ไม่เกินความคาดหมาย ที่กลุ่มตอลีบันจะเคลื่อนนักรบเข้ายึดเมืองใหญ่ๆ จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว หลังจากยึดเมืองมาซาอี ชาริฟ เมืองใหญ่อันดับสามเมื่อวันอาทิตย์ พอตอลีบันยึดมาซาอี ชาริฟได้ ตอลีบันก็ไปต่อเท่ากับความเร็วของยวดยานที่ใช้บนทางด่วน ตอลีบันใช้ทางด่วนเชื่อมต่อเมืองตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ไปยังเมืองคาบูลต่อไป จนยึดเมืองคาบูลได้ในที่สุด ผู้เจรจาตอลีบันได้เคลื่อนเข้าไปในอาคารสำนักงานประธานาธิบดี เพื่อ”ถ่ายโอนอำนาจ” พร้อมกับกระแสว่า มุลลาร์ บาราดาร์ จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป
อับดุล มุลลาร์ ฆานี บาราดาร์ ผู้นำตอลีบันได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังในปากีสถาน ตามคำร้องขอของสหรัฐ เมื่อสามปีก่อน(ปี2018) เป็นผู้ได้รับชัยชนะสงครามยี่สิบปีอย่างไม่มีใครแย้งได้
เมื่อเทียบกับ Haibatullah Akhundzada ที่เป็นผู้นำดูแลทั่วไปของตอลีบัน บาราดาร์ เป็นผู้นำฝ่ายการเมืองที่ปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณะมากที่สุด กล่าวว่าบาราดาร์จะเดินทาง จากสนง.ในกรุงโดฮาไปกรุงคาบูลบ่ายวันอาทิตย์ ภาพการพ่ายแพ้ของกรุงคาบูลวันอาทิตย์ ที่ปรากฎบนทีวี บาราดาร์กล่าวว่า เป็นเพียงบททดสอบเบื้องต้นแท้จริงของตอลีบัน ที่คนอัฟกันฯและทั่วโลกคาดล่วงหน้าว่าต้องเกิดขึ้น
การกลับไปของบาราดาร์ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเป็นรูปเป็นร่างขึ้น กับเหตุการณ์ในอดีตความขัดแย้งนองเลือดที่อัฟกาฯไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เหมือนชีวิตในวัยหนุ่มของบาราดาร์ที่พบกับความขัดแย้งไร้ความเมตตาปราณี
บาราดาร์เกิดในจังหวัดอูรุกกัน ในปี 1968 ร่วมต่อสู้กับกองกำลังมูจาฮีดีน ที่รบกับโซเวียตในทศวรรษปี 1980 หลังจากโซเวียตถอนตัวในปี 1992 ประเทศตกอยู่ในการต่อสู้ของผู้ควบคุมกองกำลัง บาราดาร์ตั้งรร.สอนศาสนาในกันดาร์ฮาร์ ร่วมกับหัวหน้ากองกำลังและพี่น้องร่วมศาสนาชื่อดัง โมฮัมหมัด โอมาร์ และเชื่อว่าจะร่วมรบเคียงข้างโอมาร์ มาก่อน มุลลาร์สองคนนี้เป็นผู้ตั้งกลุ่มตอลีบัน ขบวนการที่นำโดยนักรบอิสลามมิควัยหนุ่ม ที่สละชีวิตให้กับความบริสุทธิ์ของศาสนาของประเทศและสร้างดินแดนทางการเมืองปกครองด้วยอิสลามมิค
