หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

นิยายอิงประวัติศาสตร์ แข่งกับจันดารา

กษัตริย์ ต้นราชวงค์จักรีได้ขึ้นบัลลังค์ดว้ยการฆ่าเจ้าตากสินมหาราช
ผู้กอบกู้เอกราชจากพม่าแล้วสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์
ตากสินมาจากสามัญชนเชื้อจีน

ก่อน ร 1 จะวางศิลาเลิกสร้างกรุงเทพได้ให้โหราจารย์หาฤกษ์ให้
โหรบอก 2 ฤกษ์ กษัตริย์เลือกเอาระหว่างความอยู่เย็นเป็นสุขของราษฎร
แต่ราชวงค์จะสิ้นสุดภายไม่กี่องค์

หรือความยืนยาวของราชวงค์ถึง 9 กษัตริย์ แต่ราษฎรจะทุกข์ยากลำเค็ญ

ร. 1 เลือกเอาประการหลัง

บัดนั้นก็ถึง ร. 9 ตามคำทำนายแล้ว

ดัง ที่ทราบกันดีในแง่ของปรัชญานั้น ชนชั้นกดขี่ขูดรีดเป็นพวกจิตนิยมอัตวิสัย
ยิ่งพวกศักดินาด้วยแล้วก็ยิ่งสูงจัด พวกนี้เชื่อโชคเชื่อลางทำตามคำทำนาย
ของหมอดูที่ตนเชื่อถือและมีหมอดูจำนวน หนึ่งหากินอยู่กับพวกนี้จนมั่งคั่ง
ร่ำรวยในจำนวนนี้มีพระระดับสูงอยู่ด้วย

ก่อนที่จะชักนำเอาประภาสเข้ามา เมื่อ 17 สิงหาคม 2519
ครอบครัวกษัติย์ได้ไปให้พระหมอดูทำนายอนาคต
พระบอกว่าถ้าจะให้มี ร. 10 ต่อไปแล้วกษัตริย์ต้องทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทางการเมืองภายในเดือนสิงหาคมเป็นการเริ่มต้น
หลังจากนั้นต้องฆ่าประชาชนทิ้งสัก 30,000 คน นั่นแหละจึงจะสัมฤทธิ์ผล
เดือนที่มีโอกาสเหมาะทีสุดคือเดือน กันยายน-ตุลาคม
ทั้งนี้ต้องมีขุนศึกรับอาสาจัดการให้
แล้วกษัตริย์ก็สมคบกับนายพลกลุ่มหนึ่งดำเนินไปตามนั้น

จาก เหตุผลทางเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรมและคดีฆาตรกรรมพี่ชาย
ทำให้กษัตริย์ภูมิพลจำต้องต่อสู้เพื่อรักษา บัลลังค์ของตนเอาไว้ให้นานที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้ลูกชายที่ไม่ฉลาดนัก
ได้ขึ้นนั่งบัลลังค์สืบต่อไป

แม้การสมรสของลูกชายกับญาติใกล้ชิดที่ฉลาดพอกันหรือน้อยกว่านั้น
ก็ทำไปตามคำ ทำนายของหมอดูที่ว่า ต้องจัดการกับประชาชนที่ต่อสู้
เพื่อความเป็นธรรมในสังคมให้สำเร็จเสียก่อน

การรัฐประหารโหดเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 นั้น ในทรรศนะของชนชั้นกดขี่ขูดรีด
เช่นพวกศักดินาถือว่าได้กำจัดประชาชนผู้รักความเป็นธรรมได้แล้ว
อนิจา เป็นการมองด้วยสายตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวจริงๆ

ในสังคมที่มีการกดขี่ขูดรีดกันอย่างหนักเช่นสังคมไทยนี้ ลูกหลาน
เหลน โหลนของประชาชนกลับมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้นแสนสาหัส
ยิ่งขึ้นทุกที เมื่อเทียบกับลูกหลานของชนชั้นปกครอง

แล้วการที่กษัตริย์ประกาศต่อสู้กับประชาชนผู้ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ
ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่เลี้ยงดูกษัตริย์มาหลายชั่วโคตร์นั้น
จะให้หมายความว่าอย่างไร นี่คือธาตุแท้ของกษัตริย์ฆาตกร

ประเทศ ต่างๆในโลกสมัยโบราณล้วนแต่เคยมีกษัตริย์ปกครอง
มาด้วยกันทั้งสิ้น บัดนี้ยังหลงเหลือกันอยู่ไม่กี่ประเทศ
ดูเอาเถอะ บาบิโลน เมโสโปเตเมีย โรม กรีช อินเดีย อินโดเนเซีย
ฟิลลิปปินส์ แน่ละ รัสเซีย จีนพะม่า เวียตนาม เขมร ลาว เป็นอาทิ

ปัจจุบัน ราชินีอังกฤษ กษัตริย์ สวีเด็น จักรพรรดิ์ญี่ปุ่นเขาอยู่กันอย่างไร
ที่ยังคงอยู่ได้ก็เพราะพวกเขายอมไปตามกงล้อประวัติศาสตร์
ของมนุษย์ชาติแต่ โดยดี

