หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

ครบรอบ 10 ปี การเสียชีวิต อากง – อำพล ตั้งนพกุล “กลับบ้านเรานะ ตอนนี้เค้าปล่อยตัวลื้อแล้ว”

วันที่ 8 พฤษภาคม

อำพล ตั้งนพคุณ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 หลังถูกกล่าวหาว่าส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของ สมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุการของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น และข้อความสั้น 4 ข้อความ มีเนื้อหาแสดงความอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินี

‘อากง’ เป็นคำที่ อานนท์ นำภา หนึ่งในทีมทนายความเรียกอำพล ในฐานะลูกความ ตามหลานๆ คดีนี้เกิดในปี 2553 ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งรุนแรง เนื่องจากการล้อมปราบสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับการใช้มาตรา 112 เข้มข้นขึ้นในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา

ปลายปี 2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษอำพลจากการส่ง SMS จำนวน 4 ข้อความ รวมเวลา 20 ปี ตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่ระหว่างเตรียมยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ‘อากง’ อำพล ตั้งนพกุล ก็เสียชีวิตในเรือนจำ จากโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2555

รสมาลิน ภรรยาของอำพล กล่าวกับโลงศพสามีในวันรับร่างจากเรือนจำว่า “กลับบ้านเรานะ ตอนนี้เขาปล่อยตัวลื้อแล้ว”

ย้อนรอยคดีอากง

พฤษภาคม 2553 สมเกียรติ ครองวัฒนสุข ได้เข้าแจ้งความถึงข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทให้ร้ายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถรวม 4 ข้อความ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า โทรศัพท์ที่ส่งข้อความมามีหมายเลขประจำเครื่อง (หมายเลขอีมี่) 3589060000230110 และเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวติดต่อไปยังหมายเลขของ ปรวรรณ ตั้งนพกุล และ ปิยะมาศ ตั้งนพกุล บุตรสาวอำพล จากสอบปากคำพบว่า เป็นการโทรออกจากโทรศัพท์ของอำพล

หลังถูกจับกุม อำพลไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำอยู่ 63 วัน ต่อมาเขาได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์ ให้ประกันตัวช่วงสั้นๆ จนกระทั่งเมื่ออัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาล ศาลก็สั่งไม่ให้ประกันตัวอีกครั้ง และเขาต้องถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำตลอดระหว่างต่อสู้คดี

อำพลให้การว่า เบอร์โทรศัพท์ 08-1349-3615 ที่ใช้ส่งข้อความไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด และมีข้อมูลเพิ่มว่า เดือนเมษายน 2553 ได้นำโทรศัพท์ไปซ่อม แต่ไม่เคยนำซิมการ์ดหมายเลขอื่นมาใช้กับโทรศัพท์เครื่องนี้

แต่จากการตรวจสอบ หมายเลข 08-1349-3615 เป็นระบบเติมเงินไม่จดทะเบียน ใช้งานกับเครื่องโทรศัพท์ที่มีหมายเลขอีมี่เดียวกับโทรศัพท์ของอำพล และใช้อยู่กับซิมการ์ดหมายเลข 08-5838-4627 ซึ่งเป็นระบบเติมเงินไม่จดทะเบียนในเครือข่ายบริษัท ทรู มูฟ ของอำพล

คำพิพากษาส่วนหนึ่งระบุว่า

“ในประเด็นที่จำเลยนำสืบอ้างว่าส่งข้อความไม่เป็นและไม่ทราบว่าหมายเลขโทรศัพท์ของสมเกียรติเป็นของใคร และไม่เคยนำซิมการ์ดหมายเลขอื่นมาใช้กับโทรศัพท์ของตน เป็นเพียงข้ออ้างที่จำเลยรู้เห็นเพียงคนเดียว ทั้งยังมีเอกสารระบุว่ามีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขของจำเลยมีการส่งข้อความเป็นส่วนใหญ่ ทั้งมีการส่งข้อความจำนวนมาก พยานหลักฐานที่นำสืบมาจึงไม่น่าเชื่อถือ

