หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

ทหารไทย องค์กรที่เน่าเละที่สุดของประเทศ ในที่สุดก็มีคนในออกมาแฉ ว่ามีการถึงขั้นทำใบเสร็จปลอม เพื่อเบิกงบประมาณ

ทหารชั้นประทวน ทนไม่ไหวละอายใจกับสิ่งที่ทำอยู่ เขียนเล่าวิธีโกงเงิน หาเบิกงบภาษีของคนในกองทัพ!!! อ่านแล้ว ทุเรศมากกกกก!!

ทหารข้าราชการที่อยู่แผนกงบประมาณ มีหน้าที่หลักคือ วันๆต้องคอยสร้างใบเสร็จปลอม เพื่อเอาเงินภาษีประชาชนมาโปะ “บิลโรงแรม บิลค่าน้ำมัน บิลร้านอาหาร บิลสายการบิน” ของพวกเหล่านายพล สรุปแล้วงานหลักคือการ เบิกทิพย์ หรือพวกข้าราชการรู้จักกันดีในคำว่า “เบิกผี”

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่รองคือ คอยเสิร์พน้ำ เสิร์พข้าว โดนพูดจาออกคำสั่งแบบทาสอีกด้วย

เขาเล่าว่า ตั้งแต่โควิดมา เมื่อรัฐบาลให้มีการ Work from home และมีการเรียกคืนงบที่ไม่ได้ใช้ เช่น งบไปดูงานราชการ ฯลฯ… ซึ่งแน่นอนทหารก็ไม่คืนงบเหล่านี้ แต่ใช้วิธีการสร้างใบเสร็จปลอมเอา มีการเขียนว่า ไปดูงานทิพย์ และคนซวยก็คือคนทำงบนั่นแหละ เพราะต้องไปหาใบเสร็จหลักฐานปลอมมาใส่!!!

เน่าหนอนมาก องค์กรนี้ ไร้ประโยชน์ ทำตัวเป็นปรสิต รับใช้แต่สถาบันกษัตริย์ แต่หันมาแว้งกัดประชาชน

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
2 ก.ย.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

ธรรมนัส ลูกน้องสุดที่รักของร.10 ในแผนกคุมงานการเมือง ทำอะไรก็ไม่ผิด ค้าแป้ง ค้าผง ฆ่าคนตาย ยังรอดมาเป็นเจ้าคนนายคน ปกครองประเทศไทย

ขนาด กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ที่ยอมรับเรื่องตรวจสอบกรณี ธรรนัส เปิดบริษัทเถื่อน เพื่อฟอกเงิน มีการถือหุ้นเกิน 5% ซึ่งผิด พรบ การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 สรุปแล้ว ป.ป.ช. ยังยื้อเรื่องเป็นปีๆ ไม่ยอมตัดสินความผิด แม้จะมีเอกสารการถือครองหุ้นชัดเจน มีข่าวไปทำสกู๊ปส่องดูที่ตั้งของบริษัทแล้วเป็นบ้านร้าง ทั้งหมดนี้ยังทำอะไรมันไม่ได้

ดูเอาแล้วกัน นักการเมืองที่ กล้าที่จะทำผิดกฏหมายแบบเปิดเผย เปิดธุรกิจเถื่อนเพื่อฟอกเงินในประเทศ ถ้าเป็นคนธรรมดาติดคุกหัวโตแล้ว (ซึ่งเรื่องการฟอกเงินนี่ถือเป็นคดีร้ายแรงมาก เพราะมักเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมอื่นๆด้วย เช่น ค้ายาเสพติดหรือสิ่งผิดกฏหมาย)

ป.ล. เรื่องธรรมนัสนี่ เวลาออกข่าวต่างประเทศ เขารายงานกันแรงมาก เพราะชาวโลกอึ้ง ที่เมืองไทยมีรัฐมนตรีเป็นอดีตนักโทษค้ายาข้ามชาติมาก่อน พูดเลยว่าประเด็นธรรมนัสนี่ ถือเป็นความอับอายและเสียหายแก่ประเทศมากเพราะมันเกี่ยวโยงกับเรื่องยาเสพติด (ซึ่งอาจจะส่งผลให้คนไทยเวลาจะไปเที่ยวเมืองนอก ก็จะมีภาพลักษณ์ที่เสียไปด้วย เวลาไปสนามบินชาติไหนเขาจะจับตามองเป็นพิเศษว่าเราขนยาหรือไม่ อันนี้ซีเรียส)

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
2 ก.ย.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

สุนัขทรงเลี้ยงตัวโปรด

ส.ศิวรักษ์ หรือ ไอ้แป๊ะ  เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน บรรพบุรุษทั้งหมดเป็นชาวจีนโพ้นทะเล (แต่ชอบเรียกชาวจีนว่าเจ๊ก) จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนอัสสัมชัญเมื่อปี 2495 แล้ว  เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ จากวิทยาลัยเซนต์เดวิด เมื่อปี 2500

ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักคิด นักเขียนชื่อดังในปัจจุบัน และเป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ชาวไทย เคยกล่าวถึง ส.ศิวรักษ์ ว่า  “ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนักที่ต้องมาพูดถึง ส.ศิวรักษ์ ต่อหน้าคุณสุลักษณ์..ศิวรักษ์ ยังคงเป็นปัญญาชนนอกระบบที่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีครั้งใดที่เขาจะถูกขจัดออกไปจากสังคมไทยได้เลย” ซึ่งเป็นมุมมองที่บ่งบอกตัวตนของ ส.ศิวรักษ์ได้เป็นอย่างดี…..ไม่มีนักประวัติศาสตร์คนใดอยากเข้าใกล้

เหตุใด ส.ศิวรักษ์ จึงถูก ศ.ดรนิธิ เรียกหาว่าเป็นนักวิชาการนอกระบบ ที่ไม่สามารถถูกขจัดออกจากสังคมได้ โดยเฉพาะการสนทนาเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ จะไม่มีใครเชิญส.ศิวรักษ์เข้าร่วมเนื่องจากส.ศิวรักษ์ เป็นเพียงปัญญาชนเมื่อ 64 ปีที่ผ่านมาและเขายังเป็นฝ่าย “ก้าวหน้า” ที่ “รักเจ้า” อย่างเปิดเผย แถมมีความรู้ไม่ถึงความเป็นนักวิชาการ โดยเฉพาะ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เคยออกปากถึงงานเขียนของ ส.ศิวรักษ์ ว่า “ขวานผ่าซาก” คนที่มีคุณสมบัติเช่นส.ศิวรักษ์นี้จึงเป็นอุปสรรค์ต่อการสัมนาเชิงวิชาการว่าด้วยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์

ประเทศไทยไม่มีใครรู้จักและใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เท่ากับตระกูลศิวรักษ์ โดยเฉพาะ ส. ศิวรักษ์ จะพูดถึงเรื่องราวจักรๆวงค์ๆ ตลอดชีวิตของความเป็นปัญญาชน แม้เคยถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาหลายครั้งหลายหน แต่นั่นไม่อาจเชื่อได้ว่าส.ศิวรักษ์เป็นปัญญาชนคนเดียวที่มีความกล้าหาญในการพูดถึงสถาบันฯ เพราะบนความเป็นจริงนั่นก็คือส.ศิวรักษ์กำลังทำงานตรวจสอบความจงรักภักดีของบุคคลให้กับกษัตริย์ นี่จึงป็นเหตุผลที่ศ.ดร.นิธิเรียกหาว่าเป็นนักวิชาการนอกระบบ ที่ไม่สามารถถูกขจัดออกจากสังคมได้

ล่าสุดส.ศิวรักษ์ออกมาเดินนำหน้ากลุ่มเยาวชน “เดินทะลุฟ้า ปรากฏว่าแกนนำถูกจับห้ามประกันตัว แต่ส.ศิวรักษ์นอกจากไม่โดนจับแล้วยังออกมาโจมตีทั้งรัฐบาลและศาลอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย

ส.ศิวรักษ์ ผู้ค้ำประกันความดี ร.10 ว่าเป็นกษัตริย์ผู้ปิดทองหลังพระ

– มีพระราชประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสิ่งต่างๆ
– ท่านห่วงใยประชาชนพลเมืองและทรงรู้จักคนรุ่นใหม่ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะอุดหนุนคนรุ่นใหม่

ในขณะอีกหนึ่ง นายสุภัค ศิวรักษ์. ซึ่งเป็นนอมินีธุรกิจการเงินและผู้ดูแลหุ้นของภูมิพลและครอบครัวมาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่มีใครสังเกตหรือติดตามบทบาทการทำงานของสุภัค ศวิรักษ์ ซึ่งตามข้อมูลที่ผมได้รับมีดังต่อไปนี้

BT ธนาคารไทยธนาคารตั้งสุภัค ศิวรักษ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และซีอีโอ

นายสุภัค ศิวะรักษ์ ​กรรมการในคณะ
กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์​ 

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีไอเอ็มบี

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
2 ก.ย.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

47 ปี กรณีพลับพลาไชย 3 กรกฎาคม 2517 ที่โลกลืม

หลังกรณี14 ตุลาคม 2516 มีเหตุการณ์จลาจลที่เขตพลับพลาไชย เยาวชนและประชาขนเขื้อสายจีนกับตำรวจโรงพักพลับพลาไชยปะทะต่อสู้กันเป็นเวลา 4 คืน

ก่อนที่จะเกิดกรณีดังกล่าว บ่ายวันนั้น มีการขุมนุมของนักศึกษาประชาชนต่อต้านอเมริกา ที่สนามหลวง ซึ่งเป็นข่วงวันชาติสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคม แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ชุมนุมขับไล่อเมริกา

