หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 21

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

คุณพลตายไปแล้ว ตอนนี้ลูกจ้างเริ่มหวาดกลัวว่า บริษัทจะไม่เหมือนเดิมเพราะคุณโอเลี้ยงขึ้นมาเป็นประธาน ส่วนผู้จัดการนั้น ลูกจ้างไม่หวังอะไรมากจากไอ้ทุย ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้เกิดอะไรขึ้นมากมายในบริษัท ทั้งในแง่การเปลี่ยนตัวลูกจ้างที่ทำงานให้ท่านประธาน ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านประธานกับเหล่ายาม หรือในแง่ทรัพย์สินที่คุณโอเลี้ยงฮุบหมดจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธาน ตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ลูกจ้างเลย ผู้บริหารบริษัททั้งหมดตกเป็นเบี้ยล่างของท่านประธานจริงๆ เย็นมองว่า ไอ้ที่ใครบอกว่าคุณโอเลี้ยงจะบริหารงานไม่เป็น อันนี้ไม่เป็นความจริงนะ

….คุณนายปากแดงนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาล ส่วนพี่สาวคนโต คุณบัวหลวงก็ยังวุ่นวายไม่เลิก ขนาดไม่ได้รับยศฐาใดๆ ก็ยังเบ่งกับลูกจ้าง ส่วนนักจดนั้น เพื่อเป็นการลบข่าวลือเรื่องการแย่งสมบัติกับพี่ชาย นางก็ค่อยๆ ลดบทบาทตัวเองลง แต่ไม่ทั้งหมด ยังมีงานบางอย่างที่พี่ชายต้องใช้มือน้องสาวในการทำให้ อาิท การผู้สัมพันธ์กับบริษัทของจีน จนถึงขนาดที่สำนักงานใหญ่ของจีนเชิญนักจดไปมอบเหรียญกล้าหาญ เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างบริษัทไทย-จีน ซึ่งอันนี้ คุณโอเลี้ยงมอบหมายให้น้องสาวทำ และก็ไม่ได้มีการอิจฉาริษยาใดๆ

…ส่วนน้องถั่ว ก็ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ของครอบครัว หลังจากเลิกกับผัวสองคน และจบไม่ได้ทั้งคู่ นางก็พยายามหาบทบาทให้ตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ก็ไปเป็นเพื่อนแม่ในงานศพของณัฏฐา และในช่วงปลายปี 2013 นางก็ออกมาเป็นองค์ประธานในกลุ่ม กปปส โดยออกมาสนับสนุนการเป็น “กบฎ” โดยการเอาธงชาติบริษัทมาผูกเป็นเปียบ้าง เอามาผูกติดกับหมาบ้าง คืออีนี่มันไม่ชอบครอบครัวของไอ้เหลี่ยม และเกลียดลูกจ้างเสื้อแดง ปากมันบอกว่าไม่อยากยุ่งกับงานบริษัท แต่ที่ไหนได้ อีนี่แหละตัวแสบ อีดอก

….ช่วงนี้ คุณโอเลี้ยงเริ่มเอาอีเมียน้อยออกงานมาขึ้น อีลาบก้อยมันกลายมาเป็นคู่แข่งอีคิ้วตันชิงตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ย มันเป็นสาวน่านค่ะ เป็นพยาบาล มันเป็นคนบ้าคุณโอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และก็ฝันหวานว่าสักวันมันจะได้เข้าใกล้คุณโอเลี้ยง มันเลยเริ่มจากการเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทราชวัลลภ ในตำแหน่งพยาบาล จากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้มีโอกาสเข้าถึงคุณโอเลี้ยง เพราะมันได้รับการเสนอชื่อเป็นพยาบาลดีเด่น เลยต้องรับรางวัลกับคุณโอเลี้ยง ในโอกาสนั้น มันแกล้งทำรางวัลหล่นจากมือ แล้วก็ทำท่าเสียอกเสียใจ ขอโทษคุณโอเลี้ยง จนคุณโอเลี้ยงเห็นใจมัน และในที่สุด ก็เอามันเป็นเมีย