“แม้โจทก์จะไม่สามารถนำสืบแสดงให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้ที่ส่งข้อความตามฟ้องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08-1349-xxxx ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสมเกียรติโดยตรง แต่ก็เพราะเป็นการยากที่โจทก์จะนำสืบด้วยประจักษ์พยาน เนื่องจากผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงย่อมจะต้องปกปิดการกระทำ จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลจากพยานแวดล้อม ซึ่งจากพยานแวดล้อมที่โจทก์นำสืบมาทั้งหมดนั้น ก็สามารถนำสืบแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ทั้งหมดโดยไม่มีข้อพิรุธ จึงมีน้ำหนักว่าจำเลยเป็นผู้ส่งข้อความทั้งสี่ข้อความ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการนำเข้าสู่ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรด้วย”

ทนายความของอำพลพยายามต่อสู้คดีในประเด็นการพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า การใช้หมายเลขอีมี่เชื่อมโยงว่าจำเลยกระทำความผิด เป็นการเชื่อมโยงที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเลขอีมี่สามารถปลอมแปลงได้ และสามารถซ้ำกันได้ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานเอกสารใดที่จะชี้ได้ว่า จำเลยเป็นผู้กดพิมพ์ข้อความ และส่งข้อความดังกล่าว

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ลงโทษ 4 กรรม จำคุกกรรมละ 5 ปี รวมเวลา 20 ปี ตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า อำพลหูไม่ค่อยดี แม้การพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วยังสอบถามทนายถึงผลของคำตัดสินว่าเป็นอย่างไร

หลังจากนั้น อำพลพยายามยื่นขอประกันตัวเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์คดี แต่ศาลไม่ให้ประกันตัว อำพลจึงตัดสินใจถอนอุทธรณ์ให้คดีสิ้นสุด เพื่อเตรียมยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 อำพลเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายสรุปได้ว่า อำพลเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอาการสืบเนื่องจากโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย

รสมาลิน ภรรยาของอำพล กล่าวกับโลงศพสามีในวันรับร่างจากเรือนจำว่า “กลับบ้านเรานะ ตอนนี้เขาปล่อยตัวลื้อแล้ว”

จดหมายจากอากง ถึง ทนายอานนท์ นำภา

11 เมษายน 2555 อำพล ตั้งนพกุล ได้เขียนจดหมายจากเรือนจำถึง ทนายอานนท์ นำภา ซึ่งในวันครบรอบ 10 ปีการเสียชีวิตของอำพล ทนายอานนท์ได้โพสต์รูปจดหมายฉบับนี้บนเฟซบุ๊กเป็นการรำลึก ใจความของจดหมายที่เขียนถึงหนึ่งในทีมทนายความผู้ต่อสู้คดี 112 คือ

สวัสดีครับ คุณอานนท์ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหาเลย เหตุเพราะว่าผมเขียนไม่ค่อยเก่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก สายตาก็ไม่ดีเลย เลยไม่ค่อยอยากเขียน กับหลานๆ ผมก็ไม่เคยเขียนไปนะ ทั้งๆ ที่คิดถึงพวกเขามาก อาจเพราะว่าคุณหนุ่มเขาทำหน้าที่นี้แทนผมไปก็ได้ เขียนไปคุยเรื่องของผมให้หลานๆ ฟังอยู่เรื่อยๆ ผมเลยไม่ได้เขียนไป คุณหนุ่มเขียนเสมือนผมเขียนแหละ

