หมวดหมู่
ชีวิตเปื้อนฝุ่น

RIP วงการตำรวจเน่าเละ เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์ #ปฏิรูปไม่ได้ คอร์รัปชั่นมากสุดในประเทศ และกำลังเป็นหน่วยงานตราบาปของประเทศไทย ตามๆทหารไป

หน่วยงานตำรวจไทยโดนครอบงำ ขึ้นตรงต่อตัวของ ร.10 ตั้งแต่ในอดีตสมัยที่ พลเอกเปรม รุ่งเรืองในอำนาจ กลายเป็นหน่วยงานที่ร.10 เอาไว้เป็นเบี้ยหมากทางการเมืองและหมดทางปฏิรูปเพราะหากรัฐบาลไหนเข้ามาหวังเปลี่ยนแปลง ก็เหมือนงัดข้อกับร.10

และที่บอกปฏิรูปไม่ได้นั้นเป็นเพราะมันมีเงินกองอยู่ตรงกลางด้วย เป็นผลประโยชน์ในแวดวงตำรวจมหาศาลบานตะไท เงินที่ว่านั่นก็คือ

  1. เงินมืด บ่อน ม้า มวย หวย ซ่อง ทั่วไทย
  2. เงินจากการซื้อ-ขายตำแหน่งแต่งตั้ง
  3. เงินจากส่วย ที่ตำรวจคนไหนอยากเลื่อนขั้นก็ต้องไปหามาจ่ายให้คนมีอำนาจวิ่งหาตั๋วให้ตัวเองเลื่อนขั้น (ถ้าใหญ่เท่าตั๋วช้าง คือผ่านฉลุย)

ซึ่งในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา คนที่มีตำแหน่งดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ก็คือ ประวิตร – ประยุทธ์ (ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ในยุคที่ คสช. เรืองอำนาจ ประวิตรได้รายได้มหาศาลเข้ากระเป๋า จากการ ใช้อำนาจ ม.44 สั่งให้ไอ้โจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล(ลูกน้องสุดรักในอดีต) เป็นคนคุมคำสั่งแต่งตั้งตำรวจแต่เพียงผู้คนเดียว เป็นเวลา 4 ปีซ้อน!!

ตรงนี้แหละที่มันไปขัดขากับตำรวจใหญ่สายวัง โดยเฉพาะคนที่มีเพื่อนฝูงตำรวจเยอะ อย่าง “พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” มันถึงเกิดปัญหาขัดแย้งกับไอ้โจ๊ก และรวมหัวกับตำรวจที่ไม่เอาไอ้โจ๊ก เล่นงานไอ้โจ๊กจนโดนเด้งไป ตามที่เป็นข่าว หลังจากไอ้โจ๊กโดนเด้ง…ต่อศักดิ์ ก็ขึ้นมาคุมเรื่องโผแต่งตั้งแทน จนแม้แต่เพื่อน นรต.รุ่น47 ของโจ๊ก และตำรวจคนสนิทของโจ๊กมากมาย ก็แปรพักตร์ มากราบเท้า “ต่อศักดิ์” เพื่อให้ช่วยเรื่องตำแหน่ง

สำหรับสันดานเนื้อแท้ตำรวจไทยนั้น ใครมีอำนาจก็ไปเลียคนนั้น นี่คือหน้าที่หลักของตำรวจไทย ไม่ต้องคิดว่าจะทำงานรับใช้ประชาชน เพราะระบบมันเปิดช่องว่างให้มีการคอร์รัปชั่น วันๆจึงคิดมุ่งเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองมากกว่า

ส่วนตำรวจชั้นผู้น้อยก็ต้องไล่ตีม็อบตามคำสั่งของวังกันต่อไป กลายเป็นองค์การเน่าหนอนและตราบาปของสังคม!!!

นี่คือเหตุผลว่าทำไม วงการนี้ถึงเน่าหนอน และปฏิรูปไม่ได้ ตำรวจสมัยนี้ งานการมันไม่ทำ มันวิ่งไปส่งส่วย ส่งข้าวส่งน้ำ ดูแลคนที่มีอำนาจช่วยมันได้ จ่ายเงินจ่ายส่วยกันเป็นรายเดือนเลย