ต่อมา เมื่อเวลา 20.30 นาฬิกาของคืนนั้น เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างประชาชนกับตำรวจจราจร เริ่มเมื่อนายพูน ล่ำลือประเสริฐ ผู้แท็กซี่ ปฏิเสธการจับกุมของตำรวจจราจรฐานจอดรถในที่ห้ามจอดหน้าโรงหนัง นายพูนตะโกนบอกประชาชนว่า ตำรวจจับซ้อม ทำให้ฝูงชนที่ออกจากโรงภาพยนตร์กรูกันเข้ามาล้อม พยายามขัดขวางตำรวจจับนายพูน เมื่อไม่สำเร็จ ก็พากันเดินตามไปยังสถานีตำรวจพลับพลาไชย สถานการณ์เริ่มรุนแรงเมื่อไปถึงสถานี มีเสียงปืนยิงปืนยิงมาจากสถานีตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ประชาชน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มโกรธแค้น จึงขว้างปา ทุบ ทำลายทรัพย์สินโรงพัก จนเกิดการต่อสู้ อย่างรุนแรงกระจายไปทั่วพลับพลาไชย มีวัยรุ่นสื่อมวลชนเรียกว่า” กุมารจีนออกมาร่วมในเหตุการณ์หลายร้อยคน ถูกตำรวจยิง จับซ้อม และถูกส่งไปดำเนินคดีข้อหาหนักทั้งหมด รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์คัดค้านการปราบปรามประชาชนพลับพลาไชย การปะทะเกิดขึ้นทุกคืนเป็นเวลา3 วัน ไม่มีเสียงปืนเลยในคืนวันที่6 กรกฎาคม เพราะมีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกรอบชนะเลิศ ระหว่าง เยอรมันกับฮอลแลนด์
ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 25 คน บาดเจ็บ 120 คน

ความสำคัญของกรณีพลับพลาไขย
1 ไม่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ทั้งๆที่มีผู้เสียชีวิตหลายสิบ บาดเจ็บกว่าร้อยคน และผู้คนลืมไปอย่างสนิท ผมยังจำภาพข่าวคนนอนตาย คนถูกจับ ถูกซ้อมในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
2 สื่อมวลชน และสังคมการเมืองโจมตีฝ่ายเยาวชนประชาชน ปกป้องตำรวจ
3 เป็นครั้งแรกหลังกรณี14 ตุลาคม ที่รัฐบาลปราบปรามประชาชนและฝ่ายสูญเสียอำนาจ อิทธิพล ซึ่งต่อมา เรียกว่า “ฝ่ายขวา “ แก้แค้นขบวนการนักศึกษาประชาชน 14 ตุลาคม และค่อยๆฟื้นตัว ตั้งนวพล นักศึกษาอาขีวะกลุ่มกระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้านต่อต้านขบวนการนักศึกษาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย และมีอุดมการณ์สังคมนิยม (ฝ่ายซ้าย ) อันนำไปสู่กรณีนองเลือด 6 ตุลาคม 2519

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
1 ก.ย.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

ยกมาทั้งแผง โฉมหน้าขี้ข้ารับใช้ร.10 ทั้งเวอร์ชั่น นั่งอยู่ในวังใกล้ชิด และเวอร์ชั่นนั่งในรัฐสภา

จากการ UPDATE ข่าวกรองล่าสุด ในท่าทีปฏิกริยาของร.10 และทีมวัง ต่อสถานการณ์ที่โดนคนออกมาชุมนุมต่อต้าน

สรุปแล้ว:

1) ร.10 ได้รับข่าวสถานการณ์เรื่องม็อบจากทีมราชเลขา ซึ่งได้รับรายงานสรุปผลมาจากรัฐบาลอีกที

2) ร.10 และวังไม่แคร์ มีท่าที ชิลๆ ไม่กังวลเพราะเชื่อว่า รัฐบาลเอาอยู่

3) แต่ยังมีการคุมเข้มเรื่องการปราบม็อบอย่างเด็ดขาดรุนแรงต่อไป ไม่สนใจกฏหมายระหว่างประเทศใดใด

3) จักรภพ ภูริเดช จะเป็นคนคุยไปคอยสั่ง กำชับ ผบ.ตร. ให้ตำรวจปราบม็อบอย่างรุนแรงต่อไปเรื่อยๆ

4) ฝั่งรัฐบาล (พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย) จะช่วยหนุนอีกแรงในการคุมเข้มปราบม็อบอย่างรุนแรง

5) ทั้งวังและรัฐบาลประเมินแล้วว่า ถ้าปราบหนักต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็จบไปเอง ไม่คิดจะปฏิรูป ปรับตัว ลาออก หรือรับผิดชอบใดใด

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
28 ส.ค.64

หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

Rohan Zhou-Lee พันธมิตรคนสำคัญผู้ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ Thai Rights Now

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

บทสัมภาษณ์ โรฮาน ซู-ลี (Rohan Zhou-Lee) @Blasianmarch ผู้ก่อตั้ง Blasian พันธมิตรของ Thai Rights Now ที่ร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในไทย

TRN : ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

โรฮาน: ชื่อ โรฮาน นามสกุล ซู-ลี. สรรพนาม เขาหรือ ซีญา

TRN : ทำไมคุณถึงได้มาเข้าร่วมกับ การเคลื่อนไหวของกลุ่ม BLM?

