็นลูกน้องของจอมพลถนอม มีความคิดที่จะคืนทรัพย์สิน ให้จอมพลถนอมบางส่วน เช่น ทรัพย์สินที่เป็นมรดกตกทอดที่ จ.ตาก แต่มีปัญหาตรงที่วิธีการคืน
ทางเลือกหนึ่งคือการให้รัฐบาล เสนอร่างพระราชบัญญัติ คืนทรัพย์สินเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อออกเป็นกฎหมาย แต่ทว่า พล.อ.อ.หะริน หงสกุล ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกอาการแข็งข้อ-คัดค้าน เพราะเกรงกระแสสังคมตีกลับ จึงให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ขณะนั้นว่า
“ถ้ารัฐบาลเสนอร่างกฎหมายคืนทรัพย์สิน ถนอม ประภาส ณรงค์ เข้าสภา จะไม่ยอมรับพิจารณา แต่จะหารือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายก่อนว่า อำนาจบริหารของฝ่ายรัฐบาล ก้าวก่ายอำนาจตุลาการหรือไม่ ถ้ารัฐบาลเสนอมาก็คิดว่าตนเองไม่มีหน้าที่รับ เพราะอำนาจทั้ง 3 ไม่ควรก้าวก่ายกัน”
ผ่านไปกว่า 40 ปี “พ.อ.ณรงค์” บุตรชายจอมพลถนอมที่ร่วมชะตากรรม ถูกยึดทรัพย์ ยังต้องเช่าบ้านตัวเองที่ถูกยึดไป จากกรมธนารักษ์ โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายปี เช่นเดียวกับ “คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี” ซึ่งเป็นลูกสาวจอมพลถนอม แม้ปัจจุบันเป็น สนช. แต่ในชั้น แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ก็ไม่ปรากฏว่ามีที่ดินหรือบ้านแต่อย่างใด เพราะคุณหญิงทรงสุดาและลูก-หลาน ของจอมพลถนอม ยังอาศัยอยู่ในบ้าน ซอยระนอง 2 ที่ถูกอายัดไป
พ.อ.ณรงค์ย้อนเหตุการณ์-ระบายความในใจ ออกมาว่า “ผมไม่ได้หาประโยชน์อะไรเลย
ตอนยึดทรัพย์บัญชีเงินฝากในธนาคาร ยังไม่มีเลย บ้านผมปลูกมา มีหลักฐานซื้อขายถูกต้องก็ยึดไป ยังไม่ได้คืน บ้านหลังนี้ ที่ตรงนี้ คุณแม่ผมซื้อวาละ 35 บาท ตอนสืบสวนกับเจ้าของที่เขาก็ยังไม่ฟัง ทรัพย์สินเรา ที่ดินเมียผมซื้อมาวาละ 140 บาท ก็ถูกยึดไป ต้องเช่าอยู่หมด”
“เขายึดหมดทุกอย่าง รถรา เงินส่วนตัว บ้านที่คุณพ่อเกิดที่จังหวัดตาก อยู่ตั้งแต่แบเบาะ ยังยึดเลย ตอนนี้เอาเป็นห้องสมุดประชาชน บ้านเกิดคุณแม่ผม ที่ดินที่อยุธยา ที่ดินนี้มีมาแต่คุณแม่ผมเกิด ทรัพย์สินที่ใช้อยู่เกือบไม่มีอะไรเป็นชื่อเรา เวลานี้ผมเป็นผู้อาศัย ผู้อาศัยบ้านตัวเอง”
“ผมไม่หวังแล้วนะ ตั้งกรรมการสอบสวน ตั้งแต่ก่อนสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี พอมา พล.อ.เปรม ก็ตั้งกรรมการ กรรมการเขาลงมติให้คืน ก็ไม่คืน เขาก็เก็บหลักฐานต่าง ๆ ที่สำนักนายกฯ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง กลัวคนฮือขึ้นมาอีก ยึด หากต้องคืนทรัพย์สินที่ถูกรัฐบาลยึด ต้องออกเป็นกฎหมาย ต้องเข้าสภาผู้แทนฯ เรื่องใหญ่ ทีนี้รัฐบาลไหนเขาจะตั้งเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องของเขา”
เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ผ่านมาร่วม 48 ปีแต่ทรัพย์สินของจอมพลถนอม ก็ได้รับการคืนแค่บางส่วนเท่านั้น และไม่มีรัฐบาลไหนกล้าคืน
ชีวิต เปื้อนฝุ่น 14 ต.ค.64