ส.ศิวรักษ์ หรือ ไอ้แป๊ะ เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน บรรพบุรุษทั้งหมดเป็นชาวจีนโพ้นทะเล (แต่ชอบเรียกชาวจีนว่าเจ๊ก) จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนอัสสัมชัญเมื่อปี 2495 แล้ว เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ จากวิทยาลัยเซนต์เดวิด เมื่อปี 2500
ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักคิด นักเขียนชื่อดังในปัจจุบัน และเป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ชาวไทย เคยกล่าวถึง ส.ศิวรักษ์ ว่า “ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนักที่ต้องมาพูดถึง ส.ศิวรักษ์ ต่อหน้าคุณสุลักษณ์..ศิวรักษ์ ยังคงเป็นปัญญาชนนอกระบบที่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีครั้งใดที่เขาจะถูกขจัดออกไปจากสังคมไทยได้เลย” ซึ่งเป็นมุมมองที่บ่งบอกตัวตนของ ส.ศิวรักษ์ได้เป็นอย่างดี…..ไม่มีนักประวัติศาสตร์คนใดอยากเข้าใกล้
เหตุใด ส.ศิวรักษ์ จึงถูก ศ.ดรนิธิ เรียกหาว่าเป็นนักวิชาการนอกระบบ ที่ไม่สามารถถูกขจัดออกจากสังคมได้ โดยเฉพาะการสนทนาเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ จะไม่มีใครเชิญส.ศิวรักษ์เข้าร่วมเนื่องจากส.ศิวรักษ์ เป็นเพียงปัญญาชนเมื่อ 64 ปีที่ผ่านมาและเขายังเป็นฝ่าย “ก้าวหน้า” ที่ “รักเจ้า” อย่างเปิดเผย แถมมีความรู้ไม่ถึงความเป็นนักวิชาการ โดยเฉพาะ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เคยออกปากถึงงานเขียนของ ส.ศิวรักษ์ ว่า “ขวานผ่าซาก” คนที่มีคุณสมบัติเช่นส.ศิวรักษ์นี้จึงเป็นอุปสรรค์ต่อการสัมนาเชิงวิชาการว่าด้วยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเทศไทยไม่มีใครรู้จักและใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เท่ากับตระกูลศิวรักษ์ โดยเฉพาะ ส. ศิวรักษ์ จะพูดถึงเรื่องราวจักรๆวงค์ๆ ตลอดชีวิตของความเป็นปัญญาชน แม้เคยถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาหลายครั้งหลายหน แต่นั่นไม่อาจเชื่อได้ว่าส.ศิวรักษ์เป็นปัญญาชนคนเดียวที่มีความกล้าหาญในการพูดถึงสถาบันฯ เพราะบนความเป็นจริงนั่นก็คือส.ศิวรักษ์กำลังทำงานตรวจสอบความจงรักภักดีของบุคคลให้กับกษัตริย์ นี่จึงป็นเหตุผลที่ศ.ดร.นิธิเรียกหาว่าเป็นนักวิชาการนอกระบบ ที่ไม่สามารถถูกขจัดออกจากสังคมได้
ล่าสุดส.ศิวรักษ์ออกมาเดินนำหน้ากลุ่มเยาวชน “เดินทะลุฟ้า ปรากฏว่าแกนนำถูกจับห้ามประกันตัว แต่ส.ศิวรักษ์นอกจากไม่โดนจับแล้วยังออกมาโจมตีทั้งรัฐบาลและศาลอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย
ส.ศิวรักษ์ ผู้ค้ำประกันความดี ร.10 ว่าเป็นกษัตริย์ผู้ปิดทองหลังพระ
– มีพระราชประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสิ่งต่างๆ
– ท่านห่วงใยประชาชนพลเมืองและทรงรู้จักคนรุ่นใหม่ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะอุดหนุนคนรุ่นใหม่
ในขณะอีกหนึ่ง นายสุภัค ศิวรักษ์. ซึ่งเป็นนอมินีธุรกิจการเงินและผู้ดูแลหุ้นของภูมิพลและครอบครัวมาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่มีใครสังเกตหรือติดตามบทบาทการทำงานของสุภัค ศวิรักษ์ ซึ่งตามข้อมูลที่ผมได้รับมีดังต่อไปนี้
BT ธนาคารไทยธนาคารตั้งสุภัค ศิวรักษ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และซีอีโอ
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการในคณะ
กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีไอเอ็มบี
ชีวิต เปื้อนฝุ่น
2 ก.ย.64