โรฮาน: ผมได้มีการเข้าร่วมการประท้วงในสหรัฐอเมริกามาแล้วประมาณ 7 ปี แต่ก็รู้สึกว่า การที่เกิดมาเป็นแบบนี้ เป็นบุคคลผิวสีและเพศทางเลือก มันหมายถึงผมเกิดขึ้นมาเพื่อการเคลื่อนไหวเหล่านี้อยู่แล้ว ส่วนการเข้าร่วมกับ BLM อาจเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าผมได้ทำมาอยู่แล้วต่างหาก

TRN : คุณคิดว่าอะไรคือการเคลื่อนไหวของ BLM จะเป็นไปในทิศทางไหนในอนาคต?

โรฮาน: ผมคิดว่า การเคลื่อนไหวของ BLM จะพัฒนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แต่อย่างไรนั้น พวกเราคงต้องตามดูกันต่อไป.ผมหวังว่า คนส่วนใหญ่จะสามารถเข้าใจว่า ในขณะนี้ คนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการสนับสนุนการประท้วงครั้งนี้ ก็คือกลุ่มเพศชาย(Straight Men)เอง แม้ว่าการประท้วงในครั้งนี้เริ่มก่อตั้งด้วยผู้หญิงแค่ 3 คน ได้แก่ , Alicia Garza, Patrisse Cullors, and Opal Tometi ซึ่ง 2 ใน 3 นั้นเป็นกลุ่มบุคคลเพศทางเลือก ในนิวยอร์คเอง สิ่งที่ผมกำลังเห็นคือผู้นำของหลาย ๆ กลุ่มออกมาเคลื่อนไหว เช่น Jermaine Greaves จากกลุ่ม ผู้พิการในกลุ่มบุคคลผิวสี (The Black Disabled Lives Matter) Qween Jean and Joel Rivera จากกลุ่ม the Stonewall Protests ซึ่งเรียกร้องเกี่ยวกับ ความหลากหลายทางเพศของบุคคลผิวสี และ กลุ่มบุคคลข้ามเพศ. ส่วนโปรเจ็คของผมเองก็คือ The Blasian March ที่ต่อสู้เรื่องกลุ่มคนผิวสี, กลุ่มคนเอเชียน, และกลุ่มคนที่เป็นลูกครึ่งระหว่าง คนผิวสีและเอเชียน ผมคิดว่า กลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นเพศทางเลือก และ ไม่ได้เป็นผู้พิการต้องทำ ไม่ใช่เพียงแค่ a lot of unlearning to not only honor the legacy of the founders, แต่ต้องทำให้แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวจะดำเนินต่อไปในอนาคต

TRN : คุณหาพวกเรา และเข้ามารวมกับองค์กรของเราได้อย่างไร?

โรฮาน: เฟอร์ (นักกิจกรรมชาวไทยในนิวยอร์ก) ส่งใบปลิวให้เขา

TRN : มุมมองของการต่อสู้เพื่อกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยของคุณคืออะไร?

โรฮาน: ผมเชื่อในพลังของประชาชน รัฐที่ปราศจากประชาชน ก็จะไม่ใช่รัฐ. ผู้นำที่ปราศจากผู้ตามก็จะไม่ใช่ผู้นำ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างงั้น อำนาจก็เป็นของประชาชนอยู่ดี. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยนี้มีความสำคัญมากและตัวรัฐบาลเองก็เริ่มจะตระหนักรู้ถึงอำนาจของประชาชนแล้ว ผมรู้สึกประทับใจมากในทุก ๆ คนที่ออกมาสู้ มาเคลื่อนไหว เพื่อกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย

TRN : อะไรคือมุมมองของคุณเกี่ยวกับการสนับสนุนซึ่งกันและกันของแต่ละองค์กรเพื่อที่จะสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมกัน

โรฮาน: ผมคิดว่าการสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นอะไรที่สำคัญมากเพื่อที่จะสร้างโลกที่มนุษย์ที่ทุกคนมีอิสระเสรี. การที่จะนำความยุติธรรมกลับมา, พวกเราทุกคนต้องร่วมกันขับเคลื่อนสังคมและ มันจะสำเร็จไม่ได้เลยจนกว่า ทุกสังคมจะได้รับการเยียวยาและได้รับการสนับสนุนเรื่องดังกล่าวต่อไป

TRN : มีอะไรที่อยากฝากบอกไหม?

โรฮาน: พวกคุณทุกคนน่าทึ่งมาก!!!!

TRN: Please, briefly introduce yourself.

Rohan: My name is Rohan Zhou-Lee. Pronouns they / siya

TRN: Why did you join the BLM and Movement?

Rohan: I have participated in US protest culture for about seven years, but I recognize that being born as I am, Black and LGBT, means that I was born already into the movement simply by existing. Joining BLM was more like putting in words what I was already doing.

