หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 9

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

การจัดวางระเบียบอำนาจในวังทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่การเปลี่ยนคนใกล้ชิดที่วชิราลงกรณ์เอาคนของพ่อตัวเองออก แล้วใส่คนของตัวเองไปแทน เป็นหูเป็นตาให้เมื่อตอนตัวเองไม่อยู่ในไทย มีการจัดระเบียบสภาองคมนตรีใหม่ เอาคนใกล้ชิดของตัวเองเข้าไปเป็นองคมนตรี แต่อย่างที่บอกไว้แล้ว เปรมยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่อำนาจถูกลด สาเหตุที่วชิราลงกรณ์ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้นเพราะเปรมยังพอมีบารมีอยู่บ้างในกองทัพ และวชิราลงกรณ์ยังต้องพึ่งกองทัพอยู่ในหลายๆ เรื่อง จึงไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น แต่การเก็บเปรมไว้แต่ไม่ให้อำนาจ สำหรับดิชั้นถือว่าเลวร้ายกว่าถูกปลดอีก

…จากนั้น วชิราลงกรณ์หันมาจัดระเบียบคนใกล้ชิด ทั้งในครอบครัวตัวเองและบริวารรอบข้าง ทั้งในเรื่องของการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว โดยให้รางวัลเมื่อทำถูกใจ แต่จะลงโทษอย่างหนักถ้าทำอะไรให้ผิดใจ และจะประจานความเลวร้ายนั้นทางพระราชกิจจานุเบกษาให้อายไปทั่วปฐพี ซึ่งเรื่องนี้ ก้อยเป็นตัวอย่างทั้งเรื่องการตบรางวัล (แต่งงานด้วย) การลงโทษ (เมื่อทำให้ไม่พอใจ) และการคืนยศ (กลับมาเป็นที่ชอบอีก) ฝรั่งเรียกวิธีนี้ว่าเป็น carrot and stick approach คือให้ทั้งรางวัลและการลงโทษเมื่อมีโอกาส

…นอกจากนี้ อย่างที่เคยเล่า วชิราลงกรณ์สร้างสัมพันธมิตรกับกองทัพ นำเอาความเข้มแข็งกลับมาสู่วงศ์เทวัญ และลดความสำคัญลงของบูรพาพยัคฆ์ การตัดสินใจหนึ่งที่เด่นชัดคือการเอาอภิรัชต์ คงสมพงษ์มาเป็น ผบ ทบ และเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าประยุทธ์ด้วยซ้ำ นอกจากทำงานร่วมกับกองทัพแล้ว ยังให้ความชอบธรรมกับพรรครัฐบาล นั่นคือพลังประชารัฐ เพราะถือว่าเป็นฐานของความชอบธรรมของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ

…ทั้งหมดนี้ ทักษิณมองจากดูไบด้วยความใจจดใจจ่อ ด้านหนึ่งก็รู้ว่า วชิราลงกรณ์กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างฐานอำนาจของตัวเองที่มีทั้งกองทัพ และพลังในระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องช่วย ดังนั้น ไอ้การที่คิดว่า ทักษิณยังเป็นตัวแทนความชอบธรรมของคนส่วนใหญ่ ความคิดนี้ก็เริ่มจางหายไป ในสายตาของวชิราลงกรณ์ ไม่เคยเห็นค่าของทักษิณมากกว่านั้น ที่สำคัญ ไม่เห็นหัวประชาชนอยู่แล้ว ในสายตาของทักษิณ รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่เอา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ทักษิณหวังเสมอที่จะคืนดี แม้ว่าในใจจะไม่รักเจ้า แต่ก็ยังอยากคืนดี ยังอยากกลับไทย ยังอยากเอาเงินคืน ยังไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเดือดร้อน แต่ในการเล่นเกมแบบนี้ ทำให้ทักษิณเสียมวลชนไปเยอะมาก โดยเฉพาะมวลชนคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันความรุ่งเรืองของชินวัตร ที่เป็นพลังที่ต่างไปจากคนเสื้อแดง และเป็นกลุ่มคนที่อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่ไม่มีทักษิณอยู่ในนั้น

…พูดแบบนี้ ทักษิณก็ติดแหงก คนเสื้อแดงตัวดังๆ ที่เคยเป็นปากเสียงให้ทักษิณก็ถูกอุ้มฆ่าไปหมด คนเสื้อแดงชาวบ้านถูกทำร้าย ขบวนการเสื้อแดงก็หายไปแล้ว แถมหมู่บ้านคนเสื้อแดงยังถูกคนอย่างแรมโบ้อีสานมาช่วยทำลายทิ้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเร่งให้ทักษิณหมดความสำคัญลงเร็วยิ่งขึ้นนั่นคือ การมาถึงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ชื่อของธนาธรเริ่มได้ยินมากขึ้นในหมู่ผู้นำการเมืองและธุรกิจของไทย ก่อนที่เค้าจะเข้าสู่แวดวงการเมือง ในชุมชนผู้นำเหล่านั้น ต่างรู้ดีว่า ธนาธรมีความคิดทางการเมืองแบบใด นั่นคือ ความคิดค่อนข้างราดิคัลที่ตั้งอยู่บนการวิพากษ์วิจารณษ์เจ้า ดังนั้น การเข้าสู่การเมืองด้วยจุดยืนแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายธนาธร ในหมู่ของคนที่รู้จุดยืดของเค้า ก็หวังว่าเค้าจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปกษัตริย์ แต่ในเวทีแห่งความเป็นจริง ธนาธรเลือกที่จะประนีประนอม นั่นจึงเป็นจุดบอดที่ทั้งสองฝ่ายโจมตีเค้า คือโดยทั้งฝั่งเจ้า และฝั่งประชาธิปไตย

…แต่ในสายตาของวชิราลงกรณ์ การมาถึงของธนาธร (พ่วงปิยบุตรไปด้วย) มันคือภัยคุกคามที่แท้จริง ทักษิณกลายเป็นของเล่นกระจอกไปเลย ด้วยความคิดแบบนี้ ในวังถึงมีความตั้งใจกำจัดอนาคตใหม่แต่แรก คำถามคือ จะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้น

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น