หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

อเมริกากับสถานการณ์ COVID-19 หลังวัคซีน

เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now

บันทึก ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2021 ชาวอเมริกันได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสและมีภูมิคุ้มกันโควิดแล้ว (Fully Vaccinated) 151,252,034 คน คิดเป็น 45.6% ของจำนวนประชากรทั้งหมด (จากประกาศของ CDC ผู้ได้รับวัคซีนครบโดส จะมีภูมิคุ้มกันหลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์)

ผลที่ได้คือ ในหลายรัฐส่วนใหญ่ประกาศเลิกใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทั้งในร่มและกลางแจ้ง ยังคงกฎการต้องสวมใส่หน้ากากเฉพาะกาลโดยสารรถสาธารณะ,รถไฟและเครื่องบิน รวมถึงตามสถานีรถไฟและสนามบิน แต่กระนั้นรัฐบาลอเมริกาก็กำลังพิจารณายกเลิกการใส่หน้ากากทั้งหมด

โดยคนอเมริกันได้รับวัคซีน 3 ยี่ห้อ คือ Phizer/BioNTech (2 โดส) Moderna (2 โดส) และ Johnson & Johnson/Janssen (1 โดส)

โดยวัคซีนชุดแรกที่นำมาใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ คือ Phizer/BioNTech ช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และฉีดให้กับผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานแถวหน้าที่มีความเสี่ยง ประชาชนทั่วไป และเด็กอายุมากกว่า 12 ปีตามลำดับ

และเมื่อมาดูผลจากการระดมฉีดวัคซีนทั่วอเมริกาพบว่า ปัจจุบัน (as of 26 Jun) มีผู้ติดเชื้อวันละ 6,685 คน ในขณะที่ช่วงระบาดหนักคือ ต้นเดือนมกราคมมีผู้ติดเชื้อวันละ 300,777 คน

และเมื่อมาดูยอดผู้เสียชีวิตพบว่าปัจจุบันอยู่ที่ 126 รายต่อวัน ในขณะที่ช่วงระบาดหนักเสียชีวิตราว 3,930 คน โดยพบว่า 98% ของผู้เสียชีวิตด้วยโควิดในปัจจุบันคือผู้ที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน

ดังนั้นวัคซีนที่ดี คือวัคซีนที่ได้ผลและไม่มีผลกระทบกับร่างกายมนุษย์เมื่อฉีดเข้าไป และวัคซีนที่ดีสามารถนำประเทศกลับสู่สภาวะปกติได้จริง ลดการเสียชีวิตของประชากรได้จริง ลดความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้รัฐบาลสามารถวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

ในขณะที่ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่กับการปล่อยข่าวปลอมว่า วัคซีนที่ดีคือวัคซีนที่มีอยู่ จะฉีดแล้วรอดหรือตายขึ้นอยู่กับดวง เมื่อระดมฉีดแล้วยังต้องล็อกดาวน์ประเทศ โดยรัฐบาลไม่เคยสนใจความเสี่ยงของแพทย์และความเป็นอยู่หรือสภาวะเศรษฐกิจของประชาชน

ใครบอกว่าการเมืองคือเรื่องไกลตัว วิกฤติโควิดที่กระทบหนักต่อทุกคนทั่วโลกคงคือคำตอบให้ทุกคนได้
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now


พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

เช เกวารานักรบกองโจร ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งการปฏิวัติ

วันนี้ในอดีต
14 มิถุนายน ค.ศ. 1928
วันเกิด เช เกวารา
นักรบกองโจร ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งการปฏิวัติ

​“ถ้าท่านโกรธจนตัวสั่นจากความอยุติธรรม เราคือเพื่อนกัน”

คำกล่าวอมตะนิรันดร์กาลของชายผู้เป็นวีรบุรุษของการปฏิวัติคิวบา ที่แสดงความหาญกล้าต่ออุดมการณ์อันเข้มข้นที่ฝันถึงการปฏิวัติสังคม โดยการทลายชนชั้น จนเป็นนักปฏิวัติสายคอมมิวนิสต์ที่เป็นโลโก้ของผู้คนทุกข์ยากในเวลานั้น

​เอร์เนสโต เกวารา หรือที่รู้จักกันในชื่อ เช เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1928 หรือในวันนี้เมื่อ 93 ปีก่อน เขาเป็นนักปฏิวัติลัทธิมากซ์ เป็นนายแพทย์ นักเขียน ผู้นำนักรบกองโจร นักการทูต และนักทฤษฎีการทหารชาวอาร์เจนตินา ในฐานะที่เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งจากการปฏิวัติคิวบา ซึ่งเราอาจคุ้นภาพใบหน้าของเขา ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมต่อต้านและการกบฏ และเป็นตราต้นแบบที่รู้จักกันเป็นสากลภายในวัฒนธรรมสมัยนิยม