TRN: What’s the future in the BLM movement, in your opinion? (Pros n Cons)

Rohan: I think BLM will continue to evolve. How we will have to see. I hope that most people in it can recognize that so far straight men have benefitted the most in terms of protest support, even though it was founded by three women, Alicia Garza, Patrisse Cullors, and Opal Tometi, two of whom are LGBT. In New York, I am seeing how a lot of intersectional identity leaders coming forward, such as Jermaine Greaves of the Black Disabled Lives Matter, Qween Jean and Joel Rivera of the Stonewall Protests for the Black queer and trans people, and my own project, the Blasian March, for Black, Asian and people who are mixed with both. I think a lot of those who are straight and not disabled have to do a lot of unlearning to not only honor the legacy of the founders but also to ensure a sustainable future for the movement.

TRN: How did you find and come to join our demonstration (Thai New Yorkers For Democracy)?

Rohan: Fleur sent me the flyer!

TRN: What are your views on the fighting movement for democracy in Thailand?

Rohan: I believe in the power of the people. Without the people, there is no nationhood. There is no leader of any kind without a people to lead. Therefore, the power belongs to the people. What’s happening in Thailand is crucial for the country and its government to begin to acknowledge that power. I am inspired by the courage of every single person who has joined the fighting movement for democracy in Thailand.

TRN: What are your views on mutual support (BLM & others democracy movement) for building an equal society?

Rohan: I think that mutual support is essential for building a world where all human beings are free. In order to bring restorative justice, we all have to work together, and it cannot be achieved until every community is healed and has the support to continue healing.

TRN: Any comment points of view welcome.

Rohan: You all are AMAZING!!!!

พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now (https://www.facebook.com/ThaiRightsNow)

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

นี่คือตัวตนผู้คุมบังเหียนประเทศที่แท้จริง

นี่คือผู้ทำลายชาติ..ขายชาติตัวจริง

นี่คือผู้อยู่เบื้องหลัง.3 ป.ทรราช.ตัวจริง

นี่คือผู้สั่งฆ่าและร่วมกับทหารฆ่าคนเสื้อแดง ปี 53 ตัวจริง

นี่คือประธาน.กปปส.ตัวจริง

นี่คือผู้ได้ผลประโยชน์สูงสุดกับการซื้อเรือดำน้ำ.สร้างรถไฟฟ้า.ค้าขายกับจีนตัวจริง

นี่คือสะใภ้จีนตัวจริง..ที่จะให้ไทยเป็นเมืองขึ้นของจีนในอนาคต

และนี่คือตัวปัญหาที่ทำให้สังคมไทยแบ่งแยก.เป็นสองฝ่ายชัดเจน.ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม.ทำให้ขบวนการยุติธรรม.การใช้กฎหมายเลือกข้าง.เกิดสองมาตรฐานในปัจจุบันนี้

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
22 ส.ค.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

มารู้จักอับดุล มุลลาร์ ฆานี บาราดาร์ ว่าที่”ผู้นำ”คนใหม่ของอัฟกานิสถาน

ไม่เกินความคาดหมาย ที่กลุ่มตอลีบันจะเคลื่อนนักรบเข้ายึดเมืองใหญ่ๆ จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว หลังจากยึดเมืองมาซาอี ชาริฟ เมืองใหญ่อันดับสามเมื่อวันอาทิตย์ พอตอลีบันยึดมาซาอี ชาริฟได้ ตอลีบันก็ไปต่อเท่ากับความเร็วของยวดยานที่ใช้บนทางด่วน ตอลีบันใช้ทางด่วนเชื่อมต่อเมืองตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ไปยังเมืองคาบูลต่อไป จนยึดเมืองคาบูลได้ในที่สุด ผู้เจรจาตอลีบันได้เคลื่อนเข้าไปในอาคารสำนักงานประธานาธิบดี เพื่อ”ถ่ายโอนอำนาจ” พร้อมกับกระแสว่า มุลลาร์ บาราดาร์ จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

อับดุล มุลลาร์ ฆานี บาราดาร์ ผู้นำตอลีบันได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังในปากีสถาน ตามคำร้องขอของสหรัฐ เมื่อสามปีก่อน(ปี2018) เป็นผู้ได้รับชัยชนะสงครามยี่สิบปีอย่างไม่มีใครแย้งได้

เมื่อเทียบกับ Haibatullah Akhundzada ที่เป็นผู้นำดูแลทั่วไปของตอลีบัน บาราดาร์ เป็นผู้นำฝ่ายการเมืองที่ปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณะมากที่สุด กล่าวว่าบาราดาร์จะเดินทาง จากสนง.ในกรุงโดฮาไปกรุงคาบูลบ่ายวันอาทิตย์ ภาพการพ่ายแพ้ของกรุงคาบูลวันอาทิตย์ ที่ปรากฎบนทีวี บาราดาร์กล่าวว่า เป็นเพียงบททดสอบเบื้องต้นแท้จริงของตอลีบัน ที่คนอัฟกันฯและทั่วโลกคาดล่วงหน้าว่าต้องเกิดขึ้น

