ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
และแล้ว เมื่อรู้ว่าภูมิพลอยู่ในสภาพสาหัสแล้ว ทางกองทัพได้ปรึกษากัน รวมถึงได้สอบถามความเห็นของวชิราลงกรณ์ ถึงเรื่องการทำรัฐประหาร ซึ่งวชิราลงกรณ์เห็นดีด้วย ที่ผ่านมา ชินวัตรยังคิดว่าจะสามารถซื้อใจวชิราลงกรณ์ได้ จนมีการปล่อยข่าวลือถึงการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างวชิราลงกรณ์และทักษิณ จนส่วนหนึ่งของเสื้อแดงเอาไปขยายความต่อว่า วชิราลงกรณ์คือกษัตริย์ของคนเสื้อแดง จนเกิดวาทกรรม เรารักพระบรม
….การเล็คเชอร์ครั้งสุดท้ายของดิชั้นที่กรุงเทพจัดก่อนการทำรัฐประหารเพียงไม่นาน จัดที่ใจกลางย่านสลิ่ม นั่นคือในโรงภาพยนตร์ในสยามพาราก้อน ดิชั้นจำได้แม่นว่า ครั้งนั้น ดิชั้นวิจารณ์วชิราลงกรณ์อย่างตรงไปตรงมา จนกลัวว่าจะถูกทำร้ายด้วยซ้ำ ตอนอยู่บนเวที ถ้าใครจำได้ ดิชั้นถอดเสื้อนอกออก เพื่อโชว์เสื้อยืดข้างในที่เขียนว่า “เรารักพระบรม” บอกเป็นนัยๆ กับคนเสื้อแดงว่า อย่าไปหวังอะไรมาก อย่ามโนไปมากกว่านั้น
….การที่วชิราลงกรณ์โอเคกับรัฐประหาร ก็เท่ากับว่า เชื่อใจและไว้ใจกองทัพในการเข้ามาควบคุมกำกับการเปลี่ยนผ่านเลือกตั้ง มากกว่าที่จะไว้ใจทักษิณ และวชิราลงกรณ์ก็ไม่แคร์ด้วยว่า การเริ่มศักราชใหม่ภายใต้การปกครองของตัวเองจะไม่ได้มาจากรัฐบาลที่ใมาจากการเลือกตั้งเป็นตัวหนุนหลัง แต่การขึ้นครองราชย์กลับเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทหาร ในเรื่องภาพลักษณ์ตรงนี้ วชิราลงกรณ์ไม่แคร์ทั้งสิ้น ถึงตรงจุดที่ยินยอมพร้อมใจให้มีรัฐประหาร นั่นก็คือช่วงที่วชิราลงกรณ์เข้ามาคุยการเมืองเกือบจะเต็มที่แล้ว ตอนนั้น บอกเลยว่า ภูมิพลรอแต่ความตาย
….แม้แต่ก่อนที่ภูมิพลจะตาย วชิราลงกรณ์ก็เข้ามาบริหารอำนาจในวังแล้ว ตอนนั้น ใครยังฝันว่าสิรินทรจะได้ขึ้น ก็ถือว่าบ้าเต็มที ตอนนั้น วชิราลงกรณ์เริ่มถ่ายเทคนของพ่อออก แล้วเอาคนของตัวเองเข้ามาแทนที่ หนึ่งในคนนั้นคือ ดิศธร วัชโรทัย คนสนิทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีโครตเหง้าคือแก้วขวัญ ขวัญแก้ว ที่เป็นเลขาในหลวงมาหลายปี จนสืบทอดต่อมายังดิสธร แต่ระหว่างอยู่กับในหลวง ดิศธรมีความกร่าง และพยายามขัดขวางวชิราลงกรณ์ในหลายโอกาส หลายเรื่อง คอยเป่าหูในหลวงเรื่องต่างๆ บ่ายเบี่ยงไม่ให้วชิราลงกรณ์พบภูมิพล พอถึงตอนเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงๆ วชิราลงกรณ์ถึงจัดหนัก ลดตำแหน่ง ย้าย ต่อมาไล่ออก และกล่าวโทษแรงๆ ทั้งโกง มีชู้ ต่างๆ นานา เพื่อให้อาย แถมเอาไปฝึกทหารที่ทวีวัฒนา แล้วแกล้วปล่อยภาพหลุด เป็นต้น อ้อ จากนั้น ก็เอาดิศธรไปเป็นคนใช้ในวังของตัวเอง มีนักการเมืองท่านหนึ่งที่ได้ไปเข้าเฝ้าวชิราลงกรณ์ เอามาเล่าให้ฟังว่า คนที่มาเสริฟ์น้ำชาให้แขกคือดิศธรนั่นเอง ถือเป็นการทำให้ละอายมาก
….การถ่ายเทคนเหล่านี้เริ่มมานานพอควรแล้ว พร้อมๆ ไปกันการเสริมกำลังให้กับราชวัลลภ ที่เป็นหน่วยทหารส่วนตัวของวชิราลงกรณ์ ตอนจนของปี 2014 เราเห็นการล้างบ้านกำจัดศรีรัศมิ์ เราเห็นเรื่องการกำจัดดิศธร จากนั้นก็เริ่มปรับโครงสร้างองคมนตรี ก่อนหน้านี้ องคมนตรีเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาในหลวง แต่วชิราลงกรณ์ต้องการรวมอำนาจ ไม่ต้องการใช้องคมนตรีเป็นนอมินีทางการเมือง สาเหตุหนึ่งเพราะมาจากความเกลียดเปรมเป็นการส่วนตัว เปรมมีนิสัยเหมือนดิสธร คือขี้ฟ้อง เปรมนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังการยุให้ในหลวงเกลียดทักษิณ และยังไปเม่าท์ให้ทูตอเมริกาฟังถึงความไม่เอาถ่านของวชิราลงกรณ์ แถมเสนอว่า สิรินทรขึ้นเป็นกษัตรีย์องค์ใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า เรื่องนี้วชิราลงกรณ์แค้นมาก แต่แทนที่จะจัดการเปรมแรงๆ กลับให้อยู่ในตำแหน่งประธานองคมนตรี แต่ริบอำนาจจากมันมาทั้งหมด โดยการขอให้แก้รัฐธรรมนูญที่ต่อไปนี้ วชิราลงกรณ์ไม่ต้องแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนทุกครั้งที่ตัวเองเดินทางไปเยอรมัน
…ตอนหน้ามาเล่าเรื่องการล้างแค้นอื่นๆ ของวชิราลงกรณ์ค่ะ

