สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(กองสลาก)เป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2482 นับถึงป้จจุบันเป็นเวลา 82 ปีแล้ว มีหน้าที่พิมพ์สลาก (หวย) จำหน่ายให้แก่ประชาชน
.
ในอดีต กองสลากอยากจะกระจายสลากไปจำหน่ายทั่วประเทศ แต่ไม่มีสาขาและเจ้าหน้าที่ในต่างจังหวัด กระทรวงการคลัง (ในฐานะกำกับดูแลกองสลาก) จึงทำความตกลงกับกระทรวงมหาดไทย ขอให้จังหวัดเป็นผู้กระจายสลากไปยังผู้ค้ารายย่อยแทน ตามหลักเกณฑ์ที่กองสลากกำหนด โดยจะให้ค่าบริหารจัดการ (ค่าเหนื่อย) แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยละ 2 ของราคาสลาก
.
ปัจจุบัน สลากเล่มหนึ่งมี 100 ใบๆ ละ 80 บาท เท่ากับราคาเล่มละ 8,000 บาท ผู้ว่าฯจะได้ค่าเหนื่อย 2 % เท่ากับเล่มละ 160 บาท ถ้าจังหวัดได้รับโควต้าสลากงวดละ 500 เล่ม ผู้ว่าฯ จะได้รับเงินค่าเหนื่อยงวดละ 80,000 บาท เดือนหนึ่งมี 2 งวดเท่ากับจะได้เดือนละ 160,000 บาท
.
ในการนี้ มหาดไทยได้เห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว กระทรวงการคลังจึงตอบแทนโดยแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นบอร์ดของคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
.
จังหวัดใดจะได้โควต้าสลากไปจำหน่ายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของแต่ละจังหวัด ประชากรมากก็จะได้โควต้าสลากมาก ประชากรน้อยก็จะได้โควต้าสลากน้อย ดังนั้น จังหวัดใหญ่ที่มีประชากรเยอะ อย่างเช่น นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา ฯลฯ จะได้รับค่าเหนื่อยจากกองสลากงวดละหลายแสนบาท
.
ส่วนจังหวัดเล็กๆ อย่างเช่น ระนอง นครนายก แม่ฮ่องสอน สมุทรสงคราม ฯลฯ จะได้ค่าเหนื่อยแค่หลักหมื่นต่องวด ฉะนั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผู้ว่าฯ ถึงอยากย้ายไปอยู่จังหวัดใหญ่ๆ
.
เงินค่าเหนื่อยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้จากกองสลากนี้ ถือเป็นเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ว่าฯ จะนำไปใช้จ่ายในกิจการใดๆ ก็ได้ ในทางปฎิบัติแต่ละเดือน ผู้ว่าฯ จะจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ช่วยปฏิบัติงานในการกระจายสลากให้แก่ผู้ค้ารายย่อย ได้แก่ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เจ้าหน้าที่ในที่ทำการปกครองจังหวัด หรือสำนักงานจังหวัด แล้วแต่กรณี
.
ส่วนเงินที่เหลือจากการแบ่ง (ซึ่งน่าจะเหลือเยอะ) อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าฯ จะใช้จ่ายในเรื่องอะไรบ้าง เพื่อการกุศล กิจการสาธารณะประโยชน์ ภัยพิบัติ ทำบุญ หรือใช้จ่ายส่วนตัว ทำได้ทั้งนั้น อย่างเช่นที่เคยเป็นข่าวว่า ผู้ว่าฯ เข้าโรงรับจำนำไปไถ่ถอนเครื่องมือทำมาหากินคืนให้แก่ผู้ขัดสนที่เอาของไปจำนำ สันนิษฐานว่าอาจใช้เงินก้อนนี้ไปไถ่ถอน และเมื่อผู้ว่าฯ ย้ายหรือเกษียณ เงินก้อนนี้จะตามตัวผู้ว่าฯ ไปด้วย แต่บางท่านอาจมีน้ำใจเหลือทิ้งไว้จำนวนหนึ่งให้ผู้ว่าฯ ท่านใหม่เอาไว้บริหารงานในกิจการที่จำเป็น
.
สำหรับหลักเกณฑ์การกระจายสลากให้แก่ผู้ค้ารายย่อย จังหวัดจะดำเนินการตามที่กองสลากกำหนด คือจัดสรรให้คนละ 5 เล่ม (เล่มหนึ่งมี 100 ใบ) ทั้งนี้ ในแต่ละงวด ผู้ค้ารายย่อยที่มีชื่ออยู่ในบัญชีจะต้องนำเงินสดไปซื้อสลากที่จังหวัด ในราคาเล่มละ 7,040 บาท จำนวน 5 เล่ม เท่ากับ 35,200 บาท (กองสลากคิดราคาใบละ 88% ของราคาสลาก เท่ากับใบละ 70.40 บาท โดยจะให้ส่วนลด 12% เท่ากับผู้ค้าจะได้กำไรใบละ 9.60 บาท) ถ้าขายสลากใบละ 80 บาทหมดในแต่ละงวด จะได้กำไรงวดละ 4,800 บาท หรือเดือนละ 9,600 บาท ใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงาน
.
