“กษัตริย์ไทยวัย68ปี แต่ง5หย่า4 จุดจบของแต่ละนางจะยิ่งอนาถขึ้นเรื่อยๆ”งานอดิเรกของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ก็คือผู้หญิง ซึ่งเขาเคยมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวสวย(ที่มีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม)มากมายประสบการณ์รักอุดมเหลือล้นมีเพียงชายที่ทั้งเงินและอำนาจเท่านั้น ที่เหลือจะมีประสบการณ์ด้านความรักที่มีสีสัน!ถ้าพูดถึงประสบการณ์รักนั้น
ไม่มีใครจะเกินไปกว่ากษัตริย์รัชกาลที่10
แห่งประเทศไทยมหาวชิราลงกรณ์
เขาถูกเปรียบเปรยว่าเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของไทย
ที่พลัดตกในหล่มโคลนตม พฤติตนได้ยิ่งกว่าคำว่า “แปลกประหลาด”!เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เขาชอบแปะสติกเกอร์ลายสัก ชอบใส่เสื้อกล้ามครอบท็อป หย่าร้างมาแล้วสี่ครั้ง เปลี่ยนแฟนไม่รู้จักหยุดจักหย่อน แต่งตั้งหมาเป็นจอมพล… แต่ในชีวิตที่โชกโชนของเขานั้น สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่สนใจของผู้คนมากที่สุดนั่นก็คือ เรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของเหล่าสนมภายในรั้วในวัง ซึ่งเรื่องราวของเขานั้นร้อนแรงตื่นเต้น และคดเคี้ยวเลี้ยวลดดั่งขุนเขา ยิ่งกว่าซีรี่ย์ละครต่อเนื่องเรื่อง “Beyond the Realm of Conscience” เสียอีก!ตั้งแต่กษัตริย์อย่างภูมิพลสวรรค์คต ลูกชายคนเดียวของพระองค์มหาวชิราลงกรณ์ก็ได้เสด็จขึ้นครองราช ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับความประพฤติแต่ละอย่างกับพระราชบิดาซึ่งถูกสรรเสริญว่า “เทวดาจุติ” แล้วนั้น ความประพฤติของกษัตริย์วชิราาลงกรณ์นั้นถือได้ว่าผิดแปลกแหกกรอบจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนพฤติกรรมทั้งหมดทั้งมวลที่เขาเป็นล้วนเป็นเพราะเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวระหว่างภูมิพลกษัตริย์องค์ก่อนและพระราชินี ซึ่งถูกเลี้ยงอย่างตามอกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก แถมยังบอกลูกชายอีกว่า: “เจ้าเป็นชายผู้ที่จะมาเป็นกษัตริย์ ทุกสิ่งอย่างในประเทศไทยล้วนเป็นของเจ้า” วชิราลงกรณ์โตมาด้วยคำพูดประโยคนี้ ในขณะที่ทุกคนพากันตามอกตามใจสุดลิ่มนั้น พวกเขาก็ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน ไหนเลยจะรู้ว่าพอย่างเข้าพระชนมายุ12พรรษากลับผูกเชือกรองเท้าไม่เป็น อาศัยมหาดเล็กผูกให้บางทีอาจจะเป็นเพราะสมปรารถนาไปเสียทุกอย่าง ชีวิตและจิตใจของวชิราลงกรณ์ได้รับการเติมเต็ม จนบัดนี้เขาผู้ซึ่งเจ้าชู้มีพระราชินีมาแล้วสี่คน และเจ้าคุณพระอีกหนึ่งคน สาวๆไม่ขาดมือ ระดับความเจ้าชู้ทะลุถึงจุดที่ประชาชนตะลึงจนพูดไม่ออก#พระราชินีองค์ที่หนึ่ง: #สมด้วยเกียรติและฐานะปี1977 วชิราลงกรณได้สมรสกับองค์หญิงโสมสวรีผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเองโสมสวรีเป็นหลานสาวของพระพันปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของวชิราลงกรณ์ โสมสวรีเป็นหญิงสูงศักดิ์ เป็นถึงองค์หญิง เพื่อสร้างความมั่นคงในพระราชอำนาจในการปกครองให้แก่บุตรชาย พระพันปีจึงให้หลานสาวของตนแต่งงานกับลูกชายของตน นี่เป็นงานสมรสเพื่อการเมืองอย่างแท้จริง แม้ว่าทั้งสองจะสมกันด้วยเกียรติและฐานะ แต่โสมสวรีก็แท้งลูกหลังจากตั้งครรภ์ครั้งแรก