ป.ล. ที่สำคัญ (อันนี้คนในวงการเขาคุยกัน) ว่า เรื่องจะปฏิรูปตำรวจ มันมีมานานแล้ว ก่อนไอ้โจ๊กจะเรืองอำนาจเสียอีก แต่ก็ไม่มีการแก้ บางคนมองว่าพอไอ้โจ๊ก มันเรืองอำนาจ ก็โทษว่าโจ๊กอยู่เบื้องหลัง ขัดขวางการปฏิรูป แต่พอไอ้โจ๊กเด้งไปเมื่อ2ปีก่อน… สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังเน่าเฟะเหมือนเดิม ไม่มีใครคิดจะปฎิรูปจริงจัง เพราะคนมีอำนาจมันรู้ว่าผลประโยชน์มหาศาล ปฎิรูปไป จะเอาที่ไหนแดก? แถมกลายหน่วยงานที่เป็นเบี้ยหมากทางการเมืองของร.10 อย่างเต็มตัว มืดมนเหลือเกินที่จะหวังให้ตำรวจไทยทำงานรับใช้ประชาชน

ชีวิต เปื้อนฝุ่น
16 ส.ค.64

หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

บทความเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงครบ 89 พรรษา ขอเชิญชวนอ่านบทความเทิดพระเกียรติเรื่องฉลองพระองค์

งามยศงามอ่อนช้อย เคียงกายภูมี
งามล่ำลือโสภี ทั่วหล้า
อาภรณ์ใส่มากมี จากไพร่
ขอท่านอย่าหนีหน้า จ่ายหนี้ปวงชน

เมื่อกล่าวถึงสมเด็จพระพันปีหลวงสิ่งแรกที่คนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายคิดถึงคือพระพักตร์อันงดงามและฉลองพระองค์หรือเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทันสมัย สมเด็จฯถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างมากในการนำมาซึ่งการสร้างสรรค์และชำระชุดไทยให้เป็นหมวดหมู่ เช่นการจัดประเภทชุดตามแบบ ทั้งชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยดุสิตเป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบล้วนแต่มาจากการออกแบบของช่างตัดเสื้อชาวฝรั่งเศส นายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain)

โดยในตอนแรกนั้นสมเด็จฯทรงชื่นชอบงานของห้องเสื้อ Christian Dior แต่เมื่อ Christian Diorเสียชีวิต รัฐบาลไทยได้ทูลเกล้าถวายงานของลูกมือของ Christian Dior คือ Yves Saint Laurent ซึ่งในขณะนั้น Yves Saint Laurentถือเป็นช่างเสื้อหนุ่มไฟแรงและเป็นลูกมืออันดับหนึ่งของ Christian Dior แต่สมเด็จฯก็ไม่ทรงโปรดสไตล์งานของ Yves Saint Laurentจึงทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เองในการเลือกช่างเสื้อนายบัลแมง

นายบัลแมงได้มาเป็นช่างตัดเสื้อประจำองค์ตั้งแต่ช่วงปี 1960 จวบจนถึงปี 1982 ชุดที่ตัดและออกแบบมีตั้งแต่ชุดในพิธีการไปจนถึงชุดลำลอง เสื้อผ้าเครื่องประดับรวมถึงกระเป๋ารองเท้านายบัลแมงเป็นคนจัดสรรค์ทั้งหมด หากพระองค์ต้องการสิ่งอื่นใดที่นายบัลแมงทำเองไม่ได้เช่นกระเป๋าใส่หมวกหรือกระเป๋าเดินทาง นายบัลแมงก็จะจัดหาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น Louis Vuiton ซึ่งมีการสั่งทำเฉพาะพระองค์มีสัญลักษณ์แทนพระองค์สลักอยู่ เป็นต้น โดยชุดที่นายบัลแมงตัดและออกแบบนั้น คาดว่ามีมากกว่า 200 ชุด ทั้งหมดนี้ไม่มีการเผยแพร่แจกแจงรายจ่ายที่รัฐบาลและราชสำนักเป็นผู้จ่ายให้ช่างเสื้อคนนี้แม้แต่รายการเดียว

ปัจจุบันเสื้อผ้าของสมเด็จฯที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นั้นได้รับเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง โดยเสียค่าเข้าในราคา 80-150 บาทแล้วแต่อายุของผู้เข้าชม

หากมองในแง่ดีฉลองพระองค์คือคุณค่าทางประวัติศาสตร์อันหาค่ามิได้ ควรค่าแก่การธำรงค์สืบไปให้เราได้ตระหนักถึง “ภาษี” ที่จ่ายอันเป็นการซื้อหน้าตาให้ประเทศ ให้พระองค์ทรงได้มีฉลองพระองค์อันงดงาม ไพร่ฟ้าหน้าใสได้รับอาหารตากันอย่างอิ่มเอมชื่นบานถึงแม้ว่าเราจะอดอยาก ตกงาน ยากจน คุณภาพชีวิตย่ำแย่ สวัสดิการห่วยแตก การศึกษา สาธารณูประโภค และสาธารณะสุขไม่เท่าเทียมทั่วทั้งประเทศก็ตาม

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้ากลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวงและองค์กร Thai Rights Now

พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now (https://www.facebook.com/ThaiRightsNow)

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น