เป็นที่ปฏิเสธได้ยากว่าดาราไทยส่วนมากจะไม่แสดงความเห็นทางด้านสังคมและการเมือง โดยหลายกรณีจะอ้างว่า เป็นเรื่อง sensitive โดยเหตุผลจริง ๆ ที่ทุกคนล้วนรู้กันอยู่ คือพวกเขาเหล่านั้นกลัวการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองจะมีผลต่องานของเขา
เห็นตัวอย่างได้อย่างมากมายในดารารุ่นก่อน ๆ ในยุคความขัดแย้งทางการเมืองสูงอย่างเหลืองและแดง
ฝ่ายเหลืองอย่างกรณีพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงที่กล่าวยกย่องกษัตริย์และสาปส่งคนเห็นต่างที่ถูกยกย่องเป็นคนดีในสังคม มีงานเข้า ได้รับรางวัลและโอกาสมากมาย
ส่วนฝ่ายตรงข้ามอย่างดาราเสื้อแดงที่สุดท้ายกลับได้รับผลกระทบในทางตรงกันข้าม เช่น โด่ง อรรถชัยที่ต้องลี้ภัย หรือทอม ดันดีที่ต้องกลายเป็นนักโทษคดี 112
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า การเลือกข้างของคนมีชื่อเสียง คือการชี้ชะตาต่ออนาคตทางการงาน
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวสามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทางสังคมได้อย่างหน้าตาเฉยมาเป็นระยะเวลายาวทาง และยังคงจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีผลกระทบหรือความเสียหายมาถึงตนเอง
แม้ว่าเหตุการณ์ล่าสุดที่น้าค่อมเสียชีวิตไป มีการออกมาแสดงความไว้อาลัยครั้งนี้อย่างมาก แต่กลับเงียบไม่ปริปากแม้แต่น้อยถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ
บุคคลสาธารณะไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี, กษัตริย์, นักการเมือง หรือแม้แต่ดาราเอง ควรเข้าใจตรงกันว่า ทุกคนล้วนอยู่ได้ด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนคนไทย
อีกทั้งในขณะที่ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของคนไทย แย่ลงเรื่อย ๆ จนประชาชนไม่ได้มีเวลา หรือ อรรถรสมาเสพผลงานความบันเทิง มาซื้อสินค้าของพวกคุณ มันก็จะทำให้เราเห็นกรณีดาราออกมาให้สัมภาษณ์มาเรียกร้องความเห็นใจ ขอแรงเงิน แรงใจ (กาละแมร์, ม้า อรนภา) เพื่อให้พวกเขาได้รับผลประโยชน์ สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากพวกกลุ่มคนเห็นแก่ตัว
การที่รัฐไทยกำลังก้าวเข้าไปอยู่ในฐานะของรัฐล้มเหลว ไม่ว่าคุณจะเป็น ดารา ผู้จัด influencer เบื้องหน้า เบื้องหลัง อะไรก็ตาม ภายใน 10 ปีพวกคุณไม่มีทางจะหนีพ้นผลกระทบที่เลวร้าย ที่จะตามมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เว้นแต่ว่าพวกคุณจะเป็น 1% ของประเทศนี้
§
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now