​ครั้งยังเป็นนักศึกษาแพทย์หนุ่ม เกวาราเดินทางไปทั่วทวีปอเมริกาใต้และรู้สึกสะเทือนใจกับความยากจนข้นแค้น ความหิวโหย และโรคภัยที่เขาพบระหว่างทาง ความปรารถนาทำลายล้างสิ่งที่เขามองว่าเป็นการขูดรีดของทุนนิยมในลาตินอเมริกาผลักดันให้เขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิรูปสังคมกัวเตมาลา

​ปี 1953 เกวาราเดินทางไปยังกัวเตมาลา ตรงกับสมัยรัฐบาลของ จาโคโบ อาร์เบนซ์ (Jacobo Arbenz) ที่พยายามปฏิวัติโครงสร้างทางสังคม หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการยึดที่ดินนายทุนที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ กระทบถึงทุนอเมริกัน นำไปสู่การรัฐประหารที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้ให้การสนับสนุน

​เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเชื่อว่า การได้มาซึ่งระบบสังคมนิยมจำเป็นต้องเกิดการปฏิวัติระดับโลก และกลายมาเป็นผู้อุทิศตนให้กับอุดมการณ์มาร์กซิสต์

​เกวาราเดินทางออกจากกัวเตมาลามุ่งหน้าไปยังเม็กซิโก และได้พบกับสองพี่น้องชาวคิวบา ฟิเดลและราอูล คาสโตร ซึ่งหลบหนีคดีการเมืองมาวางแผนยึดอำนาจจากรัฐบาลบาติสตา และกลายมาเป็นมือขวาที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมากของคาสโตร

​ต่อมาเขาและสหายได้ตั้งขบวนการ 26 กรกฎาคม เป็นองค์การปฏิวัติ ซึ่งวางแผนและนำโดยฟิเดล กัสโตร ซึ่งใน ค.ศ. 1959 ได้ล้มรัฐบาลฟุลเคนเซียว บาติสตาในประเทศคิวบา ขบวนการดังกล่าวสู้รบกับรัฐบาลบาติสตาทั้งในชนบทและในเมือง

​เช เกวารา เสียชีวิตในวันที่ 9 ตุลาคม 1967 หน่วยรบของเขาเกือบถูกกำจัดจนสิ้นซากโดยหน่วยรบพิเศษของโบลิเวีย ด้วยความช่วยเหลือจากซีไอเอ ตัวเขาเองถูกจับในขณะได้รับบาดเจ็บ ก่อนถูกยิงเสียชีวิตและฝังร่างอย่างลับๆ หลังถูกตัดมือออกเพื่อเป็นเครื่องยืนยันอัตลักษณ์

​แม้เวลาจะล่วงเลยไปนาน แต่ เช เกวารา ก็ยังเป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับทั้งเสียงยกย่องและเสียงประณาม กับการที่เขาได้ยืนหยัดต่ออุดมการณ์อย่างหาญกล้า และยอมสละชีพเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของมวลชนที่ทุกข์ยาก กลายเป็นการปลุกเร้าให้แก่คนในสมัยต่อมา ให้ยังคงใช้มรดกที่ เช เกวารา ทิ้งเอาไว้ผ่านสายธารทางอุมดมการณ์ที่เขายึดมั่นให้คงอยู่ต่อไป

…ตราบใดที่สังคมยังไม่เปลี่ยนแปลง และผู้ทุกข์ยากยังครวญครางจากความหิวโหย

อ้างอิง https://www.bbc.com/thai/international-41536892

หมวดหมู่
เคาะกะโหลกเปิดกะลา

การศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนที่ 2ประเภทของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา

ปีการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย แต่ทางเลือกทางการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาดูจะมีทางเลือกตามความต้องการและสภาพแวดล้อมของแต่ละครอบครัวมากกว่าประเทศไทย
เด็ก ๆ ที่สหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปเริ่มเข้าโรงเรียนประมาณ 4 ขวบและจบชั้นมัธยมปลายเมื่ออายุ 18 ปี โดยจะเรียนการศึกษานี้ว่า K-12 (เค ทู ทเวลฟ) แต่วิธีการแบ่งชั้นปีของสหรัฐอเมริกานั้นแตกต่างกับประเทศไทยเล็กน้อย โดยโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ อนุบาล ประถมและมัธยม
ต่อไปนี้คือปีการศึกษาและอายุของนักเรียนในสหรัฐอเมริกา