ต่อมาในที่สุดก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวหนึ่งคน ทว่าด้วยความที่เป็นภรรยาที่ปราศจากความรักเป็นพื้นฐาน จึงไม่สามารถคล้องใจชาย(ผู้ไม่เอาไหน)ได้จากนั้นต่อมา วชิราลงกรณ์ก็ย้ายออกจากบ้านมาอยู่กับคนรักอีกคนหนึ่ง คนรักคนนี้เป็นนักแสดงสาวที่มีชื่อเสียงมากในเวลานั้น ยุวธิดาซึ่งก็หลังจากพระราชินีกำเนิดองค์หญิงมาได้ไม่นาน ยุวธิดาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนที่หนึ่ง เมื่อวชิราลงกรณอาศัยอยู่นอกวังหลายปี พอสมรสกันได้สองปีเขาก็เลี้ยงผู้หญิงไว้มากมาย นี่สร้างความเจ็บปวดให้โสมสวรีมากต่อมามีข่าวว่าพระราชินีทรงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า องค์หญิงโสมสวรีผู้ซึ่งเป็นสตรีที่ปรีชาสามารถ แต่กลับถูกการสมรสการเมืองกดดันเสียจนบอบช้ำ ท้ายที่สุดวชิราลงกรณ์จึงได้จบชีวิตสมรสกับนางด้วยเหตุผลที่ว่า “เราสองเข้ากันไม่ได้” แต่ด้วยความที่เป็นหญิงสูงศักดิ์ จึงได้รับพระราชทานยศใหม่ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในราชสำนักได้ต่อไป#พระราชินีองค์ที่สอง : #จากมือที่สามหลายปีสู่ภรรยาหลวงหลังจากวชิราลงกรณ์ได้อยู่กินกับยุวธิดามาสิบกว่าปี จนกระทั่งได้ให้กำเนิด4บุตรชายและหนึ่งบุตรสาวแล้วนั้น ก็ยังไม่ได้รับการเลื่อนสถานะอีกเป็นเวลาหลายปี จนวชิราลงกรณ์ได้หย่าขาดกับโสมสวรีเป็นเวลาสามปีแล้วนั้น ก็ได้สมรสกับยุวธิดา ในที่สุดยุวธิดาก็ได้เลื่อนฐานะของเขาเสียที ได้เป็นพระราชินีอย่างเป็นเต็มปากเต็มคำ(อย่างเป็นทางการ)บุตรทั้งสี่ได้เคยเปิดเผยอีเมลความว่า: “พวกเราเฝ้าหวังจะกลับประเทศไทยทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเวลากว่า15ปีไม่เคยได้เหยียบย่างผืนแผ่นดินเกิด พวกเราคิดถึงประเทศไทยอย่างมาก” ทว่าไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับใดๆเลยพระสังฆราชกล่าวไว้ว่า องค์หญิงสิริวรรณวลีมีดวงชะตาพิเศษ สามารถทำให้รัชสมัยรุ่งโรจน์โชติช่วง และยังสามารถทำลายคำสาปของราชวงศ์ไทยที่ว่า “ราชวงศ์สิ้นสุดในรัชกาลที่สิบ” (วชิราลงกรณ์ก็คือกษัตริย์ในรัชการที่10) ดังนั้น วชิราลงกรณจึงรีบไปรับตัว “ยันต์คุ้มตัว” อันล้ำค่านี้กลับประเทศอย่างรวดเร็ว และเอาขึ้นหิ้งดูแลอย่างดีราวกับเป็นเทพเจ้า ทนุบำรุงไปตลอดชีวิต(ส่วนเจ้าชายทั้งสี่แต่ละคนต่างก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน บุตรชายคนโตสอบติดปริญญาเอกด้านการบิน บุตรคนที่สองสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมาย บุตรชายคนที่สามมุ่งสายแพทย์ศาสตร์ บุตรชายคนที่สี่จบการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์)#พระราชินีคนที่สาม : #สาวผู้เคยเปลือยกายเต้นรำวชิราลงกรณ์ผู้เจ้าชู้เป็นนิสัย ต่อมาได้สมรสกับสาวที่ขนานนามว่าเป็นสาวบ้านสาวเรือนของเขานามว่าศรีรัศมิ์ ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาคนที่สามของวชิราลงกรณ์ ทั้งสองได้สมรสกันเมื่อกุมภาพันธ์ปี2001 หลังสมรสก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนจะว่าไปนี่ถือเป็นเรื่องมงคลสำหรับราชวงศ์ไทยซึ่งมีโอรสเพียงน้อยนิด ซึ่งในปีนั้นกษัตริย์ภูมิพลซึ่งยังมีพระชนชีพอยู่นั้น ถึงกับได้พระราชทานยศทางราชราชสำนักแก่พระนางอีกด้วย แม้แต่ตระกูลของศรีรัศม์ยังได้รับพระราชทานนามสกุล พระราชทาน และพระราชินีผู้เกิดจากสามัญชนพระองค์นี้ยังเป็นสัญลักษณ์ในการเข้าถึงราษฎรของวชิราลงกรณ์ และพวกเขายังเคยได้เสด็จเข้าร่วมกิจกรรมต่างประเทศด้วยกันแทนภูมิพลอดีตกษัตริย์อีกด้วยวชิราลงกรณ์มีความรักต่อศรีรัศมิ์อย่างมาก ถึงกับกล่าวยกย่องพระราชินีองค์นี้ให้กับบุคคลภายนอกว่า “มีความประพฤติงดงาม ไม่เคยกล่าวร้ายกับใครแม้เพียงคำเดียว” พร้อมยังกล่าวว่าพระนางทำสร้างความรู้สึกของความเป็นครอบครัวให้กับพระองค์ ทั้งสองทรงเลี้ยงสุนัขพุดเดิ้ลหนึ่งตัว รักเขาก็ย่อมรักของของเขาด้วย(หมา) พระองค์ถึงกับพระราชทานยศ “จอมพลอากาศ” ให้แก่สุนัขอันเป็นที่รักด้วยแต่ทว่าวันเวลาแห่งความปิติหวานชื่นก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และแล้วเรื่องอื้อฉาวของวชิราลงกรณ์ก็ได้บังเกิดขึ้น ในปี 2009กษัตริย์ภูมิพลทรงประชวรและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล วชิราลงกรณไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกกังวล แต่กลับยังไร้ความอาย มีนักข่าวถ่ายภาพขณะที่วชิราลงกรณ์และภรรยาศรีรัศม์จัดงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำเปลื้องผ้ากลางวัง เพื่อจัดงานฉลองวันเกิดให้สุนัขทรงเลี้ยงของเขาในภาพถ่าย พระนางสวมชุดบิกินี่วาบหวิว คุกเข่ากินเค้กเหมือนสุนัข และเมื่อภาพหลุดออกไป ได้สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพลักษณ์ของวชิราลงกรณ์และศรีรัศม์ถึงกับพังพินาศ!และเพื่อเป็นหลบเลี่ยงคำติฉินนานทาภายในประเทศ ทั้งสองจึงพาเหล่าผู้ติดตามกว่า 30 คนเสด็จไปประเทศอังกฤษ ในเวลานี้เองก็เกิดการรัฐประหารโดยทหารขึ้น แต่ทั้งสองก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ สร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าข้าราชการระดับสูงหลายคนเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันได้เกิดปฏิบัติการปราบปรามการทุจรติครั้งมโหฬารขึ้น เหล่าพระญาติทั้งเจ็ดคนผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการทุจตริตก็ถูกจับ ทำให้เขาต้องหย่ากับราชกุมารและถูกถอดถอนเป็นสามัญชนในปี 2014วชิราลงกรณ์ได้มีความเจ้าชู้เป็นนิสัยไปเสียแล้ว จากนั้นต่อมาก็เปลี่ยนหญิงสาวไม่ได้หยุดหย่อน ทว่าพระพันปีก็ยังคงหลงรักตามใจโอรสของเขาอย่างไร้ขีดจำกัด โดยไม่สนใจในการอบรมบ่มนิสัยในโอรสของตน เอาแต่กล่าวว่า: “ลูกชายผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ของฉันมีความเป็นเสือผู้หญิงเขาเป็นนักเรียนที่ดี เป็นลูกที่ดี ปัญหาคือผู้หญิงนั้นชอบเขา และเขาก็ชอบผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร”#พระราชินีองค์ที่4: #แอร์โฮสเตสผู้งดงามและก็อย่างที่เดากันได้ หลังจากศรีรัศม์แล้ว วชิราลงกรณ์ก็ได้คบกับแฟนซึ่งเป็นแอร์โฮสเตสคนหนึ่ง และพระนางก็เป็นพระราชินีองค์ปัจจุบัน กล่าวกันว่าราชินีสุธิดาเป็นแอร์โฮสเตสมือหนึ่ง ทั้งสองพบกันบนเครื่องบิน จากนั้นวชิราลงกรณ์ก็ได้แต่งตั้งเขาเป็นหัวหน้ากองทหารปกป้องราชสำนัก และก็เป็นองครักษ์หญิงรักษาพระองค์ด้วยเช่นกัน และจากนั้นอีกไม่นาน วชิราลงกรณ์ก็ได้สมรสกับ”องครักษ์หญิง”ผู้มีใบหน้างดงามดั่งบุปผาคนนี้สุธิดาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นสูง อากัปกิริยางดงามเรียบร้อย บุคคลิกในการสนทนาอ่อนช้อยดูดี อีกทั้งแสดงการยอมรับต่อบุตรธิดาคนก่อนๆ ของวชิราลงกรณ์อย่างรวดเร็ว และมีเป็นคนมีความใจกว้างและนอบน้อมเบื้องหน้าพสกนิกร