ลืมอีลอน มัสค์ หรือวอเรน บัฟเฟตต์ไปได้เลย
หากเปรียบเทียบคนที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เราที่ผ่านมา
มานซา มูซา กษัตริย์ในตำนานแห่งจักรวรรดิมาลีโบราณ ยืนหยัดในฐานะบุคคลผู้มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความมั่งคั่งของเขาเหมือนดั่งพรมที่ทอจากทองคำ เกลือ และการอุปถัมภ์ทางวัฒนธรรม
แต่เขาเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงหรือไม่?
ลองย้อนเวลาเพื่อเจาะลึกลงไปในทรายแห่งกาลเวลา
ตำนานแห่งทองคำ
มานซา มูซา หรือที่รู้จักกันในชื่อ มูซาที่ 1 แห่งมาลี เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรมาลีโบราณในแอฟริกาตะวันตก โลกเริ่มรู้จักชื่อของมานซา มูซา จากการเดินทางเพื่อแสวงบุญไปยังเมกกะ ซึ่งเขาได้แจกจ่ายทองคำให้กับคนยากจนและผู้อื่นตลอดการเดินทาง ทำให้โลกตกตะลึง สุลต่านแห่งอียิปต์เองก็ประหลาดใจกับความมั่งคั่งของกษัตริย์มาลีผู้นี้
มานซา (หมายถึงกษัตรย์) มูซา ขึ้นสู่อำนาจในปี 1312 หลังจากที่อาบู บักร์ ผู้ปกครองคนก่อน หายตัวไปในทะเลขณะสำรวจมหาสมุทรแอตแลนติก และไม่เคยกลับมาอีกเลย และทรงเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 9 แห่งจักรวรรดิมาลี การเปิดเส้นทางการค้าใหม่ๆ ทำให้มาลีกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากทองคำ งาช้าง และเกลือ
ในปี 1324 มานซา มูซาได้เดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นการแสวงบุญทางศาสนาไปยังนครเมกกะ พระองค์ทรงเดินทางไปพร้อมกับคาราวานประมาณ 60,000 คน รวมทั้งทหาร คนรับใช้ และทาส คาราวานถูกประดับด้วยทองคำและผ้าไหมเนื้อดี ส่วนมานซา มูซาซึ่งขี่ม้าอยู่นั้นนำหน้าด้วยทาส 500 คน แต่ละคนถือไม้เท้าประดับด้วยทองคำ นอกจากนี้ เขามีขบวนบรรทุกสัมภาระซึ่งมีอูฐ 80 ตัว แต่ละตัวบรรทุกทองคำหนัก 300 ปอนด์
ความมีน้ำใจและความศรัทธาของ มานซา มูซาในระหว่างการแสวงบุญทำให้เกิดความประทับใจไม่รู้ลืม ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาก็แจกทองคำให้คนยากจนและสร้างมัสยิด
การใช้ทองคำอย่างฟุ่มเฟือยในเมืองต่างๆ ที่เขาเดินทางผ่าน โดยเฉพาะในกรุงไคโร ถึงกับทำให้ “ราคาทองคำในภูมิภาคลดลง” ชั่วคราว
การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อเสียงของ มานซา มูซาแข็งแกร่งขึ้นในฐานะมุสลิมผู้ศรัทธาและมีน้ำใจเท่านั้น แต่ยังนำความมั่งคั่งของมาลีไปสู่ความสนใจของโลกอีกด้วย การเดินทางแสวงบุญของเขาทำให้แอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะมาลี ปรากฏบนแผนที่ ทั้งทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ
เทียบชั้นความมั่งคั่ง
ปัจจุบันโลกรับรู้ว่าอีลอน มัสก์คือบุคคลที่มั่งคั่งที่สุด ด้วยความมั่งคั่งสุทธิของเขาที่ 199.4 พันล้านดอลลาร์
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์
จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ นักอุตสาหกรรมชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท แสตนดาร์ด ออยล์ และเป็นมหาเศรษฐีอย่างเป็นทางการคนแรกของโลก ความมั่งคั่งของเขาอยู่ที่ 341 พันล้านดอลลาร์
แอนดรูว์ คาร์เนกี้ เศรษฐีที่ร่ำรวยจากธุรกิจเหล็กและผู้ใจบุญ 372 พันล้านดอลลาร์ ความมั่งคั่งของเขาเทียบได้กับจักรพรรดิเลยทีเดียว
มีคนคำนวณความมั่งคั่งสุทธิของ มานซา มูซา ด้วยตัวเลขปัจจุบันพบว่าเขาน่าจะมีความมั่งคั่งอยู่ที่ประมาณ 1000 พันล้านดอลลาร์ ความมั่งคั่งของเขาไหลมาจากเหมืองทองคำของเขาที่มาลีซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กับเขาอย่างไม่รู้จบสิ้น
มรดกที่เหนือกว่าทองคำ:
ความมั่งคั่งของ มานซา มูซาไม่ใช่แค่วัตถุเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงการสร้างวัฒนธรรม สติปัญญา และจิตวิญญาณให้กับคนอีกมากมาย
เขาเปลี่ยน ทิมบักตู (เมืองโบราณในประเทศมาลี) ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ที่ซึ่งนักวิชาการมารวมตัวกันราวกับผีเสื้อกลางคืนจนกลายเป็นเปลวเพลิงแห่งสวรรค์
มงกุฎแห่งความร่ำรวย
แล้ว มานซา มูซารวยที่สุดหรือเปล่า?
ในทองคำ “อาจจะ” ใช่
แต่ถ้ารวมถึง “มรดก” ด้านวัฒนธรรม ความรู้และอื่นๆที่เขาตกทอดให้คนรุ่นหลัง
มานซา มูซาเป็นคนที่ “ใช่” อย่างไม่ต้องสงสัย
เรื่องราวของมานซา มูซาเป็นการผสมผสานที่น่าทึ่งระหว่างการอุทิศตนทางศาสนา ความมั่งคั่งมหาศาล และผลกระทบที่กว้างขวางจากการกระทำของเขาบนเวทีระดับโลก
ชื่อของเขาสะท้อนผ่านกาลเวลา ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงจุดบรรจบกันของความมั่งคั่งและสติปัญญา
ในภาพโมเสคอันยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์ มานซา มูซาสวมมงกุฎแห่งความร่ำรวยได้อย่างงามสง่า