ผมเองสบายดีครับโดยเฉพาะช่วงนี้ ที่รู้ข่าวว่าคุณอานนท์จะทำเรื่องขออภัยโทษรายบุคคลให้พร้อมๆ กับเพื่อนครอบครัว 112 ทั้ง 11 คน ผมดีใจและมีความหวังมากๆ ที่จะได้รับอิสรภาพในเร็วๆ นี้ พร้อมๆ กับเพื่อนๆ ที่ร่วมอดทนต่อสู้กันมาและผมเชื่อว่าทางออกทางนี้ดีที่สุด เพราะคดีอย่างผมยังไงก็ไม่มีทางที่จะนิรโทษกรรมกับเขาหรอก ทุกวันนี้ผมก็ออกกำลังกายตอนเช้าๆ ทุกวัน บางวันผมก็ทำคนเดียว แต่บางวันผมก็ทำกับคุณหนุ่ม เรื่องความเป็นอยู่พวกเราก็กินด้วยกันที่แดน 8 พวกเราเกาะกลุ่มกันดีครับ ก็มีหนุ่ม หมี สุริยันต์ ไมตี้ และเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบคนเสื้อแดงอีกหลายคนคอยดูแลกันและกัน คุณอานนท์อย่าได้กังวล ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ เหนื่อยที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาความยุติธรรมให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ผมหมดกำลังใจหลายครั้ง คิดถึงแต่ลูกเมียและหลานๆ ก็มีแต่คุณหนุ่มที่จะคอยชาร์จแบตให้ คุณหนุ่มจะบ่นว่าเสมอ ผมเป็นพวกแบตเสื่อมชาร์จได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับมาชาร์จอยู่เรื่อยๆ คิดแล้วก็เห็นใจหนุ่มเขานะ แต่ผมก็ท้อจริงๆในแต่ละวันผมจะเฝ้ารอ อุ๊มาเยี่ยม บางวันพาหลานๆ มา ทำให้ผมมีกำลังใจยิ้มได้บ้าง นี่แหละคือความสุขของผมสามารถหาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา

คุณอานนท์ ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ผมจะพยายามอดทนและมีกำลังใจสู้ต่อไป หวังแต่เพียงว่าคุณอานนท์ และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ จะช่วยกันผลักดันการขออภัยโทษของพวกเราในกรณีพิเศษเพื่อว่าผมจะได้กลับไปอยู่กับหลานๆ ลูกเมียเสียทีผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าผมคิดถึงหลานๆ มากที่สุดเลยครับผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรผมก็น้ำตาไหลทุกทีเลยเลยไม่อยากเขียนไปหา

คุณอานนท์ครับ ฝากกราบขอบคุณคนที่มาเยี่ยมให้กำลังใจผมและนักโทษ 112 ทุกคนด้วยครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะได้รับข่าวดีในเร็ววันนี้

ขอขอบพระคุณมากครับ

สิทธิการประกันตัวที่หายไปของผู้ต้องหาคดี 112

นอกจากอำพล ที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี จนปัจจุบัน สิทธิการประกันตัวของผู้ต้องหาตามความผิดมาตรา 112 ก็ยังเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึง ด้วยเหตุผลว่า เกรงจะหลบหนี หรือกระทำผิดซ้ำอีก

ทั้งนี้ สิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีก่อนที่ศาลจะพิพากษาจนถึงที่สุด เป็นสิทธิพื้นฐานที่มาจากหลักการที่ว่า ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหา หรือจำเลยที่ถูกกล่าวหา เป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

แต่สำหรับคดี 112 หลังจากมีการนำมาตรา 112 กลับมาใช้อย่างเข้มงวดในปี 2563 ช่วงกระแสการชุมนุมทางการเมืองและการเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ ทำให้หลายครั้ง ผู้ต้องหาคดี 112 ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จนต้องมีการอดอาหารประท้วง เช่น เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง – ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ล่าสุดคือ ตะวัน – ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ เก็ท – โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง

จุดร่วมหนึ่งของคดี 112 เมื่อ 10 ปีที่แล้วกับคดีผู้ชุมนุมทางการเมืองทุกวันนี้คือ ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และยังเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา หนึ่งในคณะผู้พิพากษาคดี อากง – อำพล ตั้งนพกุล ซึ่งเคยถูกโจมตีอย่างหนักเมื่อปี 2564 เกี่ยวกับคดี 112 เนื่องจากเป็นผู้ลงนามคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำผู้ชุมนุมทางการเมือง อานนท์ นำภา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ หมอลำแบงค์ – ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ในวันที่ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว 4 แกนนำจากคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ขณะที่มีอีกกระแสต่อต้านว่า การเปิดเผยข้อมูลและชื่อคนในครอบครัวของผู้พิพากษาชนาธิปเป็นการกระทำที่ล้ำเส้นและไม่เหมาะสม

การแสดงความรับผิดชอบของ พลตำรวจตรีสุพิศาล
ปี 2564 พลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ที่เคยมีส่วนร่วมในการจับกุม อำพล ตั้งนพกุล โพสต์ข้อความขอรับผิดในกรณีที่เกิดขึ้น หลังจากมีเสียงทวงถามในโลกออนไลน์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2553

จากกรณีที่มีการสอบถามกันเข้ามาถึงประเด็นที่ผมในฐานะผู้บังคับการกองปราบปราม มีส่วนร่วมในการจับกุมอากง หรือ คุณอำพล ตั้งนพกุล เมื่อปี 2553 ในข้อหาเกี่ยวกับมาตรา 112 นั้น ผมขอน้อมรับความผิดในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวในขณะที่มีหน้าที่ในภาครัฐ ปี 2554 และขออภัยต่อดวงวิญญาณอากงและครอบครัว รวมถึงขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ทุกคนที่อาจจะเกิดจากการทำงานในหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาแล้วด้วย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์เปลี่ยนไป แต่การบังคับใช้กฎหมายยังคงถือปฏิบัติเช่นเดิมตลอดมา เวลาผ่าน ความเข้าใจของสังคมก็เปลี่ยนตามไปด้วย ผมตระหนักแล้วว่าการบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้และมาตราอื่นๆ ตลอดจน กฎหมายอีกหลายฉบับ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน รัฐบาล และสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่ำแย่ลงจากความไม่เป็นธรรมในหลายแง่มุม ด้วยน้ำมือของผู้ควบคุมและกำกับ ตลอดจนนโยบายเป็นสำคัญ

งานการเมือง โดยเฉพาะ ส.ส. ต้องมีหน้าที่และอำนาจ ในการตราออก แก้ กฎหมาย เพื่อให้เป็นธรรมจึงสำคัญยิ่ง

และด้วยตระหนักว่าไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดในอดีตได้ แต่สามารถมุ่งมั่นลงมือทำงานเพื่อแก้ไขปัจจุบัน และกำหนดอนาคตของสังคมที่ดีกว่านี้ได้ ผมจึงตัดสินใจเข้าทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว ในปี 2561 ร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ และต่อมาคือพรรคก้าวไกล เนื่องจากเห็นด้วยกับนโยบายด้านการปฏิรูปกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน

ผมภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งใน ส.ส. และเป็นอดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขปรับปรุงชุดกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมถึงมาตรา 112 ด้วยและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

แม้สิ่งที่ผมทำจะไม่สามารถทดแทนความผิดพลาดได้ และคงไม่ทำให้ครอบครัวอากงให้อภัยผม แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ดังนั้น หลังจากนี้จะขอใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงานแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวในอดีตเดิมที่อยู่ในวังวนของการครอบงำ ในอาณัติ การที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งภายใต้รัฐราชการ อันเป็นการจำกัดสิทธิพลเมืองบางอย่างออกไปด้วยตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เราทุกคนควรจะมีสิทธิอันพึงมีที่เท่ากันนะครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก: iLaw

อ่านเรื่องคดี ‘อากง’ อำพล ตั้งนพกุล https://plus.thairath.co.th/topic/speak/101478

Illustration:
Nuttal-Thanapohn Dejkunchorn

ไทยรัฐพลัส
Cr:ThairathPlus
https://www.facebook.com/thairathplus/

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น