เคาะกะโหลก เปิดกะลา by Thai Rights Now
งบประมาณด้านการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย
เมื่อต้องเปรียบเทียบคุณภาพการศึกษาของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยแล้วถือว่า เป็นคู่มวยที่เปรียบเทียบกันได้ค่อนข้างยาก เพราะประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงในเรื่องการศึกษาหลักสูตรการศึกษารวมถึงมีมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก
ในทางกลับกันประเทศไทยยังต้องปรับปรุงในเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะเทียบได้คือ การตั้งงบประมาณเพื่อการศึกษาของประเทศเป็นสัดส่วนเปรียบเทียบกับงบทั้งหมดและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
ในประเทศสหรัฐอเมริกาตามกฎหมายของรัฐ การศึกษาเป็นภาคบังคับในช่วงอายุเริ่มตั้งแต่ 5 ถึง 8 ขวบและสิ้นสุดที่ระหว่างอายุ 16 ถึง 18 ปีขึ้นอยู่กับรัฐ
เมื่อมองเข้าไปในตัวงบประมาณแล้ว สหรัฐอเมริกาใช้จ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียนมากกว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลก
จากข้อมูลค่าใช้จ่ายรายปีต่อนักเรียนในสถาบันการศึกษาในกลุ่มประเทศ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับโรงเรียนประถมและมัธยมในสหรัฐอเมริกาในปี 2559–2560 อยู่ที่ 7.39แสนล้านดอลลาร์หรือ 14,439 ดอลลาร์ต่อนักเรียน 1 คนต่อปี ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นประกอบไปด้วยเงินเดือนและสวัสดิการของบุคลากรทางการศึกษา ค่าเล่าเรียนของตัวนักเรียนและอุปกรณ์ต่าง ๆ
จากข้อ มูลนี้เองที่ทำให้สหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นเป็นอันดับ 4 ของประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงที่สุดในโลกรองจากลักเซมเบิร์ก ออสเตรียและนอร์เวย์ ตามลำดับและเมื่อมองถึงการจัดสรรงบประมาณในปี 2560 สหรัฐอเมริกาใช้เงิน 3.17%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไปกับการศึกษาและในทางสถิติตั้งแต่ปี 2544 ถึงปี 2562 การใช้จ่ายของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นทุกปี
ประเทศไทยในขณะเดียวกันก็ลงทุนด้านการศึกษาอย่างมหาศาลในช่วงปี 2538 ถึงปี 2556 งบเฉลี่ยที่ตั้งให้กระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นอยู่ที่ 20.34% ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดโดยต่ำสุดอยู่ที่ 16.22%ในปี 2545 และสูงสุดอยู่ที่ 28.39% ในปี 2543 ทั้งนี้เฉลี่ยจาก 114 ประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 15.00%
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นช่วงหลังรัฐประหาร งบประมาณที่แบ่งให้กระทรวงศึกษาก็ “ลดลงอย่างต่อเนื่อง” แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมใน ประเทศ ณ ปี 2563 อยู่ที่ราว 5.43 แสนล้านดอลลาร์ แต่งบประมาณที่กระทรวงศึกษาได้ไปในปีเดียวกันคือ 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งงบประมาณด้านการศึกษาที่กระทรวงศึกษาได้รับลดลงอย่างมากจนแตะระดับต่ำสุดใหม่ในปีงบประมาณ 2564 คือ 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์เทียบเท่ากับ 2.19% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศปี 2019 หรือคิดเป็น 10.9% ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด (จากที่เคยมีงบอยู่ที่ประมาณ 20% ของงบประมาณทั้งหมด)
กระทรวงศึกษาถือเป็นกระทรวงสำคัญที่ได้งบสูงสุดของประเทศเสมอมา แล้วเราอยู่ที่ไหนในการจัดอันดับการศึกษา แล้วเงินทั้งหมดนี้ไปไหน? คำตอบอยู่ในรายงานโดย IMD World Competitiveness Yearbook 2015 เปรียบเทียบประเทศสมาชิก 61 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 48 ในด้านการศึกษา จะเรียกเรื่องนี้ว่าความจริงอันปวดร้าวก็ได้ เพราะนอกจากประเทศไทยจะไม่ได้อยู่อันดับต้น ๆ แล้ว เรายังรั้งท้ายแถมตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอีกด้วย
คำถามสุดท้ายคืองบที่กระทรวงศึกษาได้มาไปอยู่ไหนหมด จากรายงานบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติของประเทศไทยพบว่าประมาณ 80% ของงบประมาณทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายประจำซึ่งส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ไปปรับปรุงการศึกษาได้โดยตรง
โดยสรุปคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยและงบประมาณกระทรวงศึกษาในระยะหลังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ทั้งนี้หากจะพูดให้แฟร์กับทุกฝ่ายสมัยช่วงก่อนรัฐประหารปี2557ประเทศไทยลงทุนโดยใช้งบไม่ต่ำกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมดลงในกระทรวงศึกษา แต่การศึกษาของเราก็ยังไม่ไปไหน มาในวันนี้การตัดงบประมาณลงกึ่งหนึ่งก็อาจจะยิ่งทำให้วิกฤตคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยแย่ลง ความคาดหวังของประชาชนผู้เสียภาษีเพื่อลูกหลานจะได้มีการศึกษาที่ดีก็อาจจะยิ่งริบหรี่ยิ่งกว่าเดิม
Reference
1) https://www.infoplease.com/us/education/state-compulsory-school-attendance-laws
2) https://www.cbsnews.com/news/us-education-spending-tops-global-list-study-shows/
3) https://nces.ed.gov/fastfacts/display.asp?id=66#:~:text=Question%3A,constant%202018%E2%80%9319%20dollars).
4) https://www.statista.com/statistics/238733/expenditure-on-education-by-country/
5) https://www.statista.com/statistics/219500/elementary-and-secondary-public-school-expenditures-in-the-us-by-state-prozent-of-gdp/
6] https://educationdata.org/public-education-spending- statistics#:~:text=Federal%2C%20state%2C%20and%20local%20governments,of%20public%20education%20funds%2C%20respectively.
7]https://www.theglobaleconomy.com/Thailand/Education_spending_percent_of_government_spending/ 8] https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/886985
9] https://news.thaipbs.or.th/content/285252
10] https://www.cia.gov/the-world-factbook/countries/thailand/
11] “Five challenges to raise competitiveness: IMD”. The Nation. 2015-05-27. Retrieved 27 May 2015. 12] “Thailand Drops in Competitiveness Rankings”. InvestAsian. 2015-06-03. Retrieved 3 June 2015. 13] https://en.wikipedia.org/wiki/International_rankings_of_Thailand#cite_note-45
[14] https://www.the101.world/supakorn-interview/
§
พบบทความ “เคาะกะโหลก เปิดกะลา” จาก Thai Rights Now ได้ในตลาดหลวงทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ของพวกเราสามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Rights Now (https://www.facebook.com/ThaiRightsNow