การกลับไปของบาราดาร์ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเป็นรูปเป็นร่างขึ้น กับเหตุการณ์ในอดีตความขัดแย้งนองเลือดที่อัฟกาฯไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เหมือนชีวิตในวัยหนุ่มของบาราดาร์ที่พบกับความขัดแย้งไร้ความเมตตาปราณี

บาราดาร์เกิดในจังหวัดอูรุกกัน ในปี 1968 ร่วมต่อสู้กับกองกำลังมูจาฮีดีน ที่รบกับโซเวียตในทศวรรษปี 1980 หลังจากโซเวียตถอนตัวในปี 1992 ประเทศตกอยู่ในการต่อสู้ของผู้ควบคุมกองกำลัง บาราดาร์ตั้งรร.สอนศาสนาในกันดาร์ฮาร์ ร่วมกับหัวหน้ากองกำลังและพี่น้องร่วมศาสนาชื่อดัง โมฮัมหมัด โอมาร์ และเชื่อว่าจะร่วมรบเคียงข้างโอมาร์ มาก่อน มุลลาร์สองคนนี้เป็นผู้ตั้งกลุ่มตอลีบัน ขบวนการที่นำโดยนักรบอิสลามมิควัยหนุ่ม ที่สละชีวิตให้กับความบริสุทธิ์ของศาสนาของประเทศและสร้างดินแดนทางการเมืองปกครองด้วยอิสลามมิค

บาราดาร์ได้รับแรงผลักดันจากความเคร่งศาสนา สอดคล้องตรงกันกับความเกลียดชังของผู้คุมกองกำลัง และได้รับการสนับสนุนจากองค์การสืบราชการลับปากีสถาน (ISI) ตอลีบันได้รับอำนาจอย่างรวดเร็วในปี 1996 หลังจากได้รับชัยชนะยึดเมืองหลักๆสำคัญๆได้ เริ่มจากขบวนการที่ตั้งขึ้นมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ คนเชื่อว่า บาราดาร์ที่ทำหน้าที่แทนโอมาร์ได้ และจะเป็นนักรบ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิ์ผลสูงสุดในอนาคต

บาราดาร์ประสบความสำเร็จทั้งด้านการรบและเป็นผู้บริหารมาก่อน ในช่วงที่ตอลีบันปกครองอัฟกาฯ ห้าปี ภายหลังถูกสหรัฐและพันธมิตรอัฟกาฯขับไล่ ตอนนั้นบาราดาร์เป็นรมต.กลาโหม

ในช่วงที่ตอลีบันตกจากอำนาจ 20ปี บาราดาร์ไม่หยุดเคลื่อนไหว ยังเป็นผู้นำปฏิบัติการทางทหารและผู้ปฏิบัติการทางการเมืองมาตลอด นักการทูตตะวันตกมองว่าบาราดาร์ อยู่ในกลุ่ม Quetta Shura ที่มาจากผู้นำตอลีบันลี้ภัยที่มารวมกลุ่มกัน ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจISI มีความยินดีที่จะร่วมมือทางการเมืองกับกรุงคาบูลมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโอบามา ไม่ไว้ใจกลุ่มนี้ ที่เก่งทางการรบไม่มีความโน้มเอียงไปในทางสนับสนุนความทันสมัย ซีไอเอตามล่าบาราดาร์ไปถึงการาจีในปี 2010 และเดือนกพ.ปีเดียวกันสหรัฐกดดันให้ ISIจับตัวบาราดาร์

การจับตัวบาราดาร์แทนที่จะก่อให้เกิดผลดี กลับก่อให้เกิดความหายนะตามมา เพราะบาราดาร์มีบทบาทในการสู้รบ แทนที่จะไปในทางก่อให้เกิดสันติภาพในทันทีทันใด ความจริงคือว่า ที่ปากีสถานจับบาราดาร์ไว้ เนื่องจากสหรัฐขอร้อง

ปี 2018 ทัศนะของวอชิงตันเปลี่ยนแปลงไป หลังจากทรัมป์เข้ามาบริหาร ทูตอัฟกาฯจากการหนุนหลังของทรัมป์ Zalmay Khalilzad ร้องขอให้ปากีสถานปล่อยตัวบาราดาร์ (ปล่อยตัวปี 2018) เพื่อเป็นผู้นำเจรจาสันติภาพในกาตาร์ ด้วยเชื่อว่าบาราดาร์จะจัดการแบ่งปันอำนาจระหว่างกันได้ ซึ่งดูจะเป็นไปได้ยาก และไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น

บาราดาร์เป็นผู้ลงนามข้อตกลงโดฮากับสหรัฐฯเดือนกพ. ปี 2020 ซึ่งรัฐบาลทรัมป์เป็นผู้เริ่มต้น หวังว่าจะทำให้เกิดสันติภาพ แต่ตอนนี้กลับตาลปัดเมื่อปรากฎว่า เป็นขั้นตอนนำไปสู่ชัยชนะของตอลีบัน