….พอมันได้เป็นเมีย มันก็เริ่มกร่าง กลายมาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผัว เป็นคนเอาแฟชั่นเหี้ยมาแนะนำให้ผัว คือไอ้เสื้อเอวลอยนั่นแหละค่ะ แล้วก็เอาสติ๊กเกอร์แทททูมาติด อย่างวันนั้น นางก็เป็นคนจัดปาร์จี้ออร์จี้ให้ผัว และก็สูบยากัน พอไฮได้ที่ ก็ออกไปเดินเล่นตามท้องถนนในมิวนิค จนเป็นภาพที่ลูกจ้างเห็นทั่วไป จากนั้นก็ไปออร์จี้ต่อถึงเช้าและเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับไทย ที่คุณโอเลี้ยงชอบมันเพราะมันใจถึง มันแซ่บกว่าอีคิ้วตันมาก พออยู่เมืองไทย มันก็ใส่ชุดหวาบหวิวออกมาวิ่งจ๊อกกี้ อย่างที่เราเห็นเช่นกันที่บริเวณหน้าพระรูปทรงม้า …เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่กังขาว่า แล้วใครจะได้เป็นเมียคนต่อไป แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ในที่สุดแล้ว คุณโอเลี้ยงต้องการเมียทั้งสองคน

…ทางด้านการเมืองนั้น แม้ไอ้เหลี่ยมจะถูกกำจัดไป แต่ไม่นานนักก็เกิดเสี้ยมหนามใหม่ มันเป็นลูกเจ๊กเศรษฐี แม่มันชื่อสมหญิง ส่วนตัวมันคือสมทอน มันประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อแข่งขันในการเลือกตั้ง ชื่อพรรคส้มเช้ง แล้วก็มันเริ่มหาเสียง กลายเป็นที่รักที่ชอบของสาวน้อยใหญ่กะเทยวัยรุ่น ที่สำคัญ เค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า สมทอนไม่ชอบตระกูลคุณพล จึงกลายมาเป็นเป้าตั้งแต่แรกของการถูกโจมจี สมทอนมีเพื่อนสนิทชื่อป้อกกี้ คือไอ้ป้อกกี้นี่แหละที่จะเป็นตัวล้มคุณโอเลี้ยง ดังนั้น คุณโอเลี้ยงได้แต่รอโอกาสว่าเมื่อไหร่จะสามารถกำจัดพรรคส้มเช้งได้…. อีลาบก้อยนี่แหละที่เป็นตัวยุแยงให้ผัวกำจัดพรรคส้มเช้งโดยเร็ว

….รูปนี้เย็นมีโอกาสถ่ายกับหัวหน้าพรรคส้มเช้งค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 9

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

การจัดวางระเบียบอำนาจในวังทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่การเปลี่ยนคนใกล้ชิดที่วชิราลงกรณ์เอาคนของพ่อตัวเองออก แล้วใส่คนของตัวเองไปแทน เป็นหูเป็นตาให้เมื่อตอนตัวเองไม่อยู่ในไทย มีการจัดระเบียบสภาองคมนตรีใหม่ เอาคนใกล้ชิดของตัวเองเข้าไปเป็นองคมนตรี แต่อย่างที่บอกไว้แล้ว เปรมยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่อำนาจถูกลด สาเหตุที่วชิราลงกรณ์ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้นเพราะเปรมยังพอมีบารมีอยู่บ้างในกองทัพ และวชิราลงกรณ์ยังต้องพึ่งกองทัพอยู่ในหลายๆ เรื่อง จึงไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น แต่การเก็บเปรมไว้แต่ไม่ให้อำนาจ สำหรับดิชั้นถือว่าเลวร้ายกว่าถูกปลดอีก

…จากนั้น วชิราลงกรณ์หันมาจัดระเบียบคนใกล้ชิด ทั้งในครอบครัวตัวเองและบริวารรอบข้าง ทั้งในเรื่องของการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว โดยให้รางวัลเมื่อทำถูกใจ แต่จะลงโทษอย่างหนักถ้าทำอะไรให้ผิดใจ และจะประจานความเลวร้ายนั้นทางพระราชกิจจานุเบกษาให้อายไปทั่วปฐพี ซึ่งเรื่องนี้ ก้อยเป็นตัวอย่างทั้งเรื่องการตบรางวัล (แต่งงานด้วย) การลงโทษ (เมื่อทำให้ไม่พอใจ) และการคืนยศ (กลับมาเป็นที่ชอบอีก) ฝรั่งเรียกวิธีนี้ว่าเป็น carrot and stick approach คือให้ทั้งรางวัลและการลงโทษเมื่อมีโอกาส