ถ้าหากผู้ใดอยากซื้อสลากจากจังหวัดมาขายบ้าง ไม่สามารถซื้อได้ทันที เพราะโควต้าที่จัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยเต็มหมดแล้ว จะต้องไปขอขึ้นบัญชีสำรองไว้ที่จังหวัด
.
ถามว่าผู้ขึ้นบัญชีสำรองไว้มีโอกาสได้โควต้าสลากจากจังหวัดมาขายไหม ตอบตรงๆ ก็คือโอกาสแทบเป็นศูนย์ เพราะโควต้าจะว่างลงต่อเมื่อ ผู้ค้ารายเดิมเสียชีวิต หรือสละสิทธิ์โควต้า หรือถูกยึดโควต้าคืน เนื่องจากทำผิดกฎที่กองสลากกำหนด เช่นขายสลากเกินราคา นำสลากไปรวมชุดกับผู้อื่น อีกอย่างก็คือบัญชีสำรองตอนนี้ยาวเป็นหางว่าว กว่าจะถึงชื่อเราก็คงม้วยมรณาไปแล้ว
.
การที่กิจการสลากกินแบ่งรัฐบาลเจริญรุ่งเรืองมาตลอด 82 ปี ทำกำไรส่งรัฐเป็นกอบเป็นกำ เป็นเพราะว่ารัฐผูกขาดดำเนินการเพียงเจ้าเดียว ใครจะมาทำแข่งไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย ขายดีขนาดพิมพ์สลากเพิ่มใหม่กี่ครั้งๆ ก็ขายหมดไม่มีเหลือ ซ้ำยังขายเกินราคาอีกต่างหาก ยิ่งรวมชุดมากใบ ราคายิ่งแพง
.
นอกจากนี้สื่อมวลชนยังช่วยโหมประโคมข่าวยังกับว่าได้ค่าโฆษณาจากกองสลาก เอาภาพคนถูกรางวัลที่ 1 มาชูหวยชูคอยิ้มเผล่ ลงข่าวหน้าหนึ่ง หรือลงข่าวดาราคนนู้น นักร้องคนนี้ ซื้อสลากเป็นปึกแล้วถูกรางวัล หรือลงภาพป้ายทะเบียนรถยนต์ของนายกฯ ทำให้ชาวบ้านและข้าราชการจนๆ อย่างพวกเราที่ไม่มีโอกาสร่ำรวยจากการทำงาน เกิดกิเลสตัณหา พากันหวังน้ำบ่อหน้า เสาะหาหรือตีความเลขเด็ดต่างๆ จากการใบ้หวย เซียมซี หรือจากความฝัน แล้วกัดฟันซื้อสลากงวดละหลายใบแม้ว่าราคาจะแพงแสนแพง เพราะอยากจะเป็นเศรษฐีกับเขาบ้าง ทั้งๆ ที่โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น
.
ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนใหม่ๆ คิดว่าทหารจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง จึงได้มีคำสั่ง คสช. แต่งตั้งอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขณะครองยศพลตรี มาเป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีขึงขังว่าจะแก้ปัญหาสลากขายเกินราคาให้ได้ ชาวบ้านก็ดีใจหวังว่าจะมาช่วยปลดทุกข์ให้
.
แต่ที่ไหนได้กลับแพงยิ่งขึ้น ไปยกเลิกสัมปทานของผู้ค้ารายใหญ่ แล้วเอาไปประเคนให้พรรคพวกเครือข่ายของตัวเอง เช่น องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มูลนิธิ สมาคมการกุศลคนพิการต่างๆ กลายเป็นเหลือบฝูงใหม่ ชาวบ้านยังคงซื้อสลากราคาแพงเหมือนเดิม
.
ขนาดบอร์ดกองสลากท่านหนึ่งถึงกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หมดปัญญาแก้ปัญหาสลากราคาแพง ได้ยินอย่างนี้ก็เศร้าใจ ยิ่งได้ข่าวว่ากองสลากกำไรดี จ่ายโบนัสให้พนักงานคนละ 8 เท่าของเงินเดือน
.
ขณะที่ชาวบ้านซื้อสลากราคาแพงทุกงวดๆ จากเศร้าใจเลยกลายเป็นเอือมระอา ในช่วงที่คุณมีอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แค่แก้ปัญหาสลากขายเกินราคา ยังทำไม่ได้ แล้วคุณจะบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างไร คุณประยุทธ์ !!!
#บทความข้าราชการปลดแอก
ชีวิต เปื้อนฝุ่น
13 ก.ย.64