(Pre-Kindergartenหรือเตรียมอนุบาล อายุ 4-5 (เรียน1 ปี) ** ไม่เป็นภาคบังคับและไม่ได้รับงบประมาณจากส่วนกลางในรัฐส่วนใหญ่)

  • Kindergarten หรือระดับอนุบาล: อายุ 5-6 ปี -> K (เรียน 1 ปี)
  • Elementary หรือระดับประถมศึกษา: อายุ 6-11 ปี -> Grade 1-5 (เรียน 5 ปี)
    หลังจากElementary ก็จะขึ้นระดับมัธยมศึกษาซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ Middle School และ High School หรือระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • Middle School หรือระดับมัธยมต้น: อายุ 11-14 ปี -> Grade 6-8 (เรียน 3 ปี)
  • High School หรือมัธยมปลาย: อายุ 14-18 ปี -> Grade 9-12 (เรียน 4 ปี)

ประเภทของโรงเรียนและค่าใช้จ่าย

ตามการคาดการณ์ของรัฐบาลกลางประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับฤดูใบไม้ร่วงปี 2564 จะมีนักเรียนมากกว่า 58 ล้านคนเมื่อเปิดปีการศึกษา[1] ซึ่งตามการจำแนกประเภทของกระทรวงศึกษา ประเทศสหรัฐอเมริกาจะแบ่งโรงเรียนออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ให้เลือกตามความสามารถ ระยะทางและความต้องการส่วนบุคคลที่แตกต่างกันได้ ซึ่งโรงเรียน 3 ประเภทดังกล่าวคือ 1. โรงเรียนของรัฐ (Public school) 2. โรงเรียนเอกชน (Private School)และ 3. โฮมสคูล (Homeschooling)[2]

1. โรงเรียนของรัฐ (Public School)

ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2563 มีนักเรียนประมาณ 50.6 ล้านคนเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา[3] โรงเรียนของรัฐเป็นโรงเรียนที่ดำเนินการในระดับรัฐผ่านหน่วยงานการศึกษาได้รับเงินทุนจากรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนประถมและมัธยมของรัฐประมาณ 131,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาและส่วนใหญ่ดำเนินการโดยเขต ทั้งนี้โดยทั่วไปหลักสูตรของรัฐ ๆ หนึ่งสามารถแตกต่างจากหลักสูตรในรัฐอื่น ๆ ได้[2][4]
โรงเรียนของรัฐแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1.1 Traditional Public School หรือโรงเรียนรัฐบาล: ค่าเล่าเรียนฟรีทั้งหมด ไม่มีค่าบำรุงการศึกษาให้ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม โรงเรียนรัฐบาลได้เงินทุนบางส่วนจากเงินงบประมาณส่วนกลางของรัฐ แต่เงินทุนส่วนใหญ่มาภาษีของผู้อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ครูผู้สอนจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการศึกษาของรัฐ นักเรียนทุกคนมีอิสระที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาของตนโรงเรียนไหนก็ได้[5]
1.2 Public Charter School หรือโรงเรียนในกำกับรัฐบาล: ค่าเล่าเรียนฟรีทั้งหมดเช่นกัน ต่างกันตรงที่การเข้าเป็นระบบระบบลอตเตอรี(คล้าย ๆ กับการจับฉลากเข้าเรียนในประเทศไทย) ไม่จำกัดพื้นที่เขตการศึกษาเหมือนTraditional Public School ดำเนินการโดยอิสระจากรัฐส่วนใหญ่ดำเนินการโดยเอกชนหรือองค์กรท้องถิ่น แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในกฎบัตรเพื่อให้ได้เงินทุนจากรัฐ หากไม่ทำตามหรือผิดสัญญาที่มีต่อรัฐ รัฐสามารถสั่งปิดโรงเรียนได้ทันที โรงเรียนประเภทนี้รับเงินจากรัฐตามจำนวนนักเรียนที่เรียน
1.3 Public Magnet Schoolหรือโรงเรียนขยายโอกาส: ค่าเล่าเรียนฟรีทั้งหมดเช่นกัน ดำเนินการคล้ายTraditional Public School แต่นักเรียนสามารถเรียนนอกเขตพื้นที่การศึกษาของตัวเองได้ ความแตกต่างของ Public Magnet School คือ มักเน้นทักษะเฉพาะเช่น กีฬา คณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาศาสตร์ ศิลปะและอื่น ๆ เป็นต้น[6][7]

ทำไมผู้ปกครองถึงเลือกโรงเรียนของรัฐ?