สหรัฐและตอลีบันลงนามตกลงจะไม่สู้รบกัน แต่ต้องการให้มีการพูดคุยแบ่งปันอำนาจระหว่างกัน ระหว่างตอลีบันและรัฐบาลฆานีแห่งอัฟกาฯ การเจรจานั้นสดุดลง ก้าวหน้าน้อยมาก เป็นที่ชัดเจนว่าบาราดาร์และตอลีบันถ่วงเวลา ให้สหรัฐถอนทหารออกไปก่อน และเตรียมบุกเพื่อชัยชนะเด็ดขาด บาราดาร์ผ่านชีวิตที่อดทนกับการรอคอย บาราดาร์คอยมายี่สิบปี และมั่นใจว่าการรอคอยจะได้ชัยชนะในที่สุด

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
17 ส.ค.64

หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

RIP วงการตำรวจเน่าเละ เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์ #ปฏิรูปไม่ได้ คอร์รัปชั่นมากสุดในประเทศ และกำลังเป็นหน่วยงานตราบาปของประเทศไทย ตามๆทหารไป

หน่วยงานตำรวจไทยโดนครอบงำ ขึ้นตรงต่อตัวของ ร.10 ตั้งแต่ในอดีตสมัยที่ พลเอกเปรม รุ่งเรืองในอำนาจ กลายเป็นหน่วยงานที่ร.10 เอาไว้เป็นเบี้ยหมากทางการเมืองและหมดทางปฏิรูปเพราะหากรัฐบาลไหนเข้ามาหวังเปลี่ยนแปลง ก็เหมือนงัดข้อกับร.10

และที่บอกปฏิรูปไม่ได้นั้นเป็นเพราะมันมีเงินกองอยู่ตรงกลางด้วย เป็นผลประโยชน์ในแวดวงตำรวจมหาศาลบานตะไท เงินที่ว่านั่นก็คือ

  1. เงินมืด บ่อน ม้า มวย หวย ซ่อง ทั่วไทย
  2. เงินจากการซื้อ-ขายตำแหน่งแต่งตั้ง
  3. เงินจากส่วย ที่ตำรวจคนไหนอยากเลื่อนขั้นก็ต้องไปหามาจ่ายให้คนมีอำนาจวิ่งหาตั๋วให้ตัวเองเลื่อนขั้น (ถ้าใหญ่เท่าตั๋วช้าง คือผ่านฉลุย)

ซึ่งในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา คนที่มีตำแหน่งดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ก็คือ ประวิตร – ประยุทธ์ (ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ในยุคที่ คสช. เรืองอำนาจ ประวิตรได้รายได้มหาศาลเข้ากระเป๋า จากการ ใช้อำนาจ ม.44 สั่งให้ไอ้โจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล(ลูกน้องสุดรักในอดีต) เป็นคนคุมคำสั่งแต่งตั้งตำรวจแต่เพียงผู้คนเดียว เป็นเวลา 4 ปีซ้อน!!

ตรงนี้แหละที่มันไปขัดขากับตำรวจใหญ่สายวัง โดยเฉพาะคนที่มีเพื่อนฝูงตำรวจเยอะ อย่าง “พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” มันถึงเกิดปัญหาขัดแย้งกับไอ้โจ๊ก และรวมหัวกับตำรวจที่ไม่เอาไอ้โจ๊ก เล่นงานไอ้โจ๊กจนโดนเด้งไป ตามที่เป็นข่าว หลังจากไอ้โจ๊กโดนเด้ง…ต่อศักดิ์ ก็ขึ้นมาคุมเรื่องโผแต่งตั้งแทน จนแม้แต่เพื่อน นรต.รุ่น47 ของโจ๊ก และตำรวจคนสนิทของโจ๊กมากมาย ก็แปรพักตร์ มากราบเท้า “ต่อศักดิ์” เพื่อให้ช่วยเรื่องตำแหน่ง

สำหรับสันดานเนื้อแท้ตำรวจไทยนั้น ใครมีอำนาจก็ไปเลียคนนั้น นี่คือหน้าที่หลักของตำรวจไทย ไม่ต้องคิดว่าจะทำงานรับใช้ประชาชน เพราะระบบมันเปิดช่องว่างให้มีการคอร์รัปชั่น วันๆจึงคิดมุ่งเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองมากกว่า

ส่วนตำรวจชั้นผู้น้อยก็ต้องไล่ตีม็อบตามคำสั่งของวังกันต่อไป กลายเป็นองค์การเน่าหนอนและตราบาปของสังคม!!!