บาราดาร์ได้รับแรงผลักดันจากความเคร่งศาสนา สอดคล้องตรงกันกับความเกลียดชังของผู้คุมกองกำลัง และได้รับการสนับสนุนจากองค์การสืบราชการลับปากีสถาน (ISI) ตอลีบันได้รับอำนาจอย่างรวดเร็วในปี 1996 หลังจากได้รับชัยชนะยึดเมืองหลักๆสำคัญๆได้ เริ่มจากขบวนการที่ตั้งขึ้นมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ คนเชื่อว่า บาราดาร์ที่ทำหน้าที่แทนโอมาร์ได้ และจะเป็นนักรบ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิ์ผลสูงสุดในอนาคต
บาราดาร์ประสบความสำเร็จทั้งด้านการรบและเป็นผู้บริหารมาก่อน ในช่วงที่ตอลีบันปกครองอัฟกาฯ ห้าปี ภายหลังถูกสหรัฐและพันธมิตรอัฟกาฯขับไล่ ตอนนั้นบาราดาร์เป็นรมต.กลาโหม
ในช่วงที่ตอลีบันตกจากอำนาจ 20ปี บาราดาร์ไม่หยุดเคลื่อนไหว ยังเป็นผู้นำปฏิบัติการทางทหารและผู้ปฏิบัติการทางการเมืองมาตลอด นักการทูตตะวันตกมองว่าบาราดาร์ อยู่ในกลุ่ม Quetta Shura ที่มาจากผู้นำตอลีบันลี้ภัยที่มารวมกลุ่มกัน ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจISI มีความยินดีที่จะร่วมมือทางการเมืองกับกรุงคาบูลมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโอบามา ไม่ไว้ใจกลุ่มนี้ ที่เก่งทางการรบไม่มีความโน้มเอียงไปในทางสนับสนุนความทันสมัย ซีไอเอตามล่าบาราดาร์ไปถึงการาจีในปี 2010 และเดือนกพ.ปีเดียวกันสหรัฐกดดันให้ ISIจับตัวบาราดาร์
การจับตัวบาราดาร์แทนที่จะก่อให้เกิดผลดี กลับก่อให้เกิดความหายนะตามมา เพราะบาราดาร์มีบทบาทในการสู้รบ แทนที่จะไปในทางก่อให้เกิดสันติภาพในทันทีทันใด ความจริงคือว่า ที่ปากีสถานจับบาราดาร์ไว้ เนื่องจากสหรัฐขอร้อง
ปี 2018 ทัศนะของวอชิงตันเปลี่ยนแปลงไป หลังจากทรัมป์เข้ามาบริหาร ทูตอัฟกาฯจากการหนุนหลังของทรัมป์ Zalmay Khalilzad ร้องขอให้ปากีสถานปล่อยตัวบาราดาร์ (ปล่อยตัวปี 2018) เพื่อเป็นผู้นำเจรจาสันติภาพในกาตาร์ ด้วยเชื่อว่าบาราดาร์จะจัดการแบ่งปันอำนาจระหว่างกันได้ ซึ่งดูจะเป็นไปได้ยาก และไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น
บาราดาร์เป็นผู้ลงนามข้อตกลงโดฮากับสหรัฐฯเดือนกพ. ปี 2020 ซึ่งรัฐบาลทรัมป์เป็นผู้เริ่มต้น หวังว่าจะทำให้เกิดสันติภาพ แต่ตอนนี้กลับตาลปัดเมื่อปรากฎว่า เป็นขั้นตอนนำไปสู่ชัยชนะของตอลีบัน
สหรัฐและตอลีบันลงนามตกลงจะไม่สู้รบกัน แต่ต้องการให้มีการพูดคุยแบ่งปันอำนาจระหว่างกัน ระหว่างตอลีบันและรัฐบาลฆานีแห่งอัฟกาฯ การเจรจานั้นสดุดลง ก้าวหน้าน้อยมาก เป็นที่ชัดเจนว่าบาราดาร์และตอลีบันถ่วงเวลา ให้สหรัฐถอนทหารออกไปก่อน และเตรียมบุกเพื่อชัยชนะเด็ดขาด บาราดาร์ผ่านชีวิตที่อดทนกับการรอคอย บาราดาร์คอยมายี่สิบปี และมั่นใจว่าการรอคอยจะได้ชัยชนะในที่สุด
ชีวิต เปื้อนฝุ่น
17 ส.ค.64




