ราษฎรทั้งหลาย
เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติ
สืบต่อจากพระเชษฐานั้น
ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่า
กษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น
แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่
กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม
ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอ
ไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ
ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร
ปล่อยให้ข้าราชการ
ใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต
มีการรับสินบนในการก่อสร้าง
และการซื้อของใช้ในราชการ
หากำไรในการเปลี่ยนเงิน
ผลาญเงินของประเทศ
ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร
กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา
ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม
ดังที่จะเห็นได้จากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจ
และความฝืดเคืองในการทำมาหากิน
ซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย
มิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้
การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์
มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎร
ตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส
(ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง)
เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์
เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร
กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร
จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่ง
เป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ
กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย
เลือดตาแทบกระเด็น
ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ
ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์
หรือใช้งานโยธา
แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข
ไม่มีประเทศใดในโลก
จะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้
นอกจากพระเจ้าซาร์
และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน
ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครอง
อย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร
มีเป็นต้นว่า.. หลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากิน
อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป
หาได้ทำจริงจังไม่
มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎร
ผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน
ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้
เพราะราษฎรโง่ คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้
ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน
ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้น
เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้
ไม่ให้เรียนเต็มที่
เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา
ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้
และคงจะไม่ยอมให้เจ้า
ทำนาบนหลังคนอีกต่อไป
ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า
ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร
ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง
บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้
ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก
พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบ
และกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน
เงินเหล่านี้เอามาจากไหน?
ก็เอามาจากราษฎร
เพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง
บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง
ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา
เพราะทำนาไม่ได้ผลรัฐบาลไม่บำรุง
รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด
นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้ว
และทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ
จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม
เหล่านี้เป็นผลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย
บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน
เมื่อให้ออกจากงานแล้วก็ไม่ให้เบี้ยบำนาญ
ความจริงควรเอาเงินที่พวกเจ้า
กวาดรวบรวมไว้มาจัดบำรุงบ้านเมือง
ให้คนมีงานทำ
จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎร
ซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน
แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่
คงสูบเลือดกันเรื่อยไป
เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอาไปฝากต่างประเทศ
คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม
ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย
เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ
ทหาร และพลเรือน
ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้าย
ของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว
จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น
และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้ได้แล้ว
คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้
ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา
จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ
ความคิดดีกว่าความคิดเดียว
ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น
คณะราษฎรไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้อัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้
ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป
แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญ
การปกครองแผ่นดิน
จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้
นอกจากด้วยความเห็นชอบ
ของสภาผู้แทนราษฎร
คณะราษฎรได้แจ้งความประสงค์นี้
ให้กษัตริย์ทราบแล้ว
เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ
ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบ
ภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตน
ว่าจะถูกลดอำนาจลงมา
ก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติ
และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศ
จะต้องมีการปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย
กล่าวคือ ประมุขของประเทศ
จะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎร
ได้เลือกตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา
ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎร
จะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด
ทุกๆ คนจะมีงานทำ
เพราะประเทศของเรา
เป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ
เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้
จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน
มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว
ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น
การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ
จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา
ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด
เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมายทำมาแล้ว
เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า
๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย
เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล
ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์
ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ
โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางาน
ให้ราษฎรทุกคนทำ
จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ
ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน
(ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร
เช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ
มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกัน
ช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจ
อันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ
คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือ
เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์
เหนือกฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบ
และตั้งหน้าทำมาหากิน อย่าทำการใดๆ
อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร
การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้
เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร
บุตร หลาน เหลน ของตนเอง
ประเทศจะมีความเป็นเอกราช
อย่างพร้อมบริบูรณ์
ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย
ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย
ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน
และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่
เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า
หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร
สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ
ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐ
ซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น
ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
ชีวิต เปื้อนฝุ่น
2 ธ.ค.64