  1. เพราะฟรีสำหรับทุกคน
  2. เพราะมีความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและสังคมเนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน
  3. เพราะโรงเรียนของรัฐเพิ่มทางเลือกทางการศึกษาให้นักเรียนเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า
  4. เพราะนักเรียนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และความหลากหลายทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว
  5. เพราะผู้ปกครองมีสำนึกของความเป็นเจ้าของ(ownership)ในโรงเรียนของรัฐเนื่องจากเป็นผู้จ่ายภาษี (รายได้หลักของโรงเรียน)
  6. เพราะครูมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานเสมอ[8][9]

การแต่งกายของนักเรียนในโรงเรียนของรัฐ

แม้ว่าจะมีการกล่าวในประเทศไทยว่าโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีระเบียบการแต่งกาย แต่จริง ๆ แล้วมี โดยปกติการแต่งกายจะมีอยู่ในคู่มือคำแนะนำของโรงเรียนและในเว็บไซต์ของโรงเรียน บางโรงเรียนจะให้ผู้ปกครองเซ็นรับทราบกฎระเบียบด้วย การแต่งกายในโรงเรียนของรัฐแตกต่างกันไปบางโรงเรียนมีกฎมากกว่าที่อื่น แต่แนวคิดพื้นฐานโดยรวมคือการให้เกียรติและไม่เปิดเผยมากเกินไป
เสื้อผ้าที่มักไม่อนุญาตในโรงเรียนรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา:
รองเท้าแตะ, เสื้อครอปท็อป, เสื้อสายสปาเก็ตตี้, กางเกงยีนส์ขาด, เสื้อยืดที่มีคำที่ไม่เหมาะสมเช่นการเลือกปฏิบัติและคำพูดแสดงความเกลียดชัง โดยปกติอนุญาตให้ใส่เสื้อโปโลได้เว้นแต่จะเป็นสีของโรงเรียนคู่แข่ง
ไม่อนุญาตให้สวมหมวกในห้องเรียนเว้นแต่จะเป็นเรื่องทางศาสนา

2. โรงเรียนเอกชน (Private School)

โรงเรียนเอกชนเป็นธุรกิจส่วนตัวหรือหน่วยงานที่เสนอหรือดำเนินการสอนแบบเต็มเวลาโดยมีเนื้อหาหลักสูตรและโครงสร้างองค์กรมีรูปแบบที่แต่งต่างจากโรงเรียนรัฐบาล[10] แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนเอกชนยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐ เช่น ความปลอดภัยและการบริการด้านสุขภาพของนักเรียน ค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ชื่อเสียง อัตราการได้เข้ามหาวิทยาลัยและปัจจัยอื่น ๆ ค่าเล่าเรียนสำหรับโรงเรียนเอกชนอยู่ที่ประมาณ $4,000-60,000 ต่อปี

ทำไมผู้ปกครองถึงเลือกโรงเรียนเอกชน?

  1. เพราะขนาดชั้นเรียนเล็กและอัตราส่วนนักเรียนต่อครูต่ำ นักเรียนได้รับความสนใจจากครูเป็นรายบุคคลมากขึ้น
  2. เพราะโรงเรียนเอกชนมีทางเลือกในการเรียนเฉพาะบุคคลตามความต้องการของนักเรียนที่ไม่เหมือนกัน
  3. เพราะในขณะที่โรงเรียนของรัฐไม่สอนศาสนา โรงเรียนเอกชนสามารถสอนศาสนาได้ขึ้นอยู่กับปรัชญาของโรงเรียน
  4. เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียนส่วนใหญ่ดีกว่า มากกว่า ใหม่กว่า โรงเรียนเอกชนมักชูจุดแข็งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ[11][12] เช่น ศูนย์หุ่นยนต์เทคโนโลยีชั้นสูง หอประชุมและโรงละครที่ทันสมัย กล้องวงจรปิดทั้งโรงเรียนเป็นต้น