นี่คือเหตุผลว่าทำไม วงการนี้ถึงเน่าหนอน และปฏิรูปไม่ได้ ตำรวจสมัยนี้ งานการมันไม่ทำ มันวิ่งไปส่งส่วย ส่งข้าวส่งน้ำ ดูแลคนที่มีอำนาจช่วยมันได้ จ่ายเงินจ่ายส่วยกันเป็นรายเดือนเลย

ป.ล. ที่สำคัญ (อันนี้คนในวงการเขาคุยกัน) ว่า เรื่องจะปฏิรูปตำรวจ มันมีมานานแล้ว ก่อนไอ้โจ๊กจะเรืองอำนาจเสียอีก แต่ก็ไม่มีการแก้ บางคนมองว่าพอไอ้โจ๊ก มันเรืองอำนาจ ก็โทษว่าโจ๊กอยู่เบื้องหลัง ขัดขวางการปฏิรูป แต่พอไอ้โจ๊กเด้งไปเมื่อ2ปีก่อน… สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังเน่าเฟะเหมือนเดิม ไม่มีใครคิดจะปฎิรูปจริงจัง เพราะคนมีอำนาจมันรู้ว่าผลประโยชน์มหาศาล ปฎิรูปไป จะเอาที่ไหนแดก? แถมกลายหน่วยงานที่เป็นเบี้ยหมากทางการเมืองของร.10 อย่างเต็มตัว มืดมนเหลือเกินที่จะหวังให้ตำรวจไทยทำงานรับใช้ประชาชน

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
16 ส.ค.64

หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

บทความเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงครบ 89 พรรษา ขอเชิญชวนอ่านบทความเทิดพระเกียรติเรื่องฉลองพระองค์

งามยศงามอ่อนช้อย เคียงกายภูมี
งามล่ำลือโสภี ทั่วหล้า
อาภรณ์ใส่มากมี จากไพร่
ขอท่านอย่าหนีหน้า จ่ายหนี้ปวงชน

เมื่อกล่าวถึงสมเด็จพระพันปีหลวงสิ่งแรกที่คนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายคิดถึงคือพระพักตร์อันงดงามและฉลองพระองค์หรือเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทันสมัย สมเด็จฯถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างมากในการนำมาซึ่งการสร้างสรรค์และชำระชุดไทยให้เป็นหมวดหมู่ เช่นการจัดประเภทชุดตามแบบ ทั้งชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยดุสิตเป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบล้วนแต่มาจากการออกแบบของช่างตัดเสื้อชาวฝรั่งเศส นายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain)

โดยในตอนแรกนั้นสมเด็จฯทรงชื่นชอบงานของห้องเสื้อ Christian Dior แต่เมื่อ Christian Diorเสียชีวิต รัฐบาลไทยได้ทูลเกล้าถวายงานของลูกมือของ Christian Dior คือ Yves Saint Laurent ซึ่งในขณะนั้น Yves Saint Laurentถือเป็นช่างเสื้อหนุ่มไฟแรงและเป็นลูกมืออันดับหนึ่งของ Christian Dior แต่สมเด็จฯก็ไม่ทรงโปรดสไตล์งานของ Yves Saint Laurentจึงทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เองในการเลือกช่างเสื้อนายบัลแมง

นายบัลแมงได้มาเป็นช่างตัดเสื้อประจำองค์ตั้งแต่ช่วงปี 1960 จวบจนถึงปี 1982 ชุดที่ตัดและออกแบบมีตั้งแต่ชุดในพิธีการไปจนถึงชุดลำลอง เสื้อผ้าเครื่องประดับรวมถึงกระเป๋ารองเท้านายบัลแมงเป็นคนจัดสรรค์ทั้งหมด หากพระองค์ต้องการสิ่งอื่นใดที่นายบัลแมงทำเองไม่ได้เช่นกระเป๋าใส่หมวกหรือกระเป๋าเดินทาง นายบัลแมงก็จะจัดหาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น Louis Vuiton ซึ่งมีการสั่งทำเฉพาะพระองค์มีสัญลักษณ์แทนพระองค์สลักอยู่ เป็นต้น โดยชุดที่นายบัลแมงตัดและออกแบบนั้น คาดว่ามีมากกว่า 200 ชุด ทั้งหมดนี้ไม่มีการเผยแพร่แจกแจงรายจ่ายที่รัฐบาลและราชสำนักเป็นผู้จ่ายให้ช่างเสื้อคนนี้แม้แต่รายการเดียว

ปัจจุบันเสื้อผ้าของสมเด็จฯที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นั้นได้รับเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง โดยเสียค่าเข้าในราคา 80-150 บาทแล้วแต่อายุของผู้เข้าชม

หากมองในแง่ดีฉลองพระองค์คือคุณค่าทางประวัติศาสตร์อันหาค่ามิได้ ควรค่าแก่การธำรงค์สืบไปให้เราได้ตระหนักถึง “ภาษี” ที่จ่ายอันเป็นการซื้อหน้าตาให้ประเทศ ให้พระองค์ทรงได้มีฉลองพระองค์อันงดงาม ไพร่ฟ้าหน้าใสได้รับอาหารตากันอย่างอิ่มเอมชื่นบานถึงแม้ว่าเราจะอดอยาก ตกงาน ยากจน คุณภาพชีวิตย่ำแย่ สวัสดิการห่วยแตก การศึกษา สาธารณูประโภค และสาธารณะสุขไม่เท่าเทียมทั่วทั้งประเทศก็ตาม

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้ากลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวงและองค์กร Thai Rights Now

พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now (https://www.facebook.com/ThaiRightsNow)

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น