…นอกจากนี้ อย่างที่เคยเล่า วชิราลงกรณ์สร้างสัมพันธมิตรกับกองทัพ นำเอาความเข้มแข็งกลับมาสู่วงศ์เทวัญ และลดความสำคัญลงของบูรพาพยัคฆ์ การตัดสินใจหนึ่งที่เด่นชัดคือการเอาอภิรัชต์ คงสมพงษ์มาเป็น ผบ ทบ และเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าประยุทธ์ด้วยซ้ำ นอกจากทำงานร่วมกับกองทัพแล้ว ยังให้ความชอบธรรมกับพรรครัฐบาล นั่นคือพลังประชารัฐ เพราะถือว่าเป็นฐานของความชอบธรรมของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ

…ทั้งหมดนี้ ทักษิณมองจากดูไบด้วยความใจจดใจจ่อ ด้านหนึ่งก็รู้ว่า วชิราลงกรณ์กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างฐานอำนาจของตัวเองที่มีทั้งกองทัพ และพลังในระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องช่วย ดังนั้น ไอ้การที่คิดว่า ทักษิณยังเป็นตัวแทนความชอบธรรมของคนส่วนใหญ่ ความคิดนี้ก็เริ่มจางหายไป ในสายตาของวชิราลงกรณ์ ไม่เคยเห็นค่าของทักษิณมากกว่านั้น ที่สำคัญ ไม่เห็นหัวประชาชนอยู่แล้ว ในสายตาของทักษิณ รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่เอา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ทักษิณหวังเสมอที่จะคืนดี แม้ว่าในใจจะไม่รักเจ้า แต่ก็ยังอยากคืนดี ยังอยากกลับไทย ยังอยากเอาเงินคืน ยังไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเดือดร้อน แต่ในการเล่นเกมแบบนี้ ทำให้ทักษิณเสียมวลชนไปเยอะมาก โดยเฉพาะมวลชนคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันความรุ่งเรืองของชินวัตร ที่เป็นพลังที่ต่างไปจากคนเสื้อแดง และเป็นกลุ่มคนที่อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่ไม่มีทักษิณอยู่ในนั้น

…พูดแบบนี้ ทักษิณก็ติดแหงก คนเสื้อแดงตัวดังๆ ที่เคยเป็นปากเสียงให้ทักษิณก็ถูกอุ้มฆ่าไปหมด คนเสื้อแดงชาวบ้านถูกทำร้าย ขบวนการเสื้อแดงก็หายไปแล้ว แถมหมู่บ้านคนเสื้อแดงยังถูกคนอย่างแรมโบ้อีสานมาช่วยทำลายทิ้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเร่งให้ทักษิณหมดความสำคัญลงเร็วยิ่งขึ้นนั่นคือ การมาถึงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ชื่อของธนาธรเริ่มได้ยินมากขึ้นในหมู่ผู้นำการเมืองและธุรกิจของไทย ก่อนที่เค้าจะเข้าสู่แวดวงการเมือง ในชุมชนผู้นำเหล่านั้น ต่างรู้ดีว่า ธนาธรมีความคิดทางการเมืองแบบใด นั่นคือ ความคิดค่อนข้างราดิคัลที่ตั้งอยู่บนการวิพากษ์วิจารณษ์เจ้า ดังนั้น การเข้าสู่การเมืองด้วยจุดยืนแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายธนาธร ในหมู่ของคนที่รู้จุดยืดของเค้า ก็หวังว่าเค้าจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปกษัตริย์ แต่ในเวทีแห่งความเป็นจริง ธนาธรเลือกที่จะประนีประนอม นั่นจึงเป็นจุดบอดที่ทั้งสองฝ่ายโจมตีเค้า คือโดยทั้งฝั่งเจ้า และฝั่งประชาธิปไตย

…แต่ในสายตาของวชิราลงกรณ์ การมาถึงของธนาธร (พ่วงปิยบุตรไปด้วย) มันคือภัยคุกคามที่แท้จริง ทักษิณกลายเป็นของเล่นกระจอกไปเลย ด้วยความคิดแบบนี้ ในวังถึงมีความตั้งใจกำจัดอนาคตใหม่แต่แรก คำถามคือ จะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น