การแต่งกายของนักเรียนในโรงเรียนเอกชน

เหมือนกับโรงเรียนของรัฐ แต่โรงเรียนเอกชนหลายแห่งจะมีเครื่องแบบนักเรียน โดยส่วนใหญ่จะไม่ใส่ทุกวันแต่จะเป็นการนัดแนะใส่ตามกฎของแต่งละโรงเรียน เช่น สวมใส่เครื่องแบบทุกวันพุธและโอกาสพิเศษ เป็นต้น

3. โฮมสคูล (Homeschooling)

โฮมสคูลเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการศึกษาอยู่กับบ้านโดยมีคำแนะนำจากพ่อแม่หรือชุมชนในการช่วยเรื่องการเรียนการสอน ในบางครั้งชุมชนหรือ community อาจจะมีการรวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมหรือสอนหนังสือในวิชาที่พ่อแม่ถนัดให้กับเด็ก ๆ เพื่อในเด็กได้รับความรู้และมีสังคม ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนอายุ 5 ถึง 17 ปีเรียนโฮมสคูล ซึ่งคิดเป็นนักเรียน 1.7 ล้านคนในปี 2559[13] ค่าเล่าเรียนในการเรียนอยู่ที่ประมาณ $600-1,800 ต่อปีการศึกษา

การแต่งกายของนักเรียนโฮมสคูล

แต่งอย่างไรก็ได้ตราบที่พ่อแม่ไม่ว่าเพราะส่วนใหญ่เรียนในบ้าน

ทำไมต้องโฮมสคูล?

  1. เพราะการศึกษาของเด็กแต่ละคนสามารถปรับให้เข้ากับความสนใจและรูปแบบการเรียนรู้เฉพาะของตนได้
  2. เพราะเด็กสามารถให้เรียนรู้ในระดับความเร็วของตัวเอง ในที่นี้หมายถึงเด็กบางคนอาจจะเรียนรู้ได้ช้าหรือเร็วกว่าเด็กปกติทั่วไป การเรียนโฮมสคูลจึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดีกว่าการส่งลูกไปเรียนกับเด็กคนอื่น ๆ นั่นเอง
  3. เพราะโฮมสคูลส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว
  4. เพราะนักเรียนโฮมสคูลสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลการศึกษาที่ไม่จำกัด โลกคือห้องเรียนของพวกเขา[14]
  5. พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now
หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

ปรีดีตัดพ้อที่โดนใส่ร้ายว่าเป็นผู้บงการฆ่าในหลวงอานันท์ฯ

จะทำดีกับใครก็ควรดูให้ดี

ปรีดีตัดพ้อที่โดนใส่ร้ายว่าเป็นผู้บงการฆ่าในหลวงอานันท์ฯจากคำบอกกล่าวของหลวงสังวรยุทธกิจที่ว่า “ผมทำแสนจะดีกับพวกเจ้าเท่าไร เมื่อฝรั่งมันทิ้งระเบิดผมก็พาไปไว้ที่บางปะอิน เงินทองที่พวกเจ้ามีสิทธิ์ได้ผมก็เป็นผู้จัดแจง รัฐธรรมนูญที่แก้ไขกันขึ้นให้พวกเจ้ามีสิทธิ์ผมก็ทำ ทำใหัเขามาเสียเท่าไรๆ เขาก็คว่ำเรือเรา”

ปรีดี นอกจากจะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว ยังเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยด้วย คนจำนวนไม่น้อยคลางแคลงสงสัยในความจงรักภักดีของปรีดีที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ เนื่องจากเขาเป็นแกนนำคนสำคัญของคณะราษฎร เป็นผู้เขียนประกาศคณะราษฎร และร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ประกาศว่า “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย”(สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายที่นิยมเจ้า) แต่การที่นายปรีดีถวายความปลอดภัยแก่ “ราชินีสว่างวัฒนา พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าใน8และ9” ช่วงสงครามโลกครั้งที่2 นี้เป็นพยานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ แล้วปรีดีจะมาบงการลอบปลงพระชนม์ให้ตัวเองโดนประหารตายโง่ๆทำไม

อีกคนเด็ดเดี่ยวสั่งให้โค่น แต่อีกคนสั่งห้ามเพราะคนจะลุกหือ สุดท้ายกลับเป็นตัวเองทั้งสองที่โดนโค่นเสียเอง อีกคนต้องมาโดนวางยาตายที่ญี่ปุ่น อีกคนต้องมาหัวใจวายตายที่ปารีส เมื่อก่อนตอนเด็กผมก็เคยสมน้ำหน้าสองคนนี้นะที่ต้องตายนอกประเทศ เพราะตอนเด็กในคาบวิชาประวัติศาสตร์ถูกสอนมาว่าคนพวกนี้รังแกสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอดตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง คิงประชาธิปกถูกรังแกจนต้องมาตายที่อังกฤษแบบไร้เกียรติ ครูเลยบอกว่าพวกรังแกสถาบันสุดท้ายก็ไม่มีใครตายดี ตายในประเทศสักคน