อาจเป็นเพราะเห็ยบทเรียนในอดีตกระมัง สุธิดาจะต้องระมัดระวังในการกล่าววาจาอย่างมาก และมีความเจียมเนื้อเจียมตัว แต่วชิราลงกรณ์ก็คือวชิราลงกรณ์ หลังจากทั้งสองได้สมรสกันได้สามเดือน วชิราลงกรณ์ก็รับสินีนาฏมาเป็นเจ้าคุณพระ#คนที่ห้าเจ้าคุณพระ: #พยาบาลทหารสินีนาฏเป็นพยาบาลทหาร ขณะแอบพบรักกัยอยู่นั้น ได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่วชิราลงกรณ์ทรงโปรดปราน ทั้งสองชอบใส่เสื้อคู่รักออกไปข้างนอก เมื่อวชิราลงกรณ์เสด็จไปพระราชพิธีสำคัญๆนั้น ก็มักจะพาเจ้าคุณพระองค์นี้ไปด้วยเสมอ แต่ไม่พาสุธิดาไปด้วยแถมสินีนาฏยังเป็นเจ้าคุณพระเพียงผู้เดียวในรอบร้อยปีของไทย และอีกทั้งประเทศไทยก็ยกเลิกระบอบหนึ่งผัวหลายเมียไปนานแล้ว ดังนั้นวชิราลงกรณ์ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างไม่ต้องสงสัยว่า ตอนนี้ตนมีเจ้าคุณพระที่เราหลงรักมากแล้วนะสินีนาฏอาศัยความเป็นที่โปรดปราน ไม่เคยมองสุธิดาอยู่ในสายตา แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า สินีนาฏดำรงตำแหน่งยังไม่ถึงร้อยวัน ก็โดนกษัตริย์อาศัยข้อกล่าวหาที่ว่า “ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์” และ “มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง” ปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคุณพระ และถูกส่งตัวเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพ เจ้าคุณพระที่ทรงแต่งตั้งมากับมือถือถูกโละ ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วหล้า บ้างก็ลือว่านางมีชู้ บ้างก็ลือว่านางถูกทรมานจนตาย แต่ความจริงแล้วนั้น กษัตริย์ไทยให้ความใส่ใจความเป็นไปของสินีนาฏมาก โดยจะมีคน้ข้าไปถวายรายงานสถานการณ์ระหว่างที่สินีนาฏอยู่ในเรือนจำหญิงผู้เป็นพระราชินีซึ่งทึกทักเอาว่าอนาคตจะไร้ซึ่งคู่ต่อกรแล้วนั้น อยู่มาไม่ถึงปีกลับตกอยู่สภาวะสั่นคลอนอีกครั้ง เพราะไม่เพียงแต่ราชาจะทรงอภัยโทษให้แก่สินีนาฏเท่านั้น ยังจัดเครื่องบินส่วนตัวบินมารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศเยอรมัน พระมหากษัตริย์ผู้ใจกว้าง พ้นลมปากครั้งเดียวก็สามารถซื้อชุดพระราชพิธีสุดหรูเป็นสิบๆชุดให้แก่สินีนาฏที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ชุดหรูทั้งสิบปรากฎขึ้นที่สนามบินกรุงเทพ โดยแบ่งบรรจุลงในถุงที่ปราณีตพิถีพิถัน และอยู่ในความดูแลอย่างของข้าราชบริพารนับจากวันครบพระราชสมภพของกษัติรย์ไทยวันที่ 28 กรกฎาคม ของปีที่แล้วเป็นต้นมา พระองค์ทรงหลบหลี้หนีภัยโรคระบาดอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แต่พระองค์กลับถ่ายทอดพระราชโองการอันทรงธรรมก้องนภา นักโทษหญิงทั้งหมดทรงได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้รวมไปถึงเจ้าคุณพระที่ถูกโละทิ้งซึ่งติดคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีด้วย เมื่อถึงสิ้นเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว ทัณฑสถานหญิงก็ได้มีการจัดกิจกรรม Big cleaning อย่างกะทันหันเป็นเวลาหลายวัน มีข่าวลือกันว่า นี่เป็นคำสั่งของพระมหากษัตริย์ โดยการทำความสะอาดบริเวณที่พระนางจะเสด็จผ่านหลังได้รับอิสรภาพ รวมไปถึงทางเดินต่างๆ เพื่อเป็นลางถึงอนาคตใหม่อันสดใสนักข่าวในพระราชสำนักแมคเกรเกอร์เปิดเผยในภายหลังว่า สินีนาฎออกจากคุกเมื่อวันที่ 28ดร.เพียงดิน รักไทย
หมวดหมู่