แม้แต่อาร์คิมีดิส นักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดปราชญ์เปรื่อง
ยังไม่สามารถหาที่ยืนนอกโลกเพื่องัดโลกให้เป็นไปตามความประสงค์ได้
กษัตริย์ภูมิพลซึ่งสืบพันธ์มาจากภายในแวดวงศักดินาหลายชั่วคนมาแล้วนั้น
จะ เป็นอาร์คิมีดิสคนที่สองที่ประสบความสำเร็จกระนั้นหรือ

วิญญาณนเรศวรที่ตายด้วยไข้ฝีดาษไป 300 ปี แล้ว นั้น
ยังจะกระฉับกระเฉงเข้มแข็งและกล้าหาญเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตเป็นหนุ่ม
ขี่ ช้างตกมันออกไปรบกับพม่าตัวต่อตัว
แล้วฆ่าแม่ทัพพม่าตามประวัติศาสตร์ที่พวกศักดินาเขียนขึ้นเองได้ละหรือ

แล้ววิญญาณวีรชน 14 ตุลาคม 2516 และ ที่เพิ่งสดๆร้อนๆมา
เมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ตั้งหลายร้อยคนนั้นเล่าพวกเขาได้พลีชีพเพื่อเอกราช
ของชาติจากแอกของจักร วรรดิ์นิยมอเมริกา
เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน และเพื่อความเป็นธรรมของสังคม
อย่างแท้จริงพวกเขาตายในสนามรบเมื่อยังเป็น
หนุ่มสาวที่เข้มแข็งและกล้าหาญยิ่ง วิญญาณของพวกเขาไม่เคยปรากฏตัว
ให้ใครเห็น และไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องเสกสรรปั้นแต่งเรื่องไร้สติเช่นนั้น

เพราะวิญญาณแห่งการต่อสู้ของนักศึกษาและประชาชนที่ยังมีชีวิต
อยู่นี่แหละที่ เข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของเขาถูกฆ่าตาย
ไปต่อหน้าต่อตา การยกเอาวิญญาณนเรศวรขึ้นมาอ้างสะท้อน
ให้เห็นความรู้สึกโดดเดี่ยวของ กษัตริย์ในการต่อสู้และดูถูกเหยียดหยาม
แม่ทัพนายกองทั้งหลายว่า ติดตามตนไม่ทัน ไม่เอาการเอางาน
ดีแต่คอยหวังแก่งแย่งแข่งขันกอบโกยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
และทางการเมือง คือคอยเป็นหอกข้างแคร่ของบัลลังค์กษัตริย์นั้นเอง
เป็นความรู้สึกที่ถูกต้องแล้ว

รัชกาลที่ 1 ยังเล่าเรื่องโกหกให้เจ้าเวียงจันทร์กับพระยานครศรีธรรมราช
ฟังในวัดพระแก้ว ให้คนได้ยินกันหลายคนว่าเคยมีซินแส
หรือหมอดูจีนหัวร่อ ทำนายว่า พระยาจักรีกับพระยาตากสินจะได้เป็นกษัตริย์ทั้งคู่
เพื่อทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า พระองค์มีพระปรีชาสามารถเป็นเลิศ
มีบุญญาอภินิหารกว่าใครในแผ่นดินรวมทั้งพระเจ้าตากสินด้วย
และหาเหตุผลมาสนับสนุนการล้มราชบัลลังก์ของพระเจ้าตากสิน

กรมพระราชวังบวรฯ ( บุญมา ) น้องชายรัชกาลที่ 1 เคยถูกพระเจ้าตากสินโบยถึง 60 ที
เพราะคลานเข้าถึงตัวพระเจ้าตากสินขณะที่พระองค์ทรงนั่งกรรมฐานอยู่ที่ตำหนักแพ
ส่วนพระยาจักรี ก็เคยถูกพระเจ้าตากสินโบยถึง 2 ครั้ง เ
พราะพระยาจักรี รบกับเจ้าพระฝางด้วยความย่อหย่อนจึงถูกโบย 30 ที
และถูกโบยอีก 50 ที เพราะบกพร่องในการทำเมรุเผาพระชนนี(แม่)

พระยาจักรี ได้ถวายบุตรสาวเป็นสนมของพระเจ้าตากสิน
ซึ่งสนมพระเจ้าตากสินผู้หนึ่งที่ถูกประหารชีวิตเพราะมีชู้
น่าจะเป็นบุตรสาวของรัชกาลที่ 1 ทำให้รัชกาลที่ 1 เคียดแค้นพระเจ้าตากสินมาก
และหาเรื่องประณามพระเจ้าตากว่าเต็มไปด้วย โมหะ โลภะ
ทั้งๆที่ พระเจ้าตากสินเป็นผู้นำในการรวบรวมผู้คน ในภาวะสงคราม
จนปราบพวกพม่าและชิงกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้ จึงทรงเป็นผู้นำ ที่รักชาติ
กล้าหาญเด็ดเดี่ยว เป็นศูนย์รวมของชาวไทย กอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ
ในช่วงเวลาเพียงปีเดียว

ส่วน​ ร.10​ รอดูกันว่าจะลงแบบใหน..!!?

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
1 ธ.ค.64

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น