ในรูปจะเห็นได้ว่าไม่ใครหมอบกราบเลย ก่อนปี2500 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. สถาบันจะคล้ายๆกับ British Royalty คือถูกกำจัดสิทธิ์หลายอย่าง อยู่ในขอบเขต ทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ อยู่ใต้รัฐธรรมนูญแบบจริงๆ พอช่วงสฤษดิ์รัฐประหารอะไรที่เคยยกเลิกไปแล้วหรือประเพณีวังที่ร.5ยกเลิกไปแล้ว ก็รื้อฟื้นนำกลับมาใช้ใหม่หมด หลังจากนั้นพอมีอำนาจขึ้นมา ก็เริ่มไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศมหาอำนาจต่างๆหลายประเทศ โดยให้สังวาลย์ พระชนนี เป็นคนสำเร็จราชการแผ่นดินแทน นับตั้งแต่นั้นสถาบันก็เฟื่องฟูมาจนถึงปจบ.

*4คนคล้องสายสะพายเครื่องราชย์ฯ จากขวาไปซ้าย 1.อนันทมหิดล 2.เจ้าฟ้าภูมิพล 3.สังวาลย์ 4.อ.ปรีดี พนมยงค์

หมวดหมู่
บุคคลสำคัญ

จดหมายของ ปรีดี พนมยงค์ 2024

เรียน สมาชิกทุกท่านครับ

บัดนี้ก็เดินทางมาเป็นเวลา 75 ปี แล้วที่ อนัน ได้เสียชีวิตด้วยน้ำพระหัตถ์ของพระอนุชา ผมขอกล่าวขอโทษแก่ราษฎรทุกคนที่ผมต้องปิดบังความจริงในวันนั้น ถ้าผมเปิดเผยความจริงในวันนั้นเราอาจจะเป็นประเทศแห่งประชาธิปไตยแล้วก็ได้ แต่ในเมื่อผมทำผิดพลาดไปแล้วเราก็มาเริ่มต้นใหม่กัน

1-ทำไมผมต้องไปเชิญมาอีกทั้งๆที่เราสามารล้มได้แล้ว
-เพราะ”ผมกลัว”คำเดียวสั้นๆเลยครับข้อนี้เป็นความผิดผมเอง

2-ทำไมเลือกสายมหิดล
-เพราะสายนี้เป็นสายที่อ่อนที่สุด

3-ผมเขียนจดหมายจริงไหม
-จริงครับ ผมเขียนสมัยที่ลี้ภัยไปอยู่จีนก่อนที่จะย้ายไปฝรั่งเศสแต่ผมล้มเลิกไปก่อน พอกาลเวลาผ่านไปสักพักผมเลยนำข้อมูลที่เขียนไปไว้ที่ฝรั่งเศส

4-ทำไมต้อง2024
-จดหมายลับหรือจดหมายต่างๆที่ยังเปิดเผยไม่ได้ข้อมูลส่วนใหญ่ทางรัฐจะเป็นคนระบุเวลาเปิดให้โดยดูตามอายุของจดหมายและความเป็นไปได้

5-ผมเป็นชู้กับสังวาลย์?
-ไม่จริงครับ ผมรักภรรยาของผมมาก

6-ใครฆ่าอนัน
-พระอนุชาครับ

7-เหตุจูงใจที่มีคนฆ่าอนัน
-เพราะความคิดของผมมีอิทธิพลต่ออนันมากเกินไป จึงทำให้ทางสังวาลย์และทางวังเกิดการกังวลและกลัว

8-ผมแตกหักกับแปลก
-ใช่ครับ เริ่มแตกหักกันช่วงWW2 แต่ในช่วงปี2500 แปลกส่ง จดหมายมาขอโทษแล้วครับ

สมาชิกท่านใดสงสัยอะไรสามารถพิมพ์ทิ้งไว้ได้ครับเดี๋ยวผมจะมาตอบ

สุดท้ายนี้ผมก็ขอกราบขอโทษลูกหลานทุกท่านครับที่ทำประเทศ ฉิบหายขอโทษจากใจจริงครับ ปรีดี พนมยงค์ 9 มิถุนายน 2564

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น