หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

หลายคนอยากรู้ว่าป้าม่วงผู้อ้างสมถะพอเพียงนั้นมีทรัพย์สินมากน้อยแค่ใหนเลยเอาส่วนหนึ่งมาให้ดูย้ำนะคะว่านี่แค่ส่วนหนึ่ง !!

สิรินธร​ เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณสยาม ดังนี้
ที่ดินวังสระปทุม
ที่ดินที่ตั้งโรงแรมสยามเคมปินสกี้
ที่ดินที่ตั้งสยามพารากอน
สยามเซ็นเตอร์ สยามคาร์พาร์ค
สยามทาวเวอร์​ และสยามดิสคัพเวอรี่

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณนั้น ดังนี้
ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งห้างอิเซตัน
โรงแรมเซนทาร่าแกรนด์
ห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ห้างเซน
สำนักงานเซ็นทรัลเวิร์ล,
ชุมชนหลังวัดปทุม (ย่านสลัม)
และ โรงเรียนวัดปทุม
(ที่ดินส่วนทีตั้งวัดเป็นของวัด)

สิรินธร​และในหลวงภูมิพล
ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน สยามพิวรรธน์
(ชื่อบริษัทพระราชทานของพระเทพ)

โดยในหลวงภูมิพลถือหุ้น 180,000 หุ้น
และสิรินธร​ 4.32 ล้านหุ้น
ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อต่อมาจากกระทรวงการคลัง
และธนาคาร CIMB Thai ในปี 2546
และ 2548 รวมกันแล้วครอบครัวราชวงศ์ไทย

(สิรินธร​-ในหลวงภูมิพล ไม่นับหุ้นของสยามพิวรรธน์ ที่ถือโดยกองทุนลดาวัลย์ และ ธ.ไทยพาณิชย์
ซึ่งอยู่ในเครือ สนง.ทรัพย์สินฯ)

จึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของสยามพิวรรธน์
ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการพวกศูนย์การค้าต่างๆ
ที่ตั้งบนที่ดินของพระเทพ

ดังนั้น พระเทพ จึงมีรายได้สองต่อ
คือ ต่อแรก ในฐานะเจ้าของที่ดิน
ที่ให้ศูนย์การค้าเหล่านั้นเช่า
และอีกต่อหนึ่ง ในฐานะผู้ถือหุ้น สยามพิวรรธน์
ที่ดำเนินการศูนย์การค้าเหล่านั้น

ดร.แซร์หัต คำนวนว่า ในฐานะเจ้าของที่ดิน
(รายได้ต่อที่หนึ่ง)
พระเทพ น่าจะมีรายได้จากค่าเช่าต่อปี
ราว 1.68 พันล้านบาท
(โดยคำนวนจากอัตรา ราคาเช่าที่ดินกลางกรุงเทพ 600 ล้านบาทต่อไร่ จำนวน 70 ไร่ และการขึ้นราคาค่าเช่า 4% ต่อปี)

ส่วนรายได้ในฐานะผู้ถือหุ้น สยามพิวรรธน์
(รายได้ต่อที่สอง)
จากข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ที่ได้มา
สิรินธร​ ได้รายได้ในฐานะผู้ถือหุ้น
สยามพิวรรธน์ 145 ล้านบาท
หรือเกือบ 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมด
ที่บริษัทแจกจ่ายให้ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี

อีกกิจการขนาดย่อมส่วนตัว​ ร่วมทุนลงหุ้น
และ​ ที่เรียกกันว่า หุ้นลมต่างๆอีกล่ะ

ปล.. บรรดานักห้อยโหนระดับบน(หุ้นลม)
(ไว้มีเวลาค่อยคุยกันอีกที)​

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
12 ส.ค.64

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น