เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now
คนไทยหลายคนคงเคยถูกสั่งสอนและปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ในเรื่องของ “ความกตัญญู” โดยสิ่งที่แสดงถึงความความกตัญญูในสังคมไทยนี้แบบหากเราลองมองเปรียบเทียบในระนาบของสังคมโลก การเชิดชู “ความกตัญญู” ของรัฐไทย อย่างเกินความจำเป็นนั้น สามารถตีความได้ถึงการผลักดันความรับผิดชอบ ต่อประชาชนวัยเกษียณ ให้แก่ประชาชนกันเองในระดับครอบครัว แม้ว่าจริงๆแล้วควรเป็นหน้าที่ของรัฐในการดูแลเรื่องดังกล่าว
อ้างอิงจาก “การคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญ อย่างสูงต่อแม่ในปี 2564 ของสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มีเกณฑ์การวัดระดับความกตัญญ อยู่ 5 ประการได้แก่
1 ให้การดูแลเอาใจใส่ เลี้ยงดู และปฏิบัติ ต่อ (แม่, พ่อ) เป็นอย่างดีและสม่ำเสมอ
2 ช่วยเหลือภารกิจและการงานของ(แม่, พ่อ)
3 ประพฤติตนตามคำสั่งสอนของ(แม่, พ่อ)
4 ดารงตนอยู่ในศีลธรรมและเชิดชูวงศ์ตระกูล
5 บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับของสังคม
จากเกณฑ์วัดข้อที่ 1 คำถามคือ ทำไมการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูและปฏิบัติต่อ (แม่, พ่อ) เป็นอย่างดีและสม่่ำเสมอ ต้องเป็นหน้าที่ของลูกกตัญญู เรื่องของความกตัญญู ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่มันควรเป็นสิ่งที่ extra ในแต่ละครอบครัวจะได้รับมาก หรือน้อยต่างกันไปในแต่ละครอบครัว ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ชีวิตวัยเกษียณของประชาชนทุกคนควรได้รบการดูแลอย่างดีจากสวัสดิการของรัฐ โดยที่ลูกหลานไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายของคนพ่อแม่ บุพการี วัยเกษียณ ไม่มีความจำเป็น เพราะติดกับดักกับคำว่า “ลูกกตัญญู”
ด้วยความที่รัฐไทยสร้างโฆษณาชวนเชื่อ ในนิทานเรื่อง “ความกตัญญู” สำเร็จหยั่งลึกลงไปถึงความคิดทางสังคมได้แล้ว จึงไม่แปลกที่คนไทยจะมีตรรกะประหลาดๆ เกี่ยวกับการมีลูก ไม่ว่าจะเป็น “รีบๆมีลูกไว้ใช้งาน” “ถ้าไม่มีลูกแก่ตัวไปใครจะเลี้ยงดู” โดยที่ไม่ได้มีการตั้งคำถามกลับไปถึงรัฐว่า ทำไมไม่มีอะไรมาการันตีว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนวัยเกษียณทุกคน จะมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ผลักภาระไปให้ประชาชนดูแลกันเอง? และได้รับเงินคนชรา สูงสุดเพียงแค่ 1,000 บาท ต่อเดือน
http://www.ncswt.or.th/news64/thai/ลูก%2064/ประกาศคัดเลือกลูกกตัญญู.pdf
https://www.prachachat.net/general/news-601039
§
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

